
Wellness Residence อาจไม่ใช่ Conceptใหม่ในตลาดคอนโด
แต่โครงการที่พัฒนาได้ “ลึก” จนมีรางวัลการันตีความตั้งใจจริง ไม่ได้มีมากนัก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรามีโอกาสเข้าชมคอนโดในเครือของ Proud Real Estate ที่เป็นเหมือนนักกวาดรางวัลด้าน Wellness ไปแล้ว จริงๆแล้วโครงการในเครือ Proud มีไม่มากนัก แต่หลายโครงการกับได้รับรางวัลด้าน Wellness รวมถึง ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) ที่ได้รางวัล Best Wellness Residence Development ในงาน Property Guru Thailand Property Awards 2024 ที่ไม่ได้วางตัวเป็นเพียงที่อยู่อาศัยในเมือง แต่พยายามเชื่อม “การใช้ชีวิต” เข้ากับ “สุขภาวะ” อย่างจริงจัง จนผ่านองค์ประกอบหลายๆด้าน ทั้งเรื่องทำเล , การออกแบบ , ส่วนกลางและ Service ที่ส่งเสริมด้านสุขภาพทั้งด้านกายและใจ
จุดที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจ คือการออกแบบส่วนกลางและฟังก์ชันต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์บริบทของทำเลได้ค่อนข้างลงตัว ด้วยความที่อยู่ตรงข้าม BNH Hospital และเยื้องๆโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ จึงมีทั้ง Wellness Lounge สำหรับการเข้ารับบริการจากบุคลากรทางการแพทย์, สิทธิพิเศษระดับ VVIP จาก BNH Hospital, รวมถึง Teens Club ที่รองรับการใช้งานของวัยเรียนและวัยทำงานได้ในพื้นที่เดียวกัน
อีกหนึ่งจุดเด่นที่สะท้อนการออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยจริง คือ ที่จอดรถ 113%
ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับโครงการในย่าน CBD และสอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินทางของคนในโซนนี้ที่ยังพึ่งพารถส่วนตัวเป็นหลัก แม้จะอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสถานี Interchange เพียงประมาณ 500 เมตร
ในด้านการออกแบบส่วนกลาง โครงการวางคอนเซ็ปต์ The Sky Retreat ไว้บนชั้น 30-32
โดยแบ่งฟังก์ชันเป็นโซนอย่างชัดเจน เช่น ชั้นสำหรับออกกำลังกาย ที่รวม สระว่ายน้ำ, Fitness และ Wellness Studio ไว้ด้วยกัน และชั้นสำหรับพักผ่อนที่มี Family Onsen, Aqua Symphony และ Treatment Room อยู่ในโซนเดียวกัน
ทำให้การใช้งานมีลำดับและบรรยากาศที่ต่อเนื่องมากขึ้น
ขณะที่ด้านความเป็นส่วนตัว โครงการนี้มีเพียง 175 ยูนิต
นับว่าเป็นโครงการมือหนึ่งที่มีจำนวนยูนิตไม่มากในย่านนี้ และแต่ละชั้นมีจำนวนยูนิตไม่เกิน 8 ยูนิต ช่วยให้บรรยากาศการอยู่อาศัยสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
อีกทั้งห้องพักยังเน้นยูนิตขนาดใหญ่เป็นหลัก มีให้เลือกตั้งแต่ 1 Bedroom ไปจนถึง Penthouse สำหรับคนที่มองหาคอนโดในเมืองที่ให้ความสำคัญทั้งทำเล ความเป็นส่วนตัว และไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพ
ก่อนลงรายละเอียดทั้งหมด มาดูบรรยากาศจริงและจุดเด่นของโครงการนี้ไปพร้อมกัน
ข้อมูลโครงการ
ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) ณ วันที่ 24 กันยายน 2569
| ชื่อโครงการ | ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) |
| SEGMENT CLASS | LUXURY CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก |
| ที่ดิน | 1–2–40.7 ไร่ |
| ประเภทคอนโด | High Rise 32 ชั้น 1 อาคาร |
| จำนวนยูนิต | 175 ยูนิต |
| ยูนิตต่อชั้นสูงสุด | 8 ยูนิต |
| ที่จอดรถ | 198 คัน คิดเป็น 113% แบ่งเป็นที่จอดแบบ Automatic Parking 192 คัน และที่จอดแบบปกติ 6 คัน (รวมที่จอดรถคนพิการ) |
| เริ่มก่อสร้าง | ปี 2566 |
| คาดว่าจะแล้วเสร็จ | ปี 2569 |
| ประเภทห้องพัก |
|
| ฝ้าเพดานสูง | 2.95 เมตร |
| ราคาเริ่มต้น | 12.9 ล้านบาท |
| ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ | ประมาณ 290,000 บาท/ตร.ม. |
| EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) | ผ่าน EIA แล้ว |
| เว็บไซต์โครงการ | คลิกที่นี่ |
| เบอร์โทร | 02-035-0999 |

ทำเลที่ตั้ง
Highlight
- ทำเลใจกลาง CBD สีลม-สาทร : เชื่อมต่อได้ทั้งถนนสีลมและถนนสาทร ใกล้ทั้งแหล่งงาน , ห้าง , โรงพยาบาลและสถานศึกษา เดินทางสะดวกไม่ว่าจะใช้รถยนต์หรือรถไฟฟ้า
- ใกล้แหล่งอุดมความสมบูรณ์ : ทั้ง One Bangkok , Dusit Central Park , Silom Edge และ Silom Complex
- ใกล้รถไฟฟ้าสถานี Interchange Station : ในระยะ 500 เมตร ถึง BTS ศาลาแดงส่วน MRT สีลมห่างออกไปอีก 250 เมตร เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกการเดินทาง
- ใกล้ทางด่วนเฉลิมมหานครและทางด่วนศรีรัช ในระยะประมาณ 2-4 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก
- อยู่ตรงข้ามกับ BNH Hospital : หากใครมีนัดต้อง Follow Up กับคุณหมอบ่อยๆ ไปหาหมอสะดวกมากเลย หรือเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยก็ไปหาหมอไม่ยาก ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานในโรงพยาบาลนี้ก็ไปทำงานสะดวกเช่นกัน
- ใกล้โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ : 190 เมตร ลูกหลานเดินไปเรียนเองได้เลย เป็นเหมือนการซื้อเวลานอนให้เด็กๆได้นอนนานขึ้น
พิกัด Google Maps : 13.72446801354389, 100.53467379719734
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) ตั้งอยู่ตรงไหน?
โครงการ ตั้งอยู่บนถนนคอนแวนต์หรือที่คนมักเรียกกันว่าซอยคอนแวนต์ ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนสาทรและถนนสีลม ทำให้เดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกมากๆ เชื่อมไปถนนพระราม 4 ถนนนราธิวาส ถนนวิทยุ ถนนพญาไทและถนนเจริญกรุงได้
โดยโครงการจะอิงมาใกล้ฝั่งสาทรมากกว่านะ เพราะห่างจากถนนสาทรแค่ประมาณ 100 เมตรเท่านั้นเองค่ะ ภายในซอยนี้มีความคึกคักมากทีเดียวเพราะมีทั้ง Office Building , โรงพยาบาลและโรงเรียนชื่อดัง ทำให้บรรยากาศภายในซอยเต็มไปด้วยผู้คนเดินไปมาตลอดเวลา แต่ช่วงที่โครงการตั้งอยู่ กลับไม่วุ่นวาย เหมาะกับการอยู่อาศัยค่ะ
ได้ยินแค่ชื่อถนนชื่อย่าน เพื่อนๆก็พอจะรู้แล้วใช่มั้ยคะ ว่าโครงการ ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) อยู่ใจกลาง CBD สีลม-สาทร ดังนั้นเราจึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความสะดวกสบายหรือใกล้แหล่งอุดมความสมบูรณ์เลยค่ะ รอบๆโครงการถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจมีอาคารสำนักงาน โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว โรงพยาบาลชั้นนำอย่าง BNH Hospital ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของโครงการแล้ว ยังมีโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์, โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียนและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมถึงโรงเรียนเอกชนชื่อดังหลายแห่งทั้งโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์, St.Andrews International School, โรงเรียนอัสสัมชัญ (แผนกประถม) และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
ส่วนห้างที่ใกล้โครงการที่สุดในระยะไม่กี่ร้อยเมตรจะมี Silom Complex ศูนย์การค้าเก่าแก่ที่มีร้านค้าร้านอาหารอยู่มากมาย แต่หากพูดถึงโครงการ Mixed Use ที่เป็นที่พูดถึงในช่วง 1-2 ปีมานี้ อย่างตรงแยกวิทยุเป็น One Bangkok ที่ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน โรงแรมหรู ที่พักอาศัยระดับ Ultra Luxury ธุรกิจค้าปลีก พื้นที่พักผ่อน พื้นที่ศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงพื้นที่สีเขียว ส่วนตรงหัวมุมแยกสีลมเป็น Dusit Central Park โครงการ Mix-Used ระหว่างโรงแรม คอนโดมิเนียม ศูนย์การค้าและออฟฟิศ ก็อยู่ห่างแค่กิโลเมตรกว่าๆเท่านั้นเอง
ทำให้โซนนี้มีทั้งร้านอาหารตั้งแต่ Street Food ไปจนถึง Fine dining หรือ Michelin Star เลย อีกทั้งใกล้สวนสาธารณะขนาดใหญ่อย่างสวนลุมพินี ให้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศการออกกำลังกายได้ด้วย
นอกจากนี้โครงการยังใกล้ตัวเลือกในการเดินทางอย่างรถไฟฟ้าสถานี Interchange ระหว่าง BTS สายสีเขียวอ่อน สถานีศาลาแดงและ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีสีลม ทำให้เราเดินทางไปโซนสำคัญๆได้สะดวกมากขึ้น เช่น โซนอโศก , สยาม , พระราม 9 และลาดพร้าว โดยตัวสถานี BTS จะห่างจากโครงการแค่ 500 เมตรเท่านั้นเองค่ะ ส่วน MRT อาจต้องเดินต่อสักหน่อยประมาณ 250 เมตร
ส่วนใครที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักก็เดินทางง่ายนะ เพราะโครงการอยู่ไม่ไกลจากทางด่วน 2 เส้นทางด้วยกัน คือ
- ทางด่วนเฉลิมมหานคร จุดขึ้น-ลงทางด่วนที่ใกล้สุด คือ ด่านแยกพระราม 4 มีระยะห่างจากโครงการ 2.4 กิโลเมตร หรือไปวิ่งลัดไปถนนนางลิ้นจี่ เพื่อขึ้นที่ด่านเลียบแม่น้ำก็ได้เหมือนกัน มีระยะห่าง 4 กิโลเมตรค่ะ
- ทางด่วนศรีรัช มีจุดขึ้น-ลง 2 จุดที่อยู่ใกล้โครงการ ได้แก่ บริเวณถนนสุรวงศ์-ถนนสีลม ห่าง 2.4 กิโลเมตร หรือบริเวณถนนจันทน์ที่มีระยะห่าง 2.7 กิโลเมตร
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการ ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) ที่ถึงแม้จะอยู่ใจกลางสีลม-สาทร ที่มีอาคารสูงอยู่ค่อนข้างหนาแน่น แต่บริเวณโดยรอบโครงการไม่มีอาคารสูงมาบล็อกวิวในระยะใกล้เลย ทางฝั่งทิศตะวันออก, ทิศใต้ และตะวันตก ค่อนข้างโปร่งโล่งเลยค่ะ แต่สำหรับห้องฝั่งทิศเหนือในชั้นล่างๆจะถูกบล็อกวิวบางส่วน เพราะใกล้อาคารสำนักงานสูง 14 ชั้น แต่หากชั้นที่ 15 เป็นต้นไป ก็จะพ้นระยะความสูงแล้ว ทำให้ได้วิวมุมกว้างค่ะ
- ทิศเหนือ – สำนักงานสูง 14 ชั้น
- ทิศตะวันออก – ถนนคอนแวนต์ และ BNH Hospital สูง 8 ชั้น
- ทิศใต้ – อาคารพาณิชย์สูง 3-4 ชั้น
- ทิศตะวันตก – ที่ดินเปล่าและอาคารจอดรถสูง 6 ชั้น
จากถนนสาทรจะมีสามแยก ให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนคอนแวนต์ค่ะ
บรรยากาศโดยรอบของถนนคอนแวนต์จะมีต้นไม้สีเขียวตลอดสองฝั่งถนน ให้ความรู้สึกร่มรื่นดี
ฝั่งตรงข้ามจะเป็น BNH Hospital นั่นเอง เวลาเจ็บป่วยอะไรก็สามารถไปหาหมอได้เลย รวมถึงลูกบ้านของโครงการยังได้สิทธิพิเศษระดับ VVIP ด้วย
เดินไปไม่ไกลประมาณ 190 เมตร จะเจอกับโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ทำให้น้องๆนักเรียนมาโรงเรียนได้สะดวก ไม่ต้องตื่นเช้านัก หรือฝ่ารถติดเพื่อเดินทางมาโรงเรียนให้ทัน
รอบๆโครงการเต็มไปด้วยของกิน Street Food และร้านอาหารชื่อดัง
เนื่องจากบนถนนคอนแวนต์เต็มไปด้วยอาคารสำนักงาน ช่วงกลางวันจึงมีร้านอาหาร Street Food มาเปิดเต็มไปหมด นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารดังๆและร้านเก่าแก่อีกเยอะเลยค่ะ
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
Lifestyles Mall & Office
- Park Silom ~ 400 เมตร
- The Commons Silom Saladaeng ~ 700 เมตร
- Silom Complex ~ 1.1 กิโลเมตร
- One Bangkok ~ 1.4 กิโลเมตร
- Dusit Central Park ~ 1.6 กิโลเมตร
- Silom Edge ~ 1.8 กิโลเมตร
- Central World ~ 3.7 กิโลเมตร
- Siam Paragon ~ 3.9 กิโลเมตร
โรงพยาบาล
- BNH Hospital ~ 50 เมตร
- โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ~ 1.3 กิโลเมตร
- โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ~ 2.0 กิโลเมตร
- โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ~ 2.3 กิโลเมตร
โรงเรียน
- โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ ~ 190 เมตร
- St.Andrews International School ~ 550 เมตร
- โรงเรียนอัสสัมชัญ (แผนกประถม) ~ 1.6 กิโลเมตร
- โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ~ 1.7 กิโลเมตร
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ~ 3.0 กิโลเมตร
สวนสาธารณะ
- สวนลุมพินี ~ 1.9 กิโลเมตร
- สวนเบญจกิติ ~ 4.3 กิโลเมตร
การเดินทาง
- BTS ศาลาแดง ~ 500 เมตร
- MRT สีลม ~ 750 เมตร
- ทางด่วนเฉลิมมหานคร ~ 2.4 กิโลเมตร
- ทางด่วนศรีรัช ~ 2.4 กิโลเมตร
รายละเอียดโครงการ
Highlight
- ยูนิตน้อย เพียง 175 ยูนิต : ถือว่าเป็นคอนโดมือหนึ่งที่มีจำนวนเพื่อนบ้านน้อยสุดในย่าน ได้ความเป็นส่วนตัวสูง
- ที่จอดรถมากสุดในย่าน 113% : ลูกบ้านไม่ต้องแย่งที่จอดรถกัน เหมาะกับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักค่ะ
- Best Wellness Residence Development : มีฟังก์ชันส่วนกลางและออกแบบส่งเสริมด้านสุขภาพ
- สิทธิพิเศษระดับ VVIP จาก BNH Hospital : ได้รับส่วนลดค่าบริการและสามารถใช้บริการได้ ณ โครงการ, BNH Hospital และแอปพลิเคชัน BeDee Powered By BDM
ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) เป็นคอนโด High Rise สูง 32 ชั้น บนพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่นัก ประมาณ 1 ไร่ครึ่งเท่านั้นเองค่ะ แต่เรากลับรู้สึกว่าโครงการออกแบบมาดี เพราะจัดพื้นที่ต่างๆได้เป็นสัดส่วนและได้ลงตัว มีฟังก์ชันส่วนกลางที่หลากหลายกว่าโครงการรอบๆ บนพื้นที่จำกัด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องท้าทายในงานออกแบบทีเดียวนะคะ
โดยโครงการมีจำนวนยูนิตทั้งหมด 175 ยูนิต หากนับแต่คอนโดมือหนึ่งในปัจจุบันนี้ก็ถือว่ามีจำนวนเพื่อนบ้านน้อยที่สุดเลย ลูกบ้านได้ความเป็นส่วนตัวสูง แถมยังให้ที่จอดรถมากสุดในย่านคือ 113% ด้วยนะ ลูกบ้านไม่ต้องแย่งที่จอดรถกัน เหมาะกับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักเลยค่ะ
แนวคิดการออกแบบโครงการเป็น Luxury Wellness Residence เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวในทุกมิติ ส่งเสริมสุขภาพกายใจให้ดีขึ้น ผ่านการออกแบบภายในโครงการ ทั้งพื้นที่ส่วนกลางและภายในห้องพักอาศัยเลยนะ … ซึ่งปัจจุบันเราจะได้ยินโครงการแนวนี้เยอะขึ้น แต่สำหรับโครงการ ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) เรียกได้ว่าเครดิตดีกว่าโครงการทั่วๆไป เพราะมีรางวัล Best Wellness Residence Development จากงาน Property Guru Thailand Property Awards 2024 เป็นเครื่องหมายการันตี ว่ามีการออกแบบที่ผ่านองค์ประกอบด้าน Health & Wellness ได้แก่
- Wellness District: ทำเลที่ตั้งอยู่บนย่าน Healthcare ใกล้โรงพยาบาลชั้นนำ อาทิ BNH, MedPark, จุฬาฯ, เซนหลุยส์ และ กรุงเทพคริสเตียน ทั้งยังรายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวจากต้นไม้ใหญ่ตลอดซอยคอนแวนต์เชื่อมต่อไปยังสวนลุมพินีในระยะไม่ถึง 1 กม.
- Wellness Home: คอนโดที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ ปลอดภัยต่อการใช้งาน และ Universal Design การออกแบบฟังก์ชันต่าง ๆ ที่เป็นมิตรต่อทุกวัย
- Wellness Facility: สิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายเพื่อเติมเต็มการพักผ่อนได้ในทุกวัน อาทิ Sensory Garden, Wellness Lounge, Treatment Room, Family Onsen, Sky Louge
- Wellness Service: บริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านสุขภาพ ทั้งบริการ On-site เช่น Health Butler ผู้ช่วยดูแลสุขภาพแก่ลูกบ้านประจำโครงการ ประสานงานกับทาง Health Secretary ของโรงพยาบาล BNH เพื่อดูแลลูกบ้านในโครงการและโรงพยาบาล รวมถึง บริการ On-Mobile Tele Consultation ผ่านแอปพลิเคชัน BeDee by BDMS ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ลูกบ้านโครงการจะได้รับ สิทธิระดับ VVIP จากโรงพยาบาล BNH รับส่วนลดค่าบริการสูงสุด 20% ได้แก่ ส่วนลด 10% ค่ายา สำหรับการบริการผู้ป่วย IPD & OPD และส่วนลด 20% ค่าห้องของผู้ป่วย IPD ซึ่งจะได้รับการดูแลโดยทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญระดับ A-List ที่ Loyal Heritage Lounge ชั้น 8 ของโรงพยาบาล BNH
เริ่มจากการวางผังของโครงการ ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) มีทางเข้า-ออกเพียงทางเดียว ซึ่งอยู่ติดถนนคอนแวนต์เลย ดูแลเรื่องความปลอดภัยได้ง่าย ที่จอดรถภายในโครงการเป็นแบบ Auto Parking 192 คัน แล้วยังมีที่จอดรถคนพิการซึ่งเป็นที่จอดแบบปกติอีก 6 คัน โครงการออกแบบให้พื้นที่ส่วนกลางไม่ว่าจะเป็น Sensory Garden และ Fitlab Cafe อยู่โซนหน้าโครงการ ทำให้เรานัดแนะกับเพื่อนๆที่เข้ามาเยี่ยมเยือนได้ง่าย ส่วนตัวอาคารพักอาศัยถูกดันไว้อยู่ด้านในสุดของที่ดิน ทำให้ลูกบ้านได้ความสงบขณะที่พักผ่อนบนห้อง
ทางเข้าโครงการใช้ระบบอ่านป้ายทะเบียนและ CCTV ภายในโครงการทั้งหมด 127 จุด ส่วนแขกจะต้องแลกบัตรก่อนนะ ซุ้มประตูโครงการแยกทางเข้า-ออกได้ชัดเจน แต่ไม่ได้แยกเลนระหว่าง Visitor กับลูกบ้านนะ จึงอาจต้องรอสักนิดเวลาคันด้านหน้าแลกบัตรนะ
ด้านข้างซุ้มประตูโครงการแยกทางเดินเท้าไว้ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ใช้งานได้อย่างปลอดภัย สำหรับลูกบ้านที่ไม่ใช้รถ
โครงการออกแบบทางเดินเป็น Universal Design หมายความว่าลูกบ้านสามารถใช้วีลแชร์ ตั้งแต่ทางเข้าโครงการไปจนเข้าตัวอาคารพักอาศัยเลยค่ะ
Sensory Garden
ใกล้ๆทางเข้าโครงการมี Sensory Garden เป็นสวนที่ออกแบบส่งเสริมประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่าง ได้แก่ ตา หู จมูก ปาก และมือ ด้วยการเลือกใช้พรรณไม้ที่มีกลิ่นหอม ดอกไม้สีสันสดใส มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย รวมถึงมีกระดิ่งลมที่เราจะได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งเวลามีลมพัดผ่าน ฟังแล้วเพลินดีเหมือนกันค่ะ
ที่จอดรถภายในโครงการเป็น Auto Parking รองรับรถที่มีความสูงไม่เกิน 2 เมตร และกว้างไม่เกิน 5.4 เมตร จึงสามารถจอดรถคันใหญ่อย่าง Alphard ได้เลย เวลาที่เราขับรถเข้าไปจะมีหน้าจอโชว์ ให้เราคอยดูว่าจอดพอดีหรือยัง แล้วยังมีพนักงานคอยดูให้ด้วยค่ะ เมื่อจอดเสร็จจะได้รับบัตรสำหรับใช้สแกนเวลาจะเอารถออกค่ะ
ด้านข้างอาคารมี EV Charger ไว้ให้ 2 เครื่อง
บริเวณ Drop Off ด้านหน้าสำหรับรับ-ส่งลูกบ้าน โดยทางเข้าอาคารจะมีทางลาดเข็นวีลแชร์ขึ้นได้สบายๆ ส่วน Lobby โครงการจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง โดยฝั่งซ้ายจะเป็น Lobby Reception ส่วนทางฝั่งขวาจะเป็น Lobby Lounge
ข้างๆ Lobby มีพื้นที่พักคอยแบบ Semi Outdoor สำหรับคนมารอเอารถ บริเวณนี้เปิดฝ้าโล่งไปถึงชั้น 2 ทำให้บรรยากาศดูโปร่ง
Lobby Reception
Lobby Reception เป็นพื้นที่ต้อนรับและติดต่อของโครงการ และมี Proud Health Butler เป็น Concierge Services ที่ได้รับการฝึกอบรมโดยตรงจาก BNH Hospital จึงสามารถปฐมพยาบาล ช่วยชีวิตเบื้องต้นได้ด้วย บริเวณนี้ออกแบบเป็นพื้นที่ Double Volume ได้ความโปร่งโล่ง ตกแต่งทั้งพื้นและผนังเป็นลายไม้ พร้อมปลูกต้นไม้สีเขียวภายในห้องให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลายค่ะ
เวลาเราต้องการเอารถ สามารถนำบัตรมาสแกนภายใน Lobby จะมีหน้าจอโชว์ให้เห็นว่ารถของเราอยู่คิวที่เท่าไร เรานั่งคอยตรงนี้ได้แบบสบายๆ ไม่ต้องออกไปด้านนอกก่อนเวลาเลยค่ะ
Lobby Lounge
สำหรับ Lobby Lounge มีขนาดใหญ่กว่า Lobby Reception สักหน่อย มีพื้นที่นั่งพักผ่อนหลายมุม เราสามารถนัดพบปะพูดคุยกับแขกที่มาเยี่ยมเยือนได้ กรณีไม่สะดวกให้แขกขึ้นไปบนห้อง
แม้ว่าแขกที่เข้ามาเยี่ยมเยือนจะเข้ามานั่งรอที่ Lobby โซนต่างๆได้ แต่ลูกบ้านไม่ต้องห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยนะ เพราะก่อนจะผ่านเข้าไปยังโถงลิฟต์ เพื่อไปยังโซนพักอาศัยชั้นอื่นๆ เราจะต้องสแกนหน้าก่อน จึงมีแต่ลูกบ้านเท่านั้นที่ผ่านเข้ามาได้
บรรยากาศโถงลิฟต์
บรรยากาศบริเวณโถงลิฟต์ดูสว่างดี ซึ่งภายในอาคารมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว ทำให้อัตราส่วนลิฟต์เท่ากับ 1:87 ถือว่าเป็นอัตราส่วนที่ค่อนข้างน้อย ภายในลิฟต์กว้างขวาง สามารถเข็นวีลแชร์เข้ามาได้สบายๆ และยังดูสว่างดี มีการเสริมความปลอดภัยด้วยการติดตั้งกล้อง CCTV ไว้ให้
ลูกบ้านที่จะขึ้น-ลงลิฟต์ต้องใช้ระบบ Face Scan หรือ Key Card ซึ่งเราจะสามารถไปได้เฉพาะชั้นห้องพักอาศัยของตัวเองหรือชั้นที่มีส่วนกลางเท่านั้น
Fitlab Cafe and Co-working Space
สำหรับ Fitlab Cafe and Co-working Space เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันส่วนกลาง ที่แยกออกมาจากทางเข้าหลักของอาคารพักอาศัย ด้านหน้ามี Access Control ที่ต้องใช้ Key Card ก่อนเข้าไปใช้งานพื้นที่ด้านใน หากเราจะพาเพื่อนๆมาทำงานกลุ่มหรือติวหนังสือต้องนัดแนะกันดีๆก่อนนะ
Fitlab Cafe and Co-working Space
Fitlab Cafe and Co-working Space มีมุมให้เรานั่งอ่านหนังสือ หรือพบปะพูดคุยกันหลากหลายมุม พื้นที่ตรงนี้เป็นแบบ Double Volume มีแสงธรรมชาติเข้ามาถึง 3 ทิศทาง ทำให้พื้นที่ตรงนี้ดูโปร่งโล่ง น่าใช้งานทีเดียว เมื่อมองออกไปรอบๆอาคารก็จะเห็นทั้ง Sensory Garden และต้นไม้รอบๆก็ยิ่งรู้สึกสดชื่นเข้าไปอีก เรามองว่าช่วยให้บรรยากาศการนั่งทำงาน อ่านหนังสือดูผ่อนคลายมากขึ้น
ภายในมีมุมกาแฟ ให้เรามาชงหรือทำกาแฟกินได้ เวลาง่วงๆหรือช่วงพักจากการอ่านหนังสือ ส่วนด้านข้างมีบันไดวนขึ้นไปชั้น 2
ชั้น 2
สำหรับชั้น 2 ยังคงเป็นพื้นที่ส่วนกลางอยู่ โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งแรกเข้าได้ทั้งจาก Fitlab Cafe และชั้น 2 ของอาคารพักอาศัย ซึ่งเป็น Teen Club ประกอบไปด้วย Music Room และ Study Room น้องๆนักเรียนชวนเพื่อนๆมาทำงานกลุ่ม ติวหนังสือ หรือซ้อมดนตรีได้สะดวก โดยไม่จำเป็นต้องให้ขึ้นไปห้องพักอาศัยเลยนะ
ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็น Library & Wellness Lounge และ Consultation Room เป็นฟังก์ชันเพื่อสุขภาพ ที่เราสามารถเข้ามานัดหมายขอคำปรึกษาจากแพทย์ผ่านทางออนไลน์ หรือนัดพยาบาลมาช่วยตรวจอาการเบื้องต้นได้ โซนนี้จะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่านะ
สำหรับชั้น 2 ของ Fitlab Cafe and Co-working Space จะเป็น Teen Club ซึ่งเชื่อมต่อไปยังชั้น 2 ของโซนพักอาศัยด้วยนะ
ด้านหน้าห้องแต่ละฟังก์ชันจะมีจอแสดงผล เวลาว่างที่สามารถจองได้ เราสามารถ Booking หรือเช็คเวลาก่อนจะมาใช้งานผ่าน Application
Study Room มีขนาดใหญ่รองรับได้ 6 คน ภายในห้องมีทั้งจอพรีเซ้นต์และไวท์บอร์ด น้องๆนักเรียนสามารถจ้างครูมาสอนพิเศษ หรือติวหนังสือกับเพื่อนๆก็ได้ค่ะ
Music Room เป็นห้องสำหรับซ้อมดนตรี หรือมาเล่นดนตรีเพื่อผ่อนคลายก็ได้ ภายในห้องโครงการเตรียมเปียโนและกีต้าร์ไว้ให้เรียบร้อย เราสามารถมาเล่นได้เลย หรือใครมีเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆที่ขนไปมาได้สะดวก เช่น ไวโอลีน , อูคูเลเล่ ก็เอามาเล่นได้เช่นกัน
Library and Wellness Lounge
Library and Wellness Lounge ออกแบบใช้ลายไม้เป็นหลัก ตัดกับโทนสีขาวของเฟอร์นิเจอร์ ได้ความรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นด้วย ภายในมีการจัดโซนที่นั่งไว้หลากหลายรูปแบบ ให้เลือกนั่งได้ตามการใช้งานเลย
Consultation Room มี 2 ห้อง ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เราสามารถใช้ห้องนี้ในการปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน หรือให้พยาบาล , บุคลากรทางการแพทย์จาก BNH Hospital เข้ามาแนะนำหรือเซอร์วิสต่างๆ เช่น วัดความดัน , เจาะเลือด ก็สามารถนัดมาใช้บริการที่ห้องนี้ได้เลย
ห้องน้ำส่วนกลาง
ห้องน้ำส่วนกลางแยกชายหญิงและห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุไว้ชัดเจน ภายในกว้างขวางใช้งานได้สะดวก
ชั้น 30
พื้นที่ส่วนกลางในชั้น 30-32 จะเรียกว่า The Sky Retreat เปิดรับวิวเมืองได้เต็มๆเลย สำหรับส่วนกลางชั้น 30 จะเป็น Active Facilities ประกอบด้วย Active Swimming Pool และ Fitness สำหรับสาย Healthy และจากชั้นนี้ไปจะมีชั้นลอยของแต่ละชั้น ซึ่งเราจะต้องขึ้นบันได (สีม่วง) หรือลิฟต์สำหรับวีลแชร์ที่อยู่ใกล้บันไดเท่านั้นนะ
สระว่ายน้ำของโครงการ
สระว่ายน้ำกลางแจ้งของโครงการเป็นระบบเกลือ มีขนาดประมาณ 5 x 25 เมตร ลึก 1.30 เมตร ลูกบ้านสามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้อย่างจริงจัง เนื่องจากสระว่ายน้ำอยู่ทางทิศตะวันออก ช่วงเย็นๆจึงได้ร่มเงาจากอาคารบดบัง ลูกบ้านมาว่ายน้ำได้ ไม่ร้อนค่ะ ส่วน Hydrotherapy Pond (Jacuzzi) จะยื่นออกไปจากตัวสระเล็กน้อย เวลาแช่น้ำได้วิวแบบเปิดโล่ง ไม่มีอาคารสูงมาบังในระยะประชิด
ที่นั่งพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ
ที่นั่งพักผ่อนริมสระว่ายน้ำมีมาให้หลายมุม มีทั้งมุมพักผ่อนแบบกลุ่มและแบบ Private ให้เราเลือกใช้งาน สำหรับคนที่ไม่อยากลงเล่นน้ำ แต่อยากมาเฝ้าลูกๆหรือเพื่อนๆออกกำลังกาย
Kids Pool มีขนาด 2.00×4.00 เมตร ลึก 0.30-0.60 เมตร ด้านข้างมีพื้นที่นั่งพักผ่อนสำหรับผู้ปกครองที่คอยมาดูแลลูกๆหลานๆด้วยค่ะ
เราชอบที่โครงการออกแบบให้จุดล้างตัวหลบมุมจากสระว่ายน้ำ เวลามาใช้งานไม่ต้องเคอะเขินค่ะ
Fitness
ห้องฟิตเนสมีขนาดใหญ่วางเครื่องออกกำลังกายได้ประมาณ 10 กว่าเครื่อง รองรับการออกกำลังกายทั้งแบบ Cardio หรือ Weight training เราสามารถออกกำลังกายไปพร้อมมองวิวสวนน้ำและวิวเมืองแบบ 270 องศา ช่วยให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่อ
โดยโครงการเลือกใช้เครื่องออกกำลังกายของ Technogym แบรนด์ High-end จากอิตาลี โดดเด่นด้วยงานดีไซน์หรูหราและนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่ช่วยวิเคราะห์โปรแกรมการออกกำลังกายให้เหมาะกับเป้าหมายหรือจุดประสงค์เรา ซึ่งเรามักเห็นแบรนด์นี้ในโรงแรมระดับ 5 ดาว
ห้องน้ำส่วนกลางของชั้นนี้เป็นแบบ Open Air แยกห้องสุขากับห้องอาบน้ำไว้เรียบร้อย
ภายในห้องอาบน้ำกว้างขวาง มีการแยกโซนเปียก-แห้งไว้เรียบร้อย พร้อมมีตู้เสื้อผ้าให้ด้วย เราเก็บเสื้อผ้าอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะเปียกเลยค่ะ
บริเวณนี้จะมีบันไดเพื่อขึ้นไปชั้นลอย หรือส่วนกลางชั้นอื่นๆที่เป็น Sky Retreat ได้
ชั้น 31
พื้นที่ส่วนกลางของชั้นนี้จะเป็นพื้นที่เน้นผ่อนคลายจิตใจ ประกอบด้วย Family Onsen แบบส่วนตัว, Aqua Symphony แบ่งฝั่งชาย-หญิง, Treatment Room สามารถเรียกใช้บริการนวดตัวจากด้านนอกได้, Recreation Yard พื้นที่นั่งพักผ่อนในบรรยากาศแบบสบายๆ และ Meditation Pod ที่ออกแบบเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนแบบ Semi Outdoor ยื่นออกไปเหนือสระว่ายน้ำ
นอกจากนี้บริเวณชั้นลอย ก่อนจะขึ้นมาชั้น 31 จะมี Wellness Studio (Yoga & Pilates) พื้นที่ออกกำลังกายอีกห้อง เน้นเป็นพื้นที่เล่นโยคะและพิลาทีส ซึ่งเรามองว่าเป็นฟังก์ชันที่เชื่อมต่อมาจากชั้น 30 ที่เป็นโซนออกกำลังกาย
Wellness Studio (Yoga & Pilates)
สำหรับชั้นลอยจะมีหนึ่งฟังก์ชันคือ Wellness Studio เป็นห้องสำหรับเล่น Yoga & Pilates เราสามารถจ้างเทรนเนอร์มาช่วยสอนในห้องแบบ Private ได้ด้วยนะ เราชอบที่ภายในห้องเป็นกระจก 3 ด้านจึงได้แสงสว่างเข้ามาทั่วถึง รู้สึกถึงความโล่ง ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว เพราะบริเวณนี้เป็นชั้นลอย ที่ไม่มีฟังก์ชันอื่น จึงไม่ต้องกลัวว่าเวลาเราออกกำลังกายแล้วจะมีคนเห็นค่ะ
เมื่อขึ้นมาชั้น 31 เราจะเจอกับ Meditation Pod เรียงกัน เป็นมุมพักผ่อนของลูกบ้าน
Meditation Pod
โครงการออกแบบให้ Meditation Pod ยื่นออกมาจากตัวอาคาร จึงรู้สึกเหมือนตัวเองนั่งพักผ่อนอยู่กลางอากาศ ไว้วิวแบบ 270 องศา หากใครชอบความเป็นส่วนตัวก็สามารถปิดระแนงฉากกั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ
Treatment Room
ถัดมาเป็น Treatment Room ซึ่งเป็นห้องสำหรับสปาตัว หรือนวดตัว ที่เราจ้างพนักงานภายนอกขึ้นมาให้บริการได้ ห้องนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพียงแค่ให้ชมวิวได้ แต่เปิดออกไปใช้ระเบียงได้ด้วย
ระเบียงแบบ Private ของ treatment Room
เราชอบที่เขาออกแบบให้มีระเบียงส่วนตัว ไม่ต้องใช้งานร่วมกับลูกบ้านคนอื่นๆ ได้ความเป็นส่วนตัว แล้วยังทำให้เราได้ชมวิวไปเพลินๆได้ด้วย
Family Onsen
อีกหนึ่งฟังก์ชันหายาก ที่ไม่ได้เจอในทุกคอนโดคือ Family Onsen ซึ่งเราสามารถจองผ่าน Application ก่อนได้ ดูจากขนาดบ่อ Onsen เราคิดว่าแช่ได้ 2-3 คนค่ะ ภายในมีที่ล้างตัวมาให้เรียบร้อย เรียกว่าใช้งานได้สะดวก ไม่ต้องออกไปใช้ห้องน้ำร่วมกับคนอื่นเลย น้ำในบ่อมีอุณหภูมิ 40 องศา ซึ่งเหมาะกับการผ่อนคลายกล้ามเนื้อจากความล้าต่างๆ
ห้องน้ำส่วนกลาง
ห้องน้ำส่วนกลางเป็น Open Air มาแบบชั้น 30 ยังคงตกแต่งด้วยโทนไม้สีอบอุ่นและหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ต่างตรงที่ฟากหนึ่งเปิดเป็นพื้นที่พักผ่อน ให้เห็นวิวเมืองไปด้วย โดยห้องน้ำชั้นนี้แยกฝั่งชาย-หญิงไว้คนละโซนนะคะ
ดังนั้นหากเราอยากนั่งพักผ่อนแบบเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูก แนะนำให้ไปใช้งานบริเวณ Meditation Pod ดีกว่านะ
พื้นที่พักผ่อนตรงนี้สามารถชมวิวเพลินๆ โดยฝั่งผู้หญิงจะอยู่ฝั่งทิศตะวันออก ส่วนฝั่งผู้ชายจะอยู่ทิศตะวันตกนะ โครงการออกแบบราวกันตกเป็นกระจกจะดูสบายตา แต่ก็มีความสูงอยู่ในระดับปลอดภัยทีเดียว
ห้องน้ำส่วนกลางแยกห้องอาบน้ำและสุขาไว้เรียบร้อย
Aqua Symphony ออกแบบแบ่งฝั่งชาย-หญิง ภายในห้องแบ่งโซนพื้นเปลี่ยนเสื้อผ้า พร้อมตู้เก็บเสื้อผ้า โดยติดตั้ง Rain Shower จาก GROHE ที่ปรับรูปแบบสายน้ำได้หลากหลาย เช่น Rain Sprays, Drizzle Sprays และ Aqua Curtain เป็นต้น พร้อมทั้งสามารถควบคุมแสง สี เสียงผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายมากขึ้น
ชั้น 32
ชั้นนี้จะประกอบด้วย Sky Lounge (Art & Craft Therapy), Sensory Playground และ Relax Seating Area ซึ่งเราชอบที่ทางโครงการออกแบบแยกฝั่ง Sky Lounge (Art & Craft Therapy) ที่เป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน ต้องการความเป็นส่วนตัว กับ Sensory Playground ที่เด็กๆมาเล่นสนุกและอาจส่งเสียงดังรบกวนได้ออกจากกัน โดยมี Relax Seating Area เป็นพื้นที่คั่นกลางของทั้ง 2 ฟังก์ชัน
Sky Lounge (Art & Craft Therapy)
สำหรับ Sky Lounge (Art & Craft Therapy) เป็นอีกหนึ่งพื้นที่พักผ่อนที่ให้บรรยากาศอบอุ่น ภายในมีต้นไม้ตรงกลางห้อง เพิ่มความสดชื่นให้คนที่เข้ามาใช้งาน ความตั้งใจในการออกแบบห้องนี้คืออยากให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ใช้ชีวิตให้ช้าลง จึงตกแต่งให้เป็นพื้นที่ทำงานศิลปะ หรืองานฝีมือต่างๆที่ต้องใช้สมาธิ
มุมชงชา
ด้านหลังมีอ่างล้างมือสำหรับทำความสะอาดอุปกรณ์ศิลปะต่างๆมาให้ อีกมุมหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์ขนาดเล็กที่มีชาต่างๆให้ลูกบ้านมาชงกินได้ แต่ที่เราชอบคืออุปกรณ์ชงชาแบบพิถีพิถัน ไม่ต้องเร่งรีบ
Relax Seating Area
Relax Seating Area เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อน ที่ยื่นออกไปนอกตัวอาคาร ได้วิวเมืองแบบ 270 องศาแต่ที่ต่างจากมุมพักผ่อนโซนอื่นๆคือ มุมนี้โครงการจัดเป็นโต๊ะที่นั่งแบบจริงจังมาให้ ให้เรามานั่งพูดคุยกับเพื่อนๆพร้อมเครื่องดื่มเบาๆได้
Sensory Playground
Sensory Playground อยู่อีกฟากหนึ่งของอาคาร เป็นพื้นที่ให้น้องๆหนูมาปลดปล่อยความสนุกสนานได้เต็มที่ วัสดุปูพื้นเป็น EPDM ช่วยกันกระแทกเวลาเด็กหกล้ม ส่วนเครื่องเล่นภายในเรามองว่าสร้างสรรค์ดีค่ะ เช่น เครื่องเคาะเสียงรูปดอกทานตะวัน เวลาน้องๆเคาะไปแต่ละจุดจะมีเสียงออกมาต่างกัน เหมือนได้เรียนรู้ไปกับเสียงที่เคาะเลย
Rooftop
ชั้น Rooftop แบ่งเป็น 2 โซน ที่อยู่คนละระดับ โซนแรกจะเป็น BBQ Yard ที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางจุดเดียวของชั้นนี้ ใช้เป็นมุมนั่งสังสรรค์ ปิ้งย่างบาร์บีคิวกับครอบครัวหรือเพื่อนๆ พร้อมชมวิวเมืองได้เพลินๆ
BBQ Yard
BBQ Yard เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนแบบ Outdoor เหมาะกับการมาใช้งานช่วงเย็นๆ โครงการจัดที่นั่งไว้หลายมุม ทำให้ลูกบ้านมาใช้งานพร้อมกันได้หลายกลุ่ม แต่โซนที่ใหญ่ที่สุดจะเป็นที่นั่งครึ่งวงกลม ให้ความรู้สึกเหมือนเรามา Camping รอบกองไฟเลยค่ะ นอกจากนี้โครงการยังเตรียมตู้ปิ้ง BBQ ไว้ให้ด้วย เราพาเพื่อนๆมาสังสรรค์ ได้เต็มที่
สำหรับชั้นนี้จะเน้นออกแบบเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับมานั่งรับลมวิวเมืองมุมกว้าง ประกอบด้วย Skyline Viewing Seat และ Multi-purpose Lawn
Skyline Viewing Seat และ Multi-purpose Lawn
Skyline Viewing Seat ออกแบบเป็นพื้นที่โล่งๆ ให้มานั่งปิกนิก เล่นโยคะ หรือออกกำลังกายได้ โดยมีวิวเมืองล้อมรอบทั้ง 4 ทิศ แบบ 360 องศาเลยค่ะ ส่วน Multi-purpose Lawn ออกแบบล้อมรอบด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ มีร่มเงาจากต้นไม้คอยบังแดดบ้าง ทำให้เวลาเราใช้งาน ไม่ร้อนนัก
ชั้นพักอาศัย
ชั้นห้องพักอาศัยของโครงการจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 3-29 แต่ชั้น 28-29 จะเป็นชั้นห้องพักอาศัยแบบ Penthouse จำนวนยูนิตแต่ละชั้นมีสูงสุดไม่เกิน 8 ยูนิต ทำให้บรรยากาศในชั้นไม่พลุกพล่าน วุ่นวาย และยิ่งชั้นสูงๆ อย่างชั้น 20 ขึ้นไป จะมีแต่ห้องขนาดใหญ่ จึงทำให้จำนวนยูนิตแต่ละชั้นน้อยลงไปอีก
สำหรับแปลนของโครงการจะออกแบบเป็นรูปตัว L ส่วนโถงทางเดินเป็นแบบ Double load Corridor ที่ถึงแม้จะมีห้องอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง แต่ก็ออกแบบให้ประตูห้องไม่เปิดชนกัน ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
โซนพักอาศัยที่เรามองว่าน่าสนใจ มี 2 โซนด้วยกันนะคะ
โซนสีแดง : ได้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด ไม่ติดกับห้องเพื่อนบ้านเลย อีกทั้งได้วิวถึง 3 ด้าน
โซนสีน้ำเงิน : มีผนังติดกับเพื่อนบ้านแค่ด้านใดด้านหนึ่ง จึงได้ความเป็นส่วนตัว แถมยังใกล้ลิฟต์หรือบันไดหนีไฟอีกด้วย
ชั้น 28-29 จะเป็นชั้นห้องพักอาศัยแบบ Penthouse ของโครงการที่มีอยู่เพียง 2 ห้องต่อชั้น โดยออกแบบแบ่งฝั่งทิศเหนือ-ใต้ ไม่มีการแชร์ผนังร่วมกันเลย ทั้ง 2 ห้องนี้จะได้วิวแบบมุมกว้าง ไม่มีตึกอาคารมาบังเลยค่ะ ส่วนด้านข้างอาคารทางฝั่งทิศตะวันออกจะมีพื้นที่สวนสีเขียวของโครงการ ช่วยสร้างบรรยากาศและเพิ่มสีเขียวให้กับตัวอาคาร แต่ไม่สามารถออกไปใช้งานได้นะคะ
ตัวอย่างวิวจากชั้น 29 บริเวณห้อง Penthouse ค่ะ
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- 1st Floor : Lobby, Fitlab Cafe and Co-working Space, Sensory Garden และ EV Station 2 Slots
- 2nd FL. : Library & Wellness Lounge, Consultation Room และ Teens Club (Music Room ,Study Room)
- 30 FL. : Active Swimming Pool ระบบเกลือ ขนาด 5×25 เมตร ลึก 1.30 เมตร, Kids Pool ขนาด 2.00×4.00 เมตร ลึก 0.30-0.60 เมตร , Hydrotherapy Pond (Jacuzzi) และ Fitness
- 31 FL. : Family Onsen, Aqua Symphony (Spa Area), Treatment Room, Recreation Yard, Wellness Studio (Yoga & Pilates), Meditation Pod
- 32 FL. : Sky Lounge (Art & Craft Therapy), Sensory Playground และ Relax Seating Area
- Rooftop Floor : BBQ Yard, Skyline Viewing Seat และ Multi-purpose Lawn
- ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 87 : 1 - Service Lift 1 ตัว
- ที่จอดรถประมาณ 198 คัน คิดเป็น 113% แบ่งเป็นที่จอดแบบ Automatic Parking 192 คัน และที่จอดแบบปกติ 6 คัน (รวมที่จอดรถคนพิการ)
- ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ
– รูปแบบประตูทางเข้า-ออกโครงการ : ไม้กั้นกระดก
– CCTV ส่วนกลาง จำนวน 127 จุด
– Access Control : Face Scan บริเวณทางเข้าอาคารพักอาศัยและโถงลิฟต์
Key Card บริเวณส่วนกลางต่างๆ
– รูปแบบรั้วรอบโครงการ : รั้วคอนกรีตสำเร็จรูปสูง 3-6 เมตร
การบริการและสิทธิพิเศษอื่นๆ (สามารถใช้บริการได้ ณ โครงการ, BNH Hospital และแอปพลิเคชัน Proud Living)
- BNH Loyal Heritage Privileges ส่วนลดค่าบริการสูงสุด 20% และให้พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์จาก BNH Hospital เข้ามาดูแลเบื้องต้นในโครงการได้
– ส่วนลด 10% ค่ายา สำหรับการบริการผู้ป่วย IPD และ OPD
– ส่วนลด 20% ค่าห้องของผู้ป่วย IPD ทั้งรับการบริการที่ Royal Heritage Ward ชั้น 8 (VVIP Ward) พร้อมการดูแลจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับ A-List
– กิจกรรม SookCiety By BNH / BNH Academy ได้เข้าร่วมกิจกรรมและให้ความรู้ในเรื่องการดูแลตัวเองและสุขภาพ
– จำนวนสิทธิ์สมาชิก : 1 Bedroom 3 สิทธิ์, 2 Bedroom 5 สิทธิ์ และ 3 Bedroom 8 สิทธิ์ - Proud Health Butler เป็น Concierge Services
– Consultation
– Service Arrangement
– Facility Booking
– Emergency Assistance ได้รับการฝึกอบรมโดยตรงจาก BNH Hospital จึงสามารถปฐมพยาบาล ช่วยชีวิตเบื้องต้นและพาลูกบ้านส่ง BNH Hospital ได้
– ฟรี Ambulance Services พาลูกบ้านส่ง BNH Hospital - BeDee Powered By BDM บริการดูแลสุขภาพ พร้อมปรึกษานักจิตวิทยาออนไลน์และจิตแพทย์ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน สำหรับลูกบ้านจะได้รับส่วนลด 10% ด้วย
– Tele Consultation 24 HR.* เลือกได้ทั้งแพทย์ทั่วไปและแพทย์เฉพาะทาง
– Tele Pharmacy 24 HR.*
– Health Mall ซื้อแพคเกจสุขภาพ
– Tele Dietitian
– Nurse Support
แบบห้อง
Highlight
- ห้องส่วนใหญ่ในโครงการเป็นห้อง Type ใหญ่ : ทำให้เรามีตัวเลือกในการซื้อห้องใหญ่มากขึ้น ซึ่งสวนทางกับโครงการรอบๆที่มักจะมีเน้นห้องเล็กก่อน
- พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ : ปัจจุบันห้องเริ่มต้นของโครงการคือ 1 Bedroom ขนาด 48 ตร.ม.
- ห้อง 2 Bedroom ขึ้นไปมี Double skinny Balcony ให้เลือก : สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้หลากหลาย และขยายพื้นที่ใช้สอยภายในได้มากขึ้น
- ห้องแบบ Fully Fitted พร้อมชุดครัวและเฟอร์นิเจอร์ Built-in มาบางส่วน
ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) จะเน้นออกแบบห้องไซส์ใหญ่ มีตั้งแต่ 1 Bedroom – Penthouse รองรับได้ตั้งแต่อยู่กัน 1-2 คน จนไปถึงครอบครัวขนาดใหญ่โครงการขายแบบ Fully Fitted Built-in เคาน์เตอร์ครัวพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก GORENJE และตู้เก็บของบางส่วนมาให้
- 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 34.5-51 ตร.ม.
- 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 60 ตร.ม. (Sold Out)
- 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 84-128 ตร.ม.
- 2 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 117 ตร.ม.
- La foret Villa (2 Bed 2 Bath) พื้นที่ใช้สอย 128 ตร.ม. (Sold Out)
- 3 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 147-192 ตร.ม. (Sold Out)
- Duplex 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 97 ตร.ม. (Sold Out)
- Junior Penthouse พื้นที่ใช้สอย 182 ตร.ม. (Sold Out)
- Penthouse พื้นที่ใช้สอย 418-468 ตร.ม
รายการวัสดุ
- รูปแบบการขาย Fully Fitted พร้อม Built-in ตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของในบางส่วน
- ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.60-2.95 เมตร
- วัสดุภายในห้อง
– พื้นห้อง : Hybrid engineered (wood pattern) หรือเทียบเท่า
– พื้นระเบียง : กระเบื้องเซรามิกลายไม้ ขนาด 20×120 เซนติเมตร
– พื้น Service CDU : พื้นกระเบื้องเซรามิก สีเทาอ่อน ขนาด 30×30 เซนติเมตร
– Built-in ตู้เสื้อผ้าและชั้นเก็บของ (รูปแบบและจำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแบบห้อง) - วัสดุห้องครัว
– พื้นห้องครัว : กระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร
– Built-in เคาน์เตอร์ครัว ตู้เก็บของทั้งบน-ล่าง และ Island เตรียมอาหาร* (รูปแบบและจำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแบบห้อง)
– Top counter ครัวและ Island : หินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade
– Backsplash : กระเบื้องลายหิน Ice Jade มีตะขอห้อยอุปกรณ์ทำอาหาร และติดตั้งไฟ Strip Light แบบ Motion Sensor
– วัสดุหน้าบานตู้เก็บของ : HPL สีขาว และมีชั้นวางของ I-move ด้านใน 1 จุด (ตู้บนครัว)
– อ่างล้างจานและก๊อกน้ำ : MEX
– Hob, Hood และ Combi-oven : GORENJE - วัสดุห้องน้ำ
– พื้นและผนังห้องน้ำ : กระเบื้องพอร์ซเลน R10 ขนาด 60×60 เซนติเมตร
– โถสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือ : American Standard (โถสุขภัณฑ์แบบ Auto Washlet ในห้อง Master Bathroom ตั้งแต่ Type A2 เป็นต้นไป)
– ก๊อกน้ำและฝักบัว Hand Shower & Rain Shower : GROHE สี Chrome
– ฉาบกั้นอาบน้ำ : Tempered Glass
– อ่างอาบน้ำ : อ่างอะคริลิคสีขาว screen ROMM (Type A2 เป็นต้นไป) - ระบบท่อน้ำร้อน-น้ำเย็น เดินงานระบบไว้ให้ทุกห้องน้ำ ยกเว้นครัว*
- เครื่องทำน้ำร้อนให้ทุกห้องน้ำ ยกเว้น Powder Room, Main Room และครัว*
- วัสดุนอกเหนือจาก Standard ที่ทางโครงการให้
– ห้อง Junior Penthouse : เครื่องบดเศษอาหารจาก TEKA / Free Standing Wine Cellar และ ตู้เย็น Built-in จาก GORENJE / Hob, Hood, Built-in microwave & oven ออกแบบโดย ORA-ITO design collection จาก GORENJE และเครื่องทำน้ำร้อนจาก MEX (เฉพาะบริเวณครัว Pantry*)
– ห้อง Penthouse : ได้เหมือนห้อง Junior Penthouse และได้สุขภัณฑ์สี Hard Graphite พิเศษจาก Typical อื่นๆ (ยกเว้นห้อง Maid Room) - วัสดุกรอบบานหน้าต่าง : กรอบบานอะลูมิเนียม Powder Coat
- วัสดุกระจก : กระจก Laminated สี Crystal grey ความหนาตั้งแต่ 8-16 มม. (ยิ่งชั้นสูงก็มีความหนามาก)
- ผนังห้องฉาบเรียบทาสีขาว VOCs (Volatile Organic Compounds) ต่ำ
- ไฟดาวน์ไลท์
- เครื่องปรับอากาศประเภท VRV แบบ Conceal Type / ประเภท Cassette Type ในห้อง Plus room และส่วน Glass box (รูปแบบและจำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแบบห้อง)
- Digital Door Lock ของ Hafele รุ่น PP9100 สีดำ
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ
ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom Plus 118 ตร.ม.
ห้องตัวอย่างแรกที่เรากำลังจะพาทุกคนไปชมคือ 2 Bedroom Plus ขนาด 118 ตร.ม. ฟังก์ชันภายในมีให้ครบตามมาตรฐาน คือ 2 ห้องนอน , 2 ห้องน้ำ , 1 ห้องนั่งเล่น , 1 ห้องอเนกประสงค์ , 1 ห้องครัวแบบเปิด เหมาะกับการอยู่อาศัยแบบ 2-4 คน
- Common Area ขนาดใหญ่ : ออกแบบ Open Plan สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่น
- ห้องนอนใหญ่ พร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง : ใช้งานได้สะดวก ส่วน Master Bedroom มีห้องน้ำแบบ Sexy Bathroom ซึ่งพิเศษกว่าห้องอื่นๆ
- มี Double skinny Balcony : สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้หลากหลาย และขยายพื้นที่ใช้สอยภายในได้มากขึ้น
- มีห้องอเนกประสงค์ : ปรับฟังก์ชันเป็นห้องทำงาน , ทำการบ้านหรือห้องพักผ่อนได้
ประตูของห้องพักอาศัยจะเป็นประตูลายไม้ขนาดใหญ่ พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock ของ Hafele รุ่น PP9100 มาให้ด้วย รองรับได้ถึง 6 ระบบ ไม่ว่าจะเป็น Application , ข้อมูลใบหน้า , ลายนิ้วมือ , คีย์การ์ด , รหัสผ่านและกุญแจ เพื่อช่วยดูแลในเรื่องความปลอดภัยค่ะ
เมื่อเข้ามาให้ห้องเราจะเจอกับพื้นที่ที่สมาชิกในบ้านมาใช้งานมากที่สุด นั่นคือ Common Area ขนาดใหญ่ รวมพื้นที่นั่งเล่น , พื้นที่รับประทานอาหารและห้องครัวแบบเปิดไว้ด้วยกัน ทุกคนในบ้านมารวมตัวกันได้สบายๆ ไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ
พื้นบริเวณโซนนั่งเล่นปูด้วยพื้น Hybrid Engineered ได้ผิวสัมผัสเสมือนไม้จริง แต่แข็งแรงคงทน ทนต่อความชื้นและรอยขีดข่วนได้ดีกว่าพื้น Engineered ทั่วๆไป ส่วนโซนครัวเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร ง่ายต่อการเช็ดถูทำความสะอาด ส่วนฝ้าสูง 2.95 เมตร ซึ่งมากกว่าคอนโดปกติ ทำให้เรารู้สึกถึงความโปร่งเป็นพิเศษ
บริเวณใกล้กับประตูทางเข้าห้องเป็นครัวแบบเปิด เหมาะกับการทำอาหารเล็กๆน้อยที่กลิ่นควันไม่ฟุ้งหรือแรงนัก สำหรับบริเวณครัวโครงการ Built-in เคาน์เตอร์และให้เครื่องใช้ไฟฟ้ามาครบครัน พร้อมใช้งานเลย
ใต้เคาน์เตอร์เป็นตู้เก็บของ
ด้านล่างเคาน์เตอร์ครัวแบ่งเป็นตู้เก็บของกับลิ้นชัก สามารถเก็บของได้เยอะทีเดียว พร้อมติดตั้ง Combi-oven ของ GORENJE ที่สามารถทำอาหารได้หลากหลายวิธีทั้งนึ่ง , อบ , ย่าง , ตุ๋น , ลวก , ต้ม รวมถึง Sous-vide เรียกว่ามีเครื่องเดียว ทำอาหารได้ครบเลยค่ะ
เคาน์เตอร์ครัวมีทั้งส่วนเตรียมอาหาร , ทำอาหารและซิงค์ล้างจาน
เคาน์เตอร์แบ่งเป็น 3 ส่วน คือส่วนทำอาหารที่โครงการให้เตาไฟฟ้า 4 หัวเตาพร้อมที่ดูดควันแบบดูดออกภายนอก จะช่วยระบายอากาศได้ดีกว่าแบบหมุนเวียน ส่วนเตรียมอาหาร และซิงค์ล้างจานที่มีความลึกเป็นพิเศษ ช่วยให้ลดการกระเด็นออกมาภายนอกได้น้อยลง Top เคาน์เตอร์เป็นหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade สวยงาม ดูหรูหรา ทนความร้อนความชื้นดี แลกกับการที่เราจะต้องรีบเช็ดเวลามีคราบน้ำมัน หรือชากาแฟหกสักหน่อยค่ะ ส่วน Backsplash ด้านหลังกรุกระเบื้องลายหิน Ice Jade ทำให้ทำความสะอาดง่าย พร้อมมีตะขอห้อยอุปกรณ์ทำอาหาร
ตู้เก็บของและชั้นวางของด้านบน
ตู้ลอยด้านบนเป็นตู้เก็บของแนวยาว เก็บของได้เยอะมีหน้าบานปิด ดูเรียบร้อยดี นอกจากนี้ยังมีชั้นวางของ I-move ด้านในตู้เก็บของด้านบน 1 จุด เป็นโช้คให้ดึงลงมาใช้งานได้สะดวก ทำให้สามารถเอื้อมหยิบของจากที่สูงได้ง่ายดี อย่างเราเองก็เอื้อมหยิบไม่ถึงเหมือนกันถ้าไม่มีโช้คให้จับค่ะ
พื้นที่รับประทานอาหาร
พื้นที่รับประทานอาหารเชื่อมต่อกับห้องครัว ทำให้เราสามารถทำอาหาร เสิร์ฟอาหารและทานได้เลย ช่วยให้การใช้งานต่อเนื่อง พื้นที่ตรงนี้สามารถวางโต๊ะกินข้าวพร้อมเก้าอี้ได้ 6 ที่นั่งสบายๆ แล้วยังเหลือพื้นที่ให้เดินรอบๆโต๊ะอีก
โครงการ Built-in ตู้เก็บของมาให้
ด้านหลังพื้นที่รับประทานอาหารบริเวณใกล้ประตู มี Built-in ตู้เก็บของมาเรียบร้อย สามารถดัดแปลงเป็นตู้เก็บรองเท้า หรือ วางเครื่องซักผ้าไว้ด้านใน ช่วยเพิ่มความเรียบร้อยให้ตัวห้องค่ะ นอกจากนี้ยังมีเคาน์เตอร์มาให้อีกด้วย
พื้นที่นั่งเล่น
พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดใหญ่ สามารถวางโซฟารูปตัว L 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางสำหรับวางขนมและน้ำ เวลาดูทีวีไปเพลินๆ สำหรับระยะดูทีวีอยู่ที่ 4.3 เมตร เหมาะกับการติดตั้งทีวีขนาด 70-80 นิ้วได้เลยค่ะ
ประตู Double skinny Balcony เป็นแบบบานเลื่อน 3 ตอน ทำให้เปิดได้กว้าง จึงเชื่อมต่อกับพื้นที่ภายในได้ง่าย
Double skinny Balcony
Double skinny Balcony พื้นที่อเนกประสงค์แบบ Semi Outdoor มีขนาดประมาณ 1.5×3 เมตร จึงสามารถจัดฟังก์ชันได้ 2 โซนเลยนะ เช่นมุมหนึ่งเป็นมุมนั่งอ่านหนังสือพักผ่อน อีกมุมเอาไว้ปลุกต้นไม้ เพิ่มความสดชื่นให้ห้อง แถมยังได้วิวเมืองไว้ใช้พักสายตาได้ด้วย
ด้วยความที่พื้นที่ตรงนี้เป็น Semi Outdoor โครงการจึงเปลี่ยนวัสดุเป็นกระเบื้องเซรามิกลายไม้ ขนาด 20×120 ซม. ที่ทนต่อความชื้นทนน้ำและแสงแดดได้อย่างจริงจัง
ห้องอเนกประสงค์
ห้องอเนกประสงค์มีขนาดประมาณ 2×3 เมตร สามารถจัดเป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ หรือทำเป็นห้องนอนขนาดเล็ก เพิ่มเติมก็ได้นะคะ สำหรับคนที่มีแขกมาเยี่ยมบ่อยๆ
ห้องน้ำแบบ Jack and Jill
ภายในห้องน้ำมีการแยกส่วนเปียกส่วนแห้งที่ชัดเจน ทำให้ใช้งานได้ง่าย โครงการให้ชุดสุขภัณฑ์จาก American Standard มาครบครัน ใต้อ่างล้างหน้าและด้านหลังกระจกมีตู้เก็บของอยู่ สามารถเก็บของใช้ได้เยอะ และดูเป็นระเบียบค่ะ
พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 0.95×1.15 เมตร ยืนอาบน้ำ หมุนตัวได้ พร้อมติดตั้งฉากกั้นประตูกระจกแบบ Tempered Glass มาให้เรียบร้อย ไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งเพิ่ม แล้วเวลาเราอาบน้ำ น้ำจะได้ไม่กระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นเวลาใช้งาน โดยก๊อกน้ำและฝักบัว Hand Shower สี Chrome มาจาก GROHE
ห้องนอนรอง
ห้องนอนรองมีขนาดใหญ่พอจะวางเตียงได้ทั้งแบบ 5 ฟุต และแบบ 6 ฟุต แต่สำหรับเรา หากนอนคนเดียวใช้แบบ 5 ฟุตจะเป็นการประหยัดพื้นที่ และไม่ทำให้ห้องดูแน่นค่ะ ส่วนปลายเตียงก็แนะนำติดตั้งเป็นทีวีแบบแขวน จะได้เดินผ่านได้สบายๆ
ผนังด้านข้างของห้องจะเป็นกระจกแบบ Full Height ขนาดใหญ่ เปิดรับแสงและวิวได้ทั่วถึง ห้องจึงดูสว่าง
มุมแต่งตัว
ส่วนพื้นที่ใกล้ห้องน้ำ จะได้มีพื้นที่แต่งตัว โดยโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้เรียบร้อย ภายในเก็บเสื้อผ้าได้ค่อนข้างเยอะ พร้อมมีที่โล่งให้เก็บกระเป๋าเดินทางด้วย เวลาเราอาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวต่อได้เลย
Master Bedroom
Master Bedroom มีขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็นโซนแต่งตัวและโซนพักผ่อนได้เลย สำหรับโซนพักผ่อนสามารถวางเตียง 6 ฟุต พร้อมเหลือพื้นที่รอบข้างเตียงอีกเยอะ เดินผ่านได้สะดวก
บริเวณหัวเตียงทั้ง 2 ฝั่งก็สามารถตั้งโต๊ะเล็กๆไว้วางมือถือ Tablet หรือหนังสือก่อนนอนได้ และข้างๆเตียงก็ยังวางอาร์มแชร์หรือเก้าอี้พร้อมโต๊ะกลางสำหรับนั่งอ่านหนังสือได้
ส่วนผนังด้านข้างของห้องจะเป็นหน้าต่างขนาดใหญ่สูงจากพื้นถึงเพดานแบบ Full Height ได้แสงธรรมชาติเข้าเต็มที่
โครงการออกแบบช่องหน้าต่างเป็นประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดเป็นราวกันตกกระจกสูง 1.20 เมตร สำหรับระบายอากาศภายในห้องและเป็นพื้นที่ยืนรับลมชมวิวได้ด้วย
อีกโซนหนึ่งของห้องบริเวณใกล้ห้องน้ำ สามารถจัดเป็น Walk-in Closet ได้เลยนะ หากชอบความเป็นสัดส่วน ก็ทำฉากกั้นเพิ่มเติมได้ โครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้าเป็นรูปตัว L พร้อม Island สำหรับเก็บเครื่องประดับต่างๆ
Island สำหรับเก็บเครื่องประดับ
Built-in ตู้เสื้อผ้านี้มีทั้งตรงด้านหน้าประตู Master Bathroom สำหรับเก็บอุปกรณ์อาบน้ำและชุดเครื่องนอนต่างๆ เช่น ผ้าเช็ดตัว ชุดคลุมอาบน้ำ หมอนและผ้าห่ม เป็นต้น ส่วนภายในตู้เสื้อผ้าจะมีแบ่งเป็นราวแขวน ลิ้นชักเก็บของได้เป็นระเบียบ และช่องเก็บของด้านบนขนาดใหญ่ นอกจากนั้นยังมีตู้มุมที่ไว้เก็บกระเป๋าเดินทางหรือชุดเดรสยาวได้ด้วยค่ะ
Master Bathroom เป็นแบบ Sexy Bathroom เราสามารถอาบน้ำพร้อมชมวิวเมืองไปได้ แล้วยังช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องน้ำ กำจัดความอับชื้น เชื้อโรคและเชื้อราต่างๆได้อีก
Master Bathroom
เคาน์เตอร์อ่างล้างมือ 2 อ่างแบบ His & Her ที่ Top ด้วยหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade พร้อมกระจกเงาที่เปิดเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดใบหน้าและน้ำหอมได้ ส่วนช่องเก็บของด้านล่างเคาน์เตอร์ ไว้เก็บพวกอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำ โดยเลือกใช้ก๊อกน้ำสี Chrome จาก GROHE และอ่างล้างมือจาก American Standard สำหรับพื้นที่โถสุขภัณฑ์ห้องนี้จะเป็น Auto Washlet จาก American Standard
ส่วนอาบน้ำ
พื้นที่อาบน้ำและอ่างอาบน้ำมีขนาด 2.5×1.7 เมตร มีฉากกั้นประตูกระจกแบบ Tempered Glass ติดตั้งมาให้ตามภาพเลย โดยก๊อกน้ำและฝักบัว Hand Shower & Rain Shower สี Chrome จาก GROHE และอ่างอาบน้ำอะคริลิคสีขาว screen ROMM มีความยาวประมาณ 1.70 เมตร สามารถนอนแช่น้ำได้สบายๆ
ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom 96.95 ตร.ม.
อีกหนึ่งห้องตัวอย่างคือห้อง 2 Bedroom ขนาด 96.95 ตร.ม. มาพร้อมฟังก์ชัน 2 ห้องนอน , 2 ห้องน้ำ , 1 ห้องนั่งเล่น , 1 ห้องครัวแบบเปิด เหมาะกับการอยู่อาศัยแบบ 2-4 คน
- Common Area มีขนาดใหญ่ : สมาชิกในครอบครัวรวมตัวที่บริเวณนี้ได้อย่างสบายๆ สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่น
- Master Bedroom มีหน้าต่างกระจกเข้ามุม : เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวได้กว้างขึ้น
- ห้องน้ำเข้า-ออกได้ 2 ทาง : สามารถใช้งานได้สะดวกทั้งจาก Common Area และห้องนอนรอง
ห้องพักอาศัยยังคงมี Common Area ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ตรงนี้จะเป็นบริเวณที่สมาชิกในครอบครัวมาใช้งานมากที่สุด อาจมีการอยู่รวมตัวกัน แม้ทำคนละกิจกรรม เช่น ลูกดูทีวี แม่เตรียมอาหาร พ่อนั่งทำงาน การที่ได้พื้นที่ตรงนี้ใหญ่ ทำให้ทุกคนมาใช้งานได้โดยไม่อึดอัด
โครงการใช้วัสดุได้เหมาะสมกับการใช้งาน โดยปูพื้น Hybrid Engineered บริเวณพื้นที่นั่งเล่น ข้อดีคือได้ผิวสัมผัสเสมือนไม้จริง แต่แข็งแรงคงทน ทนต่อความชื้นและรอยขีดข่วนได้ดี ส่วนโซนครัวเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 60×60 เซนติเมตร ง่ายต่อการเช็ดถูทำความสะอาด
บริเวณครัวของห้อง Type นี้ มีทั้งเคาน์เตอร์และ Island ตรงกลาง ทำให้การใช้งานเป็นสัดส่วนมากขึ้น พร้อมให้เครื่องใช้ไฟฟ้ามาครบ พร้อมใช้งานได้เลยค่ะ
ใต้ Island เป็นตู้เก็บของและลิ้นชักเก็บของ
Island มีขนาดใหญ่ เราสามารถใช้บริเวณนี้ในการเตรียมอาหารได้สบายๆ ไม่ต้องไปเบียดกับตรงเคาน์เตอร์ ด้านใต้ Island มีทั้งลิ้นชักและตู้เก็บของ ส่วน Top เป็นหินอ่อนสีขาวเขียวเหมือนตรงเคาน์เตอร์เลย ดูหรูหราสวยงาม แต่ต้องเช็ดพวกคราบกาแฟ , น้ำมันเวลาทำหกค่ะ
ใต้เคาน์เตอร์เป็นตู้เก็บของ
มาดูฝั่งเคาน์เตอร์กันบ้างค่ะ ด้านล่างเคาน์เตอร์ครัวแบ่งเป็นตู้เก็บของกับลิ้นชัก สามารถเก็บของได้เยอะทีเดียว พร้อมติดตั้ง Combi-oven ของ GORENJE ที่สามารถทำอาหารได้หลากหลายวิธีทั้งนึ่ง , อบ , ย่าง , ตุ๋น , ลวก , ต้ม รวมถึง Sous-vide จริงๆมีแค่เครื่องนี้ก็ทำอาหารได้ครบแล้วนะ
เคาน์เตอร์ครัวมีทั้งส่วนเตรียมอาหาร , ทำอาหารและซิงค์ล้างจาน
ความจริงแล้วเคาน์เตอร์กว้างพอจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนเตรียมอาหาร , ทำอาหารและล้างจาน แต่เราแนะนำให้ไปเตรียมอาหารตรง Island เพื่อไม่ให้การใช้งานเบียดกันเกินไป และเตรียมอาหารได้สะดวกสบายขึ้น
ส่วนทำอาหารที่โครงการให้เตาไฟฟ้า 4 หัวเตาพร้อมที่ดูดควันแบบดูดออกภายนอก จะช่วยระบายอากาศได้ดีกว่าแบบหมุนเวียน และซิงค์ล้างจานที่มีความลึกเป็นพิเศษ ช่วยให้ลดการกระเด็นออกมาภายนอกได้น้อยลง ส่วน Backsplash ด้านหลังกรุกระเบื้อง ทำให้ทำความสะอาดง่าย พร้อมมีตะขอห้อยอุปกรณ์ทำอาหาร หยิบจับได้สะดวก
ตู้เก็บของและชั้นวางของด้านบน
ตู้ลอยด้านบนเป็นตู้เก็บของแนวยาว เก็บของได้เยอะมีหน้าบานปิด ดูเรียบร้อยดี นอกจากนี้ยังมีชั้นวางของ I-move ด้านในตู้เก็บของด้านบน 1 จุด เป็นโช้คให้ดึงลงมาใช้งานได้สะดวก ทำให้สามารถเอื้อมหยิบของจากที่สูงได้ง่ายดี อย่างเราเองก็เอื้อมหยิบไม่ถึงเหมือนกันถ้าไม่มีโช้คให้จับค่ะ
ข้างๆเคาน์เตอร์โครงการ Built-in ตู้เก็บของ พร้อมช่องใส่เครื่องซักผ้ามาให้ เรามองว่าพอมีบานปิดตู้ทำให้ดูเรียบร้อย สบายตาดีค่ะ
พื้นที่รับประทานอาหาร
มุมรับประทานอาหารเชื่อมต่อกับครัว ทำให้การใช้งานต่อเนื่อง เราทำอาหาร เสิร์ฟอาหารและทานได้เลย มุมนี้สามารถวางโต๊ะทานอาหารได้ถึง 6 ที่นั่ง แล้วยังเหลือพื้นที่เดินรอบๆโต๊ะอีกนะ นอกจากนี้มุมรับประทานอาหาร ติดกับพื้นนั่งเล่น เราจึงสามารถทานข้าวพร้อมดูทีวีไปด้วยได้
พื้นที่นั่งเล่น
พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดใหญ่ สามารถวางโซฟารูปตัว 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางสำหรับวางขนมและน้ำ เวลาดูทีวีไปเพลินๆ สำหรับระยะดูทีวีอยู่ที่ 4.9 เมตร เหมาะกับการติดตั้งทีวีขนาด 75-85 นิ้วได้เลยค่ะ มุมนี้อยู่ติดหน้าต่างกระจกแบบ Full Hight จึงได้วิวเมืองไปด้วย
โครงการออกแบบช่องหน้าต่างเป็นประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดเป็นราวกันตกกระจกสูง 1.20 เมตร เพื่อรักษาความปลอดภัย สำหรับระบายอากาศภายในห้องและเป็นพื้นที่ยืนรับลมชมวิวได้ด้วย
ตรงเข้ามาด้านใน จะเป็นโซนพักผ่อนส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัว ประกอบไปด้วยห้องนอน 2 ห้องพร้อมห้องน้ำในตัว จึงเป็นโซนที่แขกจะไม่เข้ามาค่ะ
ห้องน้ำแบบ Jack and Jill
ห้องน้ำห้องแรกมีข้อดีคือ มีทางเข้า-ออก 2 ฝั่ง ทั้งจากฝั่งห้องนอนรองและ Common Area ภายในแบ่งโซนแห้ง-เปียกไว้ชัดเจน ปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน R10 ขนาด 60×60 เซนติเมตร กันลื่นได้ดี แต่ไม่รู้สึกหยาบเวลาเท้าสัมผัสค่ะ ภายในห้องน้ำประกอบด้วยเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์ พื้นที่อาบน้ำและอ่างอาบน้ำมาครบครัน
เคาน์เตอร์อ่างล้างมือเลือก Top ด้วยหินอ่อนสีขาวเขียว Ice Jade มีพื้นที่บนเคาน์เตอร์กว้างวางอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำได้เยอะ พร้อมกระจกเงาและช่องเก็บของด้านล่างเคาน์เตอร์ ทางโครงการได้ติดตั้งก๊อกน้ำสี Chrome จาก GROHE และอ่างล้างมือจาก American Standard ส่วนโถสุขภัณฑ์จะเป็นของ American Standard ใช้งานได้ง่าย
พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 1.55×0.95 เมตร ยืนอาบน้ำ หมุนตัวได้สบายๆ พร้อมฉากกั้นประตูกระจกแบบ Tempered Glass มาให้ โดยเลือกใช้ก๊อกน้ำและฝักบัว Hand Shower สี Chrome จาก GROHE
ห้องนอนรอง
ห้องนอนรองบริเวณโซนพักผ่อน 3.4×2.7 เมตร วางเตียง 5 ฟุตได้สบายๆ แต่ถ้าเตียง 6 ฟุตอาจจะแน่นๆนิดนึงนะคะ ผนังด้านข้างของห้องจะเป็นกระจกแบบ Full Height ขนาดใหญ่ เปิดรับแสงและวิวได้เต็มที่ บริเวณหัวเตียงก็วางโต๊ะเล็กๆได้ทั้ง 2 ข้างเลย
หน้าต่างห้องนอนรองเป็นบานเปิด ระบายอากาศได้ดีและพอกันฝนสาดได้บ้างค่ะ
โครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้
โครงการได้ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ภายในมีทั้งที่แขวนเสื้อผ้า , ลิ้นชักเก็บของ รวมถึงใช้เก็บของชิ้นใหญ่ๆอย่าง กระเป๋าเดินทางได้
Master Bedroom
สำหรับ Master Bedroom มีขนาดใหญ่ แบ่งโซนแต่งตัวและโซนพักผ่อน โดยมีห้องน้ำกั้นกลาง ทำให้แยกสัดส่วนกันชัดเจน โดยโซนพักผ่อนมีขนาดประมาณ 3.45×3.4 เมตร วางเตียง 5-6 ฟุตได้เลย ความพิเศษของห้องนี้คือได้กระจกเข้ามุม จึงได้แสงธรรมชาติเป็นพิเศษ ทั้งยังรู้สึกถึงความโปร่งโล่งด้วย ส่วนใครชอบดูทีวีแนะนำให้ติดตั้งทีวีแบบแขวน เพื่อให้เราได้เดินผ่านได้สบายๆ
โครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ บริเวณใกล้ห้องน้ำ
อีกฝั่งหนึ่งของห้องนอนเป็นพื้นที่แต่งตัว ที่เรามองว่าสามารถทำฉากกั้นเป็น Walk-in Closet ได้เลย โดยโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้เรียบร้อยพร้อมใช้งาน มีทั้งที่แขวนเสื้อผ้า , ลิ้นชักเก็บของและชั้นวางกระเป๋า
Master Bathroom
Master Bathroom เป็นแบบ Sexy Bathroom ภายในมีการแบ่งโซนแห้ง-เปียก แยกการใช้งานเป็นสัดส่วนดี โดยโถสุขภัณฑ์และเคาน์เตอร์อยู่ทางฝั่งซ้าย ส่วนทางฝั่งขวาจะเป็นพื้นที่ยืนอาบน้ำวัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องพอร์ซเลน R10 ขนาด 60×60 เซนติเมตร ป้องกันการลื่นล้ม แต่ไม่บาดเท้าค่ะ
ส่วนอาบน้ำ
พื้นที่อาบน้ำและอ่างอาบน้ำมีขนาด 1.75×1.75 เมตร มีฉากกั้นประตูกระจกแบบ Tempered Glass ติดตั้งมาให้ตามภาพเลย โดยก๊อกน้ำและฝักบัว Hand Shower & Rain Shower สี Chrome จาก GROHE และอ่างอาบน้ำอะคริลิคสีขาว screen ROMM มีความยาวประมาณ 1.70 เมตร สามารถนอนแช่น้ำได้สบายๆ
ส่วนอาบน้ำเป็นแบบ Sexy Bathroom ซึ่งตรงกับช่องหน้าต่างให้มองออกไปเห็นวิวด้านนอกได้ด้วย ทำให้ข้อดีของการมีหน้าต่างนี้ จะช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องน้ำ กำจัดความอับชื้น เชื้อโรคและเชื้อราต่างๆด้วย
ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom Plus 118 ตร.ม. ที่ตกแต่งโดย Olivia Living
Common Area
นอกจากนี้โครงการยังมีห้อง Type เดียวกันกับที่เราเพิ่งพาทุกคนไปชม แต่ตกแต่งโดย Olivia Living แบรนด์นำเข้าเฟอร์นิเจอร์ระดับ Luxury แต่เขามีบริการออกแบบ ตกแต่งห้องให้ด้วยค่ะ ซึ่งลูกบ้านที่ซื้อห้องแบบนี้จะได้ทุกอย่างภายในห้องตามห้องตัวอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ , Built-in เพิ่มเติมรวมถึงข้าวของภายในห้องด้วย เรียกว่าพร้อมต่อการเข้าอยู่อย่างแท้จริง
ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom 96.95 ตร.ม. ที่ตกแต่งโดย Olivia Living
Common Area
แบบแปลน
ทางโครงการ ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) มีทั้งหมด 7 รูปแบบห้องด้วยกัน ซึ่งแต่ละแบบห้องก็มีหลากหลาย Layout ให้เลือกได้ตรงตามการใช้งานของเราเลย
ราคา
ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 24 กันยายน 2569)
ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร
- 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 48 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 61,587 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 5,280 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 43,200 บาท - 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 84-138 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 24.9 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 118,877 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 9,240 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 75,600 บาท - 2 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 117 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 29.9 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 142,748 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 12,870 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 105,300 บาท - รูปแบบการขาย Fully Fitted
- ค่าจอง 1 ห้องนอน 50,000 บาท / 2 ห้องนอน 200,000 บาท / Penthouse 1,000,000 บาท
- ค่าจองและทำสัญญา 5% ของราคาขาย
- ค่ากองทุน 900 บาท/ตร.ม.
- ค่าส่วนกลาง 110 บาท/ตร.ม./เดือน
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเล :
โครงการตั้งอยู่บนถนนคอนแวนต์ ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างถนนสีลมและถนนสาทร อยู่ตรงข้ามกับ BNH Hospital และเยื้องกับโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ บนทำเลใจกลาง CBD สีลม-สาทร เดินทางสะดวกสบาย ไม่ว่าจะใช้รถส่วนตัวหรือใช้รถไฟฟ้า เพราะใกล้ทางด่วนเฉลิมมหานครและทางด่วนศรีรัชในระยะ 2-4 กิโลเมตร แล้วยังใกล้รถไฟฟ้าสถานี Interchange ของ BTS สายสีเขียวอ่อนและ MRT สายสีน้ำเงิน เป็นตัวเลือกในการเดินทาง ระยะเดินอยู่ที่ 500 เมตร
ความอุดมสมบูรณ์ของโครงการมีความคึกคักสูง ใกล้ๆโครงการมี Dusit Central Park , One Bangkok , Park Silom, Silom Complex และ Silom Edge อยู่ในระยะหลักร้อยเมตรถึงกิโลกว่าๆ เท่านั้นเอง อีกทั้งมีร้าน Street Food ไปจนถึง Fine dining หรือ Michelin Star เลย เรียกได้ว่าโซนนี้เพียบพร้อมไปด้วยแหล่งของกินของใช้จริงๆ
นอกจากนี้ยังใกล้โรงพยาบาลและโรงเรียนชั้นนำอย่างโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์, โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน, St.Andrews International School และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นอกจากนั้นยังใกล้สวนลุมพินี ถูกใจสายรักสุขภาพ ชอบไปวิ่งในสวนสาธารณะ
การเดินทางโดยใช้รถ :
โครงการตั้งอยู่ติดกับถนนคอนแวนต์ที่เชื่อมถนนสาทรและสีลม ซึ่งเป็นถนนหลักในการวิ่งไปในตัวเมือง จะใช้เข้าเมืองไปทางถนนพระราม 4 และถนนวิทยุก็สะดวก หรือจะข้ามไปยังฝั่งธนบุรีก็ใช้ถนนสาทรวิ่งตรงไปได้เลย ทั้งยังใกล้ทางด่วนเฉลิมมหานครและทางด่วนศรีรัชในระยะ 2-4 กิโลเมตร ใช้เดินทางไปโซนลาดพร้าว , ดินแดงได้ไม่ยาก
นอกจากนี้โครงการยังให้จำนวนที่จอดรถมามากสุดบนทำเลคิดเป็น 113% หรือการันตีว่าทุกห้องพักอาศัยจะได้ที่จอดรถแน่ๆ จึงหมดปัญหาไม่มีที่จอดรถค่ะ
การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :
เนื่องจากทำเลโครงการอยู่ใจกลางเมือง ทำให้มีตัวเลือกการเดินทางหลากหลาย เริ่มจากในซอยเองจะมีทั้งวินมอเตอร์ไซค์ รถตุ๊กตุ๊กและ Taxi ผ่านไปมาตลอด จึงง่ายต่อการเรียกรถ หรือหากใช้ Application ก็สะดวก ไม่ต้องรอนาน เพราะมีรถคอยให้บริการเยอะ
ที่สำคัญคือโครงการอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสถานี Interchange ของ BTS ศาลาแดง และ MRT สีลม แค่ประมาณ 500 เมตร ถือเป็นระยะที่พอเดินไหว แต่หากไม่อยากตากแดดตากลม เรียกพี่วินไปขึ้นแค่แป๊ปเดียวก็ถึงตัวสถานีแล้วนะ
วัสดุ :
โครงการให้วัสดุมาดี ตามมาตรฐานของคอนโดระดับ Luxury สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ก็เลือกใช้แบรนด์ชั้นนำ ดูหรูหรา โดยโครงการขายแบบ Fully Fuitted พร้อมชุดครัวจาก GORENJE ที่ได้มาตรฐานยุโรปจากประเทศสโลวีเนีย ที่ขึ้นชื่อเรื่องดีไซน์และคุณภาพ โดยเฉพาะตัวเตาอบ ซึ่งทางโครงการก็ให้มาเช่นกัน และเฟอร์นิเจอร์ Built-in ในบางส่วน โดยวัสดุปูพื้นให้มาเหมาะกับการใช้งานของแต่ละส่วน โดย Common Areaใช้ Hybrid Engineered ซึ่งจะมีความทนทานมากกว่าพื้นไม้ Engineered ทั่วไป ส่วนครัวใช้กระเบื้องพอร์ซเลน และกระเบื้องลายไม้ใช้กระเบื้อง ดูกลมกลืนกับตัวห้องแต่ทนต่อสภาพอากาศ ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจาก American Standard และ GROHE แบรนด์ชั้นนำจากประเทศเยอรมนี ที่ช่วยเรื่องการประหยัดน้ำและคุมอุณหภูมิของน้ำได้ดี โดย Master Bathroom จะได้โถสุขภัณฑ์พิเศษกว่าห้องอื่นๆเป็นแบบ Auto Washlet
การออกแบบ :
ออกแบบเน้นความเป็นธรรมชาติ ใช้โทนสีขาว-ไม้ เสริมด้วยต้นไม้สีเขียวที่สอดแทรกทั้งภายในและภายนอกอาคาร ให้บรรยากาศอบอุ่นรื่นรมย์สมชื่อโครงการ เป็นคอนโด High Rise ได้วิวเปิดโล่ง มีจำนวนยูนิตน้อย ได้ความเป็นส่วนตัว ออกแบบแยกพื้นที่ส่วนกลางออกจากส่วนพักอาศัย แต่สามารถเข้าไปใช้งานได้ง่าย ผนังกระจกส่วนใหญ่เป็น Full Height เปิดรับวิวได้แบบเต็มที่ การวางผังชั้นพักอาศัยเน้นความเป็นส่วนตัว มียูนิตต่อชั้นมากสุดเพียง 8 ยูนิต
ห้องพักอาศัยในโครงการส่วนใหญ่ เป็นห้องไซส์ใหญ่และมีหลาย Layout ให้เลือกอีกเยอะเลย ตั้งแต่ 1 Bedroom ไปจนถึง Penthouse รองรับครอบครัวขนาดใหญ่ ภายในห้องพักอาศัย ให้ความสำคัญกับ Common Area ให้มีขนาดใหญ่ ใช้งานได้อย่างไม่อึดอัด ฝ้าห้องพักสูง 2.95 เมตร และเลือกใช้กระจกแบบ Full Height ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง และแสงสว่างเข้าอย่างทั่วถึง ส่วนตัวเราชอบห้องที่มี Double skinny Balcony เพราะสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ แล้วยังเชื่อมต่อกับพื้นที่ภายในห้อง ช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นด้วยค่ะ
สาธารณูปโภค :
ส่วนกลางของโครงการนี้มีมาให้ครบครันและมีฟังก์ชันที่เหมาะสมกับทำเลที่ใกล้โรงเรียนอย่าง Co-working space, Teens Club ให้น้องๆนักเรียนมีพื้นที่เรียนหรือพื้นที่นั่งทำงาน และการอยู่ใกล้โรงพยาบาลก็มีฟังก์ชันที่เน้นการดูแลสุขภาพ เช่น Wellness Lounge
ส่วน Facility หลักของโครงการเป็น The Sky Retreat อยู่ที่ชั้น 30-32 ที่เป็นชั้นบนสุดของโครงการ ทำให้ทุกฟังก์ชันเปิดรับวิวเมืองได้เต็มที่ มีทั้งพื้นที่ทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายอย่าง สระว่ายน้ำ, Fitness, Family Onsen, Aqua Symphony (Spa Area), Treatment Room, Meditation Pod, Sky Lounge (Art & Craft Therapy) และ Sensory Playground ส่วนชั้น Rooftop มี BBQ Yard, Skyline Viewing Seat และ Multi-purpose Lawn ให้มานั่งพักผ่อนหรือชมวิวกันได้ นอกจากนั้นยังได้สิทธิพิเศษระดับ VVIP จาก BNH Hospital ด้วย
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 290,000 บาท/ตร.ม., 24 กันยายน 2569
LUXURY CLASS
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเล | 8.25/10 | ติดถนนคอนแวนต์ ใจกลาง CBD สีลม-สาทร ความอุดมสมบูรณ์สูง |
| เดินทางด้วยรถยนต์ | 8.25/10 | เดินทางสะดวก เชื่อมต่อสีลม-สาทร ใกล้ทางด่วน ได้ที่จอดรถเยอะ 113% |
| เดินทางด้วยรถสาธารณะ | 7.75/10 | สามารถเดินไปรถไฟฟ้า BTS และ MRT ได้ในระยะ 500 เมตร , เรียกรถสาธารณะได้ง่าย |
| วัสดุ | 8/10 | ขายแบบ Fully Fitted ได้วัสดุดีตามมาตรฐานคอนโดหรู เน้นใช้แบรนด์มีชื่อเสียง |
| การออกแบบ | 8.5/10 | ออกแบบได้ความเป็นส่วนตัวดี มีแบบห้องให้เลือกเยอะ จัดฟังก์ชันลงตัว พื้นที่ใช้สอยใหญ่ พื้นที่นั่งเล่นกว้าง |
| สาธารณูปโภค | 9/10 | ฟังก์ชันส่วนกลางหลากหลายน่าใจงาน เหมาะกับการ Retreat จริงๆ พร้อมสิทธิพิเศษระดับ VVIP จาก BNH Hospital |
| รวมคะแนน | 8.24 | จาก 10 คะแนน |
ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) ดีไหม?
โครงการ ROMM Convent (รมย์ คอนแวนต์) เหมาะกับคนมองหาคอนโดใจกลางเมืองในบรรยากาศที่สงบ ได้ความเป็นส่วนตัว เน้นการเดินทางโดยใช้รถเป็นหลัก แต่ก็ใช้รถไฟฟ้าได้สะดวก ได้ห้องพักขนาดใหญ่อยู่สบายตั้งแต่ 1-2 คน หรือทั้งครอบครัว มีพื้นที่ส่วนกลางครบครัน พร้อมสิทธิพิเศษระดับ VVIP จาก BNH Hospital โดยมีงบประมาณระดับ 18.6-163.7 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนเริ่มต้นประมาณ 111,600 บาท/เดือน
ตัวอย่างโครงการ คอนโดโซนสาทร-สีลม
- Dusit Residences and Dusit Parkside
- The Residences at One Bangkok
- Anil สาทร 12
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่









