
อย่าให้มีโครงการที่ 3 … แล้วถ้ามีโครงการที่ 3 ล่ะ … โครงการที่ 4 นี่ก็อาจตามมา
‘The City รามอินทรา – วงแหวน 3’ … ใช่ค่ะ เป็นแบรนด์ The City โครงการที่ 3 แล้วในย่านจตุโชติ หลังจากที่โครงการแรก Sold Out ไปส่วนโครงการที่ 2 ก็เหลือแค่ 10 % คงเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความต้องการ ‘บ้านหลังใหญ่ในราคาคุ้มค่า’ ของคนในย่านนี้ได้เป็นอย่างดี แต่การที่จะเอาแบรนด์เดิมมาลงในทำเลเดิม ใช่ว่าบรรยากาศภายในจะเหมือนเดิม … แต่ต้องดีกว่าเดิมเท่านั้น
The City รามอินทรา – วงแหวน 3 โครงการนี้ต่างจาก The City ที่เราเคยเจอ ทั้งบรรยากาศภายในโครงการและตัวบ้านเลยค่ะ ปกติแล้วเรามักจะเห็น The City เอา Clubhouse ไว้บนซุ้มประตูโครงการ จนกลายเป็นภาพจำของแบรนด์ไปแล้ว แต่ครั้งนี้ AP Thailand เลือกจะออกนอกกรอบ โดยการแยกซุ้มประตูโครงกับ Clubhouse ไว้คนละส่วนกันอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้บรรยากาศภายในดูอลังการมากขึ้น มี Clubhouse เป็นจุดรับสายตาตั้งแต่เข้าโครงการเป็นเหมือน Scene ต้อนรับแขกไปโดยปริยาย แถมลูกบ้านมาใช้งานได้ง่ายมากกว่าเดิมอีกค่ะ
ส่วนบ้านที่เราไม่แน่ใจว่าต้องพูดคำว่า ‘ที่สุด’ กี่รอบ เริ่มจากแบบบ้าน New Design ที่ออกแบบมาให้สไตล์ Regency Stucco เน้นความเรียบง่าย ไม่ตะโกน มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยเยอะสุดในย่าน มีตั้งแต่ 460-580 ตร.ม. บนที่ดิน 100 ตร.ว. ขึ้นไป ซึ่งมากกว่าโครงการโดยรอบ มาพร้อมฟังก์ชัน 4-5 ห้องนอน 5-6 ห้องน้ำ และ 4-5 ที่จอดรถ ซึ่งถือว่าให้ที่จอดรถมามากสุดในโซนนี้แล้วค่ะ ส่วนราคานั้นก็คุ้มค่าที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะหากเทียบกับโครงการที่มีราคาใกล้เคียงกัน อาจได้พื้นที่ใช้สอยน้อยกว่า 100-200 ตร.ม. เลยล่ะ
มาพูดถึงทำเลกันบ้าง … โครงการอยู่ใกล้กับทางด่วนฉลองรัช ด่านจุติโชติแค่ 1.8 กิโลเมตร ใช้เดินทางเข้าเมืองไปโซนพระราม 9 , ลาดพร้าวได้ ส่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้กับทางเข้านัก แต่ในอนาคตปี 2571 ที่ส่วนต่อขยายทางด่วนฉลองรัชสร้างเสร็จ ลูกบ้านจะไปใช้วงแหวนกาญจนาภิเษกได้ง่ายกว่าเดิมเยอะ หรือจะใช้ทางด่วนฉลองรัชตรงยาวไปโซนลำลูกกาก็สะดวกมากๆ แทบไม่ต้องเสียเวลาเจอรถติดเลย
หากใครอยากรู้ว่าโครงการจะน่าสนใจขนาดไหน ตามเรามาอ่านรีวิวแบบเจาะลึกโครงการ The City รามอินทรา – วงแหวน 3 (เดอะ ซิตี้ รามอินทรา-วงแหวน 3) กันเลย
ข้อมูลโครงการ
รีวิว The City รามอินทรา – วงแหวน 3 (เดอะ ซิตี้ รามอินทรา-วงแหวน 3) ณ วันที่ 2 กันยายน 2569
| ชื่อโครงการ | The City Ramintra-Wongwean 3 (เดอะ ซิตี้ รามอินทรา-วงแหวน 3) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) |
| SEGMENT CLASS | HIGH CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2023 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ถ.ไทรามัญ เขตคลองสามวา จังหวัดกรุงเทพฯ |
| ที่ดิน | 44 ไร่ |
| จำนวนยูนิต | 105 ยูนิต |
| ประเภทบ้าน |
|
| ราคาที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ | 120,000 บาท |
| เริ่มก่อสร้าง | ปี 2026 |
| คาดว่าจะแล้วเสร็จ | ปี 2029 |
| เว็บไซต์โครงการ | คลิกที่นี่ |
| โทร | 02-120-7284/1623 |

ทำเลที่ตั้ง
Highlight
- ใกล้ทางด่วนฉลองรัช : แค่ 1.8 กิโลเมตร ใช้เดินทางเข้าเมืองไปโซนพระราม 9 , ลาดพร้าวได้ไม่ยาก และในอนาคตจะมีทางด่วนส่วนต่อขยาย ทำให้ไปใช้ทางด่วนง่ายกว่าเดิม
- เข้า-ออกโครงการได้ 2 ทาง : ทั้งจากทางคู่ขนานกาญจนาภิเษก และถนนไทยรามัญ
พิกัด Google Maps : 13.88911455757118, 100.69514560317575
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
The City รามอินทรา – วงแหวน 3 (เดอะ ซิตี้ รามอินทรา-วงแหวน 3) ตั้งอยู่ตรงไหน?
โครงการตั้งอยู่บนถนนกาญจนาภิเษก 3 ซึ่งเป็นสาธารณะสั้นๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างทางคู่ขนานกาญจนาภิเษกและถนนไทยรามัญ เราจึงเข้า-ออกโครงการได้ทั้ง 2 ทาง เป็นตัวเลือกสำหรับเส้นทางการเดินทางได้ ซึ่งถนนเส้นนี้จะมีโครงการบ้านแนวราบของ AP Thailand อยู่หลายโครงการเหมือนกัน มีรถเข้า-ออกตลอดเวลา จึงไม่รู้สึกเปลี่ยว ปากซอยของถนนทั้ง 2 ฝั่งมีร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารอยู่เยอะพอสมควร เราจะไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องปากท้องเลย
บ้านเดี่ยวโซนจตุโชติ-รามอินทรา ราคาเท่าไหร่?
บ้านเดี่ยวในโซนจตุโชติ-รามอินทรามีหลายระดับราคาตั้งแต่ เริ่มต้นตั้งแต่ 6 ล้านบาท ไปจนถึง 30 ล้านบาท แต่ถ้าเรานับเฉพาะบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงกับโครงการนี้ สัก 400-540 ตร.ม. มักจะเริ่มต้นที่ประมาณ 20-33 ล้านบาทเลยนะ ในขณะที่บ้านของโครงการนี้มีพื้นที่ใช้สอย 460-580 ตร.ม. เริ่มต้นที่ 16.99-30 ล้านบาท จึงถือว่าได้ความคุ้มค่าคุ้มราคาเรื่องพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน
ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์รอบๆโครงการ The City รามอินทรา – วงแหวน 3 (เดอะ ซิตี้ รามอินทรา-วงแหวน 3) เริ่มจากบริเวณปากซอยทางเข้าโครงการมีร้านสะดวกซื้อและร้านค้าร้านอาหารที่เป็นแฟรนไชส์อยู่บ้าง ทั้งฝั่งทางคู่ขนานกาญจนาภิเษกและถนนไทยรามัญ ลูกบ้านสามารถแวะซื้อของกินของใช้เล็กๆน้อยๆก่อนกลับเข้าบ้านได้ หรือวันหยุดจะสั่งอาหารผ่าน Application ก็ได้เช่นกัน
สำหรับคนที่อยากไปเดินหาซื้อของมาทำอาหารกินเอง หรือหาซูเปอร์มาเก็ตจะมีใกล้ที่สุดคือ JAS Green Village คู้บอน , Saimai Avenue ที่อยู่ห่างออกไป 5-7 กิโลเมตร ส่วนใครที่ชอบเดินช้อปปิ้งในห้างใหญ่ๆ จะมี Fashion Island ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 8 กิโลเมตรค่ะ
เส้นทางไปขึ้นทางด่วนฉลองรัช ฝั่งมุ่งหน้าไปพระราม 9 , ลาดพร้าว
จากโครงการ The City รามอินทรา – วงแหวน 3 (เดอะ ซิตี้ รามอินทรา-วงแหวน 3) สามารถไปขึ้นทางด่วนฉลองรัชได้ในระยะแค่ 1.8 กิโลเมตร ใช้เดินทางไปโซนพระราม 9 , ลาดพร้าวได้ ส่วนใครต้องการเดินทางไปโซนสุวรรณภูมิก็สามารถไปใช้วงแหวนกาญจนาภิเษกได้ในระยะ ประมาณ 10 กิโลเมตร
ในอนาคตปี 2571 ส่วนต่อขยายทางด่วนฉลองรัชจะเปิดให้ใช้งาน ทำให้ลูกบ้านที่จะใช้วงแหวนกาญจนาภิเษกมาใช้ได้ง่ายขึ้น ในระยะไม่กี่กิโลเมตร ไม่จำเป็นต้องไปขึ้นแถวรามอินทราอีกต่อไป ส่วนคนที่ใช้ทางด่วนฉลองรัชอยู่แล้วก็มีจุดให้เลือกขึ้น-ลงมากขึ้น คือด่านหทัยราษฎร์
นอกจากนี้ใครที่ทำงานหรือมีกิจการแถวลำลูกกาก็สามารถใช้ทางด่วนฉลองรัชตรงยาวๆไปได้สะดวกอีกด้วยนะ เรียกง่ายๆว่าหากส่วนต่อขยายนี้เสร็จ จะทำให้ลูกบ้านเดินทางสะดวกมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นทางด่วนฉลองรัชและวงแหวนกาญจนาภิเษกเลยค่ะ
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
รอบๆโครงการ The City รามอินทรา – วงแหวน 3 (เดอะ ซิตี้ รามอินทรา-วงแหวน 3) ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านจัดสรร 2 ชั้น , โรงเรียน , อาคารพาณิชย์ 3-4 ชั้น และที่ว่างรอการพัฒนา เราเลยมองว่าในอนาคตอาจถูกพัฒนาไปเป็นโครงการจัดสรรได้อีก
- ทิศเหนือ ติดกับ ที่ว่างรอการพัฒนา , โรงเรียนและบ้านพักอาศัย 2 ชั้น
- ทิศตะวันออก ติดกับ ที่ว่างรอการพัฒนา
- ทิศใต้ ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น
- ทิศตะวันตก ติดกับ ที่ว่างรอการพัฒนาและอาคารพาณิชย์ 3-4 ชั้น
บรรยากาศทางเข้าหลักของโครงการ ฝั่งติดถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก
ทางเข้าหลักจะอยู่ฝั่งติดถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก แม้ว่าจะไม่มีชื่อซอยเขียนเอาไว้ แต่เราจะสังเกตได้จากป้ายโครงการในเครือ AP Thailand ที่ตั้งอยู่ปากทาง
ทางเข้าโครงการอีกฝั่งอยู่ติดถนนไทยรามัญ
ทางเข้าอีกฝั่งของโครงการติดกับถนนไทยรามัญ ด้านข้างโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย มีรถเข้า-ออกตลอดเวลา ไม่เปลี่ยวเลย
บรรยากาศภายในซอยโครงการ
ภายในซอยโครงการมีต้นไม้ปลูกอยู่ตลอดแนว ทำให้เรารู้สึกถึงความร่มรื่นตั้งแต่เข้าโครงการมาเลยค่ะ
บรรยากาศหน้าโครงการ
ถนนหน้าโครงการแยกเลนรถฝั่งซ้ายขวา โดยมีแนวต้นไม้คั่นกลาง มองดูแล้วสดชื่นดีค่ะ จนมาถึงบริเวณหน้าโครงการที่ไม่มีเกาะกลาง ทำให้ลูกบ้านเลี้ยวรถเข้า-ออกโครงการได้สะดวก
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
- JAS Green Village คู้บอน ~ 5.8 km.
- Saimai Avenue ~ 7.3 km.
- Fashion Island ~ 8.5 km.
โรงพยาบาล
- โรงพยาบาลซีจีเอช สายไหม ~ 7.2 km.
- โรงพยาบาลอินทรารัตน์ ~ 8.1 km.
- โรงพยาบาลรสินแพทย์ รามอินทรา ~ 10.4 km.
- โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ~ 12.8 km.
โรงเรียน
- โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย ~800 m.
- Ruamrudee International School Early Years Campus ~ 3.3 km.
- โรงเรียนสาธิตพัฒนา ~ 5.1 km.
- โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม ~ 7.5 km.
- โรงเรียนนานาชาติกีรพัฒน์ ~ 12.8 km.
การเดินทาง
- ทางพิเศษฉลองรัช ด่านฯ จตุโชติ ~ 1.8 km.
รายละเอียดโครงการ
Highlight
- มีสวนส่วนกลาง 2 แห่ง : ช่วยกระจายการใช้งาน
- Clubhouse และสวนขนาดใหญ่อยู่หน้าโครงการ : เป็นเหมือนมุมต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมโครงการ และเป็นหน้าเป็นตาให้แก่เจ้าของบ้าน
โครงการ The City รามอินทรา – วงแหวน 3 (เดอะ ซิตี้ รามอินทรา-วงแหวน 3) เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนที่ดินประมาณ 44 ไร่ มีจำนวนทั้งหมด 105 ยูนิตด้วยกัน เทียบกับโครงการบ้านระดับเดียวกันในละแวกนี้ ส่วนใหญ่มีจำนวนยูนิตตั้งแต่ 40-160 ยูนิต ถือว่าโครงการนี้มีจำนวนที่ไม่มากไม่น้อย เมื่อมีจำนวนยูนิตที่ไม่น้อยจนเกินไปทำให้เราได้แชร์ค่าส่วนกลางกับเพื่อนบ้านจำนวนหลายยูนิต จึงมีค่าส่วนกลางไม่สูงเลย 29 บาท/ตร.ว./เดือน แต่ในขณะเดียวกันบรรยากาศภายในโครงการก็ดูสงบ น่าพักผ่อนดี
เมื่อพูดถึงแบรนด์ ‘The City’ เราจะคุ้นเคยกับซุ้มประตูโครงการขนาดใหญ่และมี Clubhouse เป็นส่วนหนึ่งของซุ้มประตูโครงการ แต่กับ The City รามอินทรา – วงแหวน 3 กลับแตกต่างออกไป เพราะเขาแยกซุ้มประตูกับ Clubhouse อย่างชัดเจนค่ะ ซึ่งเรามองว่าเป็นเรื่องดี ทำให้มีพื้นที่ออกแบบอาคาร Clubhouse ใหญ่ขึ้นดูอลังการขึ้น เดี๋ยวเราจะค่อยๆพาเพื่อนๆไปชมกันนะคะ และจากการวางผังของโครงการ เรามองว่าน่าสนใจทีเดียว แบ่งออกเป็นประเด็นได้ดังนี้
- Clubhouse และสวนอยู่หน้าโครงการ ตรงกับซุ้มประตูโครงการพอดี : เป็นเหมือนมุมต้อนรับแขกที่เข้ามาเยี่ยมโครงการ และรู้สึกถึงความอลังการ
- แยกสวนส่วนกลางออกเป็น 2 แห่ง : เป็นการกระจายความหนาแน่นในการใช้งาน
- ออกแบบผังโครงการได้สมมาตร : เหมือนบ้านทุกยูนิตอยู่ติดถนนหลักทั้งหมด
ส่วนโซนบ้านที่น่าสนใจจะมีอยู่ 2 โซนด้วยกัน
- โซนเส้นประสีส้ม : อยู่ใกล้ซุ้มประตูโครงการ ได้เรื่องความปลอดภัยและเข้า-ออกโครงการสะดวก แถมยังไม่มีบ้านฝั่งตรงข้าม ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูง
- โซนเส้นประสีเหลือง : อยู่ใกล้ Clubhouse หรือสวนส่วนกลาง ได้ทั้งบรรยากาศที่ดี แถมยังมาใช้งาน Facility ต่างๆได้สะดวก
บรรยากาศซุ้มประตูโครงการ
ซุ้มประตูโครงการ อยู่ห่างจากถนนหน้าโครงการเล็กน้อย ทำให้มีพื้นที่ให้รถต่อคิวเวลาเข้าโครงการ การจราจรหน้าโครงการจึงไม่ติดขัด
การที่มีพื้นที่ว่างด้านหน้าซุ้มประตูให้จัดเป็นส่วน เป็นการเปิดทัศนียภาพให้เห็นซุ้มประตูและป้ายโครงการที่ตั้งอยู่ด้านหน้าชัดเจน ดึงดูดสายตาคนที่ผ่านไปมาได้เป็นอย่างดี
ด้านข้างซุ้มประตูโครงการทั้ง 2 ฝั่ง มีทางเดินเข้า-ออกแยกไว้ สำหรับคนที่ไม่ใช้รถยนต์ โดยทางเดินยกระดับขึ้นจากถนน จึงเดินได้อย่างปลอดภัยค่ะ
ประตูทางเข้าโครงการแยกฝั่งเข้า-ออกได้อย่างชัดเจน รวมถึงแยกช่องระหว่างลูกบ้านและ Visitor ทำให้ลูกบ้านไม่ต้องจอดรถเวลาแขกแลกบัตร โครงการใช้ระบบสแกนป้ายทะเบียนรถยนต์ (KATSAN) พร้อมประตูเหล็กเลื่อนและ CCTV เพื่อความปลอดภัยให้กับลูกบ้าน
เมื่อผ่านซุ้มประตูโครงการเข้ามา เราจะเห็นกับ Clubhouse และสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้าพอดิบพอดี เป็นเหมือนมุมต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมโครงการและลูกบ้านที่เพิ่งกลับเข้าโครงการมา ดูโอ่อ่า เป็นหน้าเป็นตาให้แก่โครงการ
สวนส่วนกลางจะมีทางเข้า-ออกที่ชัดเจน มีประตูรั้วเหล็กกั้นไว้ เวลาเราพาเด็กๆหรือน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่น น้องๆจะได้ไม่วิ่งซนออกไปยังถนนค่ะ
บรรยากาศสวนส่วนกลาง
สวนส่วนกลางมีขนาดใหญ่ แบบเปิดโล่ง ทำให้เราสามารถใช้พื้นที่ตรงนี้ทำกิจกรรมต่างๆได้ เช่น ปิกนิก หรือให้เด็กๆได้วิ่งไล่จับกัน เมื่อมองตรงออกไปจากสวนจะเห็นซุ้มประตูโครงการ ดูสมมาตรดีค่ะ
รอบๆสวนมี Jogging Track ให้คนมาวิ่งออกกำลังกาย สำหรับคนที่เบื่อการวิ่งบนลู่ แล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศค่ะ
ระหว่างทางมีที่ให้นั่งพักผ่อนเป็นระยะๆ พอให้ลูกบ้านได้จับกลุ่มพบปะพูดคุยกันได้
ด้านข้าง Clubhouse
สำหรับ Clubhouse มีทางเข้า 2 ฝั่ง แต่ละฝั่งมีที่จอดรถด้านหน้า 2-3 คัน สำหรับลูกบ้านที่อยู่โซนไกลหน่อย ให้ขับรถมาจอดเพื่อใช้ Facility ส่วนกลางได้
ทางเข้า Clubhouse แบบ Universal Design
ฝั่งหนึ่งของ Clubhouse ออกแบบทางเข้าแบบ Universal Design สามารถเข็นวีลแชร์ขึ้นไปได้ตั้งแต่ที่จอดรถ จนถึงตัวอาคารเลย
สระว่ายน้ำกลางแจ้ง
สระว่ายน้ำของโครงการเป็นระบบเกลือ มีขนาดประมาณ 6.5 x 25 เมตร ลูกบ้านมาว่ายน้ำออกกำลังกายได้เต็มที่ นอกจากนี้ยังมีทั้งโซนสระสำหรับเด็กและโซนจากุชชี่แยกไว้ 2 ฝั่ง มีขนาดโซนละ 2.6 x 7.5 เมตร เป็นสัดส่วน ใช้งานได้ง่าย เนื่องจากเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง จึงเหมาะมาใช้บริการช่วงเย็นๆ เพื่อไม่ให้แดดร้อนจนเกินไปนะ
ริมสระว่ายน้ำมี Sunbed และเก้าอี้สำหรับพักผ่อนอยู่ด้วย ลูกบ้านมานั่งพักผ่อนพร้อมชมวิวสระว่ายน้ำและสวนส่วนกลางไปเพลินๆได้ด้วย
ด้านข้างของสระว่ายน้ำ 2 ฝั่งจะมีพื้นที่สำหรับล้างตัวก่อนลงสระฝั่งละ 1 ตำแหน่ง แชร์กันใช้งานได้สะดวก ไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวกัน
ห้องน้ำส่วนกลางของ Clubhouse จะเเยกเป็นห้องน้ำชาย-หญิง และมีห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุไว้รองรับการใช้งานโดยเฉพาะด้วย โดยตัวห้องน้ำอยู่ใกล้สระว่ายน้ำ ทำให้ลูกบ้านมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้สะดวก
ห้องน้ำส่วนกลาง
ห้องน้ำส่วนกลางมีทั้งห้องสุขาและห้องอาบน้ำ ภายในห้องน้ำยังมี Locker ให้เรามาเก็บอุปกรณ์ส่วนตัวเวลาไปใช้งานส่วนกลางด้วย
ส่วนห้องน้ำผู้สูงอายุก็กว้างพอให้เราใช้วีลแชร์เข็นเข้า-ออกได้อย่างสบายๆ
ภายในห้องน้ำมีห้อง Sauna เตรียมไว้ให้สำหรับลูกบ้านที่ต้องการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ , กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตหรือขับเหงื่อเพื่อความสดชื่น ดูจากขนาดแล้วนั่งได้ 3-4 คนค่ะ
โถงทางเข้า
เมื่อเดินเข้ามาภายในตัวอาคาร จะเจอโถงทางเข้าแบบ Double Volume ดูโออ่าทีเดียว
สำหรับชั้น 1 จะมีฟังก์ชันเดียวคือ Lobby ที่มี Face Scan อยู่ด้านหน้า จึงมีแต่ลูกบ้านที่เข้ามาใช้บริการได้ค่ะ
Lobby
Lobby เป็นมุมต้อนรับแขกที่สามารถเห็นสระว่ายน้ำได้ด้วย พื้นที่ตรงนี้เราสามารถใช้ต้อนรับแขกและนัดพบปะกันได้ กรณีที่ไม่สะดวกให้แขกเข้าไปยังตัวบ้าน เวลามีงานเลี้ยงสังสรรค์ เราก็สามารถจองพื้นที่ตรงนี้ได้
ชั้น 2 ของ Clubhouse
บริเวณโถงชั้น 2 มีพื้นที่นั่งพักผ่อน อยู่ด้านหน้าห้องฟิตเนส สำหรับคนที่มานั่งรอออกกำลังกาย
ฟิตเนส
Fitness มีขนาดใหญ่ เพียงพอต่อการรองรับลูกบ้าน 105 ยูนิต โครงการจัดวางเครื่องออกกำลังกายแบบ Cardio ไว้ริมหน้าต่าง เพื่อให้มองเห็นสระว่ายน้ำ ช่วยให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่อ ภายใน Fitness มีอุปกรณ์ที่เรียกได้ว่าครบครัน ทั้งการออกกำลังกายแบบ Cardio และ Weight Training เลยค่ะ
ขณะวิ่งออกกำลังกาย เพื่อนๆก็จะได้เห็นวิวสวน , สระว่ายน้ำรวมถึงบรรยากาศโครงการไปพร้อมๆกัน ช่วยให้การออกกำลังกายบนลู่ไม่น่าเบื่อค่ะ
Co-Working Space
ส่วน Co-working Space มีทั้งพื้นที่ทำงานหลากหลายมุม น้องๆนักเรียนสามารถนัดเพื่อนๆมาทำงานกลุ่มได้สบายๆ หรือใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน เบื่อการ Work From Home ที่บ้านก็สามารถมาใช้งานพื้นที่นี้ได้เช่นกัน
ภายใน Co-working Space มี Meeting Room ที่มีโต๊ะประชุมสำหรับ 5 ที่นั่ง รองรับการประชุมหรือคุยงานต่างๆได้ พร้อมมีจอพรีเซนต์งานไว้ให้ครบครัน
นอกจากนี้ยังมีสวนส่วนกลางอยู่บริเวณกลางโครงการอีกหนึ่งจุด ซึ่งภายในสวนนั้นก็มีทั้ง Pet Park และ Putting Green ที่มาใช้ซ้อมพัตกอล์ฟได้ แต่วันที่เราเข้าไปถ่ายรีวิว สวนนั้นยังไม่เปิดให้เข้าชม ไว้มีโอกาสเราจะมาอัพเดตอีกทีนะคะ
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบไปด้วย
- สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ / สระผู้ใหญ่ ขนาด 6.5 x 25 เมตร ลึก 1.2 เมตร
- แบ่งสระเด็กลึกขนาด 2.6 x 7.5 เมตร ลึก 0.6 เมตร / พร้อมโซนจากุชชี่ 2.6 x 7.5 เมตร
- ห้องออกกำลังกายใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 7 เครื่อง
- พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 2 จุด รวมประมาณ 2 ไร่ ด้านหน้าขนาด 1 ไร่, ตรงกลางขนาด 1 ไร่
- Lobby
- Co-Working Space
- Meeting Room
- Free Wifi ที่ Clubhouse
- ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 27 จุด
- รั้วรอบโครงการสูง 2.5 เมตร
- ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
- จดจำป้ายทะเบียน (KATSAN)
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ออกตรวจตรากลางวันทุกๆ 2 ชม. กลางคืนทุก 1 ชม. ทุกซอย
- ประตูรั้วโครงการแบบรั้วเหล็กรางเลื่อน
แบบบ้าน
Highlight
- พื้นที่ใช้สอยเยอะสุดในย่าน : มากสุด 580 ตร.ม. ในขณะที่โครงการรอบๆมีพื้นที่แค่ 400-500 ตร.ม.
- ราคาคุ้มค่าที่สุดในย่าน : บ้าน Type เล็กมีพื้นที่ใช้สอย 460 ตร.ม. เริ่มต้น 16.99 ล้านบาท ซึ่งในราคาเท่าๆกัน ในโครงการเพื่อนบ้านมักได้พื้นที่ใช้สอยเพียง 280-362 ตร.ม.
- ได้ที่จอดรถสูงสุด 5 คัน : ซึ่งมากที่สุดในย่านแล้วค่ะ
บ้านในโครงการ The City รามอินทรา – วงแหวน 3 (เดอะ ซิตี้ รามอินทรา-วงแหวน 3) เป็นบ้านเดี่ยวหน้ากว้าง 2 ชั้น ดีไซน์ใหม่ของ AP Thailand สไตล์ Regency Stucco เน้นความเรียบง่ายโทนสีอ่อน ขาว-ครีม ทำให้ตัวบ้านดูสบายตา สิ่งที่เรามองว่าโดดเด่นดูจะเป็นซุ้มประตูบ้านที่มีชายคายกสูง ตั้งอยู่ตรงกลาง ระหว่างความสมมาตรของตัวบ้าน
แม้ว่าบ้านในโครงการจะไม่ได้มีราคาจับต้องได้ง่ายเป็นอันดับต้นๆ แต่ว่าทำราคาออกมาได้ดีทีเดียวและถือว่าโดดเด่นของความคุ้มค่าเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่ดิน , พื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชัน
เริ่มต้นจากบ้านในโครงการจะได้ที่ดินใหญ่ 100+ ตร.วาทุกแปลง ในขณะที่โครงการรอบๆมักจะเริ่มต้นด้วยที่ดิน 70-80 ตร.ว.เท่านั้น ส่วนพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเริ่มต้นตั้งแต่ 460-580 ตร.ม. ซึ่งมากที่สุดในย่านแล้วค่ะ หรือหากเราลองเทียบบ้าน Type เล็กสุดที่มีราคาเริ่มต้น 16.99 ล้านบาท กับบ้านโครงการโดยรอบที่มีพื้นที่สอย 400 กลางๆ ก็มักมีราคาพุ่งขึ้นสูงถึง 23-25 ล้านบาท
นอกจากนี้ฟังก์ชันภายในบ้านก็ให้มากสุดเช่น จอดรถได้มากสุด 5 คัน ในขณะที่บ้านในโครงการอื่นๆที่อยู่ใกล้ๆกันมักจอดได้แค่ 3-4 คัน ปัจจุบันโครงการมีแบบบ้านให้เลือก 3 แบบ ดังนี้
- EATON บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 105.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 460 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน - WILTON บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 118.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 515 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน - ECCLESTON บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 127.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 580 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 5 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
สรุปวัสดุภายในบ้าน
- โครงสร้างแบบ Conventional
- หลังคาปั้นหยาปูกระเบื้องคอนกรีตแผ่นเรียบ สีเทาอัคนิล กรุแผ่นสะท้อนความร้อน
- ผนังภายในติดวอลเปเปอร์
- ผนังตกแต่งภายนอกสี Texture
- โครงสร้างที่จอดรถแบบ On Beam บริเวณนอกชายคาลงเสาเข็มสั้น 6 ม.
- ประตูเหล็กรางเลื่อน / เตรียมระบบไฟฟ้าสำหรับติดตั้งประตูอัตโนมัติ
- ประตูอลูมิเนียมลายไม้ Tostem / ประตูโรงจอดรถไม้สักพร้อม digital door lock
- พื้นชั้น 1 : กระเบื้องพอร์ซเลน ขนาด 80×80 ซม.
- พื้นชั้น 2 : Engineering Wood ผิวไม้สัก
- พื้นห้องน้ำ : กระเบื้องพอร์ซเลน
- บันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้สัก
- Smart Station
- Indoor Outdoor Camera บริเวณห้องนั่งเล่นและที่จอดรถ
- Spot Mini
- Cube Clicker ที่ห้องน้ำชั้นล่าง
- Smart Touch Switch
- Cube Motion Sensor
- Smart Plug
- General Controller
- Smoke Detector
- Smart Oxy Flow บริเวณโถงและห้องนอนทุกห้อง
- เดินท่อร้อยสายรองรับระบบ Solar Cell
- เดินท่อร้อยสายรองรับระบบ EV Charger
- ยี่ห้อสุขภัณฑ์ KOHLER / ก๊อกน้ำ KOHLER / ฝักบัว KOHLER / ฉาบกั้นอาบน้ำ KOHLER/ อ่างอาบน้ำ Cristina
- Built-in เคาน์เตอร์ครัวให้
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ
บ้านตัวอย่าง ECCLESTON
บ้านตัวอย่างที่เราจะพาทุกคนไปดูคือบ้าน Type ใหญ่สุดของโครงการ เป็นบ้านหน้ากว้าง สร้างเกือบเต็มที่ดิน แต่ก็ยังพอมีสวนข้างบ้านให้ได้ปลูกบ้านไม้ทำสวนอยู่บ้าง โครงสร้างบ้านเป็นแบบ Conventional สามารถทุบต่อเติมได้ไม่ยาก บ้านแบบนี้มีที่ดินเริ่มต้น 127.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 580 ตร.ม. มาพร้อมฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 5 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
แปลนบ้าน ECCLESTON ชั้น 1
ชั้น 1 : บ้านหน้ากว้างสามารถจอดรถได้ 5 คันที่บริเวณหน้าบ้าน โดยแบ่งเป็นอยู่ในชายคา 4 คันและนอกชายคาอีก 1 คัน ตัวบ้านมีทางเข้า-ออกหลักๆ 2 ทาง ประตูแรกเป็นประตูหลักอยู่หน้าบ้าน เป็นทางเข้าที่ใช้ต้อนรับแขกเป็นหลัก ประตูที่ 2 คือด้านหลังที่จอดรถ เวลาขนของเข้าบ้านใช้ประตูนี้จะสะดวกที่สุด หรือหากต้องเข็นวีลเเชร์เข้าบ้านต้องผ่านประตูเท่านั้นนะ
ภายในบ้านแบ่งโซนเป็น 3 โซน โซนแรกคือบริเวณด้านหน้าบ้าน เป็น Common Area โดยแบ่งเป็นฝั่งซ้าย-ขวา ฝั่งขวาเป็นที่นั่งเล่นรวมกับพื้นที่ต้อนรับแขก ฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร ดังนั้นเวลามีแขกมาเยี่ยมก็มักอยู่แต่บริเวณนี้เป็นหลัก โซนที่สองคือห้องนอนชั้นล่างที่ด้านหลังบ้าน เงียบสงบกว่าฝั่งหน้าบ้าน ภายในมีห้องน้ำรองรับผู้สูงอายุ เหมาะกับครอบครัวที่อยู่กันหลาย Generation สุดท้ายคือด้านซ้ายของบ้าน เป็นส่วน Service ประกอบไปด้วยห้องครัว และส่วนของแม่บ้านรวมถึง Laundry Area
ชั้น 2 : เป็นพื้นที่ส่วนตัวของคนในบ้าน มี Family Area ที่ใช้เป็นจุดรวมตัวของสมาชิกในครอบครัว Master Bedroom กินพื้นที่ฝั่งขวาของตัวบ้านไปทั้งหมด ส่วนห้องนอนรองอีก 3 ห้อง กระจายตัวอยู่ฝั่งซ้ายของบ้าน แต่ละห้องมีขนาดใหญ่ พร้อมห้องน้ำในตัว ใช้งานได้สะดวก
ที่จอดรถหน้าบ้าน
บริเวณหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 5 คัน โดยที่จอดรถใต้ชายคา แบ่งออกเป็น 2 ช่อง แต่ละช่องมีความกว้าง 5 เมตรกว่าๆ จึงสามารถจอด 2 คันได้สบายๆ ตัวรถมีชายคาคลุมให้เกือบเต็มคัน ส่วนฝั่งซ้ายสุดจอดรถได้อีก 1 คัน ไม่มีชายคาคลุม แต่เพื่อนๆไม่ต้องกังวลไปนะ ถ้าหากอยากต่อเติมชายคาเพิ่มเติมก็ทำได้ไม่ยาก เพราะโครงสร้างบ้านรองรับการต่อเติมอยู่แล้ว
โครงสร้างบริเวณที่จอดรถเป็นแบบ On Beam แม้ไม่ได้ป้องกันการทรุดตัวโดยตรง แต่นับว่าจะทรุดตัวได้ช้ากว่าแบบ On Ground พอถึงบริเวณที่มีชายคาคลุมโครงการจะตัด Joint แยกโครงสร้างไว้ให้เรียบร้อย หากมีการทรุดตัวจะไม่ส่งผลกับตัวบ้านและที่จอดรถค่ะ
บริเวณที่จอดรถโครงการจะเดินระบบรองรับการติดตั้ง EV Charger 22kW มาให้ ใครใช้รถไฟฟ้าซื้อแค่ตัวเครื่องมาติดตั้งได้เลยค่ะ และยังให้ IP Camera มา 1 ตัว เราสามารถดูผ่าน Application ได้ด้วยนะ
ด้านหลังที่จอดรถมีทางลาดรองรับการใช้งานวีลแชร์ผู้สูงอายุโดยตรง มีความกว้างประมาณ 1.2 เมตร สามารถเข็นวีลแชร์ขึ้นได้สบายๆ
ประตูทางเข้าด้านหลังที่จอดรถ
ประตูบริเวณด้านหลังที่จอดรถเป็นประตูไม้สักบานเปิดคู่ ดูหนาแน่น แข็งแรงคงทน พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock ที่รองรับ 5 ระบบ ทั้ง Pin Code / IC Card / Application / Finger Scan / กุญแจ หากวันไหนเราลืมกุญแจบ้านก็สามารถเข้าประตูนี้ได้ค่ะ
พื้นบ้านเรียบเสมอไปกับพื้นภายนอก ทำให้เราเข็นวีลแชร์เข้าไปได้สะดวก
ประตูทางเข้าหลัก
ซุ้มประตูทางเข้าหลักของตัวบ้านดูโดดเด่น ดูเผินๆเหมือนเป็นประตูบานสูงไปถึงชั้น 2 บานประตูเป็นอลูมิเนียมจาก Tostem ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงคงทน และกันเสียงได้เป็นอย่างดี ตัวประตูเปิดได้กว้าง ขนข้าวของเฟอร์นิเจอร์เข้า-ออกได้สะดวก ทุกบานประตูของบ้านติดตั้ง Magnetic Sensor ไว้ เสริมความปลอดภัยให้ตัวบ้าน
Foyer หน้าบ้าน
เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอกับส่วนโถงต้อนรับ Foyer Double Volume สูง 6.8 เมตร เป็นอันดับแรกเลย เรารับรู้ได้ถึงความโอ่อ่าและให้ความรู้สึกความโปร่งโล่งเป็นพิเศษ ส่วนพื้นในชั้น 1 จะปูด้วยกระเบื้องพอร์ซเลน 80×80 ซม. ซึ่งเป็นขนาดใหญ่ ทำให้รอยต่อที่พื้นน้อยลง ดูสบายตา และเช็ดถูทำความสะอาดง่าย
บริเวณนี้เหมาะกับการห้อย Chandelier ตามสไตล์ที่ตัวเองตัวเองชอบ นอกจากจะเป็นมุมต้อนรับแขกแล้วยัง เเสดงถึงความหรูหราและฐานะของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี ใกล้ๆกับประตูมีที่ว่างให้เรา Built-in ตู้เก็บรองเท้าและที่นั่งสำหรับใส่รองเท้าก่อนออกนอกบ้าน ทำให้เก็บรองเท้าได้ง่ายๆเวลากลับมาถึงบ้าน
โถงกลางบ้าน
บริเวณโถงกลางบ้านมีที่ว่างให้เราวาง Sculpture ได้ด้วย ทำให้มุมต้อนรับแขกดูดีขึ้นไปใหญ่ จากโถงเชื่อมต่อไปยังฝั่งซ้าย-ขวาของตัวบ้านซึ่งเป็นพื้นที่รับแขกและพื้นที่รับประทานอาหาร แยกกันเป็นสัดส่วน ฝ้าบริเวณนี้สูงประมาณ 3 เมตร ถือว่ายังดูโปร่งดี ไม่อึดอัดค่ะ
พื้นที่ต้อนรับแขก
พื้นที่รับแขกอยู่ด้านหน้าบ้าน ใกล้กับประตูที่สุด เวลามีแขกมาเยี่ยมเยือนก็จะอยู่บริเวณนี้เป็นหลัก ดูจากขนาดพื้นที่สามารถวางโซฟารูปตัว L เป็นแนวยาว , อาร์มแชร์และโต๊ะกลางได้ 1 ตัว หากต้องการติดตั้งทีวี บริเวณนี้ได้แสงสว่าง 2 ฝั่ง และมีช่องแสงขนาดใหญ่ ทำให้พื้นที่ตรงนี้ดูสว่างและโปร่ง แล้วยังช่วยให้เราเห็นวิวสวนหน้าบ้านได้ชัดๆอีกด้วย
หน้าต่างบานเลื่อนเป็นแบบ Double Lock ทำให้สมาชิกในบ้านรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
ส่วนฝั่งข้างบ้าน เป็นประตูบานเลื่อนเป็นแบบ Double Lock เชื่อมต่อออกไปยังชานข้างบ้าน
ชานข้างบ้านมีขนาดประมาณ 1.4×8 เมตร สามารถจัดเป็นมุมพักผ่อนริมสวนได้
ถัดมาเป็นพื้นที่นั่งเล่นของสมาชิกในบ้าน อยู่ลึกเข้ามาในตัวบ้านหน่อย จึงได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่หากชอบความเป็นสัดส่วนจะกั้นห้องแยกกับพื้นที่นั่งเล่นเลยก็ได้นะ เวลาพ่อแม่มีแขกมาเยี่ยม ลูกๆก็สามารถมาใช้พื้นที่ตรงนี้พักผ่อนได้ บริเวณนี้สามารถวางโซฟา 3 ที่นั่ง พร้อมอาร์มแชร์ได้อีก 2 ตัว
บริเวณนี้โครงการติดตั้ง IP Camera มาให้ 1 ตัว เราสามารถเช็คความเรียบร้อยผ่าน Application ในมือถือได้
พื้นที่รับประทานอาหาร
ฝั่งซ้ายของบ้านเป็นพื้นที่รับประทานอาหารที่เชื่อมต่อกับ Pantry Area ทำให้การใช้งานเชื่อมต่อกัน เราสามารถเตรียมอาหารและเสิร์ฟอาหารได้อย่างต่อเนื่อง บริเวณนี้สามารถวางโต๊ะทานอาหาร 8-10 ที่นั่งได้เลยค่ะ รองรับครอบครัวใหญ่ๆได้เลย
Pantry Area นี้ โครงการตกแต่งให้ดูเป็นไอเดียนะคะ แต่ก็เดินท่อน้ำ สำหรับต่อเติม Built-in เป็นซิงค์ล้างจานได้
Powder Room
ห้องน้ำชั้นล่างจะเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room ไม่มีส่วนอาบน้ำ จะมีให้เฉพาะโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ กับอ่างล้างหน้าจาก KOHLER ไว้สำหรับแขกที่มาเยี่ยมเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมี Cube Clicker สำหรับกดส่งสัญญาณเวลาต้องการความช่วยเหลือ
ติดกับพื้นที่รับประทานอาหาร เป็นห้องครัวซึ่งลดระดับลงมาเล็กน้อย ทำให้เราทำความสะอาดห้องครัว ที่มักมีคราบมัน หรือเศษอาหารได้อย่างเต็มที่
ห้องครัวมีขนาดใหญ่พอสมควร สามารถเข้ามาช่วยกันทำอาหารได้ 4-5 คนเลยนะ โครงการ Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้เป็นรูปตัว U ทำให้เราแบ่งฝั่งทำอาหาร , เตรียมอาหารและมุมล้างจานได้เลย
Top เคาน์เตอร์เป็นหินควอตซ์สังเคราะห์ แข็งแรงคงทน และคราบน้ำมันหรือน้ำต่างๆ ซึมลงไปไม่ได้ เหมาะกับการใช้งานในครัว
ใต้เคาน์เตอร์เป็นตู้เก็บของ
ใต้เคาน์เตอร์เป็นตู้เก็บของ และมีถังขยะใต้ซิงค์ล้างจาน เวลาเปิดตู้ ถังขยะก็เด้งออกมาเลย ใช้งานสะดวก
เหนือเคาน์เตอร์เป็นตู้เก็บของ
เหนือเคาน์เตอร์เป็นตู้เก็บของ มีบานปิดตู้ดูเรียบร้อยดีค่ะ
โครงการติดตั้งซิงค์ล้างจานมาให้
โครงการติดตั้งของใช้ในครัวบางส่วนมาให้ อย่างซิงค์ล้างจานและที่ดูดควันแบบดูดออกภายนอก ซึ่งใช้งาน ระบายกลิ่นได้ดีกว่าระบบหมุนเวียน แต่จะไม่ให้เตาไฟฟ้ามานะ เราสามารถเลือกติกตั้งเตาได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นเตาไฟฟ้าและเตาแก๊ส เราเห็นโครงการเตรียมพื้นที่วางถังแก๊สอยู่ด้านใต้เคาน์เตอร์ไว้เรียบร้อย
ภายในห้องครัวมีตู้ไฟบ้านอยู่ด้วย หากถึงคราวต้องซ่อมบำรุง ช่างก็เข้ามาทางประตูห้องครัวได้เลย ไม่รบกวนเจ้าของบ้านเลยค่ะ
ห้องครัวเชื่อมต่อออกมายังลาน Laundry Area บริเวณนี้สามารถวางทั้งเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้าได้เลย นอกจากนี้เรายังมองว่าพื้นที่มีขนาดกว้างพอให้ทำเป็นมุมพักผ่อนของแม่บ้านไปด้วยได้เลย ส่วนด้านข้างมีห้องเก็บของขนาดใหญ่ สามารถเก็บของชิ้นใหญ่ๆที่ใช้นอกบ้านได้ เช่น เครื่องตัดหญ้า , ที่สูบจักรยาน
ไม่ใช่แค่ห้องนอนเจ้าของบ้านที่มีห้องน้ำในตัว … ห้องแม่บ้านก็มีห้องน้ำในตัวเช่นเดียวกัน โดยปกติเราจะเห็นแยกห้องน้ำกับห้องนอนให้แม่บ้าน ซึ่งเอาเข้าจริงเวลาแม่บ้านใช้งานก็อาจไม่สะดวกขนาดนั้น การมีห้องน้ำในตัวห้องนอนไปเลย ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าเวลาใช้งานค่ะ เหมาะกับบ้านที่จ้างแม่บ้านประจำมากเลยค่ะ
ประตูทางเข้าห้องนอนชั้นล่าง
ประตูทางเข้าเป็นประตูบานเลื่อน ส่วนพื้นก็เรียบเสมอไปกับพื้นด้านนอก ทำให้เข็นวีลแชร์เข้ามาได้สะดวก นอกจากนี้โครงการยังติดตั้ง Motion Sensor ไว้ให้ด้วย เผื่อช่วงดึกดื่นผู้สูงอายุลุกไปไหน หรือมีคนเข้ามาในห้อง ลูกหลานจะได้ทราบ แล้วลงมาเช็คความเรียบร้อยได้
ห้องนอนชั้นล่าง
ห้องนอนอยู่ด้านหลังบ้าน ทำให้สงบกว่าฝั่งหน้าบ้าน ภายในกว้างพอจะวางเตียง 5-6 ฟุตได้เลย หรือหากมีผู้สูงอายุ 2 คน จะวางเป็นเตียงเดี่ยว 2 เตียงก็ยังได้ แนะนำให้วางเตียงหนึ่งชิดผนัง เพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ ส่วนข้างเตียงยังมีพื้นที่ให้เรา Built-in ตู้เสื้อผ้าจัดเป็นมุมแต่งตัวได้ด้วย
ห้องน้ำชั้นล่าง
ภายในห้องน้ำออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ ทางเข้าห้องน้ำเป็นพื้นที่ไม่มีการลดระดับ สามารถเข็นวีลแชร์เข้าไปใช้งานได้ป้องกันการสะดุดล้ม และมีการติดตั้งราวจับมาให้ บริเวณอ่างล้างหน้า และที่อาบน้ำ ช่วยอำนวยความสะดวกใช้งานได้อย่างปลอดภัย ภายในห้องน้ำแยกส่วนแบ่งส่วนแห้งไว้และมีสุขภัณฑ์ต่างๆให้ครบ นอกจากนี้ยังติดตั้ง Cube Clicker เผื่อผู้สูงอายุต้องการความช่วยเหลือค่ะ
ส่วนอาบน้ำ
ส่วนอาบน้ำมีขนาดกว้างพอจะเข็นวีลแชร์เข้ามาและหมุนตัวกลับได้สะดวก บริเวณนี้จะไม่ลดระดับและไม่มีฉากกั้นห้องน้ำ เพื่อให้เข็นวีลแชร์เข้ามาใช้งานได้ง่าย แล้วยังมีที่นั่งอาบ สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ใช้วีลแชร์ด้วยนะ โครงการให้ฝักบัวแบบ Hand Shower ของ Kohler ด้านข้างมีช่องไว้ติดตั้งชั้นวางของ เอื้อมหยิบใช้งานได้สะดวก
ใกล้ๆกับบันไดมีที่ว่างที่เรามองว่ายัง Built-in ตู้เก็บของ หรือทำเป็นมุมสำหรับสัตว์เลี้ยงได้
ใต้บันไดมีห้องเก็บของอีก 1 จุด ภายในกว้างสามารถเก็บของชิ้นใหญ่ๆ เช่น กระเป๋าเดินทาง
บันไดขึ้นชั้น 2 เป็นรูปตัว U มีขนาดกว้างประมาณ 1.5 เมตร คนจึงเดินสวนกันขึ้นลงได้สบายๆ โครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวบันไดด้วยไม้สัก พร้อมราวจับตลอดทาง ใช้งานได้สะดวก
ชั้น 2
เมื่อขึ้นมาชั้น 2 เราจะเจอกับโถงโล่งๆ ซึ่งตรงกับมุมที่จะเห็น Chandelier พอดี พื้นที่ตรงนี้กว้างพอจะจัดเป็นมุมนั่งทำการบ้านหรือเล่นบอร์ดเกมของเด็กๆเลยนะคะ พี่น้องจะได้มาใช้เวลาร่วมกันได้ที่ตรงนี้
Family Area
Family Area เป็นพื้นที่โล่งที่มีฝ้าสูง 3 เมตร ทำให้พื้นที่ตรงนี้ดูโปร่ง พื้นที่บริเวณนี้เป็นเหมือนมุมรวมตัวของสมาชิกในครอบครัว หรือเวลาพ่อแม่มีแขกมาเยี่ยมอยู่ชั้นล่าง ลูกๆก็มาใช้พื้นที่ตรงนี้ได้ ส่วนพื้นชั้น 2 เป็นพื้นไม้ Engineering Wood ผิวไม้สัก ให้ความรู้สึกอบอุ่นดีค่ะ
แต่ในความเป็นจริง มุมนี้จะไม่มีฉากกั้นด้านหลังทีวีมาให้นะคะ จะเป็นราวกันตกธรรมดา ใครที่ชอบความเป็นสัดส่วน แนะนำให้ทำฉากกั้นกระจก เพื่อให้พื้นที่ยังดูโปร่งอยู่นะคะ
Family Area เชื่อมต่อกับระเบียงขนาดประมาณ 4.1×0.95 เมตร กว้างพอจะทำเป็นมุมพักผ่อนเล็กๆ ให้มานั่งสูดอากาศรับลมได้บ้าง แต่ถ้าใครชอบปลูกต้นไม้ จะทำเป็นสวนกระถางเพิ่มความสดชื่นให้แก่ตัวบ้านก็ได้นะ
ห้องนอนรอง 1
ห้องนอนรอง 1 ตรงข้ามกับ Family Area ที่เราชอบคือทุกห้องนอนของบ้านแบบนี้มีขนาดกว้าง อย่างห้องนี้ก็กว้างพอจะวางเตียง 6 ฟุต แล้วยังเหลือพื้นที่รอบๆเตียงอีกเยอะ พร้อมแยกมุมนั่งเล่นไว้ด้านข้าง
บริเวณหน้าห้องน้ำก็สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าเป็นรูปตัว L ได้เลย เหมาะกับคนที่ชอบแต่งตัว หากใครชอบความเป็นสัดส่วนจะทำฉากกั้นเป็น Walk-in Closet ไปเลยก็ได้ค่ะ
ห้องน้ำในห้องนอนรอง 1
ห้องน้ำภายในห้องนอนจัดแบ่งการใช้งานส่วนเปียกและส่วนแห้งชัดเจน ให้ชุดอ่างล้างหน้าที่มีตู้เก็บของอยู่ด้านใต้มา สามารถเก็บอุปกรณ์อาบน้ำ หรือใช้ในห้องน้ำไว้ได้ ภายในให้สุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ต่างๆครบครัน
พื้นที่ส่วนอาบน้ำกว้างประมาณ 0.95 x 1.5 เมตร ใช้งานได้สะดวก โครงการติดตั้งฉากกั้นมาให้เรียบร้อย กันน้ำกระเด็นออกมา เวลาเราอาบน้ำ
ตามจริงแล้วบริเวณนี้จะต้องเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ที่คนนิยมทำเป็นห้องพระ แต่บ้านตัวอย่างต่อเติมทำฉากกั้นแล้วรวมให้พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของห้องนอนรอง 2 ที่เรากำลังจะพาไปชมค่ะ
ห้องนอนรอง 2
ห้องนอนรอง 2 มีขนาดใหญ่พอๆกับห้องนอนรอง 1 เลยค่ะ เพียงแต่ในบ้านตัวอย่าง ทุบผนังรวมพื้นที่อเนกประสงค์มาด้วย ทำให้ดูกว้างขวางหน่อย ภายในวางเตียง 6 ฟุตแล้วยังเหลือพื้นที่อยู่อีกเยอะเหมือนกัน จะทำเป็นมุมทำงานอ่านหนังสือก็ได้นะ
พื้นที่อเนกประสงค์ตรงนี้ถูกตกแต่งให้กลายเป็นห้องซ้อมเต้นบัลเล่ต์ของเด็กน้อย การติดกระจกบานใหญ่เต็มพื้นที่ ทำให้ห้องนี้ดูกว้างเข้าไปอีก
ห้องน้ำในห้องนอนรอง 2
ห้องน้ำในห้องนอนรอง 2 มีขนาดพอๆกับห้องน้ำในห้องนอนรอง 1 เลยนะ ให้สุขภัณฑ์มาครบครันเหมือนกัน ต่างแค่เพียงส่วนเก็บของใต้อ่างล้างหน้าของห้องนี้ อยู่ในรูปแบบของลิ้นชัก ส่วนตัวเรามองว่าเปิดใช้งานได้สะดวกกว่า แถมแบ่งสัดส่วนได้ด้วยเพราะมี 2 ชั้น
ห้องนอนรอง 3
ห้องนอนรอง 3 มีขนาดใหญ่สุดในบรรดาห้องนอนรอง พอวางเตียงแล้วยังเหลือพื้นที่ปลายเตียงให้วางโซฟาหรือสตูลได้อีก เวลาเรากลับบ้านมาแล้วยังไม่อาบน้ำ ก็มานั่งพักผ่อนตรงนี้ก่อนได้ เนื่องจากห้องนี้อยู่ฝั่งหน้าบ้าน จึงได้แสงธรรมชาติมากกว่าฝั่งหลังบ้าน ห้องจึงดูสว่างเป็นพิเศษ ส่วนบริเวณใกล้ห้องน้ำก็มีพื้นที่ว่างให้เราทำเป็นมุมเเต่งตัวได้นะ
ห้องน้ำในห้องนอนรอง 3 วางผังออกมาเหมือนห้องน้ำในห้องนอนรอง 1 เลยค่ะ เพียงแต่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย
Master Bedroom
สำหรับ Master Bedroom กินพื้นที่ตั้งแต่ฝั่งหน้าบ้านไปจนถึงหลังบ้าน ภายในห้องกว้างพอจะแบ่งโซนพักผ่อน และโซนนั่งเล่นได้เลยค่ะ สำหรับโซนพักผ่อนสามารถวางเตียง 6 ฟุต แล้วยังมีที่วางสตูลหรือโซฟาปลายเตียงไว้นั่งพัก มุมนี้เหมาะจะติดตั้งทีวีขนาดใหญ่ประมาณ 60 นิ้ว เพราะมีระยะดูทีวีประมาณ 3 เมตร
ส่วนโซนนั่งเล่นก็วางโซฟา 2 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางเล็กๆ ให้เราได้นั่งพักผ่อน อ่านหนังสือได้เลย
ห้องนอนเชื่อมกับระเบียงขนาด 5.4×0.85 เมตร แม้จะยาวแต่ดูจากความกว้างแล้ว เรามองว่าเหมาะกับการเดินออกมาสุดอากาศรับลม หรือทำเป็นสวนกระถาง เพิ่มความสดชื่นให้ตัวห้องมากกว่า
บริเวณใกล้กับห้องน้ำสามารถจัดเป็น Walk-in Closet ได้ ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกต่อเนื่องกัน บริเวณนี้สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้า 2 ฝั่ง หรือใครจะแยกโซนเสื้อผ้ากับ Accessories โดยการทำเป็นตู้เสื้อผ้าฝั่งหนึ่งและ ตู้เก็บกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับอีกฝั่งหนึ่ง แนะนำให้ทำฉากกั้นเป็นสัดส่วนให้ชัดเจนไปเลยนะคะ
Master Bathroom
ห้องน้ำใน Master Bedroom มีขนาดใหญ่มาก และมีความพิเศษกว่าห้องน้ำอื่นๆหลายอย่าง
เริ่มจากอ่างล้างมือแบบ His&Her สามารถใช้งานได้พร้อมกัน 2 คนพร้อมลิ้นชักเก็บของด้านล่าง
อีกหนึ่งความพิเศษคือได้โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติของ Novita แบรนด์จากเกาหลีในเครือ KOHLER มีความพิเศษในเรื่องการปรับอุณหภูมิของน้ำ และอุณหภูมิของฝารองนั่งได้
อ่างอาบน้ำของ Cristina
ห้องน้ำนี้จะได้อ่างอาบน้ำเป็นแบบ Stand Alone ของ Cristina วันไหนที่เมื่อยตัวก็มาแช่น้ำอุ่นเพื่อผ่อนคลาย
ส่วนอาบน้ำของห้องนี้มีขนาดประมาณ 1.75×1.35 เมตร พร้อมติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำไว้เรียบร้อย อุปกรณ์อาบน้ำก็พิเศษกว่าห้องอื่นเช่นกัน เพราะได้ทั้ง Rain Shower และ Hand Shower มาเลยค่ะ
แบบแปลน
บ้าน EATON
บ้าน EATON เป็นแบบบ้าน Type เริ่มต้นของโครงการ มีที่ดินเริ่มต้น 105.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 460 ตร.ม. มาพร้อมฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
เริ่มจากบริเวณหน้าบ้านจอดรถได้ 4 คัน เรียงกันเลย ไม่ซ้อนคัน จึงเข้า-ออกได้สะดวก บ้านทุกแบบมีทางลาดรองรับการใช้งานวีลแชร์ของผู้สูงอายุบริเวณประตูด้านหลังที่จอดรถ ส่วนภายในบ้านชั้น 1 แยกโซนกันอย่างชัดเจน คือหน้าบ้านเป็นพื้นที่รับแขกโดยเฉพาะ แขกจะอยู่แค่บริเวณนี้เลยค่ะ
ถัดเข้ามาหน่อยจะเป็นพื้นที่พักผ่อนของสมาชิกในบ้าน ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น บริเวณนี้จะรวมพื้นที่นั่งเล่นกับพื้นที่รับประทานอาหารไว้ด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่เราจะใช้ชีวิตโซนนี้กันเป็นหลัก ติดกับพื้นที่รับประทานอาหารเชื่อมต่อไปยังโซน Service ประกอบไปด้วย ห้องครัวและห้องแม่บ้าน ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของบ้านเป็นห้องนอนชั้นล่าง พร้อมห้องน้ำในตัวที่ออกแบบรองรับผู้สูงอายุ บ้านในโครงการจึงถือว่าอยู่กันได้หลาย Generation ตั้งแต่บ้านแบบแรกเลยค่ะ
ชั้น 2 ของตัวบ้านเป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวของคนในบ้าน ประกอบไปด้วยห้องนอน 3 ห้องพร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง ใช้งานได้สะดวก แล้วยังมี Family Area อยู่ตรงกลางใช้เป็นจุดรวมตัวกันของสมาชิกในบ้านยามค่ำคืน มานั่งพูดคุย ดูหนังร่วมกันได้ ไม่จำเป็นต้องลงมาใช้พื้นที่นั่งเล่นชั้นล่าง พอเสร็จก็แยกย้ายเข้านอนได้สะดวก
บ้าน WILTON
บ้าน WILTON เป็นแบบบ้านที่มีมากที่สุดในโครงการ มีที่ดินเริ่มต้น 118.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 515 ตร.ม. มาพร้อมฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
จริงๆเรามองว่าบ้านแบบบ้านจัดแปลนออกมาคล้ายกับบ้าน EATON เลยค่ะ โดยเฉพาะชั้น 1 คือมีฟังก์ชันและวางผังออกมาเหมือนกันเลย เพียงแต่ฟังก์ชันต่างๆจะมีขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนชั้น 2 จะเริ่มมีความแตกต่างกันบ้างแล้ว เพราะเพิ่มห้องนอนพร้อมห้องน้ำมา 1 ห้อง จึงรองรับจำนวนสมาชิกในบ้านได้มากขึ้นค่ะ
ราคา
The City รามอินทรา – วงแหวน 3 (เดอะ ซิตี้ รามอินทรา-วงแหวน 3) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 2 กันยายน 2569)
ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร
- EATON บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 105.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 460 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
– ราคาเริ่มต้น 16.99 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 81,113 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 3,071 บาทต่อเดือน - WILTON บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 118.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 515 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
– ราคาเริ่มต้น 22.9 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 109,328 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 3,440 บาทต่อเดือน
- ECCLESTON บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 127.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 580 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 5 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
– ราคาเริ่มต้น 25.9 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 123,650 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 3,689 บาทต่อเดือน - ค่าจอง 200,000 บาท
- ค่าทำสัญญา 300,000 บาท
- ค่าส่วนกลาง 29 บาท / ตร.วา. / เดือน
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : โครงการอยู่ติดถนนกาญจนาภิเษก 3 ซึ่งเป็นสาธารณะสั้นๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างทางคู่ขนานกาญจนาภิเษกและถนนไทยรามัญ เราจึงเข้า-ออกโครงการได้ทั้ง 2 ทาง นอกจากนี้โครงการยังอยู่ใกล้กับทางด่วนฉลองรัช ด่านจตุโชติ แค่ 1.8 กิโลเมตร ใช้เดินทางเข้าเมืองไปโซนลาดพร้าว,พระราม 9 ได้ไม่ยาก และยังไม่ไกลจากวงแหวนกาญจนาภิเษก ที่ใช้เดินทางไปโซนลาดกระบัง สุวรรณภูมิได้เลย
ในอนาคตประมาณปี 2571 จะมีส่วนต่อขยายของทางด่วนฉลองรัช ลูกบ้านสามารถใช้วงแหวนกาญจนาภิเษกได้ง่ายขึ้น หรือคนที่จะเดินทางไปโซนลำลูกกาก็ใช้ทางด่วนเส้นนี้ตรงไปยาวๆได้เลย สะดวกกว่าเดิมมากเลยค่ะ
ด้านความอุดมสมบูรณ์ก้ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะทั้งปากซอยถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก และถนนไทยรามัญ มีร้านสะดวกซื้ออยู่หลายแบรนด์ รวมถึงร้านค้าร้านอาหารอีกยิบย่อย ขับรถออกมาจากโครงการแป๊ปเดียวก็ถึงแล้ว สำหรับคนที่อยากไปเดินหาซื้อของมาทำอาหารกินเอง หรือหาซูเปอร์มาเก็ตจะมีใกล้ที่สุดคือ JAS Green Village คู้บอน , Saimai Avenue ที่อยู่ห่างออกไป 5-7 กิโลเมตร ส่วนใครที่ชอบเดินช้อปปิ้งในห้างใหญ่ๆ จะมี Fashion Island ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 8 กิโลเมตรค่ะ
ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : โครงการนี้ถือว่ามีระดับความปลอดภัยสูงทีเดียวค่ะ เริ่มจากมีทางเข้า-ออกโครงการใช้ระบบสแกนป้ายทะเบียน พร้อม CCTV
ส่วนตัวบ้านเริ่มจากติดตั้ง Indoor – Outdoor Camera ไว้ที่โรงจอดรถและพื้นที่นั่งเล่น ประตูรองที่อยู่ด้านหลังที่จอดรถ ติดตั้งระบบ Digital Door Lock ไว้ ส่วนทุกบานประตูหน้าต่างในบ้านก็มี Magnetic Sensor นอกจากนี้ที่ห้องน้ำชั้นล่างยังมี Cube Clicker ไว้ให้กดขอความช่วยเหลือ จากในห้องน้ำค่ะ ส่วนทางเข้า-ออกห้องก็มี Cube Motion Sensor ติดอยู่ค่ะ
การออกแบบโครงการ : ออกแบบได้แตกต่างจากแบรนด์ The City ที่เราเคยเห็น มีการแยกซุ้มประตูโครงการกับ Clubhouse อย่างชัดเจน ลูกบ้านออกมาใช้งานได้สะดวกมากขึ้น แล้วยังช่วยให้บรรยากาศภายในโครงการดีและอลังการขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โครงการเลือกที่จะกระจายส่วนกลางไว้ 2 จุด คือ Clubhouse และสวนบริเวณหน้าโครงการ แล้วยังมีสวนส่วนกลางอีกหนึ่งจุดบริเวณกลางโครงการ ช่วยกระจายความหนาแน่นในการใช้งาน
การออกแบบพื้นที่ใช้สอย : บ้านในโครงการ มี 3 แบบ มาในสไตล์ Regency Stucco เน้นทั้งพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ตั้งแต่ 460 – 580 ตารางเมตร ถือว่าได้พื้นที่ใช้สอยเยอะสุดและคุ้มค่าสุดในโซนนี้ และที่ดินขนาดใหญ่ 100 ตร.ว. ขึ้นไป แบบบ้านเป็นแบบหน้ากว้าง เกือบเต็มที่ดิน แต่ก็ยังเหลือมีพื้นที่ให้ทำสวนอยู่บ้างเล็กน้อย มาพร้อมฟังก์ชัน 4-5 ห้องนอน 5-6 ห้องน้ำ 4-5 ที่จอดรถ ซึ่งมากสุดในย่านนี้เเล้ว ภายในบ้านแบ่งพื้นที่ใช้รับแขกกับพื้นที่นั่งเล่นไว้คนละโซน เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย
บ้านในโครงการรองรับได้หลาย Generation และมีการออกแบบรองรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ตั้งแต่ทางเข้าบ้านที่เป็นทางลาดใช้วีลแชร์ได้สะดวก รวมถึงห้องนอนชั้นล่างพร้อมห้องน้ำในตัวรองรับผู้สูงอายุ
วัสดุ : โครงสร้างบ้านเป็นแบบ Conventional ส่วนที่จอดรถเป็นแบบ On Beam รองรับการต่อเติมในอนาคต โครงการ Built-in เคาน์เตอร์ในห้องครัวไว้ให้เรียบร้อย เหลือแค่ติดตั้งเตาไฟฟ้าหรือเตาแก๊ส ก็พร้อมใช้งานได้เลยค่ะ ช่วยประหยัดค่าตกแต่งไปได้เยอะ วัสดุต่างๆให้มาเหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ประตูทางเข้าหลักเป็นของ Tostem กันเสียงและลมได้เป็นอย่างดี ห้องน้ำให้สุขภัณฑ์แบรนด์ที่มีชื่อเสียง คงทน อย่าง Kohler , Grohe ส่วนระบบเทคโนโลยีต่างๆก็สมน้ำสมเนื้อกับบ้านระดับราคานี้ค่ะ
พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : โครงการปลูกต้นไม้ตั้งแต่บริเวณซุ้มประตู ภายในโครงการได้พื้นที่สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 2 จุด แต่ละจุดมีขนาดประมาณ 1 ไร่ ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่ดีให้โครงการ ทำให้ดูร่มรื่นน่าใช้งาน
สาธารณูปโภค : Clubhouse ออกแบบมาสวยงาม สมมาตรเข้ากับตัวสวน น่าใช้งาน มีฟังก์ชันส่วนกลางมาให้ครบครัน ทั้ง ฟิตเนส , สระว่ายน้ำ , Co-Working Space และ Lounge ที่สามารถจองมาจัด Private Party ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันหาได้ยาก เช่น Putting Green แต่ละฟังก์ชันขนาดใหญ่พอที่จะรองรับลูกบ้าน 105 ยูนิต
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%, และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับแพคเกจ 16.99-30 ล้านบาท, 2 กันยายน 2569
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง | 8/10 | ใกล้ถนนใหญ่ เข้า-ออกโครงการได้ 2 ทาง , ใกล้ทางด่วน 2 สาย |
| ความปลอดภัย | 8/10 | เข้าออกโครงการด้วยระบบ KATSAN ภายในบ้านมี Magnetic Sensor , IP Camera , Motion Sensor , CUBE Clicker |
| การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย | 8.75/10 | บ้านเดี่ยวพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันเยอะสุดในย่าน |
| วัสดุ | 8/10 | ให้มาเหมาะสมกับการใช้งาน โครงสร้างบ้านรองรับการต่อเติม |
| พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ | 8.25/10 | ได้สวนขนาดใหญ่ 2 จุด รวมกว่า 2 ไร่ |
| สาธารณูปโภค | 8/10 | ฟังก์ชันหลักครบ มีฟังก์ชันหายากอย่าง Putting Green |
| รวมคะแนน | 8.14 | จาก 10 คะแนน |
The City รามอินทรา – วงแหวน 3 (เดอะ ซิตี้ รามอินทรา-วงแหวน 3) ดีไหม?
โครงการ The City รามอินทรา – วงแหวน 3 (เดอะ ซิตี้ รามอินทรา-วงแหวน 3) เหมาะกับครอบครัวใหญ่ที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยวหน้ากว้างเน้นพื้นที่ใช้สอยเยอะ รองรับสมาชิกหลาย Generation ชอบบ้านที่มีที่จอดรถเยอะ มีห้องแม่บ้านทุกหลัง ต้องการบ้านแบบ Conventional สามารถทุบต่อเติมได้ เน้นใช้งาน Facility ส่วนกลางที่มีให้ครบครัน ชอบโครงการที่บรรยากาศดี ชอบทำเลที่เดินทางง่าย ใกล้ทางด่วน มองหาบ้านที่คุ้มค่ากับราคา มีงบเริ่มต้น 16.99 ล้านบาท
ตัวอย่างโครงการบ้านเดี่ยวโซนวงแหวน-รามอินทรา
- The City รามอินทรา-วงแหวน 2
- Bangkok Boulevard Signature รามอินทรา - วัชรพล
- เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน – จตุโชติ
- ลัดดารมย์ วงแหวน-รามอินทรา 2
- SHAWN วงแหวน – จตุโชติ
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

