เคยสงสัยมั้ย? ทำไมคอนโด High Rise ย่านบางขุนนนท์ ใกล้ศิริราช ถึงแทบไม่มีเลย
ทั้งที่โซนติดกันอย่างปิ่นเกล้า-จรัญฯ กลับมีให้เห็นเยอะมาก

ก็เป็นเพราะว่าพื้นที่บางส่วนของทำเลบางขุนนนท์จัดเป็นพื้นที่ต่อเนื่องจากเกาะรัตนโกสินทร์ จึงมีข้อกำหนดเรื่องของความสูงอาคาร ไม่ให้บดบังทัศนียภาพของความเป็นเมืองเก่า ทำให้เราไม่ค่อยเห็นคอนโดบางขุนนนท์ที่เป็นคอนโด High Rise เท่าไหร่ จะเจอเป็นคอนโด Low Rise มากกว่า แต่พื้นที่ส่วนกลางก็มีให้ใช้งานน้อยกว่าด้วย ซึ่งจริงๆแล้วย่านบางขุนนนท์เป็น 1 ทำเลน่าอยู่เลยนะ เพราะเป็นแหล่งชุมชนดั้งเดิม มีร้านค้าร้านอาหารเพียบ พวกร้านดังๆ ร้านเก่าแก่ หรือร้านที่ได้รางวัล Michelin การันตีก็มี แถมใกล้โรงพยาบาลศิริราชด้วย จึงถือเป็นทำเลที่มีความต้องการอยู่อาศัยสูง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนอยู่อาศัยดั้งเดิมที่ต้องการขยับขยายที่อยู่ กลุ่มคนทำงาน รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ด้วยนั่นเอง

โครงการ Origin Play Bangkhunnon Triple Station (ออริจิ้น เพลย์ บางขุนนนท์ ทริปเปิ้ล สเตชั่น) ก็พิสูจน์ตัวเองว่าออกแบบมาได้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยมากๆ ด้วยยอดขายของโครงการในปัจจุบันที่ขายไปกว่า 90% แล้ว เพราะมีจุดเด่นที่ไม่ซ้ำใครและกลายเป็น Product หายากในย่านบางขุนนนท์เลยนั่นเอง

โดยเป็นคอนโด High Rise ติดถนนบางขุนนนท์ ใกล้ MRT บางขุนนนท์ 200 เมตร ซึ่งในอนาคตจะเป็น Interchange Station เชื่อมรถไฟฟ้า 3 สายทั้งสายสีน้ำเงิน และสายอนาคตอย่าสายสีส้ม-สายสีแดงอ่อน ยิ่งเพิ่มความยืดหยุ่นในการเดินทาง สามารถไปทำงานหรือทำธุระต่างๆรอบเมืองได้ง่ายมากขึ้น อีกทั้งขับรถไปโรงพยาบาลศิริราชได้ใน 10-15 นาที นอกจากนั้นยังเป็นคอนโดแห่งเดียวที่มีห้องเพดานสูง 4.2 เมตรให้เลือกและเลี้ยงสัตว์ได้บนย่านนี้ เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศในห้องแบบโปร่งโล่งและกลุ่ม Pet Parent มีน้องๆสัตว์เลี้ยงเป็นครอบครัว ส่วนตัวห้องจะเน้นเป็นห้อง 1 Bedroom อยู่อาศัย 1-2 คนได้สบายๆ และมีแบบห้องให้เลือกเยอะถึง 11 แบบ รองรับได้ทุกไลฟ์สไตล์ อีกทั้งมีพื้นที่ส่วนกลางมากถึง 8 ชั้น แถม Co-Working Space และ Fitness เปิด 24 ชั่วโมง ทำให้ใช้งานได้ยืดหยุ่นด้วยค่ะ ในราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาทค่ะ

ถ้ากำลังมองหาคอนโดพร้อมอยู่ ใกล้ศิริราช เดินทางรถไฟฟ้าสะดวก แต่ยังอยากได้ฟังก์ชันและส่วนกลางหลากหลายแบบคอนโด High Rise หรือมีสัตว์เลี้ยงอยู่อาศัยด้วย โครงการนี้ก็ถือเป็นโครงการที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ งั้นตามไปอ่านรายละเอียดกันต่อด้านล่างได้เลยค่ะ

ข้อมูลโครงการ

รีวิว Origin Play Bangkhunnon Triple Station (ออริจิ้น เพลย์ บางขุนนนท์ ทริปเปิ้ล สเตชั่น)  ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2568

 ชื่อโครงการ   Origin Play Bangkhunnon Triple Station (ออริจิ้น เพลย์ บางขุนนนท์ ทริปเปิ้ล สเตชั่น)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   UPPER CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่   ถนนบางขุนนนท์ แขวงบางกอกน้อย เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
 ที่ดิน   2-0-9.4 ไร่
 ประเภทคอนโด   High Rise 30 ชั้น 1 อาคาร
 จำนวนยูนิต   476 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต
 ที่จอดรถ   203 คัน คิดเป็น 42% (ไม่รวมซ้อนคัน) แบ่งเป็นที่จอดแบบ Automatic Parking และที่จอดแบบปกติ
 เริ่มก่อสร้าง   ไตรมาส 1 ปี 2567
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   ไตรมาส 1 ปี 2569
 ประเภทห้องพัก
  • Simplex สูง 2.50 เมตร
    – 1 Bedroom Compact พื้นที่ใช้สอย 22.50 ตร.ม. (Sold Out)
    – 1 Bedroom Smart Closet พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม.
    – 1 Bedroom Smart Kitchen พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม.
    – 1 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. (Sold Out)
    – 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 34.90 ตร.ม. (Sold Out)
    – 1 Bedroom Special พื้นที่ใช้สอย 34.00 ตร.ม. (Sold Out)
  • High Ceiling (ห้องเพดานสูง) สูง 4.20 เมตร
    – 1 Bedroom High Ceiling Compact พื้นที่โฉนด 22.50 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย (รวมชั้นลอย) 22.50+10.00 ตร.ม. (Sold Out)
    – 1 Bedroom High Ceiling Signature พื้นที่โฉนด 28.20 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย (รวมชั้นลอย) 28.20+12.00 ตร.ม. (Sold Out)
    – 1 Bedroom High Ceiling Extra พื้นที่โฉนด 28.00 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย (รวมชั้นลอย) 28.00+12.00 ตร.ม. (Sold Out)
    – 1 Plus Bedroom High Ceiling พื้นที่โฉนด 34.90 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย (รวมชั้นลอย) 34.90+12.00 ตร.ม. (Sold Out)
    – 1 Bedroom High Ceiling Special พื้นที่โฉนด 34.00 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย (รวมชั้นลอย) 34.00+12.00 ตร.ม. (Sold Out)

 ราคาเริ่มต้น  3.59 ล้านบาท
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  ประมาณ 130,000 บาท/ตร.ม.
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม)  ผ่านแล้ว
 เว็บไซต์โครงการ คลิกที่นี่
 Call Center  1498

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.76577931343146, 100.47258005581972
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

Highlight

  • ตั้งอยู่ติดถนนบางขุนนนท์ นอกจากจะเดินทางได้ง่ายแล้ว ยังถือเป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยของคนบนทำเล มีร้านค้า ร้านอาหารเรียงรายตลอดแนวถนน
  • ใกล้ Interchange Station บางขุนนนท์ 200 เมตร เชื่อมรถไฟฟ้า 3 สาย ทั้งสายสีน้ำเงินและสายในอนาคตอย่างสายสีส้ม ตะวันตกและสายสีแดงอ่อน
  • คอนโด High Rise ใกล้ศิริราช หายาก ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโด Low rise จึงได้พื้นที่ส่วนกลางไม่เยอะเท่ากับคอนโด High Rise อีกทั้งซื้ออยู่อาศัยหรือลงทุนปล่อยเช่าให้กับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ได้

Origin Play Bangkhunnon Triple Station ตั้งอยู่ที่ไหน?

โครงการ Origin Play Bangkhunnon Triple Station (ออริจิ้น เพลย์ บางขุนนนท์ ทริปเปิ้ล สเตชั่น) จะตั้งอยู่ติดถนนบางขุนนนท์เลย ทำให้สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังถนนจรัญสนิทวงศ์, ถนนบรมราชชนนี, ถนนสิรินธร, ถนนราชพฤกษ์, ถนนอรุณอมรินทร์และถนนราชวิถีได้ง่ายค่ะ ส่วนทางด่วนก็อยู่ไม่ไกล ซึ่งจุดเด่นของทำเลโครงการนี้ที่นอกจากจะติดถนนใหญ่แล้ว ยังใกล้รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์เพียง 200 เมตรเท่านั้น แถมยังมีแผนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตะวันตกและสายสีแดงอ่อนในอนาคตด้วย ทำให้สถานีบางขุนนนท์นี้เป็น Interchange Station เชื่อมต่อรถไฟฟ้าถึง 3 สาย จึงเดินทางทั้งในตัวเมืองและโดยรอบกรุงเทพฯได้สะดวก

สำหรับทางด่วนที่ใกล้กับตัวโครงการมากที่สุดจะเป็น ทางพิเศษประจิมรัถยา ด่านบรมราชชนนี ที่ห่างจากโครงการ 4.9 กิโลเมตร จึงสามารถใช้เดินทางไปโซนบางซื่อ จตุจักร ลาดพร้าวได้ง่ายค่ะ

อย่างที่เราได้บอกไปนะคะว่าโครงการนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ตั้งใกล้กับรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์เพียง 200 เมตร ซึ่งมีแนวเส้นทางผ่านจุดสำคัญๆ เช่นสีลม, อโศก, รัชดา, ลาดพร้าว รวมถึงเชื่อมต่อไปยังโซนท่าพระและยาวไปถึงหลักสองได้เลยค่ะ

แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือ MRT บางขุนนนท์ ในอนาคตจะเป็น Interchange Station ของรถไฟฟ้า 3 สาย เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อจาก MRT สายสีน้ำเงินไปยัง MRT สายสีส้มตะวันตกที่อยู่ในระหว่างก่อสร้าง คาดเปิดปี 2573 และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช – ตลิ่งชัน – ศาลายา ที่อยู่ในระหว่างการประมูล คาดเปิดในปี 2572 นั่นเอง จึงทำให้ศักยภาพการเดินทางบนทำเลสูง อีกทั้งยังมีรถสาธารณะขับผ่านไป-มาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นรถ Taxi หรือรถสองแถว รวมถึงมีซุ้มวินมอเตอร์ไซค์อยู่ใกล้ๆและมีป้ายรถเมล์อยู่ด้านหน้าโครงการให้ใช้บริการกันได้ง่ายๆ

ด้วยตัวทำเลที่ตั้งของโครงการ Origin Play Bangkhunnon Triple Station (ออริจิ้น เพลย์ บางขุนนนท์ ทริปเปิ้ล สเตชั่น) ที่ถือว่าอยู่ในย่านชุมชน ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์โดยรอบสูง หาซื้อของกินของใช้ได้ง่ายมาก เพราะจะมีร้านค้า ร้านอาหารหลากหลายเรียงรายตลอดแนวถนนบางขุนนนท์นี้ แค่ข้ามทางม้าลายด้านหน้าโครงการมาอีกฝั่งก็เจอกับร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงและร้านคลังยาเลย แถมมีพวกร้านน้ำ ร้านอาหารต่างๆเปิดขายอยู่ด้วยค่ะ

แต่หากจะไปห้างใหญ่ๆก็จะต้องมาตรงเส้นถนนบรมราชชนนีที่มีทั้ง Central ปิ่นเกล้า, The Sense และ Major Cineplex ให้มาเดินเล่น ช้อปปิ้งหรือดูหนังได้ ส่วนบนถนนจรัญสนิทวงศ์จะมี Makro จรัญสนิทวงศ์, Lotus’s จรัญสนิทวงศ์ ให้มาซื้อของกันได้สะดวก นอกจากนั้นยังเป็นทำเลที่รายล้อมไปด้วยโรงพยาบาลมากมาย ทั้งโรงพยาบาลใหญ่อย่าง รพ.ศิริราช, รพ.ตา หู คอ จมูก, รพ.ผิวหนังอโศก ปิ่นเกล้า, รพ.เจ้าพระยา และ รพ.ธนบุรี รวมถึงยังมีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชื่อดังต่างๆ

Image 1/5
แยกบางขุนนนท์

แยกบางขุนนนท์

เราได้เก็บภาพบรรยากาศร้านค้า ร้านอาหารบางส่วนตามแนวถนนบางขุนนนท์มาให้ชมกันด้วยนะคะ ซึ่งมีร้านอยู่หลากหลายให้เราจับจ่ายใช้สอยกันได้ง่ายๆ อีกทั้งมีร้านเก่าแก่ ร้านดังๆหรือร้านที่มีรางวัล Michelin การันตีด้วยนะ หายห่วงเรื่องของกินเลยค่ะ

Image 1/5
มีทางม้าลายข้ามไปซื้อของฝั่งตรงข้ามได้

มีทางม้าลายข้ามไปซื้อของฝั่งตรงข้ามได้

บริเวณด้านหน้าโครงการจะมีทางม้าลายที่ข้ามฝั่งไปเจอกับร้านสะดวกซื้อ 7-11 ให้เรามาซื้อของได้ตลอดทั้งวัน หรือถัดไปก็เจอกับร้านคลังยา เวลาเจ็บป่วยก็หาซื้อยาได้ง่าย ซึ่งบริเวณนี้จะเห็นร้านค้าหรือร้านน้ำต่างๆเปิดขายให้เราแวะซื้อกันได้ง่ายๆเลยค่ะ

คอนโดบางขุนนนท์ ราคาเท่าไหร่?

สำหรับทำเลบางขุนนนท์จะอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลศิริราชและโซนพื้นที่ต่อเนื่องจากเกาะรัตนโกสินทร์ จึงมีข้อกำหนดเรื่องของความสูงอาคาร ทำให้เราไม่ค่อยเห็นคอนโดบางขุนนนท์ที่เป็นคอนโด High Rise เท่าไหร่ แต่จะไปเจอคอนโด High Rise อยู่ตรงโซนแยกไฟฉาย, ปิ่นเกล้า, สิรินธร หรือตามแนวเส้นจรัญสนิทวงศ์เลย โดยจะอยู่ตามแนวถนนใหญ่หรือใกล้ห้าง มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.99 ล้านบาทไปจนถึง 3.15 ล้านบาท

โครงการ Origin Play Bangkhunnon Triple Station (ออริจิ้น เพลย์ บางขุนนนท์ ทริปเปิ้ล สเตชั่น) ที่เป็นคอนโด High Rise จึงเป็น Product หายากเมื่อเทียบกับคอนโดบางขุนนนท์ อีกทั้งยังอยู่ใกล้โซนศิริราช จึงรองรับบุคลากรทางการแพทย์ตรงศิริราชได้ ถึงแม้จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3.59 ล้านบาท แต่เป็นโครงการที่โดดเด่นด้วยจำนวนห้องไม่เยอะมากอยู่ที่ 476 ยูนิตและมีพื้นที่ส่วนกลางเยอะถึง 8 ชั้น ซึ่ง Highlight ก็คือมีห้องฝ้าเพดานสูงให้เลือกและสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ถือว่ายังหาได้ยากบนทำเลนี้ค่ะ

นอกจากนั้นบางขุนนนท์นี้ยังเป็นย่านเก่าแก่ มีที่ดินให้พัฒนาคอนโดน้อย จึงทำให้มีความต้องการของคนอยู่อาศัยดั้งเดิมที่ต้องการขยับขยายที่อยู่อาศัย อีกทั้งมีกลุ่มคนทำงานและบุคลากรทางการแพทย์ด้วย พอประกอบกับจุดเด่นของโครงการแล้วก็ไม่แปลกใจเลยที่ปัจจุบันขายไปได้ประมาณ 90% แล้วนั่นเอง

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ Origin Play Bangkhunnon Triple Station (ออริจิ้น เพลย์ บางขุนนนท์ ทริปเปิ้ล สเตชั่น) ตั้งอยู่ในย่านชุมชนจึงถูกล้อมรอบด้วยตึกแถว อาคารพาณิชย์สูง 2-5 ชั้นและบ้านพักอาศัย ทำให้ได้วิวโดยรอบแบบเปิดโล่ง ไม่มีอาคารสูงอยู่ในระยะประชิด ทำให้ได้บรรยากาศเหมาะแก่การพักอาศัย

  • ทิศเหนือ ติดกับ อพาร์ทเม้นท์ 5 ชั้น, อาคารพาณิชย์ 4-5 ชั้น และบ้านแนวราบ
  • ทิศตะวันออก ติดกับ อาคารพาณิชย์ 2-3 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ ถนนบางขุนนนท์, อาคารพาณิชย์ 2-3 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ที่ดินเปล่า, อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น

Image 1/4
ทิศเหนือ

ทิศเหนือ

ภาพบรรยากาศวิวโดยรอบโครงการ Origin Play Bangkhunnon Triple Station (ออริจิ้น เพลย์ บางขุนนนท์ ทริปเปิ้ล สเตชั่น) 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • 7-11 ∼ 40 เมตร
  • Makro จรัญสนิทวงศ์ ~ 850 เมตร
  • PATA ปิ่นเกล้า ~ 1.9 กิโลเมตร
  • Lotus’s ปิ่นเกล้า ~ 2.1 กิโลเมตร
  • Major Cineplex ปิ่นเกล้า ~ 2.3 กิโลเมตร
  • Central ปิ่นเกล้า ~ 2.4 กิโลเมตร
  • Lotus’s จรัญสนิทวงศ์ ∼ 4.7 กิโลเมตร

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลศิริราช ~ 2.0 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลธนบุรี ~ 2.0 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลตา หู คอ จมูก ~ 3.9 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ~ 5.7 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลยันฮี ~ 6.0 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลเจ้าพระยา ~ 3.6 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลรามาธิบดี ~ 8.0 กิโลเมตร

โรงเรียน

  • โรงเรียนทิวไผ่งาม ∼ 3.3 กิโลเมตร
  • โรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์ ∼ 3.8 กิโลเมตร
  • โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ∼ 5.1 กิโลเมตร
  • โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ∼ 5.5 กิโลเมตร
  • โรงเรียนราชินีบน ∼ 8.0 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้านครเหนือ ∼ 8.9 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

Highlight

  • คอนโดแห่งเดียวในย่านบางขุนนนท์ที่มีห้องเพดานสูง 4.2 เมตรให้เลือกและเลี้ยงสัตว์ได้ เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศในห้องแบบโปร่งโล่งและกลุ่ม Pet Parent
  • พื้นที่ส่วนกลางเยอะถึง 8 ชั้น โดยหลักๆจะอยู่ที่ชั้น 1 เป็นพื้นที่ต้อนรับ สวนสีเขียวและ Active Faclities ส่วนชั้น 30 จะเน้นเป็น Active Faclities
  • Co-Working Space และ Fitness เปิด 24 ชั่วโมง ทำให้ใช้งานได้ยืดหยุ่น
  • พื้นที่สวนสีเขียวกระจายหลายจุดและฟังก์ชันแตกต่างกัน เช่น สวนสีเขียว, ศาลานั่งพักผ่อน, ปีนผา หรือพื้นที่นั่งดูหนังในสวน เป็นต้น
  • Pet Park เป็นส่วนกลางสำหรับสัตว์เลี้ยง แต่น้องๆยังไปใช้งานพื้นที่ส่วนกลางบางส่วนได้ โดยสัตว์เลี้ยงจะต้องนั่งรถเข็นหรือมีสายจูง

Origin Play Bangkhunnon Triple Station (ออริจิ้น เพลย์ บางขุนนนท์ ทริปเปิ้ล สเตชั่น) เป็นคอนโด High Rise สูง 30 ชั้น บนที่ดิน 2-0-9.4 ไร่ โดยมีจำนวน 476 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต พร้อมพื้นที่จอดรถ 203 คัน คิดเป็น 42% (ไม่รวมซ้อนคัน) โดยออกแบบภายใต้แนวคิด Playful Energetic มีการใช้สีขาว-น้ำเงินเป็นหลัก และเลือกใช้สีส้มที่แสดงถึงพลังงาน ความสร้างสรรค์ และความสดใสมาตัดให้ดูมีลูกเล่น อีกทั้งมีเส้นสายของ Facade หน้าตาอาคารที่เป็นเส้นโค้ง เพิ่มมิติและความชีวิตชีวาได้ดีเลย

โครงการนี้มีจุดเด่นที่มีห้องเพดานสูง 4.2 เมตรให้เลือกและเป็นคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้แห่งเดียวในย่านบางขุนนนท์เลยค่ะ ทำให้เหมาะกับกลุ่มคนที่อยากได้ห้องที่โปร่งสบายเหมือนอยู่บ้าน แบ่งพื้นที่ใช้งานได้เป็นสัดส่วน รวมถึงกลุ่ม Pet Parent ที่มีน้องๆสัตว์เลี้ยงอยู่อาศัยเป็นครอบครัวด้วย

นอกจากนั้นยังถือว่ามีพื้นที่ส่วนกลางมาให้เยอะถึง 8 ชั้น ด้วยการกระจายพื้นที่สวนสีเขียวเพื่อเพิ่มบรรยากาศสดชื่นบริเวณชั้นพักอาศัย แต่ที่เราชอบคือพื้นที่สวนแต่ละชั้นจะออกแบบฟังก์ชันให้ใช้งานที่แตกต่างกัน ไม่ใช่แค่สนามหญ้าโล่งๆ เช่น ศาลานั่งพักผ่อน, ปีนผา หรือพื้นที่นั่งดูหนังในสวน เป็นต้น รวมถึงมีฟังก์ชันส่วนกลางที่เปิดรองรับการใช้งาน 24 ชั่วโมงอย่าง  Co-Working Space และ Fitness มาให้ด้วยค่ะ

ทางโครงการยังออกแบบพื้นที่ส่วนกลางสำหรับสัตว์เลี้ยงให้น้องๆมาใช้งานกันด้วยนะ ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางที่น้องๆสามารถเดินเล่นได้อิสระจะเป็น Pet Park ส่วน Play Lobby Hall, Co-Working Space, Hidden Yard, Up-Valley Parkland, Amphitheatre, Sunset Sky Pool, Sky Lounge และ Chill Rooftop จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ลูกบ้านพาน้องๆสัตว์เลี้ยงมาใช้งานได้ แต่น้องๆสัตว์เลี้ยงจะต้องนั่งรถเข็นหรือมีสายจูงนั่นเอง ทำให้จะลูกบ้านทั่วไปหรือลูกบ้านที่มีน้องๆสัตว์เลี้ยงก็อยู่อาศัยร่วมกันได้สบายๆเลย

การจัดฟังก์ชันส่วนกลางภายในโครงการสรุปได้ดังนี้

  • ชั้น G : Play Lobby Hall / Co-Working Space (เปิดใช้งาน 24 ชั่วโมง) / Live Studio / E-Sport Room / Sound Lab / Grab & Go / Private Lounge / Sunshine Pavilion / Half Basketball Court / Skate Park / Jogging Track / Pet Park (Pet-Friendly)
  • ชั้น 2-6 : พื้นที่จอดรถ
  • ชั้น 7 : Hidden Yard
  • ชั้น 21 : Up-Valley Parkland
  • ชั้น 26 : Rock Climbing
  • ชั้น 28 : Pocket Garden
  • ชั้น 29 : Amphitheatre
  • ชั้น 30 : Sunset Sky Pool พร้อม Jacuzzi / Fitness (เปิดใช้งาน 24 ชั่วโมง) / Bike Simulator Room / Sky Lounge
  • ชั้น Rooftop : Chill Rooftop


Master Plan

งั้นเรามาดู Master Plan โครงการกันเลยนะคะ โดยทางเข้า-ออกโครงการจะอยู่ติดถนนบางขุนนนท์ ทำให้เดินทางเข้า-ออกได้ง่าย ส่วนตัวอาคารจะขยับเข้ามาด้านในนิดนึงและมีพื้นที่สวนสีเขียวเป็น Buffer Zone อยู่ด้านหน้าอาคาร เพื่อป้องกันเสียงและฝุ่นควันจากรถยนต์นั่นเอง ทำให้ตัวอาคารพักอาศัยจะมีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางตรงชั้น G นี้จะเน้นเป็น Passive Facilities นะคะ จะมีทั้งพื้นที่พักคอย-ต้อนรับแขก และพื้นที่นั่งเล่น-ทำงานขนาดใหญ่ รวมถึงมีพื้นที่สวนสีเขียวที่มีศาลานั่งพักและพื้นที่เล่นกิจกรรมอย่างสเกตบอร์ดและบาสเกตบอล ทำให้พื้นที่สวนนี้ที่นอกจากจะมาใช้งานกันได้แล้ว ยังเป็นวิวสีเขียวให้กับฟังก์ชันภายในอาคารด้วยค่ะ นอกจากนั้นยังมี Pet Park เป็นพื้นที่สวนสีเขียวให้น้องๆสัตว์เลี้ยงมาวิ่งเล่นนั่นเอง

Image 1/2
ทางเข้า-ออกโครงการ

ทางเข้า-ออกโครงการ

ทางเข้า-ออกของโครงการจะอยู่ติดถนนบางขุนนนท์เลย มีรูปแบบประตูทางเข้า-ออกโครงการจะเป็นรั้วกั้นไม้กระดก พร้อมระบบในการเข้า-ออกแบบ License Plate Recognition System (ระบบจดจำทะเบียนรถผู้พักอาศัย) / สติกเกอร์ พร้อม CCTV ส่วนกลาง, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง และรั้วทึบรอบโครงการสูง 3 เมตร (ไม่รวมพื้นที่ยกระดับ) คอยดูแลรักษาความปลอดภัยภายในโครงการ

Image 1/3
Drop Off และพื้นที่จอดรถ

Drop Off และพื้นที่จอดรถ

เมื่อขับผ่านเข้ามาด้านในจะเจอกับจุด Drop Off เพื่อจอดรถคอยรับ-ส่งลูกบ้าน จากนั้นก็วนออกไปด้านนอกโครงการได้เลย ส่วนลูกบ้านที่ต้องการจะจอดรถ ต้องขับตรงเข้าไปด้านหลังโครงการจะมีพื้นที่จอดรถประมาณ 203 คันคิดเป็น 42% (ไม่รวมซ้อนคัน) แบ่งเป็นที่จอดแบบ Automatic Parking และที่จอดแบบปกติค่ะ โดยสามารถจอดได้ตั้งแต่ชั้น G-6 เลย อีกทั้งยังมีจุด EV Charger รองรับลูกบ้านที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้วยนะคะ ซึ่งจำนวนที่จอดรถถือว่าเหมาะสมกับตัวโครงการที่ใกล้ MRT บางขุนนนท์ 200 เมตรและมีรถสาธารณะอื่นๆให้เรียกใช้บริการได้

Image 1/2
ร้านค้าอยู่ด้านข้างทางเข้า-ออกอาคาร

ร้านค้าอยู่ด้านข้างทางเข้า-ออกอาคาร

ทางโครงการมีออกแบบเป็นร้านค้า 1 ยูนิตอยู่ใกล้ๆกับทางเข้า-ออกอาคารพักอาศัยด้วยนะคะ แต่ปัจจุบันยังไม่รู้ว่าเป็นร้านประเภทไหน เรามองว่าถ้าเป็นร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายของสำหรับสัตว์เลี้ยงก็ดีเหมือนกัน ลูกบ้านจะได้มาจับจ่ายใช้สอยได้ง่ายมากขึ้น

สำหรับประตูทางเข้า-ออกอาคารจะมีติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยเป็น Face Scan ทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้ามาภายในอาคารได้ ต้องรอลูกบ้านมาเปิดประตูให้นะคะ ส่วนการขึ้น-ลงอาคารจะใช้เป็นระบบ Keycard Access ค่ะ

Image 1/4
Play Lobby Hall

Play Lobby Hall

เมื่อเข้ามาภายในอาคารจะเจอกับ Play Lobby Hall ซึ่งเป็นพื้นที่ต้อนรับและนั่งพูดคุยนั่นเอง โดยรวมจะเน้นโทนสีขาวและน้ำเงินที่ดูสว่าง สบายตา แต่มีการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เป็นสีส้มมาตัดโทนให้ดูมีชีวิตชีวา ไม่เรียบเกินไป ส่วนด้านข้างจะเป็นกระจกมองออกไปเห็นสวนสีเขียวด้านหน้าโครงการทั้ง Sunshine Pavilion และ Skate Park

ลูกบ้านสามารถพาน้องๆสัตว์เลี้ยงมานั่งเล่นบริเวณ Play Lobby Hall นี้ได้ด้วยนะคะ แต่น้องๆจะต้องนั่งรถเข็นหรือมีสายจูงค่ะ ซึ่งนอกจากพื้นที่ส่วนกลางอย่าง Play Lobby Hall ที่พาน้องๆที่นั่งรถเข็นหรือมีสายจูงมาใช้งานได้แล้ว ยังมี Co-Working Space, Hidden Yard, Up-Valley Parkland, Amphitheatre, Sunset Sky Pool, Sky Lounge และ Chill Rooftop ด้วย จะมีเฉพาะ Pet Park ที่เป็นสวนสีเขียวที่น้องๆสัตว์เลี้ยงสามารถวิ่งเล่นได้อิสระค่ะ

ถัดจาก Play Lobby Hall จะมีทางเดินเชื่อมต่อไปยัง Co-Working Space และ Live Studio ค่ะ

Image 1/2
Live Studio

Live Studio

ก่อนจะไปชม Co-Working Space กัน จะขอพามาดู Live Studio ที่อยู่ด้านข้างกันก่อนเลย โดยจะมีเตรียมพวกอุปกรณ์ในการถ่ายวิดีโอหรือ Live ต่างๆมาให้ เพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบันที่หลายๆคนหันมา Live ขายของหรือถ่ายคลิปต่างๆแล้วโพสต์ลง Social Media กันมากขึ้น ทำให้ลูกบ้านก็เตรียมอุปกรณ์มาอีกนิดหน่อยก็มาใช้ถ่ายงานได้เลย

Image 1/6
Co-Working Space (เปิดใช้งาน 24 ชั่วโมง)

Co-Working Space (เปิดใช้งาน 24 ชั่วโมง)

Co-Working Space จะเป็นพื้นที่นั่งเล่นและนั่งทำงานที่จัดทั้งโต๊ะและเก้าอี้มาให้เยอะและหลากหลาย จึงเลือกใช้งานได้ตามความต้องการเลย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะยาว, ชุดโซฟา หรือโซฟายาว อีกทั้งยังออกแบบเป็นห้องฝ้าเพดานสูงประกอบกับหน้าต่างกระจกยาวตลอดแนวผนังก็ยิ่งทำให้ได้บรรยากาศโปร่งสบายมากๆ และที่สำคัญคือเปิดให้ใช้งาน 24 ชั่วโมง ทำให้ใช้งานได้ยืดหยุ่นดี สามารถมานั่งทำงาน อ่านหนังสือโต้รุ่งกันได้ นอกจากนั้นเราพาน้องๆสัตว์เลี้ยงที่นั่งรถเข็นหรือมีสายจูงมาใช้งานบริเวณนี้ได้นะคะ

ส่วนด้านในสุดของ Co-Working Space จะมีเป็นซุ้มที่นั่งและที่นั่งแบบบาร์ด้วยค่ะ

สำหรับใครที่มาคนเดียว อยากนั่งทำงานแบบสงบ มีสมาธิมากขึ้นก็สามารถมานั่งทำงานตรงบริเวณนี้ได้ เวลาเหนื่อยๆอยากพักสายตาก็มองออกไปเห็นสวนสีเขียวที่อยู่ด้านหน้าโครงการ ช่วยสร้างบรรยกาศผ่อนคลายได้ดี

ซุ้มที่นั่งตรงนี้เหมาะสำหรับคนที่มานั่งทำงานหรืออ่านหนังสือร่วมกับเพื่อนๆ เพราะจะได้บรรยากาศที่ส่วนตัวขึ้นมาหน่อย เวลานั่งพูดคุยหรือแสดงความคิดเห็นกันก็สะดวกดี

Image 1/2
ห้องประชุม

ห้องประชุม

ถัดจากบริเวณซุ้มที่นั่งจะมีห้องประชุมอยู่ 1 ห้องให้ใช้งานกันได้ด้วย โดยจะจัดเป็นโต๊ะกลมพร้อมเก้าอี้ 4 ที่นั่ง และติดตั้งทีวีไว้ให้ใช้นำเสนองานค่ะ

เราพากลับมายัง Play Lobby Hall กันใหม่ โดยด้านหลังของเคาน์เตอร์ต้อนรับนี้จะมีทางเดินเชื่อมไปยังโซนลิฟต์ เพื่อขึ้นไปยังห้องพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลางในชั้นอื่นๆนั่นเอง

Image 1/3
ทางเดินเชื่อมไปโซนลิฟต์

ทางเดินเชื่อมไปโซนลิฟต์

โดยระหว่างทางเดินนี้จะออกแบบฝั่งนึงเป็น Mail Box ของทุกห้อง วางตำแหน่งให้สามารถเอื้อมเปิด-ปิดได้ ส่วนอีกฝั่งจะเป็นโซฟานั่งแนวยาว ใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นหรือพักคอยได้อีกจุดค่ะ

ทางโครงการออกแบบพื้นที่ระหว่าง Mailbox เป็นทางเดินเชื่อมออกไปด้านข้างอาคาร

โดยพื้นที่ทางเดินนี้จะเชื่อมออกไปยัง Grab & Go พื้นที่สำหรับวางอาหารหรือข้าวของเครื่องใช้จากการสั่งบริการ Delivery นั่นเอง ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ขาดไม่ได้แล้วในคอนโดยุคใหม่ค่ะ ส่วนด้านข้างจะเป็นห้องนิติบุคคลคอยดูแลและอำนวยความสะดวกลูกบ้านภายในโครงการนั่นเอง

Image 1/5
ห้องน้ำส่วนกลาง

ห้องน้ำส่วนกลาง

นอกจากนั้นยังมีห้องน้ำส่วนกลางอยู่บริเวณด้านหลังของโซนโซฟานั่งเล่นแนวยาวด้วยค่ะ โดยจะออกแบบแบ่งห้องน้ำชาย-หญิงเป็น 2 ฝั่ง ภายในห้องก็ติดตั้งอุปกรณ์มาครบครัน รวมถึงมีห้องน้ำแบบ Universal Design เพื่อรองรับคนทุกวัย โดยห้องขนาดใหญ่ เข็นวีลแชร์เข้า-ออกได้ เลือกใช้ประตูบานเลื่อนที่เปิด-ปิดได้ง่ายและมีราวจับคอยพยุงเวลาลุก-นั่ง

เมื่อเดินผ่านโซน Mailbox ตรงเข้ามาด้านในจะมี E-Sport Room อยู่ทางฝั่งซ้ายของทางเดิน ซึ่งจะจัดเตรียมมาให้ลูกบ้านนั่งเล่นเกมหรือชวนเพื่อนๆมาเล่นเกมด้วยกันได้ แต่ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างตกแต่งห้องนะคะ ส่วนฝั่งขวาของภาพจะเป็น Sound Lab เป็นห้องซ้อมเล่นดนตรีนั่นเอง

Image 1/3
Sound Lab

Sound Lab

Sound Lab เป็นห้องเล่นดนตรีที่ทางโครงการออกแบบเป็นห้องเก็บเสียงและมีเตรียมเครื่องดนตรีมาให้ เราจึงสามารถฟอร์มวงดนตรีกับเพื่อนๆมาฝึกซ้อมเล่นดนตรีกันภายในโครงการได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปหาสถานที่และไม่ต้องเสียเงินเพื่อจองห้องซ้อมด้วย

ก่อนจะไปยังโซนลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ จะมีประตูกระจกกั้นอยู่อีกชั้น ก็เป็นการออกแบบกั้นแบ่งแยกพื้นที่นี้จากโซนอื่นๆ ช่วยเพิ่มความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น

Image 1/2
ลิฟต์โดยสาร

ลิฟต์โดยสาร

สำหรับลิฟต์โดยสารของโครงการจะมีทั้งหมด 3 ตัว โดยมีอัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 158 : 1 แต่ลิฟต์ทั้ง 3 ตัวนี้จะอนุญาตให้ใช้งานเฉพาะลูกบ้านทั่วไปเท่านั้น สำหรับ Pet Parent ที่มีน้องๆสัตว์เลี้ยงอยู่อาศัยด้วย เวลาจะพาน้องๆขึ้น-ลงอาคารจะต้องใช้เป็น Service Lift ที่มีมาให้ 1 ตัว เป็น Pet Lift แทนนั่นเอง ซึ่ง Service Lift ของชั้น G จะอยู่ด้านนอกตรงข้ามกับ Pet Park ค่ะ

หลังจากเราพาไปดูพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารบริเวณชั้น G กันแล้ว ยังมีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ด้านนอกอาคารด้วย แต่ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างก่อสร้างนะคะ โดยเรานำภาพจำลองบรรยากาศของ Sunshine Pavilion ที่ออกแบบเป็นศาลานั่งพักผ่อนในสวนและมี Skate Park อยู่ด้านข้าง สำหรับฝึกซ้อมและเล่นสเกตบอร์ดมาให้ชมกันค่ะ

แต่ยังมี Half Basketball Court สำหรับเล่นบาสเกตบอลภายในโครงการ รวมถึง Jogging Track ลู่วิ่งออกกำลังกายยาวรอบอาคารและ Pet Park เป็นพื้นที่สวนสีเขียวให้น้องๆสัตว์เลี้ยงมาวิ่งเล่นสนุกกับเพื่อนๆ 4 ขาด้วยนะคะ หากทางโครงการสร้างเสร็จเรียบร้อยและเรามีโอกาสเข้าไปโครงการอีกครั้ง จะเก็บภาพบรรยากาศจริงมาอัพเดตให้ชมกันนะคะ

ชั้น 7 / 21 / 26 / 28 / 29

Image 1/5
ชั้น 7

ชั้น 7

เราจะพามาดูส่วนกลางชั้นอื่นๆกันต่อนะคะ เพราะโครงการนี้มีพื้นที่ส่วนกลางมากถึง 8 ชั้นเลย แต่หลักๆจะอยู่ที่ชั้น G และชั้น 30 ส่วนพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆจะเน้นเป็นสวนสีเขียวเป็นหลัก โดยออกแบบอยู่ที่ชั้น 7 / 21 / 26 / 28 และ 29 ซึ่งเราขอเล่ารวบทีเดียวเลยนะคะ เพราะปัจจุบันสวนสีเขียวที่กระจายแต่ละชั้นนี้ยังอยู่ในระหว่างตกแต่งสวนเพิ่มเติมค่ะ

สำหรับชั้น 7 จะเป็น Hidden Yard สวนสีเขียวให้มานั่งพักผ่อนกันได้ อีกทั้งยังเป็นวิวสีเขียวให้กับห้องพักอื่นๆด้วย, ชั้น 21 ออกแบบเป็น Up-Valley Parkland สวนนั่งพักผ่อนที่มีศาลาและที่นั่งให้มาใช้งานกัน อีกทั้งยังชมวิวสะพานพระราม 8 ได้ค่ะ ซึ่งส่วนกลางของทั้งชั้น 7 และ 21 นี้ เราสามารถพาน้องๆสัตว์เลี้ยงมาใช้งานได้นะคะ แต่น้องๆต้องนั่งรถเข็นหรือมีสายจูงค่ะ

ถัดมาจะเป็นชั้น 26 เป็น Rock Climbing ให้มาเล่นปีนผาจำลองภายในโครงการกันได้เลย, ชั้น 28 สวนสีเขียวเล็กๆแบบ Pocket Garden เพิ่มพื้นที่สีเขียวและบรรยากาศสดชื่นให้โครงการ และชั้น 29 เป็น Amphitheatre ที่ออกแบบเป็นสวนสำหรับนั่งพักผ่อน ซึ่งลูกบ้านสามารถขึ้นมาดูหนังได้และพาน้องๆสัตว์เลี้ยงที่นั่งรถเข็นหรือมีสายจูงมาใช้งานบริเวณนี้ได้ค่ะ หากเรามีโอกาสจะเก็บภาพบรรยากาศจริงของพื้นที่เหล่านี้มาฝากกันอีกทีนะคะ

ภาพจำลองบรรยากาศของ Up-Valley Parkland ตรงชั้น 21

ชั้น 30

เรามาถึงชั้น 30 ที่เป็น Main Facilities ของโครงการกันแล้ว โดยจะออกแบบพื้นที่ส่วนกลางแบบยกชั้นเลย ซึ่งการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางอยู่ชั้นสูงสุดของอาคารเป็นเรื่องปกติในคอนโด High Rise แบบนี้นะ เพราะจะได้ประโยชน์ในเรื่องฟังก์ชันส่วนกลางแทบทุกห้องเปิดรับวิวเมืองมุมสูงนั่นเอง

ฟังก์ชันส่วนกลางในชั้นนี้จะมี Sky Lounge ที่เปิดรับวิวเมืองมุมสูงถึง 3 ฝั่ง และเน้น Active Facilities เป็นหลักทั้ง Sunset Sky Pool ระบบเกลือและ Fitness ที่เปิดใช้งาน 24 ชั่วโมง พร้อม Bike Simulator Room ให้มาใช้ออกกำลังกายกันได้

Image 1/5
Sunset Sky Pool

Sunset Sky Pool

ทางโครงการออกแบบ Sunset Sky Pool เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 5×25 เมตร ความลึก 1.2 เมตร ถือว่ามีขนาดสระแบบ Half Olympic เลยนะ ทำให้สามารถมาว่ายน้ำ ออกกำลังกายได้จริงจังเลย อีกทั้งมี Jacuzzi ให้มานั่งแช่น้ำผ่อนคลายกันได้ นอกจากนั้นยังทำเป็นพื้นที่นั่งริมสระว่ายน้ำให้มานั่งหรือนอนผ่อนคลาย มองเห็นวิวเมืองกว้างๆ พร้อมพาน้องๆสัตว์เลี้ยงที่นั่งรถเข็นหรือมีสายจูงมานั่งคอยข้างสระว่ายน้ำได้ด้วย

Image 1/5
ห้องน้ำส่วนกลาง

ห้องน้ำส่วนกลาง

บริเวณด้านหลังของ Sunset Sky Pool จะเป็นโซนห้องน้ำนั่นเอง โดยจะออกแบบแบ่งเป็นห้องน้ำใช้งานร่วมกันของทั้งชาย-หญิง 1 ห้อง โดยจะมีพื้นที่อาบน้ำล้างตัวด้วย และมีห้องน้ำแบบ Universal Design ที่ออกแบบเป็นห้องขนาดใหญ่ มีประตูบานเลื่อนและราวจับช่วยพยุงอีก 1 ห้องค่ะ

ถัดมาเราจะพามาดู Fitness กันต่อเลยนะคะ โดยจะอยู่ใกล้ๆกับโซนห้องน้ำค่ะ

Image 1/5
Fitness และ Bike Simulator Room

Fitness และ Bike Simulator Room

นอกจาก Co-Working Space ตรงชั้น G จะเป็นฟังก์ชันส่วนกลางที่เปิดใช้งาน 24 ชั่วโมงแล้ว สำหรับ Fitness ก็เป็นอีกฟังก์ชันที่เปิดให้ใช้งาน 24 ชั่วโมงเหมือนกัน ถือว่าออกแบบมาให้ลูกบ้านใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นเลย โดยเฉพาะคนที่เลิกงานตอนเย็น ก็ยังมาออกกำลังกายในช่วงดึกๆได้เลย หรือจะมาออกกำลังกายตอนเช้าก่อนไปทำงานก็ได้เหมือนกัน

โดยจะจัดเตรียมอุปกรณ์ออกกำลังกายทั้ง Weight Traning และ Cardio มาให้ครบครัน ปัจจุบันจัดเครื่องออกกำลังกายแบบ Cardio มาให้ครบเรียบร้อยแล้ว โดยจะตั้งหันหน้าออกด้านนอก ทำให้เวลาออกกำลังกายก็มองเห็นวิวเมืองมุมสูง ช่วยให้ออกกำลังกายไปชมวิวไปได้เพลินๆเลยนั่นเอง นอกจากนั้นยังมี Bike Simulator Room อยู่ตรงชั้นลอยด้วยนะคะ โดยต้องใช้บันไดหนีไฟเพื่อขึ้นไปใช้งานค่ะ

เราชอบที่โครงการนี้ออกแบบพื้นที่ออกกำลังกายมาให้หลากหลายดี ไม่ว่าจะเป็น Half Basketball Court, Skate Park, Jogging Track, Rock Climbing รวมไปถึง Fitness และ Bike Simulator Room ด้วย ทำให้หากเบื่อการออกกำลังกายในร่มก็เปลี่ยนไปออกกำลังกายประเภทอื่นที่เป็นกลางแจ้งได้นั่นเอง

ต่อมาเราจะมาดูอีกฝั่งของชั้นกันจะเป็น Sky Lounge พื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนค่ะ ส่วนด้านหน้าห้องจะมีประตูบันไดหนีไฟที่ใช้เป็นทางเดินขึ้นไปยังพื้นที่ชั้นลอยของ Sky Lounge ที่เราจะพาไปชมกันต่อนะคะ

Image 1/6
Sky Lounge

Sky Lounge

Sky Lounge เป็นพื้นที่ให้ลูกบ้านมานั่งเล่น-พักผ่อนพร้อมชมวิวเมืองมุมสูงได้ถึง 3 ฝั่ง ซึ่งจะจัดเป็นชุดโต๊ะ-เก้าอี้ไว้หลายจุด อีกทั้งมีที่นั่งแบบบาร์ด้วย ลูกบ้านจึงเลือกใช้งานได้ตามต้องการ อีกทั้งออกแบบเป็นห้องฝ้าเพดานสูงและหน้าต่างกระจกแบบ Full Height ก็ทำให้ได้บรรยากาศที่โปร่งสบายดี

นอกจากนั้นยังออกแบบมีพื้นที่นั่งเล่นตรงชั้นลอยด้วย ซึ่งเราต้องใช้บันไดหนีไฟที่อยู่ด้านหน้าห้อง Sky Lounge ที่เราพาไปดูกันมาเมื่อกี้นี้ในการเดินขึ้นมาบริเวณชั้นลอยนี้นะคะ จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการมานั่งพักผ่อนในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยจัดเป็นชุดโต๊ะ 2 ที่นั่งไว้อยู่หลายจุดเลยค่ะ สำหรับ Pet Parent ก็สามารถพาน้องๆสัตว์เลี้ยงที่นั่งรถเข็นหรือมีสายจูงมาใช้งานบริเวณ Sky Lounge นี้ได้ค่ะ

ชั้น Rooftop

สำหรับชั้นสุดท้ายจะเป็น Rooftop นั่นเอง โดยจะเจอกับ Chill Rooftop ที่ออกแบบมาให้ลูกบ้านเดินเล่น ปิกนิกหรือจัดปาร์ตี้กันได้ พออยู่ชั้นสูงสุดของอาคารก็ทำให้เปิดรับวิวโดยรอบได้กว้างมากๆเลยค่ะ

Image 1/2
Chill Rooftop

Chill Rooftop

ทางโครงการออกแบบ Chill Rooftop ที่นอกจากจะเป็นพื้นที่สวนสีเขียว มีปลูกต้นไม้ประดับโดยรอบแล้ว ยังเป็นพื้นที่ให้มาปาร์ตี้ ปิ้งย่าง BBQ กันได้ด้วยนะ เพราะทางโครงการมีเตรียมเป็นเคาน์เตอร์ไว้ให้ล้างวัตถุดิบหรือจานชามต่างๆได้ อีกทั้งมีลานโล่งๆให้มานั่งปิกนิก หรือนอนดูดาวตอนกลางคืนก็ได้เหมือนกันค่ะ

ชั้นพักอาศัย

Image 1/9
ชั้น 7

ชั้น 7

หลังจากเราพาชมพื้นที่ส่วนกลางกันครบหมดแล้ว เราจะพามาดูชั้นพักอาศัยกันบ้าง โดยชั้น 8-16 จะเป็น Typical Floor Plan โดยมีจำนวนยูนิตมากสุดอยู่ที่ 25 ยูนิต/ชั้น แต่พอชั้น 21 ขึ้นไปจะมีจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อยลงอยู่ที่ 9-16 ยูนิตนั่นเอง จึงได้บรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่านค่ะ อีกทั้งมีตำแหน่งห้องที่ติดเพื่อนบ้านด้านเดียวให้เลือกอยู่หลายห้องเลยค่ะ เราว่าโครงการนี้ออกแบบมาถูกใจคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวเลยนะ นอกจากนั้นเราได้ Highlight ตำแหน่งห้องที่น่าสนใจอื่นๆมาให้ตามนี้เลย

  • กรอบสีน้ำเงิน : ห้องที่ไม่ติดเพื่อนบ้านเลย ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด มีเพียง 1 ตำแหน่ง/ชั้นเท่านั้น อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากโซนลิฟต์ด้วยนะคะ
  • กรอบสีแดง : ห้องที่ติดเพื่อนบ้านด้านเดียว ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องทั่วไปที่ถูกขนาบด้วยห้องอื่นๆถึง 2 ด้าน
  • กรอบสีเขียว : ห้องที่ติดเพื่อนบ้านด้านเดียว & ไม่มีห้องอยู่ฝั่งตรงข้าม ทำให้ได้ความเป็นส่วนมากขึ้น เพราะเปิดประตูไม่เจอเพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนั่นเอง
  • กรอบสีฟ้า : ห้องที่เปิดรับวิวสวนส่วนกลาง (ชั้น 7) ทำให้ได้วิวสวยๆจากภายในห้องพักเลย แต่ก็ต้องระวังเรื่องความชื้นจากต้นไม้ด้วยนะคะ
  • กรอบสีชมพู : ห้องที่ไม่มีห้องอยู่ฝั่งตรงข้าม (ชั้น 28) เพราะมีโถงทางเดินหน้าห้องแบบ Single load Corridor นั่นเอง

Image 1/3
โถงลิฟต์

โถงลิฟต์

โถงทางเดินของชั้นพักอาศัยจะมีออกแบบช่องหน้าต่างตรงปลายสุดทางเดิน เพื่อช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในอาคารไม่ให้ดูมืดทึบด้วยนะคะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Ground Floor
    – Play Lobby Hall
    – Co-Working Space (เปิดใช้งาน 24 ชั่วโมง)
    –  Live Studio
    –  E-Sport Room
    –  Sound Lab
    –  Grab & Go
    –  Private Lounge
    –  Sunshine Pavilion
    –  Half Basketball Court
    –  Skate Park
    –  Jogging Track
    –  Pet Park (Pet-Friendly)
  • ชั้น 7
    –  Hidden Yard สวนนั่งพักผ่อน
  • ชั้น 21
    –  Up-Valley Parkland สวนนั่งพักผ่อน ชมวิวสะพานพระราม 8
  • ชั้น 26
    –  Rock Climbing
  • ชั้น 28
    –  Pocket Garden
  • ชั้น 29
    –  Amphitheatre สวนสำหรับนั่งพักผ่อน ลูกบ้านสามารถขึ้นมาดูหนังได้
  • ชั้น 30 
    –  Sunset Sky Pool ระบบเกลือ ขนาด 5×25 เมตร ความลึก 1.2 เมตร พร้อม Jacuzzi
    –  Fitness (เปิดใช้งาน 24 ชั่วโมง)
    –  Bike Simulator Room
    –  Sky Lounge
  • Rooftop
    –  Chill Rooftop
  • พื้นที่สีเขียวรวมทั้งหมด 1,457.67 ตร.ม.
  • ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 158 :  1
  • Service Lift 1 ตัว (ใช้เป็น Pet Lift สำหรับลูกบ้านที่เลี้ยงสัตว์ด้วย)
  • ที่จอดรถประมาณ 203 คันคิดเป็น 42% (ไม่รวมซ้อนคัน) แบ่งเป็นที่จอดแบบ Automatic Parking และที่จอดแบบปกติ
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ
    – รูปแบบประตูทางเข้า-ออกโครงการ (รถยนต์) : รั้วไม้กระดก
    – ระบบในการเข้า-ออก (รถยนต์) : License Plate Recognition System (ระบบจดจำทะเบียนรถผู้พักอาศัย) / สติกเกอร์
    – ระบบในการเข้า-ออก (เดินเข้าออก ขึ้นลงอาคาร) : Keycard Access และ Face Scan
    – CCTV ส่วนกลาง
    – รั้วทึบรอบโครงการสูง 3 เมตร (ไม่รวมพื้นที่ยกระดับ)
    – เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง

แบบห้อง

Highlight

  • รูปแบบห้องแบบ Simplex และ High Ceiling เลือกได้ตามความชอบ
  • เน้นห้อง 1 Bedroom อยู่อาศัย 1-2 คนได้สบายๆ
  • แบบห้องเยอะถึง 11 แบบ รองรับได้ทุกไลฟ์สไตล์ เลือกซื้อง่าย
  • ห้องแบบ Pet-Friendly มีทั้งห้อง Simplex และ High Ceiling ทำให้ Pet-Parent มีตัวเลือกห้องที่หลากหลาย

Origin Play Bangkhunnon Triple Station (ออริจิ้น เพลย์ บางขุนนนท์ ทริปเปิ้ล สเตชั่น) ออกแบบเน้นห้อง 1 Bedroom เป็นหลัก มีรูปแบบห้องทั้งแบบ Simplex ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.50 เมตร และ High Ceiling สูง 4.2 เมตรให้เลือกด้วย รวมถึงมีแบบห้องให้เลือกมากถึง 11 แบบ ทำให้เลือกได้ตรงตามไลฟ์สไตล์และได้ครัวปิดทุกยูนิต นอกจากนั้นยังเป็นคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ Pet-Friendly ทำให้มีการออกแบบแบ่งชั้นพักอาศัยภายในโครงการ ดังนี้

  • ห้อง Simplex : ชั้น 7-16
  • ห้อง High Ceiling ฝ้าเพดานสูง : ชั้น 17-29
  • ห้อง Pet Friendly : ชั้น 12-12A (ห้องแบบ Simplex) และชั้น 21-22 (ห้อง High Ceiling ฝ้าเพดานสูง) รวมทั้งหมด 4 ชั้น

ดังนั้นเหล่า Pet Parent สามารถเลือกซื้อห้องพักอาศัยทั้งแบบ Simplex หรือ High Ceiling ได้ตามความชอบเลยนั่นเอง แต่ปัจจุบันตัวโครงการได้ปิดการขายไปกว่า 90% แล้ว ทำให้มีเพียงรูปแบบห้อง Simplex แบบห้อง 1 Bedroom Smart Closet และ 1 Bedroom Smart Kitchen พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. ให้เลือกเท่านั้น ในราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท ซึ่งช่วงนี้อยู่ในระหว่างโอนห้องแล้ว ไม่แน่อาจจะมีห้องหลุดโอน ราคาดีให้เราเลือกซื้อค่ะ

  • Simplex (ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.50 เมตร)
    –  1 Bedroom Compact พื้นที่ใช้สอย 22.50 ตร.ม. (Sold Out)
    –  1 Bedroom Smart Closet พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม.
    –  1 Bedroom Smart Kitchen พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม.
    –  1 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. (Sold Out)
    –  1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 34.90 ตร.ม. (Sold Out)
    –  1 Bedroom Special พื้นที่ใช้สอย 34.00 ตร.ม. (Sold Out)
  • High Ceiling (ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 4.20 เมตร)
    –  1 Bedroom High Ceiling Compact พื้นที่โฉนด 22.50 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย (รวมชั้นลอย) 22.50+10.00 ตร.ม. (Sold Out)
    –  1 Bedroom High Ceiling Signature พื้นที่โฉนด 28.20 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย (รวมชั้นลอย) 28.20+12.00 ตร.ม. (Sold Out)
    –  1 Bedroom High Ceiling Extra พื้นที่โฉนด 28.00 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย (รวมชั้นลอย) 28.00+12.00 ตร.ม. (Sold Out)
    –  1 Plus Bedroom High Ceiling พื้นที่โฉนด 34.90 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย (รวมชั้นลอย) 34.90+12.00 ตร.ม. (Sold Out)
    –  1 Bedroom High Ceiling Special พื้นที่โฉนด 34.00 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย (รวมชั้นลอย) 34.00+12.00 ตร.ม. (Sold Out)

ส่วนภายในห้องจะตกแต่งแบบ Fully Fitted+เฟอร์นิเจอร์ Built-in บางส่วนมาให้ ไม่ว่าจะเป็นตู้รองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว พร้อมอ่างล้างจาน Hop & Hood, ตู้เสื้อผ้าและแอร์ในทุกแบบห้อง แต่ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์และจำนวนชิ้นจะขึ้นอยู่กับแบบห้องนะคะ ดังนั้นจึงช่วยให้เราประหยัดงบตกแต่งไปได้ประมาณนึงเลย เพียงซื้อของเพิ่มอีกเล็กน้อยก็อยู่อาศัยได้เลยค่ะ

สำหรับห้อง Pet Friendly ในชั้น 12-12A และชั้น 21-22 จะอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้เฉพาะน้องสุนัขและน้องแมวเท่านั้น โดยเลี้ยงได้ 1 ตัว/ 1 ห้อง และน้ำหนักของน้องๆต้องไม่เกิน 15 กิโลกรัม โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมของลูกบ้านห้อง Pet-Friendly ในเบื้องต้นเป็นค่าแรกเข้า 5,000 บาท และค่าส่วนกลางอีก 500 บาท/เดือน (รวม 6,000 บาท/ปี)

วัสดุภายในห้อง
– พื้นห้อง : พื้น SPC ลายไม้
– พื้นระเบียง : กระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 30×30 เซนติเมตร
– ผนังห้องฉาบเรียบทาสีขาว
– ไฟดาวน์ไลท์
– วัสดุกรอบบานหน้าต่าง : กรอบบานอลูมิเนียม
– กระจก : เขียวตัดแสง / ลามิเนต / นิรภัยเทมเปอร์ (ราวบันไดของห้อง High Ceiling)
– ผนังห้อง : ก่ออิฐหนา 12.5 เซนติเมตร ช่วยป้องกันเสียงรบกวนได้ระดับนึง
– ราวกันตกของห้อง Pet-Friendly มีระยะซี่ถี่ประมาณ 5 เซนติเมตร
– เครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก Panasonic (จำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแบบห้อง)
– Digital Door Lock
– Home Automation สำหรับปิด-เปิดไฟ / แอร์

วัสดุห้องครัว
– Top Counter หินสังเคราะห์
– อ่างล้างจาน, Hob และ Hood จาก TEKA

วัสดุห้องน้ำ
– พื้นและผนังห้องน้ำ : กระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60×60 เซนติเมตร
– ก๊อกน้ำ, อ่างล้างมือ, โถสุขภัณฑ์ และฝักบัว จาก Origin

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

สำหรับห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปดูจะเป็นห้องที่ยังมีให้เลือกซื้อ นั่นก็คือ  1 Bedroom Smart Kitchen และ 1 Bedroom Smart Closet ที่มีพื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. ที่ถึงแม้จะมีขนาดเท่ากันเลย แต่ออกแบบ Layout ภายในห้องแตกต่างกันชัดเจน จึงเลือกได้ระหว่างเน้นใช้งานพื้นที่ครัว กั้นห้องนอนเป็นสัดส่วน หรือต้องการพื้นที่เก็บเสื้อผ้าเยอะๆ ได้พื้นที่ภายในห้องยาวต่อเนื่องกันนั่นเอง


ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Smart Kitchen พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม.

ห้องแรกที่เราพามาชมกันก็คือ 1 Bedroom Smart Kitchen พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ “ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง” เหมาะมากๆสำหรับคนที่ชอบทำอาหารกินเองบ่อยๆ หรือไม่ชอบให้มีกลิ่นควัน-กลิ่นอาหารลอยเข้าไปติดเฟอร์นิเจอร์อื่นๆภายในห้อง เพราะสามารถเปิดประตูเพื่อระบายอากาศไปทางระเบียงได้โดยตรงนั่นเอง นอกจากนั้นยังแบ่งโซนพักผ่อนและ Service แยกเป็น 2 ฝั่งชัดเจน และกั้นห้องนอนเป็นสัดส่วน ได้ความเป็นส่วนตัวดีเลยค่ะ

  • แบ่งพื้นที่เป็น 2 ฝั่ง แยกโซนพักผ่อนและ Service ได้ชัดเจน
  • Common Area เชื่อมพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหาร ได้บรรยากาศโปร่งโล่ง
  • ห้องนอน มีประตูกระจกกั้นเป็นสัดส่วน
  • ห้องครัวแบบปิด ติดระเบียง สามารถใช้เป็นครัวไทย ทำอาหารได้จริงจัง
  • ห้องน้ำ กั้นแยกโซนชัดเจน ใช้งานง่ายจาก Common Area และห้องนอน
  • ระเบียง ใช้งานพื้นที่ด้านล่างได้ เพราะแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน

Image 1/2
ประตูห้อง

ประตูห้อง

ทางโครงการติดตั้ง Digital Door Lock ตรงประตูห้อง ทำให้ใช้งานได้ง่าย ส่วนบริเวณด้านล่างประตูจะมีกั้นพื้นสูงขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้มีเศษสิ่งสกปรกหรือฝุ่นต่างๆจากโถงทางเดินลอยพัดเข้ามาภายในห้องพักค่ะ

Image 1/4
Common Area

Common Area

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเป็น Common Area ที่ออกแบบเป็นพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหารอยู่บริเวณเดียวกัน มีข้อดีที่นอกจากจะได้พื้นที่ใช้งานต่อเนื่องกันแล้ว ยังได้พื้นที่เชื่อมต่อขนาดใหญ่ 2.45×3.55 เมตร และบรรยากาศที่โปร่งโล่งด้วยนั่นเอง แถมทางโครงการยังเลือกใช้ประตูกระจกกั้นห้องนอน ก็ทำให้แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาภายในห้องไม่ให้ดูมืดทึบด้วยค่ะ

วัสดุปูพื้นเป็น SPC ลายไม้ ให้บรรยากาศเหมาะแก่การพักผ่อน อีกทั้งยังทนความชื้นและรอยขีดข่วนของสัตว์เลี้ยงได้ด้วย ส่วนผนังและเพดานจะเป็นแบบฉาบเรียบ ทาสีขาว และไฟแบบดาวน์ไลท์ มีวัสดุกรอบบานหน้าต่างเป็นกรอบบานอลูมิเนียม กระจกแบบเขียวตัดแสง / ลามิเนต (เฉพาะราวบันไดของห้อง High Ceiling เป็นกระจกนิรภัยเทมเปอร์) พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก Panasonic มาให้ด้วย โดยจำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแบบห้อง และมี Home Automation สำหรับปิด-เปิดไฟ / แอร์ด้วย

นอกจากนั้นผนังห้องได้ก่อเป็นอิฐหนา 12.5 เซนติเมตร เพื่อช่วยป้องกันเสียงได้ระดับนึง เสียงน้องๆสัตว์เลี้ยงจะได้ไม่ดังรบกวนเพื่อนบ้านนั่นเอง ซึ่งเป็นการออกแบบเพื่ออยู่อาศัยกับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะนั่นเอง แต่ลูกบ้านทั่วไปก็ได้ประโยชน์เรื่องป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกด้วยเหมือนกันนะ

งั้นเรามาดูพื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ติดประตูห้องกันเลยค่ะ โดยจะมีขนาด 2.25×2.45 เมตร สามารถ Built-in ชั้นวางทีวีและมีพื้นที่ตั้งโต๊ะเล็กๆ โซฟายาว 2-3 ที่นั่งได้ มีพื้นที่เดินผ่านเข้า-ออกห้อง นอกจากนั้นมีพื้นที่ตรงผนังให้ติดตั้งชั้นวางของหรือราวแขวนต่างๆได้ด้วยนะ ก็ทำให้เราใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวตั้งได้ดี

ทางโครงการมี Built-in ชั้นวางรองเท้ามาให้ติดกับประตูเข้าห้องเลยนะ ทำให้เราสามารถเก็บรองเท้าได้หลายคู่เลย แถมมีชั้นวางของไว้สำหรับวางกุญแจหรือบัตรต่างๆที่ใช้งานบ่อยๆได้ค่ะ

ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นจะเป็นพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร มีความกว้างประมาณ 1.15 เมตร เราจึงตั้งโต๊ะและเก้าอี้ 2 ที่นั่งเหมือนห้องตัวอย่างได้เลยค่ะ หากใครที่นั่งกินข้าวหน้าทีวีเป็นปกติอยู่แล้ว ก็สามารถปรับพื้นที่นี้เป็นมุมนั่งทำงานได้นะคะ

ถัดจาก Common Area จะเป็นห้องนอนที่ทางโครงการมีการกั้นประตูกระจกมาให้เรียบร้อยเลย

Image 1/2
ประตูกระจกกั้น Common Area และห้องนอน

ประตูกระจกกั้น Common Area และห้องนอน

อย่างที่ได้บอกไปว่าทางโครงการออกแบบเป็นประตูกระจกบานเลื่อน เพื่อกั้นห้องนอนให้มีความเป็นสัดส่วนและส่วนตัว ซึ่งการเลือกใช้ประตูบานเลื่อน 3 ตอน ก็ทำให้เปิด-ปิดได้กว้างและง่าย อีกทั้งพอเลือกใช้เป็นกระจกก็เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องได้เยอะดีนั่นเอง

แต่สำหรับคนที่มีเพื่อนๆมาเยี่ยมบ่อยหรือชอบบรรยากาศเป็นส่วนตัว เราก็แนะนำให้ติดผ้าม่านตรงบานประตูกระจกนี้นะคะ พอตอนมีแขกมาเยี่ยมก็สามารถเลื่อนผ้าม่านปิดห้องนอน เพื่อให้ห้องนอนได้ความเป็นส่วนตัวอยู่นั่นเอง

Image 1/5
ห้องนอน

ห้องนอน

ห้องนอนจะมีขนาดอยู่ที่ 2.50×3.50 เมตร สามารถวางเตียง 5 ฟุตได้พอดีๆเลย จะมีพื้นที่รอบเตียงกว้างประมาณ 0.50 เมตร หากใครอยากติดตั้งทีวีก็แนะนำให้เลือกเป็นทีวีแบบแขวนตรงปลายเตียงนะคะ ส่วนด้านข้างเตียงฝั่งนึงจะมีพื้นที่ยืนแต่งตัวกว้างประมาณ 1.55 เมตร จึงยืนเลือกเสื้อผ้าและแต่งตัวได้สะดวก ซึ่งทางโครงการจะ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ด้วยค่ะ

Image 1/2
ทางโครงการติดตั้งตู้เสื้อผ้ามาให้

ทางโครงการติดตั้งตู้เสื้อผ้ามาให้

อย่างที่บอกไปนะคะว่าทางโครงการได้ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้เรียบร้อยเลย โดยภายในตู้จะมีราวแขวนเสื้อและกางเกง พร้อมลิ้นชักและชั้นวางของมาให้ครบ แต่ที่เราชอบคือบานตู้เสื้อผ้าที่เป็นกระจก ทำให้สามารถส่องเช็กความเรียบร้อยได้ง่ายดี ไม่ต้องหาซื้อกระจกมาติดตั้งเอง แถมออกแบบติดตั้งปลั๊กไฟด้านข้างตู้เสื้อผ้า ใกล้ๆหัวเตียงด้วย ทำให้เราสามารถชาร์จมือถือหรือตั้งโคมไฟเล็กๆได้ค่ะ ถึงจะดูเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่ก็ทำให้เราอยู่อาศัยได้สะดวกสบายมากขึ้นนะ

ต่อมาเราจะพามาดูโซน Service ที่อยู่อีกฝั่งของห้องกัน โดยจะเป็นห้องน้ำ พื้นที่อเนกประสงค์ ห้องครัวแบบปิดและระเบียงนั่นเอง

สำหรับพื้นที่อเนกประสงค์ที่อยู่ด้านหน้าของห้องน้ำและห้องครัว มีความกว้างประมาณ 1 เมตร ซึ่งเราสามารถใช้เป็นพื้นที่ตั้งโต๊ะแต่งหน้าเหมือนที่ทางห้องตัวอย่างตกแต่งให้ดูเป็นไอเดียได้เลย หรือจะทำ Built-in เป็นตู้เก็บของ-ชั้นวางของก็ดีเหมือนกัน เพราะเรื่องพื้นที่เก็บของไม่พอก็ถือเป็นปัญหาคลาสสิกที่ชาวคอนโดเจอกันประจำ ซึ่งเราก็มองว่ายิ่งมีเยอะก็ยิ่งดีค่ะ

Image 1/5
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

ห้องน้ำจะมีขนาด 1.45×2.40 เมตร ออกแบบแยกพื้นที่ส่วนเปียก-แห้งมาให้ชัดเจน ปูพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60×60 เซนติเมตร สามารถรักษาความสะอาดได้ง่าย ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งก๊อกน้ำ, อ่างล้างมือ, โถสุขภัณฑ์ และฝักบัว จากแบรนด์ของ Origin เองเลย อีกทั้งมี Low Wall ก่อกำแพงด้านหลังเคาน์เตอร์อ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์มาให้วางของตกแต่งหรืออุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำได้เยอะดีค่ะ รวมถึงมีกระจกเงาที่มีความยาวเกือบเต็มผนังห้อง ทำให้เราส่องกระจกได้ชัดเจนดี

สำหรับพื้นที่อาบน้ำมีความกว้างประมาณ 0.90 เมตร พร้อมเจาะช่องตรงผนังด้านข้าง เพื่อวางอุปกรณ์อาบน้ำและหยิบใช้งานได้สะดวก พร้อมติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาให้เรียบร้อย ป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นค่ะ รวมถึงได้เดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้ด้วยนะ

ต่อมาเราจะไปดูห้องครัวแบบปิดกัน โดยจะมีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ทำให้เลื่อนเปิด-ปิดประตูได้กว้างมากกว่าแบบ 2 ตอนนะ

Image 1/6
ห้องครัวแบบปิด

ห้องครัวแบบปิด

นี่คือ Highlight ของแบบห้องนี้เลย นั่นก็คือ ห้องครัวแบบปิดติดระเบียงนั่นเอง จึงเหมาะมากๆสำหรับคนที่ชอบทำอาหารกินเองหรือไม่ชอบให้มีกลิ่นอาหารต่างๆลอยเข้าไปในห้องค่ะ ซึ่งจะมีขนาดห้องอยู่ที่ 1.30×2.40 เมตร และมีพื้นที่ยืนประกอบอาหารกว้างประมาณ 0.80 เมตร ถือว่ายืนได้พอดีๆเลยค่ะ

ส่วนชุดเคาน์เตอร์ครัวนี้ทางโครงการได้ติดตั้งมาให้นะคะ โดย Top ด้วยหินสังเคราะห์ที่ทนทานและทำความสะอาดได้ง่ายพร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่าง สำหรับเก็บวัตถุดิบและอุปกรณ์ของใช้ในครัว โดยพื้นที่บนเคาน์เตอร์กว้าง ทำให้เตรียมอาหารได้ง่าย พร้อมติดตั้งอ่างล้างจาน, Hob และ Hood จาก TEKA แต่ Hood ไม่ได้เป็นระบบหมุนเวียนที่ดูดควันไปปล่อยนอกอาคาร ทำให้ต้องเปลี่ยนไส้กรองกันด้วยนะคะ

นอกจากนั้นเราแนะนำให้ติดตั้ง Backsplash บริเวณผนังด้านหลังเคาน์เตอร์เพิ่มเติมนะคะ เพื่อช่วยเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายและผนังไม่เป็นคราบจากการทำอาหารนั่นเอง

Image 1/2
ระเบียง

ระเบียง

ถัดจากห้องครัวจะเป็นระเบียง โดยเลือกใช้เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ทำให้เปิดได้กว้าง จึงเดินเข้า-ออกได้ง่าย ซึ่งระเบียงนี้จะมีขนาด 1.15×1.30 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 30×30 เซนติเมตร ที่ดูแลรักษาได้ง่าย พร้อมแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน ทำให้มีพื้นที่ด้านล่างใช้เป็นมุมปลูกต้นไม้หรือตั้งราวตากผ้าได้เลย อีกทั้งมีระแนงพรางสายตาตรงพื้นที่ Condensing Unit ทำให้ดูเรียบร้อยดีเมื่อมองจากด้านนอกอาคารนั่นเอง

นอกจากนั้นสำหรับราวกันตกของห้อง Pet-Friendly จะมีระยะซี่ที่ถี่ประมาณ 5 เซนติเมตร มากกว่าห้องแบบปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้น้องๆสัตว์เลี้ยงลอดราวกันตกออกไปนั่นเอง


ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Smart Closet พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม.

ต่อมาเราจะพามาชม 1 Bedroom Smart Closet พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. โดยมีขนาดห้องเท่ากับห้องก่อนหน้านี้เลย แต่ห้องนี้จะมีจุดเด่นอยู่ที่ “Walk-in Closet ขนาดใหญ่” จึงเหมาะมากๆสำหรับสาวๆที่มีเสื้อผ้าเยอะหรือสายแฟชั่นนิสต้า ชอบแต่งตัวนั่นเอง นอกจากนั้นยังได้ห้องครัวแบบปิดตรงหน้าห้องเลย รวมถึงได้ Common Area และห้องนอนอยู่บริเวณเดียวกัน จึงเหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่ด้วยค่ะ

  • โซน Service อยู่ด้านหน้าห้อง ทำให้พื้นที่พักผ่อนอยู่ด้านใน ได้ความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว
  • ห้องครัวแบบปิด ทำอาหารจริงจังได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นและควันจะลอยเข้ามาในห้อง
  • Common Area และพื้นที่นอนอยู่บริเวณเดียวกัน ได้พื้นที่พักผ่อนเชื่อมต่อกันขนาดใหญ่
  • ห้องน้ำ แบ่งเป็นสัดส่วน ใช้งานได้ง่าย
  • ระเบียง แขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน จึงมีพื้นที่ตั้งเครื่องซักผ้า-ตากผ้าได้

Image 1/2
ประตูห้อง

ประตูห้อง

ประตูห้องพักอาศัยจะติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ทุกยูนิต จึงใช้งานได้สะดวก นอกจากนั้นยังออกแบบพื้นกั้นสูงขึ้นมา ป้องกันเศษสิ่งสกปรกหรือฝุ่นต่างๆจากโถงทางเดินไม่ให้ลอยเข้าไปในห้องด้วย

Image 1/4
ห้องครัวแบบปิด

ห้องครัวแบบปิด

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับห้องครัวแบบปิดเลย โดยจะมีขนาด 1.70×2.45 เมตร มีพื้นที่ยืนประกอบอาหารกว้างประมาณ 1.15 เมตร ซึ่งทางโครงการก็ได้ Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้อยู่ฝั่งนึงของห้อง ส่วนอีกฝั่งจะ Built-in ตู้รองเท้ามาให้และเว้นพื้นที่สำหรับตั้งตู้เย็นค่ะ ซึ่งปูพื้นเป็นกระเบื้องขนาด 60×60 เซนติเมตร จึงเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

ตู้รองเท้าที่ทางโครงการ Built-in มาให้จะออกแบบเหมือนห้องที่เราพาไปดูกันมาก่อนหน้านี้เลย โดยสามารถวางรองเท้าได้หลายคู่ มีพื้นที่วางพวกกุญแจหรือบัตรต่างๆที่ใช้งานบ่อยๆได้ ก็ถือว่าใช้งานได้สะดวกดีเลย เพราะพอเข้าห้องมาก็ถอดรองเท้าเก็บเข้าตู้และวางของต่างๆได้ค่ะ

Image 1/5
เคาน์เตอร์ครัว

เคาน์เตอร์ครัว

ส่วนอีกฝั่งของห้องจะเป็นชุดเคาน์เตอร์ครัวที่ทางโครงการได้ติดตั้งมาให้ พร้อม Top เคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์ มี Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่าง ช่วยให้เก็บของได้เยอะ อีกทั้งมีพื้นที่บนเคาน์เตอร์กว้าง จึงวางของและเตรียมอาหารได้ง่าย เลือกติดตั้งอ่างล้างจาน, Hob และ Hood จาก TEKA แต่อย่าลืมเปลี่ยนไส้กรองของ Hood ด้วยนะคะ นอกจากนั้นเราสามารถติดตั้ง Backsplash บริเวณผนังด้านหลังเคาน์เตอร์เพิ่ม ผนังจะได้ไม่เป็นคราบจากการทำอาหาร อีกทั้งช่วยเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายค่ะ

ก่อนจะไปยังโซนพักผ่อนด้านในจะมีติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่น-ควันจากการทำอาหารไม่ลอยเข้าไปติดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง นอกจากนั้นยังได้ความเป็นสัดส่วน รวมถึงยังใช้ห้องครัวเป็น Buffer Zone เพื่อป้องกันเสียงดังจากโถงทางเดินไม่ให้รบกวนการพักผ่อนภายในห้อง ทำให้ได้ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้นนั่นเอง

Image 1/3
Common Area

Common Area

ถัดจากห้องครัวเข้ามาด้านในห้องจะเจอกับพื้นที่พักผ่อนที่เป็น Common Area และห้องนอนนั่นเอง โดยมีขนาดอยู่ที่ 2.50×5.45 เมตร ทำให้ได้พื้นที่ขนาดใหญ่ ส่วนตัวเรามองว่าเหมาะสำหรับคนที่เน้นพักผ่อนอยู่ในห้องเป็นหลัก ไม่ได้มีแขกมาเยี่ยมบ่อยๆ จึงไม่ซีเรียสที่ห้องนอนอยู่บริเวณเดียวกับ Common Area ค่ะ

นอกจากนั้นยังเปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็น SPC ลายไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น อีกทั้งมีคุณสมบัติทนความชื้นและรอยขีดข่วนของสัตว์เลี้ยงได้ ส่วนผนังก่ออิฐหนา 12.5 เซนติเมตร เพื่อช่วยป้องกันเสียงรบกวนได้ระดับนึง พร้อมฉาบเรียบ ทาสีขาว และติดตั้งไฟแบบดาวน์ไลท์ มีวัสดุกรอบบานหน้าต่างเป็นกรอบบานอลูมิเนียม กระจกแบบเขียวตัดแสง / ลามิเนต (เฉพาะราวบันไดของห้อง High Ceiling เป็นกระจกนิรภัยเทมเปอร์) เลือกใช้เครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก Panasonic (จำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแบบห้อง) และมี Home Automation สำหรับปิด-เปิดไฟ / แอร์ด้วย

Image 1/2
Living Area

Living Area

พื้นที่นั่งเล่นจะมีขนาดอยู่ที่ 2.50×2.75 เมตร สามารถตกแต่งเหมือนห้องตัวอย่างได้เลย ทั้ง Built-in ชั้นวางทีวี ตั้งโซฟา 2-3 ที่นั่งพร้อมโต๊ะเล็กๆตรงกลาง ซึ่งมีพื้นที่เหลือให้เราสามารถเดินผ่านเข้า-ออกได้ค่ะ

ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นจะเป็นพื้นที่เตียงนอนเลย ซึ่งจริงๆแล้วด้วยการออกแบบ Open Plan เราจึงสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นนะ จะจัดเป็นมุมนั่งทำงานระหว่างพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่เตียงนอนก็ได้เหมือนกันค่ะ

Image 1/3
พื้นที่นอน

พื้นที่นอน

สำหรับพื้นที่เตียงนอนนี้จะมีขนาดประมาณ 2.50×2.70 เมตร จึงวางเตียง 5-6 ฟุตได้ มีพื้นที่วางโต๊ะเล็กๆข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนด้านข้างก็มีหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับวิวและแสงธรรมชาติ

ทางโครงการออกแบบมีประตูเล็กๆ เป็นกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ถัดจากโซนพักผ่อน เพื่อเปิดเชื่อมไปยังพื้นที่ Walk-in Closet, ห้องน้ำและระเบียงนั่นเอง

Image 1/2
พื้นที่ Walk-in Closet

พื้นที่ Walk-in Closet

พื้นที่แต่งตัวแบบ Walk-in Closet ถือเป็น Highlight ของห้องนี้เลย เพราะมีขนาดใหญ่ 1.30×3.35 เมตร และทางโครงการก็ Built-in โต๊ะแต่งหน้าและตู้เสื้อผ้าเป็นแนวยาวตามขนาดห้องเลยนั่นเอง จึงสามารถจัดเก็บเสื้อผ้าได้เยอะมากๆ มีทั้งช่องวางของและราวแขวนต่างๆให้ใช้งาน แต่ไม่ได้ติดตั้งหน้าบานตู้มาให้นะ มีข้อดีที่หยิบเลือกเสื้อผ้าได้ง่าย แต่ก็ต้องระวังเรื่องฝุ่นต่างๆแทนค่ะ จึงต้องคอยรักษาความสะอาดอยู่เสมอนะคะ

ถัดจากพื้นที่ Walk-in Closet จะเป็นห้องน้ำ ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องกันดี เพราะพออาบน้ำเสร็จก็มายืนเลือกเสื้อผ้าตรงนี้ได้เลยนั่นเอง นอกจากนั้นจากห้องนอนเองก็เดินมาใช้งานได้ง่ายดีค่ะ

Image 1/5
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

การออกแบบห้องน้ำจะเหมือนกับห้องตัวอย่างก่อนหน้านี้เลย โดยมีขนาด 1.40×2.40 เมตร ออกแบบแยกโซนแห้ง-เปียกชัดเจน มีวัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60×60 เซนติเมตร พร้อมเลือกใช้สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดจากแบรนด์ Origin เอง

ส่วนที่เราชอบก็คือ Low Wall ที่ก่อกำแพงด้านหลังเคาน์เตอร์อ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์มาให้ จึงวางของใช้ในห้องน้ำได้เยอะดีค่ะ รวมถึงยังได้กระจกส่องแนวยาวเกือบเต็มผนังห้องด้วย สำหรับพื้นที่อาบน้ำมีความกว้าง 0.90 เมตร และเจาะช่องตรงผนังด้านข้างวางอุปกรณ์อาบน้ำต่างๆได้ พร้อมฉากกั้นกระจกอาบน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นนั่นเอง

Image 1/2
ระเบียง

ระเบียง

ทางโครงการออกแบบเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนกั้นระหว่างพื้นที่ Walk-in Closet ก่อนออกไปยังระเบียง โดยระเบียงนี้จะมีขนาดอยู่ที่ 1.15×1.30 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 30×30 เซนติเมตร

ซึ่งเราสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นด้านล่างเป็นพื้นที่ตั้งเครื่องซักผ้าเหมือนห้องตัวอย่างได้เลย แถมมีพื้นที่ตั้งราวตากผ้าได้ รวมถึงจะปลูกต้นไม้เพิ่มวิวสีเขียวให้ภายในห้องก็ได้เหมือนกัน เพราะทางโครงการได้แขวน Condensing Unit ไว้ด้านบนนั่นเอง นอกจากนั้นยังออกแบบระแนงพรางสายตาบริเวณ Condensing Unit ทำให้เวลามองจากด้านนอกจะดูเรียบร้อย สะอาดตา ส่วนห้อง Pet-Friendly จะออกแบบราวกันตกที่มีระยะซี่ถี่ประมาณ 5 เซนติเมตร มากกว่าห้องแบบปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้น้องๆสัตว์เลี้ยงหลุดลอดออกไปค่ะ


ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom High Ceiling Signature พื้นที่โฉนด 28.20 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย (รวมชั้นลอย) 28.20+12.00 ตร.ม.

ถึงแม้ห้อง High Ceiling จะขายหมดเรียบร้อยแล้ว แต่เราได้เก็บภาพบรรยากาศมาให้ชมกันด้วยนะคะว่าบรรยากาศของห้อง High Ceiling ความสูง 4.20 เมตร จะแตกต่างกับห้องแบบ Simplex ยังไงบ้าง

Image 1/14
ห้องครัวแบบปิด

ห้องครัวแบบปิด

ภาพบรรยากาศห้องตัวอย่าง  1 Bedroom High Ceiling Signature

ราคา

Origin Play Bangkhunnon Triple Station (ออริจิ้น เพลย์ บางขุนนนท์ ทริปเปิ้ล สเตชั่น) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2568)

ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร

  • 1 Bedroom Smart Closet (Simplex) พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 17,139 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,680 บาทต่อเดือน (ห้อง Pet Friendly 2,180 บาทต่อเดือน)
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 16,800 บาท
  • 1 Bedroom Smart Kitchen (Simplex) พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 17,139 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,680 บาทต่อเดือน (ห้อง Pet Friendly 2,180 บาทต่อเดือน)
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 16,800 บาท

  • รูปแบบการขาย Fully Fitted + เฟอร์นิเจอร์บางชิ้น ได้แก่ ตู้รองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว พร้อมอ่างล้างจาน Hop & Hood, ตู้เสื้อผ้าและแอร์ (ดีไซน์เฟอร์นิเจอร์และจำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแบบห้อง)
  • จอง 5,000 บาท
  • ทำสัญญา 5,000 บาท
  • ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม. (จ่ายครั้งเดียว)
  • ค่าส่วนกลาง 60 บาท/ตร.ม./เดือน (ห้อง Pet-Friendly จ่ายเพิ่มอีก 500 บาท/เดือน)

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร 

เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ

  • มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
  • ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
  • มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป

หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ

บทสรุป

ทำเล :

เป็นคอนโด High Rise ใกล้ศิริราช ถือเป็น Product หายาก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นคอนโด Low rise เพราะมีข้อจำกัดเรื่องความสูงอาคารที่ใกล้กับเกาะรัตนโกสินทร์ นอกจากนั้นยังเป็นคอนโดที่มีห้องฝ้าเพดานสูงให้เลือกและเป็นคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้แห่งเดียวในย่านบางขุนนนท์ด้วยค่ะ

ตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนบางขุนนนท์ อีกทั้งเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า MRT ได้ง่าย ทำให้เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์และรถสาธารณะ นอกจากนั้นยังเป็นย่านชุมชนจึงได้บรรยากาศเหมาะแก่การพักผ่อน ส่วนเรื่องความอุดมสมบูรณ์ก็ถือว่าสูง เพราะมีร้านค้า ร้านอาหารเรียงรายตลอดแนวถนน อย่างฝั่งตรงข้ามจะมีร้านสะดวกซื้อ 7-11 และร้านคลังยา หากจะไปห้างใหญ่ๆก็มีทั้ง Central ปิ่นเกล้า, The Sense และ Major Cineplex นอกจากนั้นยังมีโรงพยาบาลและสถานศึกษาในระยะ 4 กิโลเมตร

การเดินทางโดยใช้รถ :

ทางเข้า-ออกโครงการอยู่ติดถนนบางขุนนนท์ เชื่อมต่อถนนได้หลายสาย ไม่ว่าจะเป็นถนนจรัญสนิทวงศ์, ถนนบรมราชชนนี, ถนนสิรินธร, ถนนราชพฤกษ์, ถนนอรุณอมรินทร์และถนนราชวิถี ส่วนทางด่วนที่ใกล้สุดจะเป็นทางพิเศษประจิมรัถยา ด่านบรมราชชนนี ที่ห่างจากโครงการ 4.9 กิโลเมตร จึงใช้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่าย

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :

ถือว่าสะดวกมากๆ เพราะอยู่ใกล้ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์เพียง 200 เมตร ซึ่งในอนาคตจะเป็น Interchange Station เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตะวันตกและสายสีแดงอ่อน ทำให้เดินทางได้สะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงมีรถสาธารณะผ่านไป-มาอย่าง Taxi, รถสองแถว, วินมอเตอร์ไซค์ และรถเมล์ที่มีป้ายรอรถเมล์อยู่ด้านหน้าโครงการเลยค่ะ ทำให้สามารถใช้บริการได้ง่ายดีเลย

วัสดุ :

รูปแบบการขายเป็น Fully Fitted + Built-in เฟอร์นิเจอร์มาให้บางส่วน ทำให้เราสามารถตกแต่งและเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ได้ตามการใช้งาน แต่ก็ต้องเผื่องบสำหรับตกแต่งไว้ด้วยนะคะ ส่วนการเลือกใช้วัสดุในโครงการถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานของระดับราคาทั้งพื้น SPC ลายไม้ ทนต่อความชื้นและรอยขีดข่วนจากสัตว์เลี้ยง ผนังหนา ป้องกันเสียงสัตว์เลี้ยงดังรบกวน ชุดครัวจาก TEKA และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจากแบรนด์ Origin เองเลย รวมถึงติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก Panasonic, Digital Door Lock และ Home Automation สำหรับปิด-เปิดไฟ / แอร์มาให้เรียบร้อยค่ะ

การออกแบบ :

ออกแบบเป็นคอนโด High Rise ที่มีจำนวนยูนิตไม่เยอะ มีเพียง 476 ยูนิต ทำให้ได้บรรยากาศภายในโครงการที่ไม่พลุกพล่าน รวมถึงมีตำแหน่งห้องที่ติดเพื่อนบ้านด้านเดียวให้เลือกเยอะ ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย นอกจากนั้นเป็นคอนโดแห่งเดียวบนย่านบางขุนนนท์ที่มีห้องเพดานสูง 4.2 เมตรและเลี้ยงสัตว์ได้ เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศในห้องแบบโปร่งโล่งและกลุ่ม Pet Parent สำหรับพื้นที่ส่วนกลางก็มีมาให้เยอะถึง 8 ชั้น มีพื้นที่ส่วนกลางให้สัตว์เลี้ยงใช้งานได้และบางฟังก์ชันเปิด 24 ชั่วโมง พร้อมพื้นที่สวนสีเขียวที่กระจายหลายจุด ซึ่งเราชอบที่ออกแบบพื้นที่สีเขียวแต่ละชั้นจะมีฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างกัน

สำหรับรูปแบบห้องจะมีทั้งแบบ Simplex และ High Ceiling จึงเลือกได้ตามความชอบ โดยเน้นห้อง 1 Bedroom อยู่อาศัย 1-2 คนได้สบายๆ และมีแบบห้องใหเ้ลือกเยอะถึง 11 แบบ จึงรองรับได้ทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากนั้นห้องแบบ Pet-Friendly จะมีให้เลือกทั้งห้อง Simplex และ High Ceiling ทำให้ลูกบ้านที่อยู่อาศัยกับน้องๆสัตว์เลี้ยงก็มีตัวเลือกห้องที่หลากหลายค่ะ โดยขายแบบ Fully Fitted+เฟอร์นิเจอร์ Built-in บางส่วน จึงต้องเผื่องบสำหรับตกแต่งด้วยนะคะ

สาธารณูปโภค :

ถึงแม้จะมีจำนวนยูนิตไม่เยอะมากนัก แต่จัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางมาให้ถึง 8 ชั้น โดยหลักๆจะอยู่ที่ชั้น 1 เป็นพื้นที่ต้อนรับ สวนสีเขียวและ Passive Faclities ส่วนชั้น 30 จะเน้นเป็น Active Faclities เราชอบที่นอกจากจะมีพื้นที่ส่วนกลางพื้นฐานมาครบแล้ว ยังมีส่วนกลางอื่นๆที่หลากหลายดีไม่ว่าจะเป็น E-Sport Room, ห้องซ้อมดนตรี Sound Lab, Half Basketball Court, Rock Climbing และ Bike Simulator Room นอกจากนั้นยังมี Co-Working Space และ Fitness เปิด 24 ชั่วโมง ทำให้ใช้งานได้ยืดหยุ่น สำหรับพื้นที่สวนสีเขียวก็ออกแบบกระจายหลายจุดและมีฟังก์ชันการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น สวนสีเขียว, ศาลานั่งพักผ่อน, ปีนผา หรือพื้นที่นั่งดูหนังในสวน เป็นต้น

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 130,000 บาท/ตร.ม., 23 ธันวาคม 2568

UPPER CLASS

หมวดหมู่ คะแนน
หมายเหตุ
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 8.25/10 ติดถนนบางขุนนนท์ ใกล้ MRT 200 ม. มีร้านค้า ร้านอาหารเยอะ
เดินทางด้วยรถ 8/10 ติดถนนใหญ่ เชื่อมต่อถนนหลายสาย ใกล้ทางด่วน
ไม่ใช้รถ 8.5/10 ใกล้ MRT บางขุนนนท์ 200 ม. เป็น Interchange Station เชื่อมรถไฟฟ้าสายสีส้มและแดงอ่อนในอนาคต
วัสดุ 7.75/10 Fully Fitted+เฟอร์นิเจอร์ Built-in บางส่วน ตามมาตรฐานระดับราคานี้
แบบ 8/10 ห้องเพดานสูงและเลี้ยงสัตว์ได้แห่งเดียวในย่านบางขุนนนท์
สาธารณูปโภค 8.5/10  พื้นที่ส่วนกลาง 8 ชั้น บางฟังก์ชันเปิด 24 ชม. ได้พื้นที่สีเขียวหลายจุด มีส่วนกลางสำหรับสัตว์
รวมคะแนน 8.18 จาก 10 คะแนน

Origin Play Bangkhunnon Triple Station (ออริจิ้น เพลย์ บางขุนนนท์ ทริปเปิ้ล สเตชั่น) ดีไหม?

โครงการ Origin Play Bangkhunnon Triple Station (ออริจิ้น เพลย์ บางขุนนนท์ ทริปเปิ้ล สเตชั่น) เป็นคอนโดที่มีห้องเพดานสูงให้เลือกและเลี้ยงสัตว์ได้แห่งเดียวบนย่านบางขุนนนท์ นอกจากนั้นยังเป็นคอนโด High Rise ใกล้ศิริราชที่ถือเป็น Product หายาก

ทำให้เหมาะกับกลุ่มคนทำงานหรือบุคลากรทางการแพทย์ที่มองหาคอนโดบางขุนนนท์แบบพร้อมอยู่ เดินทางสะดวก ได้ทำเลติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้ารถไฟฟ้า 3 สาย มีความอุดมสมบูรณ์โดยรอบสูง อีกทั้งยังมีพื้นที่ส่วนกลางเยอะ เพราะมีถึง 8 ชั้น แถมบางฟังก์ชันเปิด 24 ชั่วโมงและมีส่วนกลางสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วย ส่วนตัวห้องจะมีทั้งแบบ Simplex และ High Ceiling เน้นห้อง 1 Bedroom เป็นหลัก อยู่อาศัย 1-2 คนได้สบายๆ โดยมีแบบห้องเยอะถึง 11 แบบ รองรับได้ทุกไลฟ์สไตล์ เลือกซื้อง่าย ได้ครัวปิดทุกห้อง แต่ปัจจุบันขายไปกว่า 90% แล้ว จึงมีให้เลือกเพียง 1 Bedroom Smart Closet และ 1 Bedroom Smart Kitchen พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท

ตัวอย่างโครงการคอนโดบางขุนนนท์และโซนข้างเคียง

Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่