
ปีนี้ท่าพระฮอตจริงๆ ค่ะ วันนี้เปิดตัวใหม่อีก 1 คอนโดกับ Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) ที่อยู่ติดถนนใหญ่เพชรเกษมเลย เดินไปรถไฟฟ้าสายหลัก MRT ท่าพระอินเตอร์เชนจ์ได้เพียง 300 เมตร ต่อเดียวถึงสีลม สามย่าน จุฬาฯ ใกล้มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลซื้อลงทุนได้อีก
Chapter One Rise ท่าพระ เราว่าต่างจากที่อื่น เพราะมียูนิตน้อยกว่าโครงการส่วนใหญ่ในโซนนี้ที่มักมีจำนวนยูนิตเยอะถึงหลักพัน แต่ที่นี่ 612 ยูนิต บรรยากาศภายในจึงได้ความสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่า พื้นที่ส่วนกลางก็ไม่ต้องรอกัน เพราะถึงแม้จะจำนวนยูนิตไม่เยอะ แต่ส่วนกลางที่นี่เขาก็จัดเต็มมาให้ถึง 7 ชั้น 30 ฟังก์ชัน แบ่งกันใช้งานได้สบายๆ เลยค่ะ
จุดที่ชอบเลยคือ อะไรใหม่ๆ ในฟังก์ชันส่วนกลางเราจะเห็นได้ในโครงการนี้นะ อย่าง Rooftop Pickel Ball ที่กำลังมาแรง, Table Tennis Corner, ลานสเก็ตบอร์ด, Street Basketball Court ให้ออกกำลังกาย หรือจะเป็นห้องดนตรีอย่าง Sound Studio ก็มีให้ใช้งาน พร้อมพื้นที่นั่งทำงานพักผ่อนอีกเพียบเรียกได้ว่าหลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งวัยเรียนและวัยทำงานสุดๆ
ตัวห้องจัดแปลนมาเป็นครัวปิดทั้งหมดทำอาหารได้จริงจัง เน้นห้องขนาดไม่ใหญ่มากทำให้ราคา Package จับต้องง่าย 1 Bedroom ขนาด 24.47-31.6 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus ขนาดประมาณ 35 ตร.ม. เริ่ม 1.89 ล้านบาท ใครสนใจจองห้องให้ทัน 200 ห้องแรกนะคะ จะได้โปรฯ ฟรีเฟอร์นิเจอร์และแอร์ทุกห้อง เปิดจองรอบ VIP วันที่นี้ 31 ต.ค. – 1 พ.ย. พร้อม Special Discount สูงสุดอีก 200,000 บาท*
ตามเราไปเจาะลึกรายละเอียดโครงการกันค่ะ
ข้อมูลโครงการ
รีวิว Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569
| ชื่อโครงการ | Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จํากัด (มหาชน) |
| SEGMENT CLASS | MAIN CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023) |
| โครงการตั้งอยู่ | ถนนเพชรเกษม แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600 |
| ที่ดิน | 2-1-55.6 ไร่ |
| ประเภทคอนโด | High Rise 32 ชั้น 1 อาคาร |
| จำนวนยูนิต | 612 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต |
| ที่จอดรถ | 263 คัน คิดเป็น 43% (เป็นที่จอดแบบปกติ) |
| เริ่มก่อสร้าง | ปี 2569 |
| คาดว่าจะแล้วเสร็จ | Q4 ปี 2571 |
| ประเภทห้องพัก |
|
| ราคาเริ่มต้น | 1.89 ล้านบาท* |
| ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ | ประมาณ 85,000 บาท/ตร.ม. |
| EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) | อยู่ระหว่างการประเมิน |
| เว็บไซต์โครงการ | คลิกที่นี่ |
| Call Center | 1739 |
| Line | คลิกที่นี่ |

ทำเลที่ตั้ง
Highlight
- ใกล้ MRT ท่าพระ : ประมาณ 300 เมตร ซึ่งเป็นสถานี Interchange ระหว่าง MRT สายสีน้ำเงิน 2 เส้นทาง ใช้เดินทางเข้าเมืองไปโซนสามย่าน , สีลมและสุขุมวิทได้ง่ายๆ
- ใกล้โรงพยาบาลและสถานศึกษา : ในระยะห่างจากโครงการประมาณ 1-3 กิโลเมตร มีทั้งโรงพยาบาลและสถานศึกษาชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานในโรงพยาบาล เป็นนักศึกษาในย่านนี้ หรือเข้าเมืองไปยังจุฬาก็สะดวก
- มีห้างสรรพสินค้าอยู่ไม่ไกลจากโครงการ : ประมาณ 3 -5 กิโลเมตร ทั้ง The Mall ท่าพระ , Seacon บางแคและ ICONSIAM ให้เลือกชอปได้ทุก Lifestyle
พิกัด Google Maps : 13.727757247388011, 100.47136052768252
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) ตั้งอยู่ตรงไหน?
โครงการ Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) ตั้งอยู่ติดถนนเพชรเกษม ฝั่งมุ่งหน้าไปทางบางหว้า ห่างจาก MRT ท่าพระเพียง 300 เมตร ซึ่งถนนเพชรเกษมเป็นถนนเส้นยาวกว่าพันกิโลเมตร จึงเชื่อมต่อไปยังถนนเส้นหลักได้หลายเส้น เอาแค่ในกรุงเทพฯก็สามารถเชื่อมไปยังถนนรัชดาภิเษก , ถนนจรัญสนิทวงศ์ , ถนนราชพฤกษ์ , ถนนกาญจนาภิเษกรวมถึงถนนพทธมณฑลตั้งแต่ 1-4 เลย ทำให้คนในย่านนี้เดินทางไปโซนต่างๆได้ไม่ยาก ทั้งโซนวงเวียนใหญ่ , เจริญนคร , ปิ่นเกล้า
หรือจะเข้าเมืองมาแหล่งงานอย่างสาทรและอโศกก็ไม่ยากเลยนะ เพราะจากถนนเพชรเกษมเลี้ยวเข้าถนนรัชดาภิเษก วิ่งตรงยาวก็ถึงย่านอโศกแล้ว ส่วนสาทรก็แค่เลี้ยวมาทางถนนกรุงธนบุรี วิ่งข้ามสะพานตากสินก็ถึงย่านสาทรแล้วค่ะ เราจึงมองว่าทำเลโครงการใช้เข้าเมืองสะดวก ไม่ว่าทางรถหรือรถไฟฟ้า แต่ในขณะเดียวกันยังมีราคาที่จับต้องได้ เพียง 1.89 ล้านบาท ไม่สูงเหมือนคอนโดที่อยู่ในตัวเมือง
คอนโดย่านท่าพระ ราคาเท่าไหร่?
ต้องยอมรับคอนโดในย่านท่าพระ Sold Out กันไวมาก ตั้งแต่ที่ MRT ท่าพระเปิดให้บริการ โดยคอนโดโซนนี้ที่ยังเป็นมือหนึ่งอยู่ มักมีราคาเริ่มต้น 1 ล้านปลายๆ ไปจนถึง 2 ล้านกลางๆ ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง , รูปแบบการขายและระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้า โดยโครงการ Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) มีราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท สำหรับห้องขนาดเริ่มต้น 24.47 ตร.ม. เมื่อเทียบกับโครงการรอบๆที่ใกล้รถไฟฟ้าแบบระยะเดินไหว (ไม่เกิน 500 เมตร) ก็ถือว่ามีราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าเพื่อนค่ะ
มาดูเรื่องความอุดมสมบูรณ์กันบ้าง จากโครงการ Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) มีห้างสรรพสินค้าใหญ่อยู่หลายแห่ง ในระยะประมาณ 3 -5 กิโลเมตร เอาที่ใกล้ที่สุดจะเป็น The Mall ท่าพระ ที่ห่างจากโครงการแค่ 3.3 กิโลเมตร ซึ่งย่านนี้รถไม่ติด ขับรถไปไม่กี่นาทีก็ถึงแล้วค่ะ นอกจากนี้ยังมี Seacon บางแคและ ICONSIAM ที่อยู่ไม่ไกลด้วยนะ ถือว่าลูกบ้านมีตัวเลือกในเดินเล่น หาของกินช้อปปิ้งหลากหลายดีค่ะ
อีกหนึ่งประเด็นที่เราอยากพูดถึงคือ โครงการอยู่ห่างจากโรงพยาบาลพญาไท 3 เพียง 1 กิโลเมตร ตอบโจทย์บุคลากรทางการแพทย์ เดินทางไปทำงานได้ไม่ยากเลย เวลามีเคสฉุกเฉิน คุณหมอไปถึงโรงพยาบาลได้ง่าย หรือคนไข้ที่ต้อง Follow Up กับคุณหมอบ่อยๆอยู่ที่นี่ก็สะดวกเลยค่ะ
Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) อยู่ใกล้กับ MRT ท่าพระ ประมาณ 300 เมตร ซึ่งเป็นสถานี Interchange ระหว่าง MRT สายสีม่วงและสายสีน้ำเงิน ใช้เดินทางเข้าเมืองไปโซนสามย่าน , สีลมและสุขุมวิทได้ไม่ยาก ดังนั้นเด็กจุฬาฯหรือคนที่ทำงานแถวสีลม , สามย่าน ก็เดินทางไปเรียนไปทำงานได้สะดวก นั่งรถไฟไป 6-7 สถานีก็ถึงแล้วค่ะ หรือใครจะไปโซนบางซื่อ , เตาปูนก็สะดวกเช่นกันนะ
แอบกระซิบว่าสำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดลงทุน โครงการนี้น่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะเดินทางเข้าเมืองสะดวก จึงตอบโจทย์ทั้งนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , นักเรียนเตรียมอุดมฯ และคนทำงานในเมือง ทำให้คอนโดย่านนี้ หัวกระไดไม่เคยแห้งเลยค่ะ มีคนต้องการเช่าอยู่ตลอดๆ
เส้นทางไปจุดขึ้นทางด่วนศรีรัช (ไปแจ้งวัฒนะ , ดินแดง)
ส่วนใครที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักก็เดินทางไม่ยากนะ นอกจากถนนเพชรเกษมจะเชื่อมต่อไปยังถนนหลักได้หลายเส้น เข้าเมืองง่ายทั้งโซนสาทร , อโศกแล้ว จากทำเลโครงการอยู่ไม่ไกลจากทางด่วน 3 เส้นมากนัก คือ
- ทางด่วนศรีรัช มีจุดขึ้น-ลง ที่อยู่ใกล้โครงการมากที่สุดบริเวณถนนสุรวงศ์-ถนนสีลม ห่าง 8.3 กิโลเมตร ใช้เดินทางไปโซนแจ้งวัฒนะ , ดินแดง ซึ่งเชื่อมต่อกับทางยกระดับดอนเมือง ไปโซนรังสิตได้ด้วย
- ทางด่วนประจิมรัถยา จุดขึ้น-ลงทางด่วนที่ห่างออกไป 10.1 กิโลเมตร ใช้เดินทางไปโซนจตุจักร , ดอนเมืองได้ด้วยนะ
- วงแหวนกาญจนาภิเษก มีจุดเข้าที่อยู่ห่างจากโครงการไปประมาณ 8.2 กิโลเมตร ซึ่งใช้เดินทางไปบางใหญ่ หรือออกนอกเมืองไปนนทบุรี , ปทุมธานีได้เลย
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการ Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) ที่ถึงแม้จะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า มีคอนโดเก่าใหม่ขึ้นอยู่ไม่น้อย แต่บริเวณโดยรอบโครงการไม่มีอาคารสูงมาบล็อกวิวในระยะใกล้เลย โดยรอบๆส่วนใหญ่จะเป็น คอนโด 22-23 ชั้น , บ้านพักอาศัย 2-3 ชั้น , อพาร์ทเม้นท์ 8 ชั้น , อาคารพาณิชย์ 2-4 ชั้น , โกดัง , วัด , วิทยาลัยอาชีวศึกษาและที่ว่างรอการพัฒนา
- ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ติดกับ ถนนเพชรเกษม , อาคารพาณิชย์ 2-4 ชั้น , คอนโด 22-23 ชั้น
- ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ติดกับ คลองสาธารณะ , วัด , บ้านพักอาศัย 2-3 ชั้น , ที่ว่างรอการพัฒนา
- ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ติดกับ โกดัง , อาคารพาณิชย์ 2-4 ชั้น , บ้านพักอาศัย 2-3 ชั้น
- ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ติดกับ ถนนเพชรเกษม , อาคารพาณิชย์ 2-4 ชั้น , บ้านพักอาศัย 2-3 ชั้น , วิทยาลัยอาชีวศึกษา
บรรยากาศทางเดินจากแยกท่าพระไปยังโครงการ
บรรยากาศจากทางเดินจากแยกท่าพระ ซึ่งเป็นบันไดขึ้นไปยังสถานีรถไฟฟ้าไปยังโครงการ Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) เป็นฟุตบาทกว้างเดินได้สะดวก ตลอดทางมีร้านค้าร้านอาหารอยู่ จึงเดินได้ไม่รู้สึกเปลี่ยว เดินมาประมาณ 300 เมตรก็จะเจอไซต์โครงการค่ะ
ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างนะคะ เราจะเห็นว่ามีการล้อมรั้วไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ
บรรยากาศบริเวณสำนักงานขาย
สำนักงานขายอยู่ติดถนนเพชรเกษมอยู่ถึงก่อนที่ตั้งโครงการเล็กน้อย ใครนำรถยนต์ส่วนตัวมาสามารถจอดรถในบริเวณที่ตั้งโครงการได้เลยค่ะ
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
- ตลาดพลู ~ 3.2 กิโลเมตร
- The Mall Lifestore ท่าพระ ~ 3.3 กิโลเมตร
- ตลาดเฟิร์สวัน ตลาดพลู ~ 3.4 กิโลเมตร
- Seacon บางแค ~ 4.6 กิโลเมตร
- ตลาดบางแค ~ 5.4 กิโลเมตร
- ICONSIAM ~ 5.7 กิโลเมตร
- Lotus’s บางแค ~ 6.8 กิโลเมตร
- The Mall Lifestore บางแค ~ 8.4 กิโลเมตร
โรงพยาบาล
- รพ.พญาไท 3 ~ 1 กิโลเมตร
- รพ.สมิติเวช ธนบุรี ~ 5.1 กิโลเมตร
- รพ.ตากสิน ~ 5.2 กิโลเมตร
- รพ.ศิริราช ~ 6.4 กิโลเมตร
โรงเรียน
- มหาวิทยาลัยสยาม ~ 2.6 กิโลเมตร
- มหาวิทยาลัยศิลปากร ~ 7.4 กิโลเมตร
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ~ 10.1 กิโลเมตร
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ~ 11 กิโลเมตร
การเดินทาง
- MRT ท่าพระ ~ 300 เมตร
รายละเอียดโครงการ
Highlight
- มีฟังก์ชันส่วนกลางที่หลากหลาย และมีความแปลกใหม่ ตอบโจทย์กลุ่มคนได้ทุกรูปแบบ
- ให้ส่วนกลางมาเยอะถึง 7 ชั้น กระจายอยู่ทั่วโครงการ ตั้งแต่ชั้นล่างไปจนถึง Sky Facilities
- มีความเป็นส่วนตัวในการใช้งานส่วนกลาง เพราะถึงแม้จะมีส่วนกลางที่หลากหลาย แต่ก็แยกโซนหรือฟังก์ชันการใช้งานออกจากกันชัดเจน
- มีตำแหน่งห้องเริ่มต้นที่ราคาจับต้องได้ง่ายไม่มาก
- ห้องมุมที่เป็น 1 Bedroom Plus ได้ช่องแสง 2 ด้าน ต่างจากโครงการส่วนใหญ่ที่ถึงจะเป็นห้องมุมเหมือนกันแต่ก็มักจะมีช่องแสงแค่ด้านเดียว
Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) เป็นคอนโด High Rise สูง 32 ชั้น ตั้งอยู่บนที่ดิน 2-1-55.6 ไร่ และมีจำนวนห้องพักอาศัย 612 ยูนิต ถือว่ามีความเป็นส่วนตัวและยูนิตน้อยกว่าเพื่อนบ้านในย่านเดียวกันที่ส่วนใหญ่จะเป็นหลักพันยูนิตขึ้นไปเลยค่ะ ดังนั้นใครที่ไม่ชอบความวุ่นวายหรือความแออัด คอนโดแห่งนี้ก็น่าจะตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว
อีกทั้งยังมีความน่าสนใจในเรื่อง ‘ฟังก์ชันส่วนกลาง’ ที่ให้มาเยอะถึง 7 ชั้น และมีความหลากหลายแปลกใหม่ค่อนข้างมาก โดยออกแบบภายใต้แนวคิด ชีวิตไม่ซ้ำชั้น (Unique Living per Floor/Zone) หรือออกแบบการใช้ชีวิตให้ฉีกจากกรอบเดิมๆ โดยกระจายพื้นที่ส่วนกลางและฟังก์ชันการใช้งานให้สอดรับกับจังหวะชีวิตที่แตกต่างกันไปในแต่ละชั้น
และด้วยกลุ่มเป้าหมายของโครงการที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ น้องๆนักศึกษา หรือแม้กระทั่งคนที่อยู่กันเป็นครอบครัว จึงทำให้ต้องมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของกลุ่มคนที่แตกต่างกันมาอยู่ร่วมกันในที่แห่งนี้ เกริ่นมาซะขนาดนี้แล้วเราไปดูรายละเอียดของโครงการกันเลยดีกว่า ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง?
มาดูภาพรวมอาคารจากโมเดลกันก่อนค่ะ อย่างที่บอกไปแล้วว่าส่วนกลางจะมีการกระจายอยู่ถึง 7 ชั้น ประกอบด้วย
- ชั้น G : ภายในอาคารจะเป็นโซนตอนรับอย่างพวก Lobby และมีพื้นที่สันทนาการที่เป็นกิจกรรมกลางแจ้งภายนอกเป็นหลัก โดยเฉพาะ Co-Play Space, Garden Workspace, Table Tennis Corner และStreet Basketball Court
- ชั้น 6M : เป็นโซนสำหรับคนที่ชอบว่ายน้ำ ประกอบด้วย Swimming Pool และ Jacuzzi รวมถึงยังมี Stream & Sauna ให้ใช้งานด้วย
- ชั้น 7 : เป็นโซนออกกำลังกายโดยเฉพาะ ที่ประกอบด้วย Gym, Hype Up Studio และ Boxing Gym
- ชั้น 8 : เป็นโซนพักผ่อนและสันทนาการต่างๆ ซึ่งจะแบ่งเป็นพื้นที่ Indoor และ Outdoor ให้มาใช้งาน ฟังก์ชันหลักๆจะเป็น Lazy Lounge, Tic Tac Toe, Refresh Terrace และ Relaxing Bar
- ชั้น 31 : เป็นโซนที่เหมาะจะขึ้นมาชมวิวมุมสูงของ และมีพื้นที่ให้มาทำกิจกรรมร่วมกันได้ ประกอบด้วย Rising Lounge, Rising Sky Bar และ Sound Studio
- ชั้น 32 : เป็นโซนเงียบสงบสำหรับสายนั่งทำงานต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นห้องประชุมและพื้นที่นั่งทำงานที่มีความเป็นส่วนตัว ประกอบด้วย Re-Think Hub, Rising Ideas Room 1, Rising Ideas Room 2
- Retreat Rooftop : ชั้นดาดฟ้าที่รวบรวมฟังก์ชันพิเศษที่ไม่ค่อยเห็นในโครงการไหนอย่าง Pickleball Court รวมถึงยังมีสวนและจุดชมวิวให้ขึ้นมาใช้งานด้วย ได้แก่ Edible Garden, Refreshing Garden และ Sunset & Sunrise Viewpoint
แปลนชั้น 1 ทางเข้า-ออกหลักจะมีแค่ทางเดียว และมีเส้นทางเดินรถได้รอบอาคารสะดวก แต่จุดที่น่าสนใจคือ เค้าจะแบ่งพื้นที่สวนเอาไว้ 2 จุดใหญ่ๆ ซึ่งเป็นกระจายความหนาแน่นในการใช้งาน ทำให้เราสามารถไปนั่งเล่นในสวนแบบมีพื้นที่ส่วนตัวได้แบบสบายๆเลย
นอกจากนี้บริเวณใต้อาคารยังมีร้านค้า 2 ยูนิตที่จะคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกบ้านด้วย โดยอาจต้องรอดูในอนาคตอีกทีว่าจะเป็นร้านอะไรบ้าง แต่หลักๆส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นร้านซักรีด และร้านสะดวกซื้อนี่แหละค่ะ
ทางเข้า-ออกของโครงการ Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) จะอยู่ติดถนนเพชรเกษมแบบนี้เลย เราชอบที่เค้ามีการร่นระยะของไม้กั้นให้ห่างจากถนนเล็กน้อย เผื่อในกรณีที่รถจอดแลกบัตรอยู่ก็จะได้ไม่เลยออกไปนอกถนนใหญ่ที่อาจเป็นอันตราย ส่วนการเดินรถก็จะเป็น Onw Way อ้อมไปทางด้านซ้ายตามเข็มนาฬิกาปกติ
ที่จอดรถชั้น 1- 6 เป็นที่จอดทั้งหมด 263 คัน หรือคิดเป็น 43% ของจำนวยูนิต (เป็นช่องจอดแบบปกติ) ถือว่าให้มาเยอะพอสมควรเลยนะคะ สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าในระยะเดินได้แบบนี้ ทำให้ช่วยลดปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอลงไปได้เยอะเลย
ส่วนกลางในชั้น G : Reconnect Ground
ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Lobby Lounge ที่อยู่ใต้อาคาร ลักษณะเป็นฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume พร้อมช่องแสงกระจกขนาดใหญ่ที่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน ทำให้มีบรรยากาศที่สว่างโปร่งโล่ง สามารถมองเชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอกได้
ภายในก็จะมีจุดให้นั่งเล่นพักผ่อนหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นชุดโซฟาและโต๊ะเก้าอี้ ซึ่งใครที่มีแขกมาหาก็สามารถให้เค้าเข้ามานั่งคอยใน Lobby แบบนี้ได้เลย ถือเป็นโซนรับแขกที่ดูดีตามแบบฉบับคอนโดยุคใหม่
ภาพบรรยากาศจำลองของ Table Tennis Corner ซึ่งเป็นหนึ่งในฟังก์ชันที่อยู่ภายในสวนบริเวณด้านหน้าโครงการ (ติดกับถนนเพชรเกษม) โดยเค้าจะมีทั้งพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน และมีโต๊ะปิงปองแบบตั้งอยู่กลางแจ้งมาให้ใช้งาน ที่เราสามารถมาตีปิงปองสนุกๆกับเพื่อนๆได้
ลองคิดตามนะคะ ว่าเวลาที่เรากลับมาที่คอนโดช่วงเย็นๆ แล้วเห็นคนกำลังตีปิงปองกันอย่างสนุกสนาน จะเป็นภาพบรรยากาศที่น่าอยู่ขนานไหน โดยเฉพาะคนที่ขับรถผ่านไป-มาด้านหน้ามองเข้ามาเห็นแล้วยังต้องสนใจคอนโดนี้กันอย่างแน่นอน
ภาพบรรยากาศจำลองของสวนอีกจุดหนึ่งที่อยู่ด้านในของโครงการ โดยจะมีฟังก์ชันและกิจกรรมที่แตกต่างกับโซนด้านหน้าอย่างสิ้นเชิง ประกอบด้วย Street Basketball Court และ Skate Park ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ไม่ค่อยจะได้เห็นในคอนโดทั่วไปสักเท่าไหร่นัก
โดยการที่แยกส่วนกลางมาอีกจุดหนึ่งแบบนี้ เรามองว่าเป็นข้อดีในการช่วยกระจายความหนาแน่นในการใช้งาน ไม่ให้คนไปกระจุกตัวอยู่ในที่แห่งเดียวกันมากเกินไป รวมถึงยังได้ความเป็นส่วนตัวและช่วยแยกกิจกรรมออกจากกันได้ชัดเจนขึ้น ใครอยากตีปิงปองสนุกๆก็ไปสวนด้านหน้า แต่ถ้าใครอยากชูตบาสออกกำลังกายหนักๆกับเพื่อนผู้ชายก็มาที่สวนแห่งนี้
ชั้น 6M : Reflection Deck
ชั้น 6M จะเป็นชั้นลอยที่ถัดจากชั้นจอดรถชั้นสุดท้ายขึ้นมา โดยฟังก์ชันส่วนกลางหลักๆของชั้นนี้จะเป็น Swimming Pool ซึ่งการที่ออกแบบให้อยู่บนชั้นโพเดี้ยมแบบนี้ ก็จะช่วยให้การจัดการห้องเครื่อง งานระบบต่างๆของสระ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และยังลดปัญหาน้ำรั่วซึมไปยังห้องพักของลูกบ้านได้ด้วย
ภาพบรรยากาศจากโมเดลฝั่งสระว่ายน้ำ โดยจุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่างของสระนี้คือ เป็นสระว่ายน้ำแบบ Semi-Outdoor เพราะที่ด้านบนของชั้น 8 จะมีพื้นที่สวนยื่นออกมาด้วยเหมือนกัน ทำให้เราสามารถมาว่ายน้ำใช้งานที่สระแห่งนี้ได้เกือบจะตลอดทั้งวันเลย
โดยเป็นสระระบบเกลือ ขนาด 4.5 x 25 เมตร ยาวพอที่จะออกกำลังกาย มาพร้อมกับ Kid’s Pool และโซน Jacuzzi ให้มานั่งแช่น้ำเล่นสบายๆด้วย ส่วนภายในห้องน้ำก็ยังจะมี Stream & Sauna ให้ได้ใช้งานกันด้วยค่ะ
ชั้น 7 : Re-Energize Club
ภาพบรรยากาศจำลองของโซนออกกำลังกาย Re-Energizing Gym ภายในมีอุปกรณ์ให้ใช้งานครบ เหมาะกับสายรักสุขภาพหรือคนชอบออกกำลังกาย อีกทั้งยังสามารถมองชมวิวมุมสูงผ่านหน้าต่างได้ Highlight คือจะมีโซนที่เป็นฝ้าเพดานสูง Double Volume ให้บรรยากาศที่โปร่งโล่ง และชมวิวได้เต็มที่มากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีโซนใช้งานอื่นๆด้วยอย่าง Hype Up Studio พื้นที่สันทนาการที่เอาไว้เต้นแอโรบิกหรือเล่นโยคะได้ รวมถึงยังมี Boxing Gym เอาไว้ซ้อมต่อยมวนฝึกกล้ามเนื้อได้ด้วยนะ
ชั้น 8 : Recharge Deck
แปลนชั้น 8 จะเป็นชั้นที่มีทั้งห้องพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลางอยู่ในชั้นเดียวกัน ซึ่งจะประกอบด้วย Lazy Lounge ที่อยู่ภายในอาคาร และ Refresh Terrace พื้นที่สวนที่อยู่ภายนอก (เป็นส่วนที่ยื่นออกไปตรงสระว่ายน้ำก่อนหน้านี้)
สำหรับคนที่พักอาศัยอยู่ในชั้นนี้ เราว่ามีข้อดีในเรื่องการมาใช้งานส่วนกลาง คือเหมือนกับว่าเรามีส่วนกลางเป็นของตัวเองที่มาใช้งานได้ทุกวัน แถมยังไม่ต้องเสียเวลาขึ้น-ลงลิฟต์อีกด้วย และไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวนะคะ เพราะเค้าจะแยกทางเข้า-ออกบริเวณโถงลิฟต์ ของโซนพักอาศัยและโซนส่วนกลางออกจากกันชัดเจน
ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Lazy Lounge ส่วนใหญ่จะเป็นชุดโซฟาและพื้นที่นั่งเล่น ให้สามารถมานั่งพักผ่อน พบปะพูดคุย หรือนั่งทำงานอ่านหนังสือกันได้ อีกทั้งยังมีผนังกระจกที่สามารถมองเชื่อมต่อวิวสวนที่อยู่ภายนอกได้ด้วย บรรยากาศของจริงน่าจะดูดีและน่าใช้งานไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ
แปลนชั้น 9 – 30 จะเป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด และมีเพื่อนบ้าน 24 ยูนิตต่อชั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นเป็นห้อง 28 ตร.ม. ส่วนแบบห้องอื่นๆจะมี Type ละประมาณ 2 – 4 ห้องต่อชั้นเท่านั้น โดยตำแหน่งที่น่าสนใจก็จะมีดังต่อไปนี้
- กรอบสีแดง : เป็นห้องไซส์เล็กสุดและราคาจับต้องได้ง่ายที่สุด โดยมีเพียง 2 ห้องต่อชั้นเท่านั้น แต่ด้วยตำแหน่งที่อยู่ตรงบริเวณหน้าโถงลิฟต์เลย ก็อาจต้องแลกมากับความเป็นส่วนตัวที่น้อยกว่าห้องอื่นๆเล็กน้อย
- กรอบสีชมพู : เป็นห้อง 1 Bedroom Plus ที่เป็นไซส์ใหญ่ที่สุดของโครงการ ซึ่งมีเพียง 3 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น ความพิเศษคือ เป็นห้องมุมที่ได้ทั้งความเป็นส่วนตัว และได้ช่องแสงถึง 2 ด้านเลยทีเดียว
- กรอบสีน้ำเงิน : เป็นห้อง 1 Bedroom (Wide) ที่มีความพิเศษคือ จะได้ห้อง Walk-in Closet แยกออกมาจากห้องนอนเป็นสัดส่วนเลย ซึ่งจะมีเพียง 4 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น และอยู่บริเวณกลางอาคารเลยค่ะ
ถัดมาจะเป็นโซน Sky Facilities ที่อยู่บนชั้น 31-32 ซึ่งเราสามารถขึ้นมาใช้งานพร้อมกับชมวิวมุมสูงของโครงการไปด้วยได้ หรือถ้าห้องของใครที่ไม่ได้อยู่ในชั้นสูงๆ ก็สามารถขึ้นมาดูวิวได้จากบนนี้เช่นกัน
ชั้น 31 : Relax Sky Club
ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Rising Lounge เป็นพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนและขึ้นมาชมวิวมุมสูงของโครงการ โดยเค้าจะจัดโซนให้นั่งเล่นกันหลายจุดเลย มีทั้งแบบที่เป็นโซฟา และโต๊ะเก้าอี้ สามารถนั่งแยกกลุ่มเป็นส่วนตัวกันได้หลายคน
ภาพบรรยากาศจำลองของโซน Rising Sky Bar หรือเป็นโซนสำหรับกิจกรรมสันทนาการ ประกอบด้วย โต๊ะพูล และมุมชงเครื่องดื่ม ทำให้เหมาะกับมาทำกิจกรรมหรือสังสรรกับเพื่อนๆมากๆเลยค่ะ
ชั้น 32 : Regenerate Loft
ขึ้นมาบนชั้น 32 จะเป็นโซนสำหรับนั่งทำงานอ่านหนังสือ Re-Think Hub เหมาะสำหรับสาย WFH หรือน้องๆนักศึกษาที่ต้องการพื้นที่ติวหนังสือ ประชุมงาน โดนจะมีทั้งมุมโซฟาที่นั่งทำงานคนเดียวชิลๆ นั่งเป็นคู่ และนั่งเป็นกลุ่มใหญ่ รวมถึงยังมีห้องประชุมแยกสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษด้วยนะ (Rising Ideas Room 1, Rising Ideas Room 2)
Retreat Rooftop
ชั้นดาดฟ้าของโครงการที่จะเน้นเป็นพื้นที่สีเขียว และมีจุดให้ขึ้นมานั่งเล่นพักผ่อนชมวิวได้ โดยเราสามารถขึ้นมาชมวิวได้แบบ 360 องศาจากชั้นนี้เลย
ภาพบรรยากาศจำลองของสวนบนดาดฟ้า โดยเค้าจะมีแยกเป็นโซนและชื่อเรียกที่หลากหลาย ได้แก่ Edible Garden และ Refreshing Garden ซึ่งจะมีการปลูกต้นไม้สวยงาม ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา และมีจุดให้นั่งเล่นพักผ่อนตลอดเส้นทาง โดยเราสามารถแยกกันใช้งานคนละจุดเพื่อความเป็นส่วนตัวกันได้ด้วย
ภาพจำลองบรรยากาศของสนาม Pickleball Court ซึ่งเป็นกีฬาใหม่ที่กำลังมาแรงในช่วงเวลานี้ โดยจะตั้งอยู่ท่ามกลางสวนบนดาดฟ้า และสามารถตีออกกำลังกายไปพร้อมกับชมวิวมุมสูงไปด้วยได้เลย
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
ชั้น G : Reconnect Ground
- Lobby Lounge
- Drof-off
- Co-Play Space
- Garden Workspace
- Table Tennis Corner
- Street Basketball Court
- Skate Park
ชั้น 6M : Reflection Deck
- Swimming Pool ระบบเกลือ ขนาด 4.5 x 25 เมตร
- Kid’s Pool
- Jacuzzi
- Sauna
- Stream Room
- Pool Deck
- Seating Area
ชั้น 7 : Re-Energize Club
- Re-Energizing Gym
- Hype Up Studio
- Boxing Gym
ชั้น 8 : Recharge Deck
- Lazy Lounge
- Tic Tac Toe
- Refresh Terrace
- Relaxing Bar
ชั้น 31 : Relax Sky Club
- Rising Lounge
- Rising Sky Bar
- Sound Studio
ชั้น 32 : Regenerate Loft
- Re-Think Hub
- Rising Ideas Room 1
- Rising Ideas Room 2
Retreat Rooftop
- Pickleball Court
- Edible Garden
- Refreshing Garden
- Sunset & Sunrise Viewpoint
อื่นๆ
- ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร (ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว และ Service Lift 1 ตัว)
- อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 204 : 1
- 263 คัน คิดเป็น 43% (เป็นที่จอดแบบปกติ)
- ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ CCTV / Key Card / Finger Scan
แบบห้อง
Highlight
- ห้องแบ่งฟังก์ชันเป็นสัดส่วนลงตัว ได้พื้นที่ครัวปิดทุกแบบสามารถทำอาหารได้จริง มีห้องนอนกั้นแยกเป็นสัดส่วน รับแสงธรรมชาติและมองเห็นวิวด้านนอกได้ มีแบบห้อง Walk-in Closet แยกสำหรับเสื้อผ้าเยอะ เน้นห้อง 1 Bedroom ที่เหมาะกับอยู่คนเดียวได้สบายๆ หรือจะอยู่ 2 คนก็ได้
- ห้องบรรยากาศโปร่งสบาย ด้วยฝ้าเพดานสูง 2.80 เมตร (ความสูงเดียวกับบ้านแนวราบ) และช่องแสงหน้าต่างขนาดใหญ่
- โปรโมชัน 200 ยูนิตแรก โครงการขายแบบ Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์ครบทั้ง Built-in และลอยตัว พร้อมเครื่องปรับอากาศ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลาในการตกแต่งห้องก่อนเข้าอยู่
สรุปวัสดุภายในห้อง
- โครงสร้าง : Conventional ผนังก่ออิฐ ฉาบเรียบทาสี
- ฝ้าเพดาน : ฉาบเรียบทาสี สูง 2.80 เมตร / ห้องครัวสูง 2.60 เมตร / ห้องน้ำสูง 2.50 เมตร
- พื้นห้องนอนและห้องนั่งเล่น : SPC ลายไม้
- พื้นห้องน้ำและห้องครัว : กระเบื้องแกรนิตโต้ 60 x 60 เซนติเมตร
- ชุดครัว : เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจาน จาก Teka
- สุขภัณฑ์ : บุญถาวร, โถสุขภัณฑ์ จาก Sosuco พร้อมพัดลมดูดอากาศ
- พื้นระเบียง : กระเบื้องเซรามิค
- ประตู : ติดตั้ง Digital Door Lock
- ประตูกั้นด้านใน : บานเลื่อนประจก กรอบบานอลูมิเนียม สีดำ
โครงการขายแบบ Fully Fitted มีชุดครัวและเครื่องปรับอากาศให้ 1 เครื่องค่ะ แต่ปัจจุบันมีโปรโมชันสำหรับลูกค้า 200 ยูนิตแรกทางโครงการจะตกแต่งให้แบบ Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์ Built-in และเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ดังนี้
ชุดเฟอร์นิเจอร์
- โซฟา
- ชั้นวาง TV
- โต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมเก้าอี้ 1-2 ที่นั่ง (ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง)
- ตู้เสื้อผ้า
- ฐานเตียง ขนาด 5 ฟุต
- เครื่องปรับอากาศภายในห้อง 1-3 เครื่อง (ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง)
- 1 Bedroom (Walk-in Closet) เครื่องปรับอากาศ 18,000 BTU 1 เครื่อง
- 1 Bedroom (Smart) เครื่องปรับอากาศ 9,000 BTU 1 เครื่อง, 12,000 BTU 1 เครื่อง
- 1 Bedroom (Wide) เครื่องปรับอากาศ 9,000 BTU 1 เครื่อง, 12,000 BTU 1 เครื่อง
- 1 Bedroom Plus เครื่องปรับอากาศ 9,000 BTU 2 เครื่อง, 12,000 BTU 1 เครื่อง
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ
โครงการ Chapter One Rise ท่าพระ มีแบบห้องทั้งหมด 4 แบบ โดยจะเน้นห้อง 1 Bedroom เป็นหลัก เหมาะกับอยู่คนเดียวสบายๆ ฟังก์ชันครัวปิด แยกห้องนอนลงตัว หรืออยู่กัน 2 คนก็มีห้อง 1 Bedroom Plus ให้เลือกค่ะ
- 1 Bedroom (Walk-in Closet) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 24.47 ตร.ม.
- 1 Bedroom (Smart) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม.
- 1 Bedroom (Wide) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 31.60 ตร.ม.
- 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.92 ตร.ม.
โดยห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปชมมีทั้งหมด 2 แบบ คือห้อง 1 Bedroom (Smart) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. ที่มีจำนวนมากที่สุดในโครงการ (มีตำแหน่งให้เลือกเยอะ) และห้อง 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.92 ตร.ม. สำหรับคนที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ทำเป็นห้องนอนที่ 2 หรือห้องทำงานแยกได้ บรรยากาศภายในห้องจะเป็นอย่างไรไปชมกันค่ะ
เริ่มกันที่ 1 Bedroom (Smart) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. เป็นแปลนห้องมาตรฐานที่เราได้พบเจอกันบ่อยๆ ลักษณะเป็นห้องตอนลึกแบ่งฟังก์ชันการใช้งานไว้เป็นสัดส่วน ส่วนแรกจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่น ด้านในเป็นส่วนพักผ่อนที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น จัดพื้นที่เป็นห้องนอน จุดเด่นที่น่าสนใจของห้องนี้คือการใช้ประตูบานเลื่อนกั้นแบ่งส่วนนั่งเล่นกันห้องนอน ถ้าเปิดบานเลื่อนกระจกก็จะทำให้ห้องโปร่งโล่งใช้งานได้ต่อเนื่อง แต่ก็สามารถเลื่อนปิดแบ่งโซนใช้งานกันได้ การเลือกใช้บานกระจกช่วยให้แสงสว่างจากห้องนอนสามารถทะลุเข้ามาถึงห้องนั่งเล่นได้ ห้องน้ำแยกส่วนไว้เป็นสัดส่วน กรณีมีเพื่อนมาห้องก็สามารถไปใช้ห้องน้ำได้เลยถือว่าสะดวก ส่วนห้องครัวจะเป็นครัวปิดแต่ติดระเบียง ซึ่งถือว่าดีมากเลยเพราะสามารถป้องกันกลิ่น ควัน จากการทำอาหารได้ อีกทั้งยังสามารถเปิดระบายอากาศผ่านทางพื้นที่ระเบียงได้โดยตรง
เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาส่วนแรกจะเจอกับห้องนั่งเล่น ถัดเข้าไปด้านในเป็นพื้นที่ส่วนห้องนอน ใช้การแบ่งกั้นโซนด้วยกระจกบานเลื่อน สำหรับพื้นที่ภายในถือว่าโปร่งโล่งเพราะให้ความสูงจากพื้นถึงฝ้าสูง 2.80 เมตร
บริเวณห้องนั่งเล่นมีพื้นที่ให้วางชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้ มีระยะหน้าทีวี สามารถเดิน ลุกนั่งได้สะดวก ผนังฝั่งตรงข้ามสามารถทำเป็นชั้นวางของ ติดทีวีที่ผนังได้เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
ถัดมาทางด้านข้างในห้องตัวอย่าง จัดพื้นที่ไว้ส่วนนี้ไว้เป็นพื้นที่สำหรับนั่งทำงาน มีระยะให้วางโต๊ะทำงานแบบ 1 ที่นั่งได้สบายๆ หรือจะปรับพื้นที่ตรงนี้เป็นที่วางของ หรือมุมนั่งทานอาหารเล็กๆภายในห้องก็ได้เช่นกัน
ด้านในเป็นจัดพื้นที่เป็นห้องนอน จุดที่น่าสนใจของห้องนี้คือการใช้ประตูบานเลื่อนกั้นแบ่งส่วนนั่งเล่นกันห้องนอน ถ้าเปิดบานเลื่อนกระจกก็จะทำให้ห้องโปร่งโล่งใช้งานได้ต่อเนื่อง แต่ก็สามารถเลื่อนปิดแบ่งโซนใช้งานกันได้ การเลือกใช้บานกระจกช่วยให้แสงสว่างจากห้องนอนสามารถทะลุเข้ามาถึงห้องนั่งเล่นได้
พื้นที่ภายในห้องนอนสามารถวางเตียง 5 ฟุต ได้ มีพื้นที่เหลือทางด้านข้างสำหรับวางตู้เสื้อผ้า และชั้นวางของต่างๆได้
หน้าต่างภายในห้องนอนจะเป็นบานกระทุ้ง 1 บาน ที่เหลือจะเป็นบานกระจกแบบติดตาย ข้อดีคือได้แสงจากภายนนอกได้ดี มองวิวได้กว้าง ส่วนบานกระตุ้งจะช่วยป้องกันเวลาฝนตกจะไม่สาดเข้ามาภายในตัวห้อง
พื้นที่ด้านข้างเตียงสามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ มีพื้นที่หน้าตู้ให้แต่งตัวได้สะดวก
จากห้องนั่งเล่นอีกฝั่งของตัวห้องจะเป็นห้องน้ำและส่วนครัว พื้นที่ระหว่างสองโซนนี้ คือบริเวณหน้าห้องน้ำ สามารถทำเป็นตู้เก็บของติดผนัง ช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับเก็บของ
โครงการตกแต่งห้องตัวอย่างบริเวณไว้เป็นตู้เก็บของ ด้านบนทำเป็นตู้โชว์วางของตกแต่งแบบห้องตัวอย่างก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศในการอยู่อาศัย เราดูไว้เป็นไอเดียไปใช้ได้นะ
ห้องน้ำ
มาที่ห้องน้ำตำแหน่งของห้องน้ำจะอยู่ฝั่งด้านในของตัวห้อง โดยจะติดตั้งพัดลมดูดอากาศให้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้น ภายในติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ให้ครบพร้อมใช้งาน อ่างล้างหน้าแบบลอยตัวด้านล่างมีพื้นที่ให้เก็บของใช้ภายในห้องน้ำ ติดตั้งโถสุขภัณฑ์ พร้อมสายฉีดน้ำที่ผนังด้านหลังในระยะที่หยิบใช้งานสะดวก พร้อมเจาะช่องบริเวณกำแพงด้านข้างใช้วางของใช้ต่างๆได้
ภายในห้องน้ำมีการแยกโซนเปียกแห้งไว้ให้เรียบร้อย โซนเปียกหรือพื้นที่อาบน้ำจะลดระดับลงเล็กน้อยเวลาใช้งานน้ำจะไม่ล้นไปฝั่งโซนแห้ง ทางโครงการติดตั้งฝักบัวอาบน้ำมาให้พร้อมใช้งาน และมีการเตรียมงานระบบสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้
มาที่ส่วนครัวกันต่อ ครัวของห้องนี้เป็นครัวปิด คือมีประตูกั้นแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน เหมาะกับสานทำอาหารไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่น ควัน จะเข้าไปรบกวนส่วนพักอาศัยด้านใน อีกทั้งยังเป็นครัวที่ติดระเบียงสามารถเปิดระบายอากาศได้โดยง่าย ได้แสงธรรชาติเต็มๆอีกด้วย
พื้นที่บริเวณส่วนครัวจะปูด้วยพื้นกระเบื้องทั้งหมด ซึ่งเหมาะกับการใช้งานที่อาจมีเรื่องของความชื้นจากการล้าง รอยเปลี่ยนจากการทำงานอาหาร ก็สามารถเช็ดถูทำความสะอาดได้ง่ายกว่า ส่วนระยะทำครัวถือว่าให้มาเพียงพอสามารถยืนล้างจาน ทำอาหารได้ไม่อึดอัด
ภายในส่วนครัวโครงการจะมีชุดครัวมาให้พร้อมใช้งาน โดยจะเป็นชุดครัว Built-in ด้านบนเป็นชั้นวางของมีหน้าบานเปิดติดให้เรียบร้อย มีพื้นที่สำหรับวางไมโครเวฟ ถัดมาด้านล่างจะเป็นชั้นวางของแบบลิ้นชัก 2 ระดับ สำหรับเก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ พร้อมแบ่งช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าไว้ให้ เราไม่ต้องวางเครื่องซักผ้าที่ระเบียงตากแดดฝนช่วยยืดอายุการใช้งานได้
พื้นที่ส่วนครัวและอุปกรณ์ต่างๆ
ทางโครงการติดตั้งชุดครัวมาให้พร้อมใช้งาน เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจาน จาก Teka พร้อมติดตั้งที่ดูดควันแบบหมุนเวียนมาให้ตรงส่วนทำอาหาร
พื้นที่ส่วนระเบียงที่โครงการเตรียมให้นั้น สามารถใช้เป็นพื้นที่ตากผ้าเล็กๆได้ ที่ผนังติด Condenser Air โดยมีการติด Grill เพื่อเบี่ยงทิศทางลมร้อนออกไปทางด้านนอกของตัวห้องไว้ให้
ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.92 ตร.ม. ขนาดพื้นที่ใช้สอยเยอะที่สุดใน 4 แบบห้องที่โครงการมีให้เลือก รูปแบบห้อง Plus จะมีความแตกต่างจากห้องทั่วไปตรงที่มีห้องพิเศษเพิ่มมา ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอย การใช้งานเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น ห้อง Plus สามารถจัดเป็นห้องทำงาน ห้องนอนเล็ก ห้องนั่งเล่นพักผ่อน หรือห้องเก็บของ วางของเพิ่มเติมได้ ในส่วนของฟังก์ชันการใช้งานส่วนอื่นๆ เข้ามาก็จะเป็นห้องนั่งเล่น มีห้องน้ำแยกไว้อีกฝั่งของตัวห้อง และได้ครัวปิด โดยภาพรวมห้องนอนกับห้อง Plus จะเป็นห้องที่ได้แสงธรรมชาติ ได้วิวเปิดมากที่สุด แต่แสงก็สามารถส่องผ่านประตูบานเลื่อนกระจกมายังส่วนนั่งเล่นได้ ช่วยให้บรรยากาศภาพรวมโปร่งโล่งไม่อึดอัด
เข้ามาส่วนแรกจะเจอกับห้องนั่งเล่น ถัดเข้าไปด้านในเป็นพื้นที่ส่วนห้อง Plus ที่เชื่อมไปถึงส่วนระเบียงของตัวห้องใช้การแบ่งกั้นโซนด้วยกระจกบานเลื่อน สำหรับพื้นที่ภายในถือว่าโปร่งโล่งเพราะให้ความสูงจากพื้นถึงฝ้าสูง 2.80 เมตร
พื้นที่บริเวณหน้าห้องครัว สามารถวางโต๊ะทานอาหารพร้อมเก้าอี้ จัดเป็นมุมนั่งทานอาหารแยกโซนไม่รบกวนกับส่วนห้องนั่งเล่น แต่ยังสามารถมองเห็นทีวีในห้องนั่งเล่นได้ เดินยกอาหารออกมาจากครัวมาวางที่โต๊ะใช้งานได้ต่อเนื่องกันดี
มาที่ส่วนครัวกันต่อ ครัวของห้องนี้เป็นครัวปิด คือมีประตูกั้นแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน เหมาะกับสานทำอาหารไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่น ควัน จะเข้าไปรบกวนส่วนพักอาศัยด้านใน พื้นที่บริเวณส่วนครัวจะปูด้วยพื้นกระเบื้องทั้งหมด สามารถเช็ดถูทำความสะอาดได้ง่ายส่วนระยะทำครัวถือว่าให้มาเพียงพอสามารถยืนล้างจาน ทำอาหารได้สะดวก
ทางโครงการติดตั้งชุดครัวมาให้พร้อมใช้งาน เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจาน จาก Teka พร้อมติดตั้งที่ดูดควันแบบต่อท่อออกนอกอาคารมาให้ตรงส่วนทำอาหาร
ส่วนครัวโครงการจะมีชุดครัวมาให้พร้อมใช้งาน เป็นชุดครัว Built-in ด้านบนเป็นชั้นวางของมีหน้าบานเปิดติดให้เรียบร้อย มีพื้นที่สำหรับวางไมโครเวฟ ด้านล่างเป็นชั้นวางของแบบลิ้นชัก 2 ระดับ สำหรับเก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ พร้อมแบ่งช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าไว้ให้
ด้านในเป็นจัดพื้นที่เป็นห้อง Plus ใช้ประตูบานเลื่อนกั้นแบ่งส่วนจากห้องนั่งเล่น ถ้าเปิดบานเลื่อนกระจกก็จะทำให้ห้องโปร่งโล่งใช้งานได้ต่อเนื่อง แต่ก็สามารถเลื่อนปิดแบ่งโซนใช้งานกันได้ การเลือกใช้บานกระจกช่วยให้แสงสว่างจากห้อง Plus ที่มีระเบียง สามารถทะลุเข้ามาถึงห้องนั่งเล่นได้
ผนังฝั่งตรงข้ามภายในห้องนั่งเล่นสามารถทำเป็นชั้นวางของ ติดทีวีที่ผนังได้เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
บริเวณห้องนั่งเล่นมีพื้นที่ให้วางชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้ มีระยะหน้าทีวี สามารถเดิน ลุกนั่งได้สะดวก
บานเลื่อนกระจกที่กั้นพื้นที่ห้อง Plus โครงการเลือกเป็นบานเลื่อนแบบ 3 ตอน ข้อดีคือเมื่อเลื่อนเปิดทั้งหมดแล้ว จะได้พื้นที่ทางเดินที่กว้างกว่าแบบ 2 ตอน ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ห้อง Plus จะมีความแตกต่างจากห้องทั่วไปตรงที่มีห้องพิเศษที่ออกแบบเพิ่มเข้ามา ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอย การใช้งานเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น ห้อง Plus สามารถจัดเป็นห้องทำงาน ห้องนอนเล็ก ห้องนั่งเล่นพักผ่อน หรือห้องเก็บของ วางของเพิ่มเติมได้
พื้นที่ส่วนระเบียงที่โครงการเตรียมให้นั้น สามารถใช้เป็นพื้นที่ตากผ้าเล็กๆได้ ที่ผนังติด Condenser Air โดยตำแหน่งที่ติดจะมีแนวกำแพงบังสายตาไว้พอดี ทำให้เวลานั่งมองวิวออกมาจากในห้องจะไม่เห็น Condenser Air เลย
จากห้องนั่งเล่นอีกฝั่งของตัวห้องจะเป็นห้องน้ำและห้องนอน โดยจะมีประตูบานทึบแบ่งโซนการใช้งานไว้เป็นส่วนตัว
พื้นที่ภายในห้องนอนสามารถวางเตียง 5 ฟุต ได้ มีพื้นที่เหลือทางด้านข้างสำหรับวางตู้เสื้อผ้า และชั้นวางของต่างๆได้ หน้าต่างภายในห้องนอนจะเป็นบานกระทุ้ง 1 บาน ที่เหลือจะเป็นบานกระจกแบบติดตาย ข้อดีคือได้แสงจากภายนนอกได้ดี มองวิวได้กว้าง
ผนังบริเวณปลายเตียง เหมาะสำหรับติดทีวีแบบแขวนผนัง สามารถนอนดูทีวีได้สบายๆ ระยะปลายเตียงสามารถเดินอ้อมไปเตียงอีกฝั่งได้สะดวก
อีกฝั่งของห้องนอนจะเป็นมุมที่เหมาะทำเป็น Walk in Closet แบบส่วนตัว วางตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง เป็นมุมแต่งตัวภายในห้อง
วันที่เข้าไปรีวิวโครงการมีโปรโมชันสำหรับลูกค้า 200 ยูนิตแรกทางโครงการจะตกแต่งให้แบบ Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์ Built-in และเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เราก็จะได้ตู้เสื้อผ้ามาให้พร้อมใช้งาน
ห้องน้ำจะอยู่ฝั่งด้านในของตัวห้อง โดยจะติดตั้งพัดลมดูดอากาศให้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้น ภายในติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ให้ครบพร้อมใช้งาน อ่างล้างหน้าแบบลอยตัวด้านล่างมีพื้นที่ให้เก็บของใช้ภายในห้องน้ำ ติดตั้งโถสุขภัณฑ์ พร้อมสายฉีดน้ำที่ผนังด้านหลังในระยะที่หยิบใช้งานสะดวก พร้อมเจาะช่องบริเวณกำแพงด้านข้างใช้วางของใช้ต่างๆได้
ภายในห้องน้ำมีการแยกโซนเปียกแห้งไว้ให้เรียบร้อย โซนเปียกหรือพื้นที่อาบน้ำจะลดระดับลงเล็กน้อยเวลาใช้งานน้ำจะไม่ล้นไปฝั่งโซนแห้ง ทางโครงการติดตั้งฝักบัวอาบน้ำมาให้พร้อมใช้งาน และมีการเตรียมงานระบบสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้
แบบแปลน
1 Bedroom (Walk-in Closet) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 24.47 ตร.ม.
1 Bedroom (Smart) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม.
1 Bedroom (Wide) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 31.60 ตร.ม.
1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.92 ตร.ม.
ราคา
Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569)
ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร
- 1 Bedroom (Walk-in Closet) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 24.47 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 9,030 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,200 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 12,500 บาท(จ่ายครั้งเดียว) - 1 Bedroom (Smart) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.16 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 10,320 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,350 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 14,000 บาท(จ่ายครั้งเดียว) - 1 Bedroom (Wide) ขนาดพื้นที่ใช้สอย 31.60 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.55 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 12,200 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,520 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 15,800 บาท(จ่ายครั้งเดียว) - 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอย 34.92 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.80 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 13,400 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,680 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 17,500 บาท(จ่ายครั้งเดียว) - รูปแบบการขาย Fully Fitted โปรโมชัน Fully Furnished 200 ยูนิตแรก
- จอง n/a บาท
- ทำสัญญา n/a บาท
- ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม. (จ่ายครั้งเดียว)
- ค่าส่วนกลาง 48 บาท/ตร.ม./เดือน 2 ปีแรก (ปีที่ 3 เป็นต้นไป 50 บาท/ตร.ม./เดือน)
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเล :
Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) อยู่ติดถนนเพชรเกษม ฝั่งมุ่งหน้าไปทางบางหว้า ใกล้กับ MRT ท่าพระ ห่างกับย่านใจกลางเมืองอย่างสามย่าน , สีลมแค่ 6-7 สถานี
ทำเลนี้ถือว่าหาของกินได้ง่าย รอบๆโครงการมีร้านค้าร้านอาหารอยู่ แถมยังมีห้างสรรพสินค้าใหญ่หลายแห่ง อยู่ในระยะประมาณ 3 -5 กิโลเมตร ทั้ง The Mall ท่าพระ , Seacon บางแคและ ICONSIAM ลูกบ้านจึงมีตัวเลือก ในการเดินเล่น หาของกินช้อปปิ้งหลากหลาย
นอกจากนี้โครงการอยู่ใกล้โรงพยาบาลพญาไท 3 เพียง 1 กิโลเมตร ตอบโจทย์บุคลากรทางการแพทย์ เดินทางไปทำงานได้สะดวก รวมถึงคนไข้ที่ต้อง Follow Up กับคุณหมอบ่อยๆก้ไปโรงพยาบาลง่าย
การเดินทางโดยใช้รถ :
ถนนเพชรเกษมเชื่อมต่อกับถนนเส้นสำคัญหลายเส้น ถนนรัชดาภิเษก , ถนนจรัญสนิทวงศ์ , ถนนราชพฤกษ์ , ถนนกาญจนาภิเษก หากจะเข้าเมืองไปโซนแหล่งงานอย่างสาทรก็ใช้ถนนกรุงธนบุรีซึ่งต่อจากถนนรัชดาภิเษกตรงไปยาวๆ ได้เลย ส่วนอโศกก็ใช้ถนนรัชดาภิเษกตรงไปยาวๆได้เช่นกัน
หากต้องการใช้ทางด่วนจะมีทั้งทางด่วนศรีรัช , ทางด่วนประจิมรัถยาและวงแหวนกาญจนาภิเษก อยู่ในระยะ 8- 10 กิโลเมตร ใช้เดินทางไปโซนแจ้งวัฒนะ , ดินแดง , ดอนเมืองหรือบางใหญ่ได้ด้วย
การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :
โครงการอยู่ใกล้กับ MRT ท่าพระ ซึ่งเป็นสถานี Interchange เพียง 300 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่เดินได้ ใช้เดินทางเข้าเมือง อย่างโซนสามย่าน , สีลม หรือสุขุมวิทได้ไม่ยาก หรือจะใช้เดินทางไปโซนปิ่นเกล้า , เตาปูนเพื่อเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าสายสีม่วงได้ด้วยนะ หรือใครต้องการใช้ BTS ก็สามารถไปเปลี่ยนที่สถานีบางหว้าที่ห่างจากโครงการแค่ 2 สถานีเท่านั้น จึงเรียกได้ว่า ต่อให้ไม่มีรถก็ยังเดินทางไปไหนมาได้สะดวก ครอบคลุมแทบทุกพื้นที่เลยนะ
วัสดุ :
วัสดุให้มาตามาตรฐานของราคาระดับนี้ค่ะ โดยถ้าจอง 200 ยูนิตแรกจะได้ห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์ทั้ง Built-in และลอยตัว (Fully Furnished) ช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณในการตกแต่งห้อง อีกทั้งยังได้เฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับพื้นที่พอดีๆ แต่ถ้าจองหลังจากหมดโปรโมชันจะได้เป็นห้อง Fullt Fitted ที่มีชุดครัวและเครื่องปรับอากาศมาให้ 1 เครื่องค่ะ พื้นห้องปูด้วย SPC ลายไม้ทนความชื้น ทนรอยขีดข่วน ได้ชุดครัวจาก Teka แบรนด์มาตรฐานในคอนโดมิเนียมทั่วไป และสุขภัณฑ์จาก บุญถาวร
การออกแบบ :
การออกแบบอาคารภายนอกอาจจะดูเหมือนคอนโด High Rise ทั่วไป แต่พอเข้ามาดูพื้นที่ส่วนกลางแล้วจะเห็นว่ามีการตกแต่งด้วยสีสันจัดจ้าน สดใส เหมาะกับคนรุ่นใหม่เน้นแฟชันทีเดียวค่ะ ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางจะกระจายอยู่ถึง 7 ชั้นใครที่ชอบส่วนกลางแบบไหนก็เลือกห้องพักอาศัยชั้นนั้นได้ จะได้เดินไปใช้งานสะดวก Highlight ของส่วนกลางจะอยู่ที่ชั้น 31-32 และ Rooftop ที่ได้วิวเมืองแบบพาโนรามา และฟังก์ชันที่ให้มาเยอะทีเดียว
ห้องพักอาศัยจะได้ครัวปิดทั้งหมดทุก Type ได้ความเป็นสัดส่วนใช้งานได้จริงทั้งอยู่อาศัย และทำอาหารทานเอง โดยโครงการนี้จะเน้นไปที่ห้องแบบ 1 Bedroom เหมาะกับการอยู่คนเดียวพอดีๆ หรืออยู่กัน 2 คนก็ยังได้ บรรยากาศภายในจะโปร่งด้วยฝ้าเพดานที่สูงถึง 2.8 เมตร (ค่อนข้างสูงกว่าคอนโดมิเนียมอื่นๆ ใน Segment เดียวกัน)
สาธารณูปโภค :
พื้นที่ส่วนกลางถือว่าให้มาหลากหลายตอบโจทย์ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานก็มีพื้นที่ทำงาน พื้นที่พักผ่อนมาให้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็น ห้องทำงาน, Sky Bar, Sauna, Stream Room หรือจะเป็นนักเรียน, นักศึกษาก็มีพื้นที่กิจกรรมให้เล่นกีฬาหลากหลาย เช่น โต๊ะปิงปอง, สนามบาสเก็ตบอล, ลานสเก็ต, ยิมต่อยมวย ไปจนถึงสนาม Pickleball บนชั้นดาดฟ้า เรียกได้ว่าให้มาแบบจัดเต็มเลยทีเดียวค่ะ
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 80,000 – 90,000 บาท/ตร.ม., 27 ตุลาคม 2569
MAIN CLASS
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเล | 7.75/10 | ใกล้ MRT ใระยะเดินไปได้ รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก |
| เดินทางด้วยรถยนต์ | 7.5/10 | เชื่อมต่อถนนหลักหลายเส้นทาง |
| เดินทางด้วยรถสาธารณะ | 8/10 | ใกล้ MRT สถานีท่าพระ 300 เมตร ซื่งเป็นสถานี Interchange |
| วัสดุ | 7.5/10 | ค่อนข้างดีตามมาตรฐานของระดับราคา ห้องเปล่าไม่มีเฟอร์ฯ (มีโปรโมชัน) |
| การออกแบบ | 8.5/10 | ตัวอาคารโดดเด่น ส่วนกลางตกแต่งน่าใช้งาน มีแบบห้องหลากหลาย |
| สาธารณูปโภค | 8.75/10 | ส่วนกลางหลากหลายฟังก์ชัน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ |
| รวมคะแนน | 7.89 | จาก 10 คะแนน |
Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) ดีไหม?
Chapter One Rise Thaphra (แชปเตอร์ วัน ไรซ์ ท่าพระ) เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายหลักแบบเดินไปได้ ไปเรียน-ทำงานด้วยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเป็นประจำ นั่งต่อเดียวถึง ไม่ต้องเปลี่ยนสาย ชอบคอนโดที่มีจำนวนยูนิตไม่เยอะมาก จัดส่วนกลางมาแบบเต็มที่และหลากหลายฟังก์ชัน ชอบ Layout ห้องแบบครัวปิด มีงบประมาณเริ่ม 1.89-2.8 ล้านบาท หรือสามารถผ่อนต่อเดือนเริ่มประมาณ 9,030-13,400 บาท
ตัวอย่างคอนโดโซนท่าพระ-วงเวียนใหญ่
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

![Solace Phahol-Pradipat (โซลเลซ พหลฯ-ประดิพัทธ์) คอนโด High Rise ติดถนนประดิพัทธ์ ส่วนกลางเยอะเป็นลำดับต้นๆ ในย่าน มีห้อง Loft ให้เลือก จาก Preeda Real Estate [รีวิวฉบับที่ 2680]](https://img.iproperty.com.my/thinkofliving/720x440-crop/wp-content/uploads/1/2024/03/27110034/cover1-scaled.jpg)