
‘DAVEN RAMA 9’ … ชื่ออาจฟังดูไม่คุ้นหูนัก เพราะนี้คือแบรนด์ใหม่แบบแกะกล่องจาก BANDAN ESTATE
เคยได้ยินคำว่า ‘ของเก่าทำไว้ดี’ มั้ยคะ … เวลาเราเห็นใครทำบางสิ่งไว้ดี ..เวลาเขาเหล่านั้นเริ่ม Project ใหม่ๆ ก็มักได้รับความคาดหวังมาก ว่าจะทำออกมาได้สมกับมาตรฐานเดิมที่เคยสร้างไว้
ก่อนหน้านี้เรารู้จัก B Autohaus โชว์รูมนำเข้ารถหรู ที่มีชื่อเสียงคร่ำหวอดอยู่ในวงการรถยนต์ระดับ High End มามากกว่า 30 ปี หากนึกถึงรถยนต์หรูๆ ที่ไม่ค่อยเห็นในไทย ก็จะนึกถึง B Autohaus อยู่เสมอ ปัจจุบันเราทราบข่าวมาว่า บริษัทก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง กระโดดข้ามเส้นมาในวงการอสังหาริมทรัพย์บ้าง ในชื่อของ BANDAN ESTATE และเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็ได้เปิดตัวโครงการ DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ได้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด มีเพียง 12 ยูนิต ในราคาเริ่มต้น 65-130 ล้านบาท
Daven Rama 9 เป็นทั้งการเปิดตัวแบรนด์และการลงสนามครั้งแรกของน้องใหม่ของวงการอสังหาฯ จะมาแบบธรรมดาได้ที่ไหน เพราะโครงการก็เล่นใหญ่ตั้งแต่ทำเล ที่ไปคว้าที่ดินหายาก ใจกลางเมือง โซนพระราม 9 ชนิดที่ว่าใกล้ถนนพระราม 9 หลักร้อยเมตร … ซึ่งหายากมากเลยนะ นานๆทีเราจะเจอโครงการ ที่ห้อยท้ายด้วย ‘พระราม 9’ แล้วเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่าอยู่บนทำเลพระราม 9 จริงๆ
ไม่เพียงเท่านี้ เพราะตัวบ้านก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เริ่มจากที่ตัวบ้านยังไม่ละทิ้ง License ของ B Autohaus เพราะบ้านทุกยูนิตจะมี Garage เป็นของตัวเอง เอาใจสายรักรถ แล้วยังจอดรถได้สูงสุด 8 คัน มากสุดในย่านนี้เลยนะ บ้านแต่ละ Type ของโครงการ มีจุดเด่นและเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เราบอกได้ว่าไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน
เริ่มจาก Type เริ่มต้น ได้ Glass House สูง 7 เมตร ทำให้บ้านดูโปร่งโล่งเป็นพิเศษ และสมาชิกในบ้านทุกคนจะได้พื้นที่ส่วนตัวขนาดใหญ่ เพราะโครงการให้ความสำคัญกับพื้นที่พักผ่อนอย่างห้องนอน ส่วน Type กลาง เน้นความเป็นส่วนตัว ยกเอา Common Area ไปไว้ชั้น 2 พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวในร่ม แล้วยังได้ Double Master Bedroom ต่อให้ลูกๆแต่งงานไปแล้วก็ยังอยู่บ้านหลังเดียวกับพ่อแม่ได้เสมอ
ใครอยากเห็นภาพโครงการ DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) ชัดเจนมากขึ้น ตามเราไปรีวิวกันเลย
ข้อมูลโครงการ
รีวิว DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2569
| ชื่อโครงการ | DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท บันดาล เอสเตท จำกัด |
| SEGMENT CLASS | SUPER LUXURY – ULTIMATE CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2023 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ซอยลีวัน เขตสวนหลวง |
| ที่ดิน | 3-1-82.45 ไร่ |
| จำนวนยูนิต | 12 ยูนิต |
| ประเภทบ้าน |
|
| ราคาที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ | 430,000 บาท |
| เริ่มก่อสร้าง | ปี พ.ศ. 2568 |
| คาดว่าจะแล้วเสร็จ | ปี พ.ศ. 2570 |
| เว็บไซต์โครงการ | https://bandan-estate.com/en/projects/daven-rama-9 |
| โทร | 097-965-5463 |
| Line | https://lin.ee/378d3TZ |

ทำเลที่ตั้ง
Highlight
- ตั้งอยู่บนทำเลหายาก : 250 เมตร ถึงถนนพระราม 9 รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เชื่อมต่อถนนหลักได้ 3 เส้น
- อยู่ท่ามกลางโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง : Ekkamai International School , St.Andrews International School , Wellington International School และ Brighton College International School ที่ขับรถไปจากโครงการแค่ 5-7 กิโลเมตร ก็ถึงแล้วค่ะ ประหยัดเวลาเดินทางไปได้เยอะเลย
- ใกล้ทางด่วน 3 เส้น : ทั้งทางด่วนศรีรัช , ฉลองรัช , มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ – ชลบุรี ทำให้เดินทางไปโซนต่างๆได้สะดวก ทั้งเข้าเมืองหรือออกไปต่างจังหวัด
พิกัด Google Maps : 13.743651682620982, 100.61521000400919
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) ตั้งอยู่ตรงไหน?
โครงการ DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) ตั้งอยู่ในซอยลีวัน ซึ่งเป็นซอยย่อยบริเวณต้นซอยพระราม 9 39/1 หลายคนฟังแล้วอาจรู้สึกสงสัยว่า เอ๊ะ จะเข้าซอยไปไกลมั้ย เราบอกได้เลยว่า ‘ไม่ไกลค่ะ’ จากตัวโครงการห่างจากถนนพระราม 9 ซึ่งเป็นถนนหลักเพียง 250 เมตรเท่านั้น เข้า-ออกได้สะดวกสุดๆ เมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆที่ต้องเข้าซอยไปหลายกิโลเมตร ส่วนโครงการใหม่ๆที่ใช้ชื่อห้อยท้ายว่าพระราม 9 ก็มักอยู่ในทำเลที่ไกลออกไป บ้างก็ออกไปทางกรุงเทพกรีฑาหรือรามคำแหง
ย่านพระราม 9 อยู่ใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์จึงทำให้พื้นที่ค่อนข้างหนาแน่น ไม่ค่อยมีที่ว่างใหญ่พอจะทำเป็นโครงการจัดสรรสักเท่าไหร่ แต่โครงการนี้กลับตั้งอยู่ใกล้ถนนพระราม 9 มากๆ หลักร้อยเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าอยู่ในย่านพระราม 9 แท้ๆเลย ซึ่งหาได้ยากทีเดียวค่ะ
บ้านเดี่ยวในย่านพระราม 9 – พัฒนาการ ราคาเท่าไหร่ ?
แน่นอนว่าบ้านที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์นั้นต้องมีราคาสูงไปตามศักยภาพทำเลอยู่แล้ว ขั้นต่ำก็เริ่มต้นเกือบๆ 40 ล้านแล้ว ไปจนถึงโครงการหลัก 100 ล้านเลย ขึ้นกับพื้นที่ใช้สอยของตัวบ้านและทำเลค่ะ
บ้านบางโครงการจะเน้นให้เทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงวัสดุภายในบ้านมาแบบจัดเต็ม ก็จะมาพร้อมกับราคาที่สูง แต่อย่างโครงการ DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) มองว่าวิถีชีวิตของแต่ครอบครัวไม่เหมือนกัน จึงจะให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องมีแน่ๆ เช่น แอร์ ส่วนอย่างอื่นโครงการเปิดโอกาสให้เจ้าของได้เลือกสรรและตกแต่งเอง
โครงการ DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บริเวณซอยพระราม 9 39/1 ซึ่งเชื่อมต่อไปยังถนน 3 เส้นหลักได้ ทั้ง ถนนพระราม 9 , ถนนรามคำแหงและถนนศรีนครินทร์ หากถนนเส้นไหนรถติด เราก็หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นได้ ถือว่ามีตัวเลือกในเรื่องของเส้นทางที่หลากหลาย
ทำเลนี้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความสะดวกสบายเลยค่ะ เริ่มจากสิ่งที่ใกล้โครงการแบบสุดๆ ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ Homepro Rama 9 ห่างจากโครงการแค่ 400 เมตรเท่านั้น อยู่ฝั่งเดียวกับโครงการ ก่อนถึงโครงการพอดีเลย ซึ่งภายใน Homepro ก็มีร้านค้าร้านอาหารเล็กๆน้อย เช่น แม่ศรีเรือน , KABOCHA SUSHI อย่างน้อยก็ให้เราแวะซื้อของกินของใช้ก่อนเข้าบ้านได้สะดวก หรือในช่วงที่ตกแต่งบ้าน ก็ออกมาซื้อของได้ง่ายค่ะ
ในช่วง 2 กิโลเมตร มีซูเปอร์มาร์เก็ต , Community Mall ให้เราไปซื้อของเข้าบ้านได้หลายแห่ง ทั้ง Makro รามคำแหง , Seri Market , The Nine Center ส่วนใครที่ชอบไปเดินห้างใหญ่ๆ ในระยะ 4-7 กิโลเมตรก็มีทั้ง The Mall รามคำแหง , The Mall บางกะปิและ Central พระราม 9 ค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือโครงการอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนนานาชาติหลายแห่งเลยค่ะ ปัจจัยนี้ถูกหยิบขึ้นมาประกอบการตัดสินใจในการซื้อบ้านบ่อยๆครั้ง เพราะโรงเรียนลูกหลานเป็นสถานที่เราต้องไปรับ-ส่งแทบทุกวัน การได้อยู่ใกล้ๆโรงเรียน จะทำให้ลูกหลานไม่ต้องตื่นเช้าเกินความจำเป็น พักผ่อนได้เต็มที่ เป็นเหมือนการซื้อเวลานอนให้ลูกเพิ่มด้วย รอบๆโครงการ DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) ในระยะ 5-7 กิโลเมตร มีทั้งEkkamai International School , St.Andrews International School , Wellington International School และ Brighton College International School ผู้ปกครองไปรับ-ส่งลูกหลานได้ไม่ยาก ประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้เยอะเลย
เส้นทางจากโครงการไปยังจุดขึ้นทางด่วนศรีรัช ฝั่งไปสีลม
นอกจากโครงการ DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) จะเชื่อมกับถนนหลัก 3 เส้น ยังอยู่ใกล้กับทางด่วน 3 สายอีกด้วย ทำให้การเดินทางไปยังโซนต่างๆทั้งในตัวเมืองและออกต่างจังหวัดสะดวกมากขึ้น โดยทางด่วนทั้ง 3 สายมีดังนี้
- ทางด่วนศรีรัช : สำหรับคนที่ต้องการเดินทางไปยังโซนสีลม , ดินแดง สามารถไปใช้ทางด่วนศรีรัชที่อยู่ห่างจากโครงการ แค่ 3.6 กิโลเมตรได้
- ทางด่วนฉลองรัช : ใช้เดินทางไปยังโซนอ่อนนุช ซึ่งจุดขึ้นทางด่วนอยู่ไม่ไกลจากโครงการเลยนะ ประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้นเอง
- มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี : สำหรับคนที่ต้องการเดินทางออกต่างจะหวัด ไปฉะเชิงเทรา , ชลบุรีสามารถใช้เส้นทางนี้ได้ โดยจุดขึ้นมอเตอร์เวย์อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 4.1 กิโลเมตรค่ะ
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
โครงการ DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) ส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์ 1-4 ชั้น , บ้านพักอาศัย 1-3 ชั้น , อาคารสำนักงาน 5 ชั้น และที่ดินเปล่า ดูจากขนาดที่ดินมีพื้นที่ไม่เยอะ เรามองว่าอาจพัฒนาไปเป็นโครงการเล็ก หรือคอนโด Low Rise ได้นะ
- ทิศเหนือ ติดกับ คลอง , อาคารสำนักงาน 2 ชั้น , บ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น
- ทิศตะวันออก ติดกับ บ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น , อาคารพาณิชย์ 1 ชั้น
- ทิศใต้ ติดกับ อาคารพาณิชย์ 2 ชั้น , อาคารสำนักงาน 5 ชั้น , ที่ว่างรอการพัฒนา
- ทิศตะวันตก ติดกับ บ้านพักอาศัย 3 ชั้น
บรรยากาศหน้าปากซอยโครงการ
หน้าปากซอยโครงการเป็นถนนพระราม 9 ซอย 39/1 หรือซอยถาวรธวัช ที่จะไปเชื่อมต่อกับซอยรามคำแหง 24 ได้ อันที่จริงภายในซอยเป็นถนน 4 เลน เราว่าจะเรียกว่าเป็นถนนรองเลยก็ได้นะ บริเวณนี้มีรถผ่านไปมาตลอด แต่รถก็ไม่ติดค่ะ เพราะมีอุโมงค์ลอดเชื่อมระหว่างโซนพระราม 9 กับพัฒนาการ ทำให้การจราจรค่อนข้างไหลลื่น
จากถนนลึกเข้ามาประมาณ 250 เมตร ก็จะเจอทางเข้าโครงการแล้วค่ะ หน้าปากซอยมีร้านขายวัสดุก่อสร้างอยู่ ส่วนภายในซอยก็มีบ้านพักอาศัยอยู่บ้าง ทำให้มีคนเข้า-ออกตลอด ไม่เปลี่ยวเลยค่ะ
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
- Homepro Rama 9 ~ 400 m.
- Makro Ramkhamhang ~ 2.0 km.
- Seri Market Rama 9 ~ 2.2 km.
- The Nine Center ~ 2.6 km.
- Foodland Ramkhamhang ~ 4.0 km.
- The Mall Ramkhamhang ~ 4.4 km.
- The Mall Lifestore Bangkapi ~ 5.7 km.
- J Avenue Thonglor ~ 6.8 km.
- Central Rama 9 ~ 7.7 km.
- The Street Ratchada ~ 8.3 km.
- EmDistric ~ 9.2 km.
โรงพยาบาล
- Samitivej Srinakarin Hospital ~ 5.3 km.
- Bangkok Hospital ~ 6.7 km.
- Samitivej Sukhumvit Hospital ~ 7.3 km.
- Piyavate Hospital ~ 7.6 km.
- Praram 9 Hospital ~ 8.7 km.
โรงเรียน
- Assumption University ~ 2.3 km.
- Ekkamai International School ~ 5.7 km.
- St.Andrews International School ~ 5.8 km.
- Purple Elephant 55 International School ~ 7.3 km.
- Wellington International School ~ 7.3 km.
- Brighton College International School ~ 7.7 km.
- Purple Elephant 49 International School ~ 7.9 km.
- Shrewsbury International School Bangkok City Campus ~ 8.1 km.
- Bangkok Prep International School ~ 9.4 km.
- St.Mark’s International School ~ 10.3 km.
- NIST International School ~ 11.5 km.
การเดินทาง
- ทางด่วนศรีรัช ~ 3.6 km.
- ทางด่วนฉลองรัช ~ 4.0 km.
- มอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-ชลบุรี ~ 4.1 km.
- Airport Rail Link รามคำแหง ~ 4.6 km.
- MRT สายสีเหลือง สถานีหัวหมาก ~ 5.2 km.
รายละเอียดโครงการ
Highlight
- มีเพื่อนบ้านเพียง 12 ยูนิต : ได้ความเป็นส่วนตัวสูง
- ทุกยูนิตอยู่ติดถนนหลัก : เข้า-ออกโครงการสะดวก
- โครงการเอาสายไฟลงดินทั้งหมด : ให้บรรยากาศโครงการที่ดูเรียบร้อยสะอาดตา
DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนที่ดินประมาณ 3 ไร่กว่าๆ มีจำนวนยูนิตทั้งหมดเพียง 12 ยูนิต ถือว่าน้อยที่สุดในย่านแล้วค่ะ เมื่อเทียบกับโครงการรอบข้างที่มักมีมากกว่า 20 ยูนิตขึ้นไป ลูกบ้านจึงได้ความเป็นส่วนตัวสูงค่ะ
โครงการนี้จัดสวนหย่อมเล็กๆมาให้ 1 จุดบริเวณกลางโครงการ เหมาะกับคนที่ไม่เน้นใช้งาน Facility ส่วนกลาง แต่เรามองว่าทำเลของโครงการอยู่ใจกลางเมือง จึงไปใช้ฟิตเนสตามห้างหรือ Community Mall ได้ไม่ยาก ในเรื่องของการวางผังของโครงการ เรามองว่าน่าสนใจทีเดียว คือการจัดให้บ้านทุกหลัง อยู่ติดถนนหลักของโครงการ ที่มีความกว้าง 9 เมตร ทำให้ลูกบ้านทุกยูนิตเข้า-ออกโครงการได้สะดวก
ส่วนโซนบ้านที่น่าสนใจจะมีอยู่ 3 โซนด้วยกัน
- โซนเส้นประสีส้ม : อยู่ใกล้ซุ้มประตูโครงการ เข้า-ออกได้สะดวก และอยู่ใกล้สายตารปภ. ได้เรื่องความปลอดภัยมากกว่าโซนอื่นๆ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับนิติบุคคลอีกด้วย ทำให้ติดต่อหรือรับพัสดุสะดวก
- โซนเส้นประสีน้ำเงิน : อยู่ใกล้สวนส่วนกลาง นอกจากจะออกมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางง่ายแล้ว ยังได้วิวสวนอีกด้วย
- โซนเส้นประสีเหลือง : อยู่ด้านในสุดของโครงการ ไม่มีเพื่อนบ้านอยู่ฝั่งตรงข้าม ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว แล้วยังอยู่ใกล้สวนส่วนกลางออกมาใช้งานได้สะดวก
ซุ้มประตูโครงการ
ซุ้มประตูโครงการอยู่ถัดเข้ามาจากถนนด้านหน้าเล็กน้อย พอให้มีพื้นที่ให้รถต่อคิวเวลาเข้าโครงการ บริเวณซุ้มประตูโครงการมีชายคาคลุมตลอดแนว ช่วยบังแดดฝนให้ผู้ที่มาติดต่อ โครงการใช้ระบบสแกนป้ายทะเบียนรถยนต์ พร้อมประตูเหล็กเลื่อนและ CCTV เพื่อความปลอดภัยให้กับลูกบ้าน
ลูกบ้านสามารถใส่เลขทะเบียนรถได้ประมาณ 10 ทะเบียน เผื่อแขกคนสนิทมาเยี่ยมจะได้ไม่ต้องแลกบัตรค่ะ
ด้านข้างซุ้มประตูมีทางเดินเข้า-ออกแยกไว้ สำหรับคนที่ไม่ใช้รถยนต์ โดยทางเดินยกระดับขึ้นจากถนน จึงเดินได้อย่างปลอดภัยค่ะ
เมื่อผ่านซุ้มประตูโครงการมาเราจะเจอกับอาคารนิติบุคคลก่อน ถัดจากนั้นจะเป็นโซนที่พักอาศัยทั้งหมด ซึ่งโครงการเอาสายไฟลงดินทั้งหมด ทำให้เราไม่เห็นสายไฟภายในโครงการ บรรยากาศจึงดูสบายตาดีค่ะ
แม้ว่าเราจะได้ความเป็นส่วนตัวสูงจากจำนวนเพื่อนบ้านน้อยเพียง 12 ยูนิต แต่ก็ทำให้มีเพื่อนบ้านร่วมแชร์ค่าส่วนกลางน้อยไปด้วยเช่นกัน โดยค่าส่วนกลางอยู่ที่ 100 บาท/ตร.ว./เดือน
ตรงข้ามซุ้มประตูโครงการมีอาคารนิติบุคคลอยู่ ด้านหน้ามีที่จอดรถประมาณ 2 คัน สำหรับลูกบ้านที่แวะมาติดต่อธุระ หรือมาเอาพัสดุที่นิติบุคคล
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด
- CCTV ทั้งโครงการจำนวน 6 จุด
- รั้วสูง 3 เมตร
- ถนนหลักกว้าง 9 เมตร
- เข้า-ออกโครงการด้วยระบบ Licensing Plate Scan System
- ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
- ถนน Stamped Asphalt ทั้งโครงการ
- ประตูรั้วโครงการแบบเลื่อนไฟฟ้า
- ระบบสายไฟฟ้าใต้ดินทั้งโครงการ
- ประตู Maingate สูง 5 เมตร
- Video Door Phone
แบบบ้าน
Highlight
- บ้านทุกหลังมี Garage : ตอบโจทย์คนรักรถ ไม่ให้โดนแดดโดนฝน หรือฝุ่นเกาะ
- ได้ที่จอดรถสูงสุด 8 คัน : ซึ่งมากที่สุดในย่านแล้ว โดยโครงการทั่วไปมักจะมีเพียง 4-5 คันเท่านั้น
- DAVEN MUSE เน้นห้องนอนใหญ่ทุกห้อง : สมาชิกในบ้านทุกคนได้พื้นที่พักผ่อนส่วนตัวกว้างขวาง
- DAVEN MUSE ได้ผนังแบบ Glass House : สูง 7 เมตร ช่วยให้บ้านโปร่งโล่ง และดูสว่าง
- DAVEN DEFINE ได้ Double Master Bedroom : รองรับครอบครัวขยาย ลูกๆแต่งงานไปแล้วก็ยังอยู่กับพ่อแม่ได้
- DAVEN DEFINE มีสระว่ายน้ำส่วนตัวในร่ม : บริเวณชั้น 2 ซึ่งหายากในโซนนี้
บ้านในโครงการ DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น โดยบ้านในโครงการ จะเน้นสร้างเต็มพื้นที่ เพื่อให้ได้พื้นที่ใช้สอยเยอะที่สุด ตั้งแต่ 509-866 ตารางเมตร เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเยอะๆ รองรับสมาชิกในครอบครัว 4-6 คน กำลังดีเลยค่ะ ในราคาเริ่มต้น 65 ล้านบาท
บ้านของโครงการแต่ละ Type จะมีเอกลักษณ์ ฟังก์ชันภายในที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป ทำให้ตอบโจทย์คนได้หลายกลุ่ม โดยตัวบ้านออกแบบโดย RAD Studio บริษัทสถาปนิกที่โดดเด่นในเรื่องของการออกแบบงานแนว Residential ให้ฟังก์ชันภายในตอบโจทย์เรื่องการใช้งานจริง
ตัวบ้านเลือกใช้ Element แนวตั้งเป็น Pattern ซ้ำๆ เพื่อให้บ้านดูสูงชะลูด และภายนอกบ้านตกแต่งด้วยหินวีเนียร์ Tavertine สีครีม ตัดกับผนังพ่นทรายสีเทาเข้ม ช่วยให้ตัวบ้านมีมิติมากขึ้น
ปัจจุบันบ้านในโครงการมีให้เลือก 3 แบบ ดังนี้
- DAVEN MUSE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 65.9-69.2 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 509 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 Glass House Courtyard Garden / 1 ห้องแม่บ้าน - DAVEN DEFINE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 74-81.2 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 612 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 6 ที่จอดรถ / 1 Indoor Courtyard Pool / 2 ห้องแม่บ้าน - DAVEN INFINITE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 134.6 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 866 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 6 ห้องนอน / 7 ห้องน้ำ / 8 ที่จอดรถ / 1 Indoor Glass House Pool / 1 Outdoor Courtyard Living Room / 2 ห้องแม่บ้าน
สรุปวัสดุภายในบ้าน
- โครงสร้างแบบ Conventional โดยใช้ผนัง INSEE
- หลังคา Flat Slab
- ผนังภายในฉาบเรียบทาสี
- ผนังตกแต่งภายนอกด้วยหินวีเนียร์ Tavertine
- ที่จอดรถลงเสาเข็มให้เท่าตัวบ้าน
- พื้นชั้น 1 : กระเบื้อง ขนาด 60×120 cm.
- พื้นชั้น 2,3 : พื้นไม้ Hybrid Engineered Wood แบรนด์ Champaca
- พื้นห้องน้ำ : กระเบื้อง ขนาด 60×60 cm.
- บันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้ Hybrid Engineered Wood แบรนด์ Champaca
- แอร์ Mitsubishi series 4 Way ทุกห้องนอนและห้องนั่งเล่น
- กล้องวงจรปิด 3-4 จุดภายนอกบ้าน
- Video Door Phone
- ประตูระบบ Shutter Door Auto Garage
- Junction รองรับ EV Charger 1 เครื่อง
- ลิฟต์ Schneider
- สุขภัณฑ์ของ Kohler
- อ่างอาบน้ำของ Villeroy & Boch
- ระบบไฟ 3 เฟส 50(150)
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ
DAVEN MUSE (Type A)
บ้านตัวอย่างหลังแรกที่เราจะพาทุกคนมาชมคือ DAVEN MUSE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 65.9-69.2 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 509 ตร.ม. มาพร้อมฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 Glass House Courtyard Garden / 1 ห้องแม่บ้าน ซึ่งเป็นแบบบ้านที่มีมากที่สุดในโครงการเลยค่ะ เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิก 4-6 คน
แปลนชั้น 1
ชั้น 1 : ภายในบ้านสามารถจอดรถได้ 4 คันสบายๆ มีชายคาคลุมเต็มคัน ช่วยรักษารถได้ดีและเราไม่ต้องตากแดดลมฝนเพื่อเข้าบ้าน ส่วนทางเข้า-ออกบ้านหลักๆจะมี 3 ทาง ประตูแรกคือประตูหลัก อยู่ตรงกับประตูรั้วหน้าบ้านพอดี ซึ่งประตูนี้เจ้าของบ้านจะใช้เป็นหลัก ส่วนประตูรองอยู่ด้านหลังที่จอดรถ เวลาเราซื้อข้าวของเข้าบ้านเยอะๆ ใช้ประตูนี้เป็นหลักจะสะดวกกว่านะ สุดท้ายคือประตูด้านหลังบ้าน เชื่อมต่อกับลานซักล้างและส่วนของแม่บ้าน แม่บ้านจะใช้ประตูนี้เป็นหลัก เพื่อไม่ให้รบกวนเจ้าของบ้านค่ะ
ชั้นแรกของบ้าน ออกแบบเป็น Open Plan รวมพื้นที่นั่งเล่น , พื้นที่รับประทานอาหารรวมถึง Pantry Area ไว้ด้วยกัน พื้นที่ตรงนี้มีไว้รับแขกเป็นหลักเลยค่ะ Highlight สำคัญของบ้าน Type นี้คือผนังแบบ Glass House Courtyard Garden ที่สูงกว่า 7 เมตร ช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่งมากๆ ส่วนโซนหลังบ้านเป็นพื้นที่ Service ประกอบไปด้วย ห้องครัว , ห้องแม่บ้านและพื้นที่ซักล้าง
ชั้น 2 : เป็นพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวของสมาชิกในบ้าน มี Family Area ที่มองลงไปเห็น Courtyard Garden แล้วยังมีห้องนอน พร้อมห้องน้ำในตัวอีก 2 ห้อง จริงๆเรามองว่าบ้านนี้รองรับครอบครัวขยายได้เลยแหละ ลูกๆที่แต่งงานไปก็ยังอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ได้ เพราะแต่ละห้องนอนให้มาใหญ่พอๆกับ Master Bedroom เลยค่ะ
ชั้น 3 : มี Master Bedroom ที่ใหญ่พอจะทำโซน Walk-in Closet และโซนพักผ่อนภายในห้อง และยังมีห้องนอนรองอีก 1 ห้อง มีห้องน้ำในตัว สะดวกต่อการใช้งาน
พื้นที่จอดรถในบ้านสามารถจอดรถได้ 4 คัน แบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งจอดได้ 3 คัน กว้างประมาณ 7.4 เมตร และอีกฝั่งหนึ่งจอดได้ 1 คัน กว้างประมาณ 2.8 เมตร โดยมีชายคาคลุมประมาณ 5.7 เมตร จึงไม่มีส่วนไหนของรถที่ต้องโดนแดดฝนเลยค่ะ ส่วนพื้นปูด้วยกระเบื้อง 60×60 ซม. โครงการลงเสาเข็มบริเวณที่จอดให้เท่าตัวบ้านเลยนะ ไม่ต้องกังวลเรื่องการทรุดตัวของบ้าน
ที่จอดรถใช้ประตูระบบ Shutter Door Auto Garage
บ้านทุกหลังในโครงการจะใช้ประตูระบบ Shutter Door Auto Garage ช่วยกันฝน , ฝุ่น ไม่ให้มาเกาะรถ คงถูกใจคนรักรถเป็นอย่างมาก บริเวณนี้โครงการจะติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ 1 ตัว ด้วยนะคะ
บริเวณที่จอดรถ โครงการเตรียมระบบไว้ให้เพื่อรองรับการติดตั้ง EV Charger 1 เครื่อง
เราชอบที่บริเวณด้านหลังที่จอดรถ โครงการออกแบบให้มีพื้นที่ยกระดับขึ้นเล็กน้อย ช่วยกันฝุ่นไม่ให้เข้าบ้าน นอกจากนี้เรายังมองว่าบริเวณนี้สามารถ Built-in ตู้รองเท้าได้เพิ่มเติมด้วยนะ บริเวณนี้มีประตูบานเลื่อนที่มองเข้าไปเราจะเห็นความโปร่งโล่งของบ้านได้เป็นอย่างดี เพราะตรงกับบริเวณ Glass House Courtyard Garden พอดี
ส่วนตรงกลางระหว่างที่จอดรถ 2 ฝั่ง จะเป็นประตูรั้วบานเล็ก มีชายคาคลุมอยู่ด้วย เวลามาแขกมาหา สามารถกดกริ่งหน้าบ้านแล้วยืนรอหลบแดดฝนได้ บานประตูเป็น Grille เหล็กที่วางแบบเฉียงๆ ช่วยบดบังสายตาจากคนภายนอก รักษาความเป็นส่วนตัวให้เจ้าของบ้าน แต่ยังสามารถระบายอากาศ
บริเวณข้างๆประตูมีช่องให้สอดจดหมาย โดยเจ้าของบ้านสามารถหยิบเอาจดหมายจากในบ้านได้เลย แต่หากเป็นพัสดุจะต้องติดต่อรับที่นิติบุคคลนะคะ
ส่วนประตูหลักทางเข้าบ้าน สามารถเข้าได้จากที่จอดรถโดยไม่ต้องโดนแดดฝน พื้นทางเข้าบ้านมีการยกระดับขึ้นเล็กน้อย ช่วยกันฝุ่นและน้ำไหลย้อน ตัวประตูโครงการเลือกใช้เป็นประตูอลูมิเนียมแบรนด์ TOSTEM ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง ป้องกันเสียง และทนต่อสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้โครงการยังติดตั้ง Digital Door Lock ของ Hafele ที่รองรับถึง 5 ระบบ คือ Pin Code , Keycard , ลายนิ้วมือ , กุญแจและ Application
โถงทางเข้าบ้าน
เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอกับโถงของตัวบ้าน มีความสูงฝ้าประมาณ 3 เมตร ปูด้วยกระเบื้อง 60×120 ซม. ซึ่งเป็นขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานทั่วไป มองแล้วดูสบายตาดีค่ะ นอกจากนี้ยังมีขนาดกว้างพอจะ Built-in ตู้รองเท้า พร้อมสตูลสำหรับนั่งใส่รองเท้า เราสามารถหยิบและเก็บรองเท้าได้สะดวก เพราะอยู่ใกล้ประตูทางออก
ที่จอดที่ถูกตกแต่งเป็นพื้นที่ทำงาน
ตามจริงแล้ว พื้นที่ตรงนี้เป็นที่จอดรถสำหรับ 1 คัน ที่ติดตั้ง Shutter Door Auto Garage ไว้ แต่เนื่องจากโครงสร้างบ้านเป็นแบบ Conventional โครงการจึงสามารถทุบต่อเติม เป็นห้องทำงานได้ โดยเราชอบที่โครงการใส่ไอเดียติดตั้ง Smart Film ที่สามารถเปลี่ยนกระจกใสให้เป็นกระจกฝ้าได้ ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัว แต่ยังได้แสงสว่างเข้ามาภายในตัวห้อง
บริเวณทางเข้าบ้านจะมี Control Panel สำหรับควบคุมและตรวจเช็คความเรียบร้อยภายในบ้าน แต่ฟังก์ชันที่เราชอบคือ Video Door Phone เวลามีแขกมาเยี่ยม เราสามารถดูผ่านกล้องหน้าโครงการได้ก่อน โดยเราจะเห็นหน้าแขก แต่แขกจะไม่เห็นเรานะคะ หากไม่สะดวกรับแขกก็สามารถแจ้งรปภ.ได้
ถัดมาเป็นฟังก์ชันหลักของชั้นนี้เลยค่ะ Common Area ที่รวมพื้นที่นั่งเล่น , พื้นที่รับประทานอาหาร , Pantry Area และ Glass House Courtyard Garden ไว้ด้วยกัน ใช้เป็นพื้นที่สำหรับรับแขก และพื้นที่พักผ่อนรวมตัวของสมาชิกในบ้าน
เราชอบที่โครงการเน้นให้ช่องเปิดอยู่ข้างบ้าน ส่วนหน้าบ้านจะเน้นเป็นผนังทึบ มีเพียงประตูทางเข้าเท่านั้นที่เป็นช่องเปิด ทำให้เจ้าของบ้านที่อยู่ใน Common Area ได้ความเป็นส่วนตัวอยู่
พื้นที่นั่งเล่น
พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดใหญ่ทีเดียว สามารถวางโซฟา 3-4 ที่นั่งพร้อมอาร์มเเชร์ 2 ฝั่ง และโต๊ะกลางได้ด้วย บริเวณนี้มีระยะดูทีวีอยู่ที่ 3.6 เมตร เหมาะกับการติดตั้งทีวีขนาด 55-65 นิ้ว เพื่อการรับชมที่คมชัด
ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร สามารถวางโต๊ะกินข้าวสำหรับ 6 ที่นั่งได้สบายๆ มีพื้นที่ให้เดินรอบๆโต๊ะเหลือเฟือ หรือหากบ้านไหนมีแขกมาเยี่ยมบ่อยๆ จะจัดแบบ 8 ที่นั่งก็ยังได้นะ
ตำแหน่งพื้นที่รับประทานอาหารอยู่ระหว่าง Pantry Area และห้องครัว ทำให้การใช้งานต่อเนื่องเราทำอาหาร และเสิร์ฟอาหารได้สะดวก
เราชอบมุมนี้เป็นพิเศษ โครงการตกแต่งด้วย Island ที่มีความยาวเป็นพิเศษ ทำให้เราสามารถใช้มุมนี้ทำอาหารเล็กๆน้อยๆ หรือนั่งจิบกาแฟตอนเช้าชิลๆก็ได้นะ
Pantry Area
Pantry Area อยู่ใกล้ Glass House Courtyard Garden ทำให้ได้แสงธรรมชาติเยอะกว่ามุมอื่นๆ ทำให้บรรยากาศตรงนี้ดูโปร่งและสดชื่น ไม่รู้สึกอุดอู้ค่ะ
Glass House Courtyard Garden
Highlight ของบ้าน Type นี้คือ Glasshouse Courtyard Garden ที่ได้ความสูงฝ้าถึง 7 เมตร มุมนี้คือคำตอบ ว่าทำไมบ้านหลังนี้ดูโปร่งโล่งเป็นพิเศษ โดยโครงการจะเตรียมพื้นที่ปลูกต้นไม้บริเวณกลางบ้านไว้ให้ เราสามารถเลือกต้นไม้ที่ชอบมาตกแต่งได้ หากใครไม่อยากดูแลนักแนะนำให้ใช้เป็นต้นไม้ปลอม หรือ Sculpture แทนก็ได้ค่ะ
มุมนี้โครงการตกแต่งให้เป็นฟังก์ชันสำหรับเด็ก เพื่อให้น้องๆหนูๆ ได้เล่นซน แล้วยังสัมผัสแสงธรรมชาติไปพร้อมกันๆ นอกจากนี้ไม่ว่าเราจะอยู่มุมไหนของ Common Area ก็สามารถเห็นลูกหลานได้ แบบไม่คลาดสายตา
มุมเล็กๆด้านหลังบ้านเป็นพื้นที่สำหรับ Service มีทั้ง Powder Room , ห้องครัวและ Maid Area
Powder Room
ห้องน้ำชั้นล่างจะเป็นห้องน้ำแบบ Powder room ไม่มีส่วนอาบน้ำ จะมีให้เฉพาะโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ กับอ่างล้างหน้าจาก Kohler ไว้สำหรับแขกที่มาเยี่ยมเป็นหลัก
ห้องครัวภายในบ้าน เป็นครัวแบบปิด มีประตูบานเลื่อนกระจกกั้นอยู่ ทำให้เราทำอาหารได้เต็มที่ไม่ต้องกลัวกลิ่นควันจะลอยไปโซนอื่นของบ้าน
ห้องครัวมีขนาดไม่ใหญ่มากนักประมาณ 2.15 x 2.6 เมตร สามารถ Built-in เคาน์เตอร์ครัวเป็น 2 ฝั่ง มาให้ช่วยกันทำอาหารได้ 2-3 คน
หากเพื่อนๆสังเกต จะเห็นว่าโครงการให้ความสำคัญกับโซน Pantry Area มากกว่า เราจึงมองว่าบ้านนี้เหมาะกับคนที่ทำอาหารไม่จริงจังนัก หรือชอบทำอาหารเบาๆ กลิ่นไม่แรงที่ Pantry Area มากกว่า อาจมีมาใช้ห้องครัวแค่เป็นครั้งคราวค่ะ
ประตูบานนี้แม่บ้านจะใช้เป็นหลัก เพราะเชื่อมต่อกับ Maid Area ประตูสามารถเปิดกระจกระบายอากาศได้ แต่ยังมีมุ้งลวดกันแมลงอยู่
Maid Area ประกอบไปด้วย พื้นที่ซักล้างที่สามารถวางเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าได้ แล้วยังมีห้องนอนและห้องน้ำสำหรับแม่บ้านแยกออกมาด้วย ดังนั้นแม่บ้านจะอยู่โซนนี้กับห้องครัวเป็นหลัก ไม่ไปรบกวนเจ้าของบ้านค่ะ
โครงการออกแบบให้ลิฟต์และบันไดอยู่ติดกันบริเวณกลางบ้าน ใกล้โถงทางเข้า วันไหนกลับบ้านมาดึก ก็ขึ้นชั้นบนไปพักผ่อนได้สะดวก
โดยปกติแล้ว บ้านที่มีลิฟต์จะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับบันไดสักเท่าไหร่ แต่โครงการนี้กลับออกแบบบันไดเป็นรูปตัว U กว้าง 1.2 เมตร คนจึงเดินสวนกันได้สบายๆ โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้ Hybrid Engineered Wood เหมือนพื้นชั้น 2 เลยนะ พร้อมราวจับตลอดทางใช้งานได้สะดวก
ลิฟต์ภายในบ้านเป็นของ Schneider รองรับน้ำหนักได้ประมาณ 400 กิโลกรัม ภายในลิฟต์มีความกว้างประมาณ 0.95 x 1.1 เมตร สามารถเข็นวีลแชร์เข้าไปได้ แบบพอดีๆ
ชั้น 2
Family Area
ฟังก์ชันแรกที่เราเจอเมื่อขึ้นมาชั้น 2 คือ Family Area ที่มีขนาดประมาณ 4.3×4.55 เมตร โครงการเลือกที่จะตกแต่งให้เป็นพื้นที่ออกกำลังกาย Pilates , โยคะ เป็นไอเดียให้แก่คนที่ชอบออกกำลังกาย แล้วไม่อยากออกไปให้ฟิตเนสนอกบ้าน มุมนี้อยู่ติด Glasshouse เราจึงได้แสงสว่างเต็มที่ หากใครปลูกต้นไม้ไว้ก็จะเห็นยอดต้นไม้พอดี มองแล้วรู้สึกสดชื่นมากเลยนะคะ
พื้นชั้น 2-3 ปูด้วย Hybrid Engineered Wood แบรนด์ Champaca ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรง ทนทาน และคัดลวดลายมาอย่างสวยงาม
จากมุมนี้มองลงไปเห็น Pantry Area ด้วยค่ะ
ห้องนอนรอง 1 ที่ถูกตกแต่งเป็นห้องแต่งตัว
โดยปกติแล้วเราจะชินกับห้องนอนรองที่ไม่ใหญ่มากนัก อย่างเก่งก็จะมีแค่ที่โซนพักผ่อนกับ Walk-in Closet แต่ไม่ใช่กับแบบบ้าน Type นี้ค่ะ ตั้งแต่ตอนแรกที่เราเดินเข้าห้องมา ก็รู้สึกว่าห้องใหญ่มาก ประมาณ 8.75x 3.55 เมตร พอที่จะแบ่งเป็นพื้นที่พักผ่อน , Walk-in Closet และมุมนั่งเล่นหรือทำงานภายในตัวได้เลย
ทุกห้องนอนของบ้านแบบนี้ก็จะมีขนาดใหญ่พอๆกัน เราจึงมองว่าสามารถรองรับครอบครัวขยายได้ ลูกๆแต่งงานแล้วก็ยังอยู่บ้านหลังเดียวกับพ่อแม่ได้
โครงการเลือกจะตกแต่งห้องนี้เป็นห้องแต่งตัว สำหรับคนที่ต้องแต่งหน้าทำผมออกงานบ่อย สามารถจ้างช่างแต่งหน้ามาที่ห้องนี้เลย โดยช่างไม่ต้องไปรบกวนบริเวณอื่นของบ้านเลยค่ะ
ห้องน้ำในห้องนอนรอง 1
ภายในห้องน้ำจัดแบ่งการใช้งานส่วนเปียกและส่วนแห้งชัดเจน โครงการให้ชุดอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง และกระจกเงาบานใหญ่ นอกจากนี้ยังให้ชุดสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ต่างๆครบครัน
ส่วนอาบน้ำ
พื้นที่ส่วนอาบน้ำกว้างประมาณ 1.45 x 1.1 เมตร ทุกห้องน้ำจะได้ทั้ง Rain Shower และ Hand Shower อาบน้ำได้สะดวก นอกจากนี้โครงการยังเจาะผนังเป็นชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำต่างๆได้ด้วย สำหรับเรามองว่าแข็งแรงกว่าใช้ชั้นวางของแบบแขวน และไม่เกะกะเหมือนชั้นวางของแบบตั้งพื้น
ห้องนอนรอง 2 มีขนาดใหญ่กว่า ห้องนอนรอง 1 เล็กน้อย โซนแรกจะอยู่ใกล้กับห้องน้ำ เหมาะกับการทำเป็น Walk-in Closet สามารถ Built-in เป็นตู้เสื้อผ้าได้ 2 ฝั่ง
ห้องน้ำภายในห้องนอนรอง 2
ห้องน้ำภายในห้องนอนรอง 2 แบ่งส่วนเปียก-ส่วนแห้ง และให้สุขภัณฑ์มาเหมือนห้องน้ำในห้องนอนรอง 1 เกือบทั้งหมด จะมีแตกต่างแค่อ่างล้างหน้าของห้องนี้เป็นแบบตั้งบนเคาน์เตอร์ ป้องกันน้ำกระเด็นออกบนเคาน์เตอร์ได้ดีกว่าแล้วยัง Service ได้ง่ายกว่าเวลามีปัญหาค่ะ
ห้องนอนรอง 2
สำหรับโซนพักผ่อนภายในห้อง สามารถวางเตียง 6 ฟุตพร้อมโซฟาหรือสตูล 2 ที่นั่งบริเวณปลายเตียงได้ เวลานั่งดูทีวีจะสะดวกกว่านั่งบนเตียงค่ะ ที่เราชอบคือโครงการออกแบบช่องเปิดไว้ 2 ฝั่ง ทั้งฝั่งด้านหน้าบ้าน และฝั่งที่ติดกับผนัง Glass House ทำให้ภายในห้องดูสว่างเพราะได้แสงธรรมชาติทั้ง 2 ทาง แต่ยังได้ความเป็นส่วนตัวอยู่ เพราะช่องเปิดมีขนาดไม่ใหญ่ ยากที่คนจะมองเข้ามาเห็นภายในห้องค่ะ
ชั้น 3
เมื่อขึ้นมาชั้น 3 เราจะเจอกับ Master Bedroom ทันที
ห้องนั่งเล่นภายใน Master Bedroom
Master Bedroom มีขนาดใหญ่มาก สามารถแบ่งเป็นพื้นพักผ่อน , พื้นที่นั่งเล่นและ Walk-in Closet มาดูกันที่โซนแรกก่อนนะ ฟังก์ชันแรกใน Master Bedroom คือพื้นที่นั่งเล่นมีขนาดประมาณ 3.9 x 5.4 เมตร สามารถวางโซฟา 2-3 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางสำหรับวางน้ำและขนมเวลาดูทีวีได้ หากใครชอบความเป็นสัดส่วนแนะนำให้ทำฉากกั้นเพิ่มเติมนะคะ
ประตูระเบียง
ภายใน Master Bedroom เชื่อมต่อกับระเบียงขนาด 1.25 x 4.35 เมตร ใหญ่พอจะจัดเป็นมุมพักผ่อน จิบกาแฟยามเช้าได้เลยค่ะ หรือใครอยากเพิ่มความสดชื่นให้กับห้องนอน จะทำเป็นสวนกระถางก็ได้นะ
ถัดจากพื้นที่นั่งเล่น เป็น Walk-in Closet ที่สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ 2 ฝั่ง พร้อม Island ตรงกลาง หรือใครจะทำเป็นราวสำหรับแขวนเสื้อผ้าที่จะใส่ในวันนั้นๆ เหมือนบ้านตัวอย่างก็ได้นะคะ เราจะได้มีพื้นที่เลือกสรร Mix & Match เสื้อผ้าได้สนุกๆ
Master Bathroom
สำหรับ Master Bathroom จะมีความพิเศษกว่าห้องน้ำอื่นๆ หลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ได้อ่างล้างหน้าแบบ His & Her ใช้งานได้ทีเดียวพร้อมกัน 2 คน แล้วยังได้โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติเหมือน Powder Room เลยค่ะ
ส่วนอาบน้ำก็พิเศษไม่น้อยหน้าโซนอื่นๆ เพราะได้ Rain Shower แบบติดเพดาน ทำให้พื้นที่ตรงนี้ดูเรียบหรู ไม่เกะกะ ที่สำคัญคือได้อ่างอาบน้ำแบบ Stand Alone ของ Villeroy & Boch แบรนด์ระดับ Luxury จากเยอรมัน ที่ใช้วัสดุ Quaryl (นวัตกรรมวัสดุระดับพรีเมียม ผสมระหว่างแร่ควอตซ์ , อะคริลิกคุณภาพสูงและเรซิน) ทำให้เนื้ออ่างแข็งแรง ทนทาน และไม่ลื่น นอกจากนี้ยังช่วยรักษาอุณหภูมิน้ำอุ่นได้นานขึ้น
สำหรับพื้นที่พักผ่อน มีขนาดใกล้เคียงกับพื้นที่พักผ่อนในห้องนอนรอง 1 คือสามารถวางเตียง 6 ฟุตและสตูลปลายเตียงได้
ภายในห้องนอนโครงการให้แอร์แบบ 4 ทิศทางของ Mitsubishi ระบบ AQS (Air Quality System) พร้อมติดตั้ง ERV (Energy Recovery Ventilation) ที่ช่วยเติมอากาศและกรองฝุ่นจากภายนอก แต่ความพิเศษคือระบบนี้จะช่วยปรับอุณหภูมิภายนอกให้ลดลงไปในตัวเลย ทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก
ห้องนอนรอง 3
สุดท้ายคือห้องนอนรอง 3 มีขนาดพอๆกับห้องนอนรอง 1 แล้วยังอยู่ในตำแหน่งเดียวกันด้วย เพียงแต่เป็นคนละชั้น สำหรับห้องนี้โครงการตกแต่งให้เป็นห้องสำหรับเด็กเล็ก เพราะเป็นห้องที่อยู่ใกล้ Master Bedroom ที่สุด พ่อแม่ๆมาดูลูกๆได้ง่าย
หากใครเคยเลี้ยงเด็กเล็กจะทราบกันดีว่าอุปกรณ์ , ของเล่นเด็กเยอะมาก ถ้าไม่ได้จัดเป็นสัดส่วนโดยเฉพาะ อาจทำให้บ้านรกได้ ดังนั้นการมีห้องลูก จะช่วยให้บ้านเป็นระเบียบมากขึ้นด้วยนะ
ส่วนห้องน้ำแยกส่วนเปียก-ส่วนแห้ง พร้อมให้ชุดสุขภัณฑ์ต่างๆมาแบบห้องน้ำในห้องนอนรองอื่นๆเลยค่ะ
DAVEN DEFINE (Type B)
บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 74-81.2 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 612 ตร.ม. มาพร้อมฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 6 ที่จอดรถ / 1 Indoor Courtyard Pool / 2 ห้องแม่บ้าน
ชั้น 1
ชั้น 1 : บ้าน Type นี้จอดรถได้ 6 คัน ซึ่งถือว่ามากกว่าโครงการโดยรอบแล้วนะ เราอาจจะต้องลำดับการถอยเข้า-ออกให้ดี ที่จอดรถมีชายคาคลุมทั้งหมด ส่วนทางเข้า-ออกบ้านหลักๆจะมี 2 ทาง ประตูแรกอยู่ด้านหลังที่จอดรถ ซึ่งเจ้าของบ้านจะใช้ทางเข้านี้เป็นหลักค่ะ ส่วนประตูด้านหลังบ้าน เชื่อมต่อกับลานซักล้างและส่วนของแม่บ้าน แม่บ้านจะใช้ประตูนี้เป็นหลัก เพื่อไม่ให้รบกวนเจ้าของบ้านค่ะ
ชั้นแรกแบ่งออกเป็น 2 โซน โซนแรกคือพื้นที่ต้อนรับแขกเล็กๆ เหมาะกับการพูดคุยธุระเล็กๆน้อยๆ บ้านหลังนี้ติดตั้งลิฟต์มาให้เรียบร้อย ใช้ขึ้น-ลงได้สะดวก ส่วนโซนหลังบ้านเป็นพื้นที่ Service ประกอบไปด้วยห้องครัว และ Maid Area
ชั้น 2 : Highlight ของบ้านหลังนี้คือ การยกเอา Common Area ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนของคนในบ้านมาไว้ชั้น 2 ประกอบไปด้วย พื้นที่นั่งเล่น , พื้นที่รับประทานอาหารและ Pantry Area ที่สามารถเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำส่วนตัว ที่อยู่ใต้ชายคาทั้งหมด ทำให้เรามาว่ายน้ำออกกำลังกายตอนไหนก็ได้ นอกจากนี้ยังมี Master Bedroom อีกด้วย
ชั้น 3 : เป็นโซนพักผ่อนของสมาชิกในบ้าน มีทั้ง Junoir Master Bedroom และยังมีห้องนอนรองอีก 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัว สะดวกต่อการใช้งาน
ที่จอดรถ
พื้นที่จอดรถในบ้านสามารถจอดได้ทั้งหมด 6 คัน โดยแบ่งเป็นจอดด้านในสุด 2 คัน จอดซ้อนอีก 2 คัน และจอดด้านข้างพื้นที่รับแขกอีก 2 คัน โครงการลงเสาเข็มบริเวณที่จอดให้เท่าตัวบ้านจนถึงบริเวณชายคาเลยนะ ไม่ต้องกังวลเรื่องการทรุดตัวของบ้าน ส่วนประตูที่จอดรถเป็น Shutter Door Auto Garage ช่วยกันฝน , ฝุ่น เป็นการถนอมรถ
ประตูหลักของบ้านเป็นประตูอลูมิเนียม ของ TOSTEM แข็งแรงคงทน และป้องกันเสียงได้เป็นอย่างดี พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock ของ Hafele ที่รองรับถึง 5 ระบบ คือ Pin Code , Keycard , ลายนิ้วมือ , กุญแจและ Application เราไม่จำเป็นต้องพกกุญแจบ้านให้ยุ่งยากเลยค่ะ เอาใจคนขี้ลืมอีกด้วย
โถงทางเข้าบ้าน
เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอกับโถงของตัวบ้าน มีความสูงฝ้าประมาณ 3 เมตร ปูด้วยกระเบื้อง 60×120 ซม. สีครีม ซึ่งเป็นขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานทั่วไป มองแล้วดูสบายตาดีค่ะ บริเวณนี้มีพื้นที่ให้วางหรือ Built-in ตู้รองเท้า เพื่อให้เราหยิบได้สะดวกเวลาจะออกไปนอกบ้าน
ที่จอดรถที่ถูกต่อเติมเป็นห้องทำงาน
ความจริงแล้วบริเวณนี้จะเป็นที่จอดรถ โซนด้านในสุด แต่โครงการต่อเติมตกแต่งให้เป็นห้องทำงาน เวลามีคนมาคุยเรื่องงานที่บ้านก็เข้ามายังห้องนี้ได้เลย ไม่ต้องเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของบ้าน
ถัดมาเราจะเห็น Corridoor บ้าน เป็นพื้นที่เชื่อมต่อไปยังฟังก์ชันอื่นๆในชั้น 1
พื้นที่ต้อนรับแขก
พื้นที่ต้อนรับแขกมีขนาดประมาณ 4.8×3 เมตร สามารถวางโซฟา 2 ที่นั่งพร้อมอาร์มแชร์อีก 2 ตัว สำหรับนั่งพูดคุยกับแขกได้สะดวก มุมนี้มองออกไปจะเห็นที่จอดรถโซนด้านข้างพื้นที่รับแขกด้วย เหมาะกับการจอดรถสวยๆ คลาสสิกๆ เพื่อให้แขกได้ชื่นชม แต่หากต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น จะติดตั้งม่านหรือ Smart Film แบบบ้านตัวอย่างก็ได้ค่ะ
Powder Room
ห้องน้ำชั้น 1 เป็นแบบ Powder Room อยู่ใกล้พื้นที่ต้อนรับแขก สะดวกต่อการใช้งาน เหมาะเป็นห้องน้ำสำหรับรับรองแขกที่ไม่เน้นส่วนอาบน้ำ มีเฉพาะโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือของ Kohler
ถัดมาเป็นห้องครัวขนาด 3.5×3 เมตร สามารถ Built-in เคาน์เตอร์เป็นรูปตัว U แล้วยังเหลือพื้นที่ให้วางตู้เย็น เพื่อให้หยิบวัตถุดิบได้สะดวก ดูจากขนาดพื้นที่แล้ว มากพอให้สมาชิกในบ้านสามารถมาช่วยกันทำครัวได้ 3-4 คนแบบสบายๆเลยค่ะ
ประตูห้องครัวมีชั้นมุ้งลวดอยู่ด้วย เราสามารถเปิดระบายอากาศได้ ขณะที่ยังปิดประตูอยู่ ช่วยกันไม่ให้แมลง , ยุงเข้ามาภายในบ้าน
ด้านหลังบ้านเป็นพื้นที่ซักล้าง เชื่อมต่อกับ Maid Area ด้านข้างบ้าน ที่ประกอบไปด้วยห้องแม่บ้าน 2 ห้องและห้องน้ำแม่บ้านอีก 1 ห้อง ทำให้แม่บ้านจะอยู่โซนนี้เป็นหลัก ไม่ไปรบกวนเจ้าของบ้านด้านในเลย
บ้าน Type นี้ให้ลิฟต์มาแบบบ้าน Type แรกเลยนะ ภายในกว้าง 1.1×0.95 เมตร ภายในลิฟต์สามารถเข็นวีลแชร์เข้ามาได้พอดีๆ
บันไดขึ้นชั้น 2 เป็นบันไดรูปตัว U มีขนาดกว้างประมาณ 1.2 เมตร คนเดินสวนกันได้สบายๆ โครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้ Hybrid Engineered Wood พร้อมราวจับตลอดทางใช้งานได้สะดวก
ชั้น 2
เมื่อขึ้นมายังชั้น 2 เราจะเจอกับโถงทางเดินยาวๆ ที่เชื่อมต่อกับฟังก์ชันต่างๆของชั้นนี้
Common Area
ความน่าสนใจของบ้าน Type นี้ คือการยกเอา Common Area มาไว้บนชั้น 2 ข้อดีคืออยู่ห่างจากสายตาคนภายนอก ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว Common Area มีขนาดใหญ่ประมาณ 8.6×5.4 เมตร รวมพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนหลักของสมาชิกในบ้าน ดังนั้นแขกที่จะขึ้นมาบนชั้นนี้ก็มักจะมีความสนิทสนมกับเจ้าของบ้านเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ Common Area ยังเชื่อมต่อกับ Courtyard ทำให้ได้แสงธรรมชาติเต็มๆ พื้นที่ตรงนี้จึงดูสว่างเป็นพิเศษ
พื้นที่นั่งเล่นมีขนาดใหญ่ทีเดียวสามารถวางโซฟา 4 ที่นั่งพร้อม อาร์มแชร์ 2 ฝั่ง และโต๊ะกลางสำหรับวางของกินเวลาดูทีวี หรือเราจะมานั่งพักผ่อน อ่านหนังสือชมวิวสระว่ายน้ำไปพร้อมๆกันก็ได้
พื้นที่รับประทานอาหาร
ด้านหลังพื้นที่นั่งเล่นเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร สามารถวางโต๊ะกินข้าว 8 ที่นั่งได้สบายๆ เราสามารถนั่งทานอาหารไปดูทีวีไปเพลินๆ นอกจากนี้ก็ยังได้ชม Courtyard ไปพร้อมกันด้วย
ประตูเชื่อมต่อออกไปยัง Courtyard
เราชอบที่เราสามารถเปิดประตู เชื่อมต่อ Common Area กับ Courtyard ให้เป็นพื้นที่เดียวกัน โดยประตูจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน หากเราอยากเชื่อมพื้นที่ให้ต่อกัน ก็ใช้ประตูบานเฟี้ยม แต่ถ้าอยากแค่เดินออกไปใช้พื้นที่ภายนอกง่ายๆ ก็ใช้ประตูบานเปิดที่อยู่ริมสุดได้ ประตูตรงนี้เป็นอลูมิเนียม Euro Profile ช่วยกันเสียงและกันการรั่วซึมได้เป็นอย่างดี
Courtyard นี้ เหมาะกับการนั่งพักผ่อน ชมวิวสระว่ายน้ำ หรือใครอยากจัดงานเลี้ยงเล็กๆริมสระว่ายน้ำกับคนสนิทก็ได้นะคะ
สระว่ายน้ำส่วนตัวบนชั้น 2 เป็นระบบเกลือ มีขนาดประมาณ 3 x 8 เมตร ลึก 1.2 เมตร พอให้เราว่ายน้ำชิลๆได้ โดยมีชายคาคลุมทั้งสระเลยนะ ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นยังไงก็สามารถมาว่ายน้ำออกกำลังกายได้ ซึ่งดีไซน์แบบนี้ไม่ได้มีทุกโครงการนะคะ เพราะส่วนใหญ่มักจะเป็นสระว่ายน้ำแบบ Outdoor
แต่เราแนะนำให้ปิดประตูบานเลื่อนที่เชื่อมต่อกับ Common Area ก่อนนะ เพราะน้ำอาจกระเด็นเข้าตัวบ้านได้ เนื่องจากสระว่ายน้ำอยู่ชิดกับตัวบ้านเลยค่ะ
ด้านข้างสระว่ายน้ำมีจุดให้เราล้างตัวก่อนลงสระด้วย
โครงการออกแบบให้ห้องเก็บของมาอยู่บนชั้น 2 เพราะเป็นชั้นที่สมาชิกในบ้านใช้เวลาอยู่เยอะที่สุด เวลาจะเก็บหรือเอาของจะได้สะดวก
ชั้นนี้มี Powder Room อีกหนึ่งห้อง มีอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติของ Kohler เน้นใช้ต้อนรับแขกเป็นหลัก ไม่มีส่วนอาบน้ำนะคะ
อีกฝั่งหนึ่งของตัวบ้านเป็น Master Bedroom ที่มีขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับ Courtyard และสระว่ายน้ำได้ด้วย เวลาตื่นนอนแล้วอยากมาว่ายน้ำ ก็สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปได้โดยตรง ไม่ต้องเดินผ่านฟังก์ชันอื่นๆของบ้านเลย
ภายใน Master Bedroom แบ่งออกเป็นโซนนั่งเล่น , โซนพักผ่อนและ Walk-in Closet โดยฟังก์ชันแรกที่เราจะเจอคือ พื้นที่นั่งเล่น ที่สามารถวางโซฟา 2-3 ที่นั่งได้ ตรงนี้มีระยะดูทีวีอยู่ประมาณ 3 เมตร เหมาะกับการติดตั้งทีวี 45-55 นิ้ว หากใครชอบความเป็นสัดส่วน แนะนำให้ติดตั้งฉากกั้นเพิ่มเติม จะช่วยเรื่องประหยัดค่าไฟ ไม่ให้แอร์ออกไปด้วยค่ะ
พื้นที่พักผ่อนมีขนาดประมาณ 4.5×4.1 เมตร สามารถวางเตียง 6 ฟุตพร้อมกับโซฟาพักผ่อนบริเวณปลายเตียงได้ด้วย เวลาเรากลับมาเหนื่อยๆแล้วอยากนั่งพัก แต่ยังไม่อาบน้ำ แล้วไม่อยากขึ้นเตียง ก็มานั่งที่โซฟาตรงนี้ได้
Master Bedroom เน้นความเป็นส่วนตัว จะมีช่องเปิดแค่ฝั่งที่ติดกับ Courtyard เท่านั้น เป็นการเลี่ยงสายตาจากคนภายนอกได้ดีค่ะ
พื้นที่ Walk-in Closet มีขนาดประมาณ 6×3.25 เมตร สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ 2 ฝั่งพร้อม Island ตรงกลางสำหรับเก็บ Accessories ต่างๆได้
Master Bedroom
Master Bathroom มีขนาดใหญ่สมกับคำว่า Master จริงๆค่ะ ภายในแยกส่วนเปียก-ส่วนแห้งชัดเจน พร้อมแบ่งห้องสำหรับพื้นที่อาบน้ำและห้องสุขาไว้ ใช้งานได้สะดวก Master Bathroom มีความพิเศษกว่าห้องน้ำอื่นๆอยู่หลายอย่าง เช่น ได้อ่างอาบน้ำแบบ Stand Alone ของ Villeroy & Boch รุ่นเดียวกับบ้าน Type แรกมาด้วย นอกจากนี้ยังได้อ่างล้างหน้าแบบ His and Her ใช้งานได้พร้อมกัน 2 คน
ชั้น 3
ชั้น 3 จะมีห้องนอนรอง 2 ห้องและ Junior Master Bedroom
ห้องนอนรอง 1 มีขนาดประมาณ 3.95×4.45 เมตรวางเตียง 6 ฟุตได้ แล้วยังเหลือพื้นที่ข้างเตียงให้จัดเป็นมุมทำงานอ่านหนังสืออีกด้วยนะ
บริเวณใกล้ห้องน้ำมีพื้นที่ขนาดใหญ่ให้เราทำเป็น Walk-in Closet ได้ด้วย พื้นที่ตรงนี้สามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ 2 ฝั่ง เหมาะกับคนที่ชอบแต่งตัว มีเสื้อผ้าเยอะ
ห้องน้ำในห้องนอนรอง
ภายในห้องน้ำจัดแบ่งการใช้งานส่วนเปียกและส่วนแห้งชัดเจน โครงการให้ชุดอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง และกระจกเงาบานใหญ่ นอกจากนี้ยังให้ชุดสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ต่างๆครบครัน ใช้งานได้สะดวก พื้นที่ส่วนอาบน้ำกว้างประมาณ 1 x 2 เมตร หมุนตัวอาบน้ำได้สบายๆ
ถัดมาเป็นห้องนอนรอง 2 มีขนาดใหญ่พอสมควร โครงการออกแบบ Built-in ตู้เสื้อผ้ากั้น เพื่อเเยกสัดส่วนระหว่างโซนพักผ่อนกับโซน Walk-in Closet อย่างชัดเจน
ห้องน้ำในห้องนอนรอง 2 แยกส่วนเปียก-แห้ง และให้สุขภัณฑ์มาเหมือนห้องน้ำในห้องนอนรอง 1 เลยนะ
ส่วนโซนพักผ่อนมีขนาดพอๆกับห้องนอนรอง 1 คือสามารถวางเตียง 6 ฟุตได้ พร้อมมีพื้นที่ให้จัดเป็นมุมทำงาน หรือที่นั่งอ่านหนังสือได้
สุดท้ายคือ Junior Master Bedroom ที่มีขนาดใกล้เคียงกับ Master Bedroom ตัวห้องจะออกแบบมาเป็นรูปตัว L ทำให้เราแบ่งพื้นที่เป็นโซนพักผ่อน และโซนนั่งเล่นหรือ Walk-in Closet ได้ง่าย
แต่โครงการตกแต่งห้องนี้เป็นห้อง Entertainment โดยให้มุมนี้เป็นมุมนั่งเล่นบอร์ดเกม สนุกๆ พ่อแม่จะได้มีกิจกรรมสานสัมพันธ์กับลูกหลานได้
โซนพักผ่อน
โซนพักผ่อนของ Junior Master Bedroom ถูกตกแต่งให้เป็นห้อง Theater ภายในมีเคาน์เตอร์บาร์สำหรับเตรียมเครื่องดื่มและขนม เวลาดูหนังด้วยนะ ห้องนี้พิเศษกว่าห้องอื่นๆเล็กน้อยตรงที่เชื่อมต่อกับระเบียงขนาด 2.2 x 4 เมตร สามารถจัดเป็นมุมพักผ่อนแบบ Outdoor ได้เลย
Junior Master Bathroom
Junior Master Bathroom ให้สุขภัณฑ์มาเหมือน Master Bathroom ต่างแค่มีขนาดเล็กลงนิดหน่อยเท่านั้นค่ะ แต่ก็ยังใช้งานสะดวกเหมือนเดิมนะ
แบบแปลน
แบบบ้าน DAVEN INFINITE
นอกจากนี้โครงการยังมีแบบบ้าน DAVEN INFINITE ซึ่งเป็นแบบบ้านใหญ่สุด มีเพียง 1 ยูนิตเท่านั้น โดยมีที่ดิน 134.6 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 866 ตร.ม. มาพร้อมฟังก์ชัน 6 ห้องนอน / 7 ห้องน้ำ / 8 ที่จอดรถ / 1 Indoor Glass House Pool / 1 Outdoor Courtyard Living Room / 2 ห้องแม่บ้าน
สำหรับเรามองว่าบ้าน Type นี้รวมจุดเด่นของบ้าน 2 Type ไว้ในบ้านหลังเดียว คือมีสระว่ายน้ำในร่มขนาดใหญ่ , บริเวณ Glass House และ Courtyard กลางบ้าน นอกจากนี้ยังมีห้องนอนชั้นล่างรองรับผู้สูงอายุด้วย
ราคา
DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 )
ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร
- DAVEN MUSE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 65.9-69.2 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 509 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 Glass House Courtyard Garden / 1 ห้องแม่บ้าน
– ราคาเริ่มต้น 65 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 310,320 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 6,590 บาทต่อเดือน - DAVEN DEFINE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 74-81.2 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 612 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 6 ที่จอดรถ / 1 Indoor Courtyard Pool / 2 ห้องแม่บ้าน
– ราคาเริ่มต้น 77 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 367,610 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 7,400 บาทต่อเดือน - DAVEN INFINITE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 134.6 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 866 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 6 ห้องนอน / 7 ห้องน้ำ / 8 ที่จอดรถ / 1 Indoor Glass House Pool / 1 Outdoor Courtyard Living Room / 2 ห้องแม่บ้าน
– ราคาเริ่มต้น 130 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 620,640 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 13,460 บาทต่อเดือน - จองและทำสัญญา 10% ของราคาบ้าน
- ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 430,000 บาท
- ค่าส่วนกลาง 100 บาท/ตร.วา/เดือน
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : ทำเลของ DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) นับว่าเป็นทำเลหายาก Rare item สุดๆสำหรับยุคนี้ เพราะตั้งอยู่ในซอยลีวัน ห่างจากปากซอยแค่ 50 เมตรและห่างจากถนนพระราม 9 เพียงแค่ 250 เมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นทำเลใจกลางเมือง โซนพระราม 9 แท้ๆ จากถนนพระราม 9 ซ. 39/1 ซึ่งเป็นถนนหน้าโครงการ เชื่อมต่อออกไปยังถนนหลักได้มากกว่า 3 เส้น ทั้งถนนพระราม 9 , ถนนรามคำแหงและถนนศรีนครินทร์ หากถนนเส้นไหนรถติดก็หลีกเลี่ยงไปใช้ถนนอีกเส้นได้
ด้วยความที่อยู่ใจกลางเมือง ทำให้ใกล้กับทางด่วนหลายสายเลยค่ะ ในระยะแค่ 3-4 กิโลเมตร สามารถไปขึ้นทางด่วนศรีรัช , ทางด่วนฉลองรัชและมอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-ชลบุรี ทำให้เราเดินทางไปโซนต่างๆได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นในตัวเมืองโซนสีลม , อ่อนนุช หรือออกนอกเมืองไปยังชลบุรี
ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ ก็ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ใกล้โครงการที่สุดประมาณ 400 เมตร มี Homepro พอจะมีข้าวของเล็กๆน้อยๆในเราซื้อได้บ้าง ทำเลโครงการอยู่ท่ามกลาง Community Mall หลายแห่ง เช่น Seri Market , The Nine Center ที่ขับรถไปแค่ 2 กิโลเมตรก็ถึงแล้วนะ ส่วนห้างใหญ่ๆก็จะมี The Mall รามคำแหง , The Mall บางกะปิและ Central พระราม 9 ที่ไกลออกไปสัก 4-7 กิโลเมตรค่ะ
ส่วนอีกหนึ่งจุดเด่นของทำเลโครงการ คือรายล้อมไปด้วยโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง ในระยะ 5-7 กิโลเมตรมีทั้ง Ekkamai International School , St.Andrews International School , Wellington International School และ Brighton College International School ผู้ปกครองไปรับ-ส่งลูกหลานได้ไม่ยาก ประหยัดเวลาในการเดินทางไปได้เยอะเลย
ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : แม้จะเป็นโครงการเล็กๆ แต่โครงการก็ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย เข้า-ออกโครงการใช้ระบบ Licensing Plate Scan System , CCTV บริเวณ Main Gate พร้อมจุดต่างๆในโครงการทั้งหมด 6 จุด ส่วนตัวบ้านมีการติดตั้ง Digital Door Lock ไว้ให้ที่ทางเข้าหลัก นอกจากนี้โครงการยังช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวให้ลูกบ้านโดยการติดตั้ง Video Door Phone เพื่อให้เราได้เห็นหน้าแขกก่อนเข้าบ้าน
การออกแบบโครงการ : โครงการมีเพียง 12 ยูนิต ถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยสุดในย่านนี้เลยนะคะ ลูกบ้านจึงได้ความเป็นส่วนตัวสูง และได้อยู่ในสังคมระดับเดียวกัน บ้านทุกหลังอยู่ติดกับถนนหลัก ทำให้เข้า-ออกโครงการได้สะดวก นอกจากนี้โครงการยังนำสายไฟลงดินทั้งโครงการ บรรยากาศด้านในโครงการจึงดูสะอาดและสบายตาดีค่ะ
การออกแบบพื้นที่ใช้สอย : บ้านในโครงการมี 3 แบบด้วยกัน แต่ละ Type มีจุดเด่นและเอกลักษณ์ของตัวเอง บ้านในโครงการเน้นพื้นที่ใช้สอยเยอะ โดยออกแบบบ้านให้มีขนาดใหญ่เต็มที่ดิน เราจึงได้พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 509-866 ตารางเมตร จอดรถได้ 4-8 คัน ซึ่งถือว่ามากสุดในย่านนี้เมื่อเทียบกับโครงการรอบๆ นอกจากนี้บ้านทุกหลังยังได้ที่จอดรถแบบ Garage พร้อม Shutter Door Auto เป็นการช่วยถนอมรถไม่ให้โดนแดดโดนฝน เหมาะกับคนรักรถมากๆเลยนะ
บ้าน DAVEN MUSE วางผังแบบ Open Plan เน้นพื้นที่โปร่งโล่ง โดยใช้ผนังแบบ Glass House สูง 7 เมตรมาเป็น Highlight ของบ้าน ส่วนห้องนอนของบ้านหลังนี้จะมีขนาดใหญ่ทุกห้อง ลูกๆได้มีพื้นที่ส่วนตัวกว้างขวาง อยู่สบายค่ะ
บ้าน DAVEN DEFINE เน้นความเป็นส่วนตัวของคนในบ้าน ออกแบบให้ชั้น 1 มีไว้ต้อนรับแขกเท่านั้น ส่วน Common Area จะถูกยกขึ้นไปบนชั้น 2 ได้ความเป็นส่วนตัวสูง แล้วยังได้สระว่ายน้ำส่วนตัวแบบ indoor ซึ่งถือว่าหายากในย่านนี้ค่ะ บ้านแบบนี้ได้ Double Master Bedroom ต่อให้ลูกๆแต่งงานแล้วก็ยังอยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ได้
บ้าน DAVEN INFINITE รวมจุดเด่นของบ้าน 2 Type ไว้ในบ้านหลังเดียว คือมีสระว่ายน้ำในร่มขนาดใหญ่ , บริเวณ Glass House และ Courtyard กลางบ้าน นอกจากนี้ยังมีห้องนอนชั้นล่างรองรับผู้สูงอายุด้วย ที่สำคัญคือจอดรถได้ถึง 8 คัน
วัสดุ : โครงสร้างบ้านเป็นแบบ Conventional สามารถทุบต่อเติมได้ ที่จอดรถลงเสาเข็มให้เท่าตัวบ้าน ป้องกันการทรุดตัว วัสดุต่างๆภายในบ้านเลือกใช้แบรนด์ที่มีชื่อเสียง เช่น ประตูหลักเลือกใช้แบรนด์ TOSTEM และประตู-หน้าต่างส่วนอื่นๆ ใช้เป็นอลูเมียม Euro Profile ทนทาน กันเสียงและน้ำรั่วซึม อ่างอาบน้ำเป็นของ Villeroy & Boch แบรนด์ Luxury จากเยอรมัน แข็งแรง ทนทาน
พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : โครงการปลูกต้นไม้ช่วงซุ้มประตูทางเข้าและบริเวณอาคารนิติบุคคล แล้วยังมีสวนส่วนกลางอยู่โซนด้านในโครงการรองรับลูกบ้าน 12 ยูนิตได้พอดีๆ ภายในโครงการเดินสายไฟลงใต้ดิน ทำให้บรรยากาศดูสะอาดตา
สาธารณูปโภค : โครงการไม่เน้นพื้นที่ส่วนกลาง จึงมีเพียงสวนที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางเท่านั้น แต่ก็อาจจะต้องแลกมากับค่าส่วนกลางที่สูงสักหน่อย เพราะแชร์กับเพื่อนบ้านจำนวนไม่มากนัก
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%, และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับแพคเกจ 65-130 ล้านบาท, ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2569
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง | 9/10 | ทำเลหายาก ใกล้ถนนพระราม 9 ประมาณ 250 เมตร ใกล้ทางด่วน , แหล่งความอุดมสมบูรณ์ |
| ความปลอดภัย | 7.5/10 | ระบบอ่านป้ายทะเบียน , CCTV |
| การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย | 8.75/10 | บ้านแต่ละ Type มี Highlight ของตัวเอง , ห้องนอนใหญ่ , ที่จอดรถเยอะ |
| วัสดุ | 8.25/10 | โครงสร้าง Conventional , เน้นใช้วัสดุแบรนด์มีชื่อเสียง |
| พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ | 7/10 | บรรยากาศดีสะอาดตา นำสายไฟลงใจ้ดิน มีสวนเล็กๆให้ใช้ร่วมกันได้ |
| สาธารณูปโภค | 6/10 | ไม่เน้น Facility ส่วนกลาง |
| รวมคะแนน | 8.16 | จาก 10 คะแนน |
DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) ดีไหม?
โครงการ DAVEN RAMA 9 (ดาเวน พระราม 9) เหมาะกับครอบครัวที่กำลังมองหาบ้านเดี่ยว ใจกลางเมือง รายล้อมไปด้วย Community Mall , Super Market และห้างสรรพสินค้า สะดวกต่อการไปใช้ทางด่วน ชอบบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะๆ ได้ที่จอดรถหลายคัน ได้ห้องนอนใหญ่หลายๆห้อง รองรับครอบครัวขยาย บ้านออกแบบเน้นความเป็นส่วนตัวสูง แต่ไม่เน้นใช้ Facility ส่วนกลาง ใครมีงบประมาณ เริ่มต้น 65 ล้านบาทก็จับจองได้ค่ะ
ตัวอย่างโครงการเดี่ยวโซนพระราม 9 – พัฒนาการ – กรุงเทพกรีฑา
- Connoisseur Phatthanakan
- SIRANINN Residences
- Park Heritage Pattanakan
- The One Signature Bangna-Rama9
- VIVE New Krungthep Kreetha
- ณริณสิริ พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา
- BuGaan Voyy Krungthep Kreetha
- นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา
- Grand Bangkok Boulevard พระราม9-กรุงเทพกรีฑา
- Malton Gates กรุงเทพกรีฑา
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

