เมื่อ Seed ไปได้ดี รอบนี้ก็ต้อง Bloom กันต่อ

หลังจากทาง AssetWise ส่ง 2 โครงการรุ่นพี่มาลุยทำเลใกล้ ม.เกษตรศาสตร์และ BTS

  • KAVE Seed Kaset โดดเด่นเรื่องพื้นที่ส่วนกลางและได้ Sold Out เรียบร้อยแล้ว
  • Modiz Vault เกษตร – ศรีปทุม เป็นคอนโด High Rise แบบ Pet-Friendly เลี้ยงสัตว์ได้แห่งแรกในย่านนี้ ซึ่งปัจจุบันมีห้องพัก Pet-Friendly ให้เลือกซื้อไม่กี่ยูนิต

พอได้เห็นทั้ง 2 โครงการมาก่อน รอบนี้ AssetWise เลยกลับมาพร้อมกับโครงการใหม่อย่าง “Kave Bloom Kaset” ที่เหมือนเขาเอาจุดเด่นของคอนโดรุ่นพี่ทั้ง 2 โครงการมา Mix & Match กัน เป็นคอนโดที่มีพื้นที่ส่วนกลางหลากหลาย + เลี้ยงสัตว์ได้ในโครงการเดียวกัน กลายเป็น Highlight ของโครงการ “Kave Bloom Kaset” เลยนั่นเอง

แต่บางคนโดยเฉพาะน้องๆผู้ชายอาจเห็นคำว่า Bloom แล้วรู้สึกว่าโครงการนี้จะหวานเกินไปมั้ย? จริงๆแล้วการออกแบบและเลือกใช้ของโครงการจะเน้นสีสันสดใสให้สมกับคำว่า Bloom จึงไม่ได้มาในแนวหวานๆอย่างที่กังวลนะ ยิ่งถ้าเป็นคนที่ชอบบรรยากาศในโครงการที่มีชีวิตชีวา สนุกสนานหรือชอบถ่ายรูป ทำ Content บ่อยๆน่าจะชอบด้วยซ้ำ เพราะมีพื้นที่หลายมุมให้เราโพสต์ลง Social หรือ Story ได้ทุกวันค่ะ

ตัวโครงการจะตั้งอยู่ภายในซอยพหลโยธิน 34 แยก 11-10 ที่อยู่ด้านหลังของโครงการรุ่นพี่อย่าง KAVE Seed Kaset ซึ่งนี่ก็เป็นที่มาของชื่อ Bloom ที่เหมือนต่อยอดมาจาก Seed นั่นเอง โดยห่างจากถนนประเสริฐมนูกิจประมาณ 550 เมตรและไม่ไกลจาก BTS เสนานิคม มี Shuttle Service คอยรับ-ส่ง ส่วนความอุดมสมบูรณ์โดยรอบก็คึกคักสุดๆ เจอร้านค้า-ร้านอาหารแทบทุกก้าว ส่วนห้างใหญ่ๆก็มี Major Cineplex รัชโยธิน, Union Mall, Lotus’s ลาดพร้าว และ Central ลาดพร้าว

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางก็จัดเต็มมาสมศักดิ์ศรีแบรนด์ Kave สุดๆ เพราะนอกจากจะมีพื้นที่ส่วนกลางแนวยาวขนาดใหญ่ตรงกลางโครงการแล้ว ยังออกแบบกระจายฟังก์ชันส่วนกลางอยู่ใน 3 อาคารด้วยนะ อย่างอาคาร C ที่เป็นอาคารเลี้ยงสัตว์ได้ก็มีพื้นที่ส่วนกลางให้น้องๆใช้งานด้วย ไม่ว่าจะเป็น CAT’S CLUB, DOG’S CLUB, PET WASTE STATION และ PET EQUIPMENT

ตัวห้องพักก็ออกแบบเป็นห้องหน้ากว้างทุกยูนิต ช่วยให้ห้องดูกว้าง เปิดรับแสง+วิวได้เยอะ สามารถอยู่ 1-2 คนได้สบายๆ มีให้เลือกตั้งแต่ 1 Bedroom 24 ตร.ม. ไปจนถึง 2 Bedroom 48 ตร.ม. ซึ่งแต่ละแบบห้องมีจุดเด่นแตกต่างกัน ทำให้เลือกซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่, ครัวปิดติดระเบียง, แบ่งโซนพักผ่อน-Service ชัดเจน, มีห้องอเนกประสงค์ ปรับเปลี่ยนได้ หรือ ห้องนอน 2 ห้อง พร้อมตกแต่งแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่หรือปล่อยเช่าเลยนั่นเอง

สรุปความน่าสนใจของ “Kave Bloom Kaset”

  • ทำเลใกล้มหาลัยเกษตรศาสตร์ + BTS เสนานิคม ไปเรียนหรือทำงานสะดวก
  • คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ มีให้เลือกซื้อเพียงไม่กี่แห่งบนทำเลนี้
  • ความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินคึกคัก ซื้อของกินของใช้ได้ง่าย แถมราคาประหยัดด้วย
  • พื้นที่ส่วนกลางเยอะและหลากหลาย ออกแบบเอาใจน้องๆนิสิต นักศึกษาโดยเฉพาะ
  • ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท แต่ได้ห้องหน้ากว้างทุกยูนิต + แต่งครบพร้อมอยู่
  • คอนโดโซนนี้มี Capital Gain อยู่ที่ 3-5% ต่อปี และ Rental Yield 4-6% ต่อปี

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นน้องๆนิสิต นักศึกษา ม.เกษตรศาสตร์และศรีปทุม / พนักงานออฟฟิศ (First Jobber / ทำงานอยู่ในโซน CBD และโซนแหล่งงานอย่างจตุจักร-ห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน) / Pet Lovers ที่อยากอยู่คอนโดกับสัตว์เลี้ยง / กลุ่มนักลงทุน

เรามองว่า “Kave Bloom Kaset” วาง Position มาค่อนข้างชัดบนทำเลนี้  โดยเฉพาะการจับจุดเด่นอย่าง “พื้นที่ส่วนกลางเยอะ + Pet-Friendly” มาไว้ในโครงการเดียวกัน ซึ่งเราได้รีวิวเจาะลึก + เก็บภาพบรรยากาศจริงของห้องตัวอย่างของ “Kave Bloom Kaset” มาให้แล้ว อ่านต่อด้านล่างได้เลยค่ะ

ข้อมูลโครงการ

Kave Bloom Kaset (เคฟ บลูม เกษตร)  ณ วันที่ 9 กันยายน 2569

 ชื่อโครงการ Kave Bloom Kaset (เคฟ บลูม เกษตร)
 ชื่อผู้ประกอบการ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   MAIN CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่ ซอยพหลโยธิน 34 แยก 11-10 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
 ที่ดิน   4-3-88 ไร่
 ประเภทคอนโด Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร (ตึก A,B,C) และ Clubhouse 3 ชั้น 1 อาคาร (ตึก D)
 จำนวนยูนิต   544 ยูนิต (A จำนวน 187 ยูนิต / B จำนวน 175 ยูนิต / C จำนวน 182 ยูนิต)
 ที่จอดรถ    267 คัน คิดเป็น 49.08% แบ่งเป็นจอดรถในช่องจอด 223 คัน, ที่จอดรถซ้อนคัน 44 คัน และที่จอดรถสำหรับผู้พิการ 7 คัน (อาคาร A 3 คัน , อาคาร B 2 คัน , อาคาร C 2 คัน)
 เริ่มก่อสร้าง สิงหาคม 2569
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ มีนาคม 2571
 กำหนดการ  PRESALE 26-27 ก.ย. 2569
 ประเภทห้องพัก
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 24 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Exclusive พื้นที่ใช้สอย 28 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอย 31 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 48 ตร.ม.

 ราคาเริ่มต้น  1.99 ล้านบาท
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  ประมาณ 89,000 บาท/ตร.ม.
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม)  ผ่านแล้ว
 เว็บไซต์โครงการ คลิกที่นี่
 Call Center 02-168-0000

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.83946899939309, 100.58598666722551
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
พิกัดที่ตั้งสำนักงานขาย : คลิกที่นี่

Highlight

  • คอนโดใกล้มหาลัยเกษตรศาสตร์ ถึงแม้จะขยับจากมหาลัยออกมาหน่อย แต่สามารถเดินทางไปเรียนได้ง่าย
  • ใกล้ถนนประเสริฐมนูกิจ 550 เมตร เชื่อมต่อไปถนนหลักได้หลายสาย จะไปมหาลัยก็สะดวก
  • ไม่ไกลจาก BTS เสนานิคม จึงเดินทางไปโซนต่างๆได้ พร้อม Shuttle Service คอยรับ-ส่ง
  • ความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินคึกคัก เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารหลากหลายมากๆ รวมไปถึง 7-11, Lotus’s go fresh และ Mini BigC หากจะไปห้างใหญ่ๆก็มี Major Cineplex รัชโยธิน, Union Mall, Lotus’s ลาดพร้าว และ Central ลาดพร้าว

แผนที่จากทางโครงการ

Kave Bloom Kaset ตั้งอยู่ตรงไหน?

โครงการ Kave Bloom Kaset ตั้งอยู่ภายในซอยพหลโยธิน 34 แยก 11-10 ที่อยู่ด้านหลังของโครงการรุ่นพี่อย่าง KAVE Seed Kaset ที่ได้ Sold Out ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยห่างจากถนนประเสริฐมนูกิจประมาณ 550 เมตร หรือถนนพหลโยธินประมาณ 1.6 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปยังถนนลาดพร้าว – วังหิน , ถนนโชคชัย 4 , ถนนวิภาวดีรังสิต และถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา) ได้ง่าย

นอกจากนั้นยังใกล้ทางด่วน 2 สายทั้งทางยกระดับอุตราภิมุขและทางพิเศษฉลองรัช อีกทั้งมี BTS สายสีเขียวอ่อน สถานีเสนานิคม 1.6 กิโลเมตร จึงทำให้เราเดินทางได้สะดวกมากขึ้น หรือจะนั่งวินมอเตอร์ไซต์ไปลง Central ลาดพร้าว ที่มีจุด Interchange Station ของ MRT สายสีเขียวอ่อนและสีน้ำเงิน เพื่อเดินทางเชื่อมโยงไปโซนต่างๆในกรุงเทพฯก็ได้เหมือนกัน

โครงการนี้ถือเป็นคอนโดใกล้มหาลัยเกษตรศาสตร์ แต่จะตั้งอยู่ฝั่งเกษตร-นวมินทร์ที่อยู่โซนตรงข้ามมหาลัยและเข้าไปภายในซอย ถึงแม้จะมีระยะห่างจากมหาลัยออกมาหน่อย แต่ก็แลกมากับราคาที่จับต้องได้ง่าย มีร้านค้า-ร้านอาหารหลากหลาย แถมมีซุ้มวินมอเตอร์ไซค์ให้เรียกบริการได้ง่าย ยิ่งใครมีรถยนต์ส่วนตัวก็ยิ่งสะดวก จึงทำให้เป็นโซนที่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกสบายค่ะ

ดังนั้นตัวทำเลที่ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวอ่อน ทำให้โครงการนี้ที่นอกจากจะเหมาะกับน้องๆนิสิต อาจารย์และบุคลากรต่างๆในมหาวิทยาลัย เพราะไปเรียนและทำงานได้ง่ายแล้ว ยังน่าสนใจสำหรับกลุ่มพนักงาน First Jobber รวมถึงคนที่ทำงานอยู่ในโซน CBD และโซนแหล่งงานอย่างจตุจักร-ห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธินด้วยนะคะ เพราะสามารถใช้รถไฟฟ้าเดินทางไปทำงานได้สะดวก

อีกทั้งยังดึงดูดเหล่านักลงทุนด้วย เพราะจากราคาประเมินที่ดินซอยพหลโยธิน 34 ในปี 2566-2569 ปรับเพิ่มจากปี 2555-2558 เฉลี่ย 17.65% มี Capital Gain อยู่ที่ 3-5% ต่อปี และ Rental Yield 4-6% ต่อปี ประกอบกับมีโครงการในอนาคตอย่าง The Central Phaholyothin ที่เป็น Flagship Lifestyle Destination แห่งใหม่ (คาดเปิด Q1/2570), โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (คาดเปิดปี 2572) และรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (คาดเปิด ก.พ. 2575) ทำให้ทำเลนี้ยังเป็นทำเลที่เติบโตต่อเนื่องนั่นเอง

Kave Bloom Kasetความอุดมสมบูรณ์โดยรอบโครงการในระยะเดินถือว่าคึกคักมากๆ เพราะมีร้านค้า ร้านอาหารหรือพวกร้านสะดวกซื้อต่างๆอยู่หลากหลายเลยค่ะ เพราะเป็นโซนที่มีทั้งคอนโด หอพัก อพาร์ทเม้นท์และบ้านแนวราบอยู่เยอะ เราจึงซื้อของกินของใช้ได้ง่ายหรือจะสั่งอาหารผ่าน Delivery ก็มีให้เลือกเยอะ แถมค่าส่งถูกด้วยนะ นอกจากนั้นเสน่ห์ของคอนโดใกล้มหาลัยก็คือราคาของกินของใช้ต่างๆจะย่อมเยา เพื่อรองรับกับการใช้ชีวิตประจำวันของน้องๆ ทำให้เหล่าคนทำงานที่เลือกอยู่คอนโดแบบนี้ก็ได้ซื้อของในราคาประหยัดนั่นเอง

แต่ถ้าอยากไปห้างใหญ่ๆก็จะมี Major Cineplex รัชโยธิน, Union Mall, Lotus’s ลาดพร้าว และ Central ลาดพร้าว ให้เรามาเดินเล่นช้อปปิ้งกันได้ง่ายๆ นอกจากนั้นหาก Central พหลโยธิน ที่ตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 49 ไร่ ได้เปิดบริการแล้ว ก็จะช่วยเพิ่มความคึกคักบนทำเลมากยิ่งขึ้น ส่วนโรงพยาบาลและสำนักงานขนาดใหญ่ก็มีหลายแห่งด้วยค่ะ เช่น โรงพยาบาลเปาโล เกษตร , โรงพยาบาลวิภาวดี , ปตท. สำนักงานใหญ่ , SCB Park , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ เป็นต้น

คอนโดใกล้ ม.เกษตรศาสตร์ ราคาเท่าไหร่?

อย่างที่เราได้เกริ่นไปเล็กน้อยแล้วนะคะว่าที่ตั้งของโครงการ Kave Bloom Kaset จะอยู่บนทำเลที่นอกจากจะใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว ยังไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม รวมถึงแหล่งงานโซนจตุจักร-ห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธินด้วย ประกอบกับมีแนวรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวอ่อนตัดผ่าน ทำให้กลายเป็นย่านคอนโดใกล้มหาลัยและรถไฟฟ้า จึงมี Demand ความต้องการอยู่อาศัยทั้งจากน้องๆนิสิต นักศึกษาและพนักงานออฟฟิศ ที่ถึงแม้จะเป็นทำเลที่ขยับออกจากตัวเมืองมาหน่อย แต่ก็ยังมีความอุดมสมบูรณ์ครบครันนั่นเอง

คอนโดใกล้ ม.เกษตรศาสตร์จึงมีให้เลือกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นคอนโด Low Rise ที่มักจะอยู่ภายในซอย ส่วนใหญ่มีราคาเริ่มประมาณ 2 ล้านต้นๆ (ประมาณ 90,000-110,000 บาท/ตร.ม.) หากเป็นคอนโด High Rise ติดถนนใหญ่ใกล้ BTS สายสีเขียวอ่อน ก็จะมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3-5 ล้านบาท (ประมาณ 130,000-150,000 บาท/ตร.ม.)

สำหรับโครงการ Kave Bloom Kaset ที่เป็นคอนโด Low Rise จะโดดเด่นด้วยความคุ้มค่าอย่างราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท* พร้อมห้องแต่งครบ (คอนโดที่ราคาต่ำกว่าจะได้ห้องแบบ Fully Fitted ต้องเผื่องบไปตกแต่งห้องเอง) นอกจากนั้นยังมีจุดเด่นอย่างพื้นที่ส่วนกลางหลากหลายที่ออกแบบเอาใจน้องๆนิสิต นักศึกษาโดยเฉพาะตามสไตล์แบรนด์ Kave รวมถึงยังเป็นคอนโด Pet-Friendly เลี้ยงสัตว์ได้ด้วยนะ ซึ่งถือเป็น Rare Item บนย่านที่มีคอนโดให้เลือกเยอะมาก แต่แทบไม่มีคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้เลยนั่นเอง

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ Kave Bloom Kaset จะค่อนข้างเงียบสงบ เพราะตั้งอยู่ในซอยย่อย ห่างจากซอยพหลโยธิน 34 (ซอยเสนานิคม 2) เข้ามาประมาณ 400 เมตร จึงมีแต่รถยนต์ขับผ่านไป-มามากกว่า ส่วนใหญ่เป็นบ้านแนวราบและคอนโดสูง 8 ชั้น ซึ่งจะตั้งบล็อกวิวห้องฝั่งทิศใต้และตะวันตกของโครงการ แต่ดีที่ไม่ได้อยู่ในระยะใกล้ชิดมากนัก จึงยังได้ความเป็นส่วนตัวอยู่ นอกจากนั้นในฝั่งทิศเหนือและทิศตะวันออกจะเป็นที่ดินเปล่าที่หากพัฒนาเป็นคอนโดในอนาคต ก็ทำให้ห้องพักบางส่วนของโครงการจะถูกบล็อกวิวด้วยเช่นกันค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ ที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ที่ดินเปล่า
  • ทิศใต้ ติดกับ ซอยพหลโยธิน 34 แยก 11-10 / บ้านแนวราบ / คอนโด 8 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ บ้านแนวราบ / คอนโด 8 ชั้น

ภาพบรรยากาศ สำนักงานขายของโครงการ Kave Bloom Kaset ซึ่งจะเป็น Sales Gallery เดิมของ KAVE Seed Kaset ที่ตั้งอยู่ต้นซอยพหลโยธิน 34 แยก 11-10 หรือ คลิกที่นี่ ได้เลยค่ะ

Image 1/4
บรรยากาศที่ตั้งโครงการ

บรรยากาศที่ตั้งโครงการ

ภาพบรรยากาศ ที่ตั้งโครงการ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างแล้วนะคะ คาดสร้างเสร็จเดือนมีนาคม ปี 2571 ค่ะ

Image 1/4
บรรยากาศภายในซอยที่ตั้งโครงการ

บรรยากาศภายในซอยที่ตั้งโครงการ

ภาพบรรยากาศ ซอยพหลโยธิน 34 แยก 11-10 ซึ่งเป็นซอยที่ตั้งโครงการนั่นเอง ด้วยความที่เป็นซอยย่อย จึงมีขนาดถนนไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีรถขับผ่านไป-มาอยู่เหมือนกันค่ะ รวมถึงมีพวกร้านค้า ร้านอาหารต่างๆอยู่บ้างประปราย จึงมาซื้อของกินของใช้กันได้ง่ายๆเลย

Image 1/8
บรรยากาศซอยพหลโยธิน 34

บรรยากาศซอยพหลโยธิน 34

ภาพบรรยากาศ ซอยพหลโยธิน 34 ใกล้ๆกับซอยที่ตั้งโครงการก็จะมีความคึกคักสูง เพราะมีคอนโด หอพักและอพาร์ทเม้นท์อยู่หลายแห่ง ทำให้มีร้านค้าและร้านอาหารต่างๆตลอดแนวถนน รวมถึงมี 7-11, Lotus’s go fresh และ Mini BigC ด้วยค่ะ เรียกว่าไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินเลย ที่สำคัญราคาประหยัดด้วย จึงใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกมากๆ แถมมีซุ้มวินมอเตอร์ไซค์ให้เราใช้บริการกันได้ค่ะ

Image 1/2
ภาพบรรยากาศ BTS เสนานิคม

ภาพบรรยากาศ BTS เสนานิคม

ภาพบรรยากาศ BTS เสนานิคม ที่อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 1.6 กิโลเมตร เมื่อลงจากสถานีก็จะเจอกับซุ้มวินมอเตอร์ไซค์ให้เราเดินทางไปยังโครงการได้เลย จ่ายเพียง 15 บาท ซึ่งตอนที่เราถ่ายเก็บบรรยากาศบริเวณนี้ก็เจอกับคุณลุงกำลังขึ้นป้ายโครงการเปิดชมห้องตัวอย่างครั้งแรกพอดีเลยค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • ตลาดอมรพันธ์ ~ 1.5 กิโลเมตร
  • Tops Kaset ~ 2.3 กิโลเมตร
  • Major Cineplex รัชโยธิน ~ 3 กิโลเมตร
  • The Mall Lifestorel งามวงศ์วาน ~ 5.3 กิโลเมตร
  • Union Mall ~ 5.5 กิโลเมตร
  • Central ลาดพร้าว ~ 6.6 กิโลเมตร

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลเปาโล (เกษตร) ~ 1.6 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลวิภาวดี ~ 2.9 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลนนทเวช งามวงศ์วาน ~ 5.3 กิโลเมตร

โรงเรียน

  • โรงเรียนนานาชาติเซนต์สตีเฟ่นส์ ~ 4.1 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ~ 1.4 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม ~ 3.3 กิโลเมตร
  • โรงเรียนหอวัง ~ 5.2 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

Highlight

  • ออกแบบทั้ง 3 อาคาร ล้อมรอบพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้ห้องพักส่วนนึงของโครงการได้วิวและบรรยากาศสวยๆของส่วนกลาง
  • พื้นที่ส่วนกลางแนวยาวเชื่อมชั้น 2 และ Rooftop ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องกันดี
  • คอนโด Pet-Friendly เลี้ยงสัตว์ได้ เป็น Rare Item บนทำเลที่มีคอนโดให้เลือกเยอะมาก แต่แทบไม่มีคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ให้เลือกซื้อเลย

ทาง AssetWise ได้เปิดตัวโครงการใหม่ Kave Bloom Kaset ซึ่งเป็นคอนโดแห่งที่ 3 บนทำเลนี้ โดยมีโครงการรุ่นพี่อย่าง KAVE Seed Kaset คอนโด Low Rise โดดเด่นเรื่องพื้นที่ส่วนกลางตามสไตล์แบรนด์ Kave มาเอาใจกลุ่มนิสิต นักศึกษา และกลุ่มคนทำงานที่ชอบพื้นที่ส่วนกลางเยอะ แต่ปัจจุบันได้ Sold Out ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ Modiz Vault เกษตร – ศรีปทุม เป็นคอนโด High Rise แบบ Pet-Friendly เลี้ยงสัตว์ได้แห่งแรกในย่านนี้ ซึ่งปัจจุบันมีห้องพัก Pet-Friendly ให้เลือกซื้อไม่กี่ยูนิตแล้วนะ

โครงการ Kave Bloom Kaset จึงเหมือนเอาจุดเด่นของ 2 คอนโดรุ่นพี่ในย่านนี้มา Mix & Match กัน จึงมี Highlight ของโครงการเป็นพื้นที่ส่วนกลางหลากหลาย + เลี้ยงสัตว์ได้นั่นเอง

โดยออกแบบเป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร + 1 อาคาร Clubhouse รวมทั้งหมด 544 ยูนิต บนที่ดิน 4-3-88 ไร่ พร้อมพื้นที่จอดรถ 267 คัน คิดเป็น 49.08% แบ่งเป็นจอดรถในช่องจอด 223 คัน, ที่จอดรถซ้อนคัน 44 คัน และที่จอดรถสำหรับผู้พิการ 7 คัน (อาคาร A 3 คัน , อาคาร B 2 คัน , อาคาร C 2 คัน) นอกจากนั้นยังรองรับกับเทรนด์สมัยใหม่ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัวกันมากขึ้น จึงออกแบบอาคาร C เป็นอาคาร Pet-Friendly เอาใจคนรักสัตว์โดยเฉพาะ

สำหรับ Concept ในการออกแบบโครงการก็คือ “PLAYFUL URBAN IDENTITY” อย่าง Facade หน้าตาอาคารที่มีการใช้เส้นโค้งและรูปทรงที่มีความเป็นกราฟิก พร้อมเลือกใช้สีสันต่างๆมาสร้างลูกเล่น เพิ่มความสดใสเข้ากับชื่อโครงการที่มีคำว่า BLOOM แต่ยังคงมีความเป็น Timeless เรียบง่าย ดูสวยงาม อีกทั้งไม่ดูหวานจนเกินไปด้วย

นอกจากนั้นแนวคิดการออกแบบ Landscape จะเป็น BLOOM YOUR LIFE ที่มีการเลือกใช้สีฟ้า-น้ำเงินเป็นหลัก พร้อมเติมสีโทนร้อนอย่างสีเหลือง-ชมพู-แดง เพื่อสร้างบรรยากาศความมีชีวิตชีวา ส่วนการตกแต่งภายในโครงการก็จะเป็น THE PEAK OF BLOOMING ที่ยังคงเลือกใช้โทนสีเดียวกับ Landscape แต่จะมีความนุ่มละมุนมากขึ้น รวมถึงแต่ละอาคารก็จะมีธีมสีประจำตึกที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสีดอกไม้แต่ละชนิดนั่นเอง

Master Plan

ทางโครงการออกแบบบริเวณชั้น 1 เป็นพื้นที่จอดรถเกือบทั้งหมดนะคะ สามารถจอดได้ 267 คัน คิดเป็น 49.08% แบ่งเป็นจอดรถในช่องจอด 223 คัน, ที่จอดรถซ้อนคัน 44 คัน และที่จอดรถสำหรับผู้พิการ 7 คัน (อาคาร A 3 คัน , อาคาร B 2 คัน , อาคาร C 2 คัน)

รวมถึงมีติดตั้ง EV Charger ภายในโครงการ เพื่อรองรับเทรนด์สมัยใหม่ที่คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้นและมี Shuttle Service บริการรถรับ-ส่งลูกบ้านจากโครงการมายัง BTS ด้วยนะคะ ทำให้สะดวกสำหรับคนที่ต้องขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไปทำงานเป็นประจำ

ทางเข้า-ออกของโครงการ Kave Bloom Kaset จะอยู่ติดกับซอยพหลโยธิน 34 แยก 11-10 ที่ห่างจากซอยพหลโยธิน 34 ประมาณ 400 เมตร ทำให้บรรยากาศโดยรอบโครงการค่อนข้างเงียบสงบ

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ ประตูเข้า-ออกโครงการ มีระยะร่นจากถนนซอยเข้ามา ทำให้รถของลูกบ้านสามารถต่อแถวเข้า-ออกโครงการได้โดยไม่ไปติดขัดการจราจรตรงถนนด้านหน้าโครงการ ซึ่งตัวประตูจะเป็นรั้วกั้นไม้กระดกที่มีระบบในการเข้า-ออกแบบ Bluetooth ระยะไกล พร้อม CCTV ส่วนกลาง, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง และรั้วทึบรอบโครงการ เพื่อรักษาความปลอดภัยในโครงการ

ทางโครงการวางตัวอาคารทั้ง 3 อาคารล้อมรอบจนเกิดพื้นที่ Court ตรงกลางและออกแบบเป็น Clubhouse ที่เป็น Main Facilities ของโครงการนั่นเอง ถือเป็นเทคนิคการออกแบบที่นิยมในคอนโด Low Rise นะคะ  เพราะทำให้ห้องพักอาศัยส่วนนึงที่หันเข้ามาด้านในโครงการ จะได้วิวและบรรยากาศพื้นที่ส่วนกลางสวยๆที่ดูแลรักษาให้สวยงามอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

Clubhouse บริเวณตรงกลางโครงการ

เราพามาดู Clubhouse ที่อยู่บริเวณตรงกลางโครงการกันต่อเลยนะคะ โดยจะเป็น Main Facilities ที่ทางโครงการตั้งใจออกแบบฟังก์ชันส่วนกลางแยกจากอาคารพักอาศัย เพื่อให้ลูกบ้านสามารถพักผ่อนได้เงียบสงบและเป็นส่วนตัวนั่นเอง

นอกจากนั้นเราชอบที่พื้นที่ส่วนกลางตรงชั้น 2 และ Rooftop ของ Clubhouse จะมีบันไดให้เดินเชื่อมกันเลย ทำให้ลูกบ้านสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องกันดี อย่างเวลาเราออกกำลังกายอยู่ที่ชั้น 2 เสร็จแล้ว ก็เดินขึ้นมายัง Rooftop เพื่อนั่งเล่นรับลมเย็นๆได้ ไม่ต้องเสียเวลาเดินอ้อมไปขึ้น-ลงลิฟต์ค่ะ

ชั้น 1 ของ Clubhouse จะออกแบบเป็น CO-WORKING SPACE พื้นที่มานั่งเล่น-นั่งทำงาน, PANTRY มุมนั่งกินขนมหรือเครื่องดื่มต่างๆ รวมถึงมี JURISTIC & CONTROL ROOM, PARCEL ROOM และ WC ด้วย ซึ่งจะเลือกใช้สีสันหลากหลาย เพื่อสร้างความสนุกสนานและความสดใส

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ CO-WORKING SPACE ออกแบบมีพื้นที่นั่งหลากหลายรูปแบบจึงเลือกได้ตามการใช้งานเลย ส่วนภายในห้องนี้จะตกแต่งเน้นโทนสีสดใส ประกอบกับมีหน้าต่างขนาดใหญ่เกือบตลอดแนวผนัง ช่วยดึงแสงธรรมชาติและเปิดรับวิวได้กว้าง สร้างบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติและมีชีวิตชีวาดีค่ะ

ชั้น 2 ของ Clubhouse จะเน้นเป็น Active Facilities อย่าง FITNESS ห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์ครบครัน, LAP POOL สระว่ายน้ำขนาด 5×25 เมตร พร้อมโซน SHALLOW, JACUZZI และ SHOWER ส่วนด้านข้างจะมีพื้นที่ DAYBED และ SEAT SPACE

Image 1/2
ชั้น 2 ของ Clubhouse

ชั้น 2 ของ Clubhouse

แต่ก็มี SEMI OUTDOOR LOUNGE พื้นที่นั่งเล่นให้เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งแบบ Semi Outdoor, CO-PARTY SPACE พื้นที่ทำอาหาร พร้อมโต๊ะนั่งรับประทานอาหาร, PRIVATE WORKSHOP จัดกิจกรรมต่างๆได้และ THEATER สำหรับมานั่งดูหนัง รวมถึงมี WC ให้เราเข้าห้องน้ำได้ง่ายดี ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปชั้น 1 ค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ CO-PARTY SPACE ที่ทางโครงการจะออกแบบเป็นเคาน์เตอร์ครัว พร้อมพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร ลูกบ้านจึงมาใช้จัดปาร์ตี้ฉลองสอบเสร็จหรือวันเกิดเพื่อนๆได้ รวมถึงจะใช้ถ่ายงาน Live ทำอาหารต่างๆก็ได้ด้วยนะ โดยจะเชื่อมต่อกับ SEMI OUTDOOR LOUNGE เป็นพื้นที่นั่งเล่นสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศพักผ่อนแบบ Semi Outdoor มากกว่า รวมถึง THEATER ที่ให้เราชวนเพื่อนๆมานั่งดูหนังด้วยกันได้

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ FITNESS ที่ทางโครงการได้เตรียมอุปกรณ์ออกกำลังกายมาให้ครบครันทั้ง Weight Training and Cardio นอกจากนั้นเราชอบที่ออกแบบเป็นบานกระจกเกือบตลอดแนวผนัง เพื่อเปิดรับวิวสระว่ายน้ำนั่นเอง จึงทำให้เราสามารถออกกำลังกายไปพร้อมๆกับชมวิวสวยๆได้เพลินๆเลย

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ LAP POOL เป็นสระว่ายน้ำขนาด 5×25 เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับสระ Half Olympics เลยนะ ทำให้เราสามารถใช้ออกกำลังกายได้จริงจังเลยค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ LAP POOL ที่โดยรอบก็จะมีทั้งโซน SHALLOW, JACUZZI และ SHOWER ส่วนด้านข้างจะมีพื้นที่ DAYBED และ SEAT SPACE รวมถึงจากบริเวณนี้จะเดินบันไดเชื่อมไปพื้นที่ส่วนกลางตรง Roopftop ของ Clubhouse ได้นั่นเอง

ต่อมาเป็น Rooftop ของ Clubhouse จะเน้นเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบ BAR, HAMMOCK, SEATWALL, AMPHITHEATER, DINING SPACE, COUNTER, SEAT SPACE, WORKING SPACE และ CHITCHAT SPACE

โดยออกแบบล้อมรอบด้วยสวนสีเขียวที่มีต้นไม้เล็ก-ใหญ่ พร้อมดอกไม้สีสันสดใส สร้างความมีชีวิตชีวาได้สมกับชื่อโครงการที่มีคำว่า Bloom เลยค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ Rooftop ของ Clubhouse ที่ทางโครงการจะออกแบบเป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบกลางแจ้งให้เเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติได้ รวมถึงยังคงเลือกใช้สีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้า สีแดง สีเหลืองและสีชมพู ช่วยสร้างบรรยากาศสนุกสนาน

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ Clubhouse ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางเป็นแนวยาว ที่นอกจากจะใช้งานได้ต่อเนื่องกันแล้ว ยังเป็นวิวสวยๆให้กับห้องพักที่หันเข้ามาด้านในโครงการด้วย

ออกแบบกระจายพื้นที่ส่วนกลางทั้ง 3 อาคาร

นอกจากทางโครงการจะออกแบบพื้นที่ส่วนกลางส่วนใหญ่อยู่บริเวณตรงกลางโครงการแล้ว ยังออกแบบกระจายฟังก์ชันส่วนกลางส่วนใหญ่อยู่ที่ Rooftop ในแต่ละอาคารพักอาศัยด้วย แต่จะเน้นเป็น Passive Facilities อย่างพื้นที่นั่งเล่น-นั่งพักผ่อน ที่ไม่ได้เกิดเสียงดังรบกวน นอกจากนั้นอาคาร C ที่เลี้ยงสัตว์ได้ ก็จะออกแบบเป็นพื้นที่ส่วนกลางของน้องๆสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะนั่นเอง

อาคาร A

อาคาร A จะตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการ โดยตัวอาคารจะขนานไปกับพื้นที่ส่วนกลางตรงกลางโครงการ จึงทำให้ห้องพักอาศัยครึ่งนึงของอาคารนี้จะเปิดรับวิวสวยๆของพื้นที่ส่วนกลางนั่นเอง

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารนี้จะเน้นเป็น Passive Facilities ทั้งหมด ทำให้เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศภายในอาคารที่เงียบสงบ แต่ก็มีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานได้ รวมถึงยังเข้า-ออกโครงการได้ง่ายด้วย เพราะตั้งอยู่ใกล้ประตูโครงการค่ะ

พื้นที่ส่วนกลางตรง ชั้น 1 จะเลือกใช้สีแดงจากดอกกุหลาบในการออกแบบ โดยมี LOBBY พื้นที่ต้อนรับและนั่งพักผ่อน,  MAILBOX สำหรับเก็บจดหมายและพัสดุต่างๆ รวมถึง GRAB STATION พื้นที่สำหรับวางของหรืออาหาร Delivery ถือเป็นฟังก์ชันที่มีในคอนโดใหม่แทบทุกโครงการแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้หลายๆคนก็สั่ง Delivery ผ่าน Application กันมากขึ้น

ส่วนชั้น Rooftop ของอาคาร A ก็จะเน้นเป็น Passive Facilities อย่างพื้นที่นั่งเล่นและพักผ่อนทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น SEATING COURT, PARTY SEAT & LOUNGE และ CHIT CHAT COURT อีกทั้งยังรายล้อมด้วยสวนสีเขียวและต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์

อาคาร B

อาคาร B นี้จะตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการเหมือนกัน แต่ตัวอาคารจะตั้งฉากกับพื้นที่ส่วนกลางตรงกลางโครงการ ทำให้ห้องพักบางส่วนของอาคารนี้จะได้วิวพื้นที่ส่วนกลางแบบแนวยาวนั่นเอง

พื้นที่ส่วนกลางของอาคารนี้ก็ยังคงเน้น Passive Facilities แต่ก็มี Active Facilities ให้ใช้งานเหมือนกันนะ โดยออกแบบภายในอาคารด้วยสีฟ้าและสีเหลืองที่สื่อถึงดอกไม้ Forget Me Not นั่นเอง จึงได้ฟีลคนละแบบกับอาคาร A เลยนะ

ฟังกชันส่วนกลางตรงชั้น 1 จะออกแบบเหมือนกับอาคาร A เลย โดยมี LOBBY,  MAILBOX และ GRAB STATION แต่ชั้น Rooftop ที่นอกจากจะมีพื้นที่นั่งพักผ่อนอย่าง SEATING POCKET และ SEATING AREA แล้ว ยังมี JOGGING TRACK และ SKY YOGA ให้เรามาวิ่งออกกำลังกายหรือเล่นโยคะกันนั่นเอง  โดยเฉพาะถ้ามาออกกำลังกายในช่วงเช้าก็จะได้อากาศสดชื่นดีด้วย

อาคาร C (Pet-Friendly)

สำหรับ อาคาร C จะเป็นอาคารเลี้ยงสัตว์ได้ จึงออกแบบตั้งอยู่ด้านในสุดของโครงการ เพื่อจะได้ไม่รบกวนลูกบ้านอื่นๆ ส่วนตัวอาคารก็จะวางขนานไปกับพื้นที่ส่วนกลางตรงกลางโครงการเหมือนอาคาร A เลย ห้องพักส่วนนึงของอาคารจึงสามารถมองเห็นพื้นที่ส่วนกลางสวยๆ นอกจากนั้นจะเน้นห้อง 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. เพราะมีห้องอเนกประสงค์ปรับเป็นห้องสัตว์เลี้ยงได้นั่นเอง

ทางโครงการออกแบบเน้นพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารนี้สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ส่วนสีประจำอาคารนี้จะเป็นสีเขียวที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกคาร์เนชั่นนะคะ ซึ่ง ชั้น 1 ที่นอกจากจะประกอบด้วย LOBBY,  MAILBOX และ GRAB STATION แล้ว ยังมี CAT’S CLUB และ DOG’S CLUB ให้น้องๆสุนัขและแมวมาเล่นสนุกกับเพื่อนๆได้ รวมถึงมี PARENT’S CLUB ด้วย

ส่วนชั้น Rooftop ก็จะเน้นเป็นพื้นที่ส่วนกลางของสัตว์เลี้ยงทั้งหมดเลยค่ะ โดย PET EQUIPMENT เป็นอุปกรณ์ต่างๆให้น้องๆมาเล่นหรือออกกำลังกายกัน รวมถึงมี PET WASTE STATION สำหรับล้างมือ-ล้างเท้าน้องๆ พร้อมเตรียมจุดทิ้งขยะไว้ให้เรียบร้อย นอกจากนั้นก็ยังมี SEATING AREA ให้เรามานั่งดูน้องๆวิ่งเล่นกันได้ด้วยค่ะ โดยรอบก็ยังออกแบบพื้นที่สวนสีเขียว สร้างความร่มรื่น รวมถึงสนามหญ้ากว้างๆให้น้องๆสัตว์เลี้ยงมาเดินหรือนอนกันได้สบายๆ

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ CAT’S CLUB / PARENT’S CLUB และ DOG’S CLUB ออกแบบเป็นห้องพักผ่อนและเล่นสนุกของน้องสุนัข-น้องแมวโดยเฉพาะ พร้อมอุปกรณ์ของเล่นต่างๆ นอกจากนั้นก็มีพื้นที่ให้ลูกบ้านคอยนั่งเฝ้าดูแลน้องๆสัตว์เลี้ยงได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้การเลี้ยงสัตว์กับลูกบ้านคนอื่นๆได้

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ Rooftop ของอาคาร C ซึ่งจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางของน้องๆสัตว์เลี้ยง ให้มาวิ่งเล่นสนุกกับเพื่อนๆได้ รวมถึงทางโครงการก็ได้เตรียมอุปกรณ์ของเล่นไว้ให้พร้อมด้วยนะ

 

แปลนชั้นพักอาศัย

Image 1/7
ชั้น 2

ชั้น 2

ต่อมาเราจะพามาดูแปลน ชั้นพักอาศัย กันนะคะ ซึ่งออกแบบป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร รวม 544 ยูนิต โดยทั้ง 3 อาคารจะออกแบบอาคารเป็นรูปตัว I และมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร ซึ่งโถงลิฟต์จะอิงไปฝั่งใดฝั่งนึงของอาคาร ทำให้ห้องพักที่อยู่อีกฝั่งของอาคารจะมีระยะเดินที่ไกลกว่า ส่วนโถงทางเดินจะเป็น Double load Corridor ที่ออกแบบประตูห้องส่วนใหญ่ไม่ชนกัน ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น สำหรับห้องพักอาศัยของทุกอาคารเริ่มที่ชั้น 2 เป็นต้นไปและมีระบบในการเข้า-ออกและขึ้น-ลงอาคารเป็น Face Scan

โดยแต่ละอาคารแบ่งเป็น

  • อาคาร A จำนวน 187 ยูนิต / จำนวนยูนิตต่อชั้น 27 ยูนิต
  • อาคาร B จำนวน 175 ยูนิต / จำนวนยูนิตต่อชั้น 25 ยูนิต
  • อาคาร C (Pet-Friendly) จำนวน 182 ยูนิต  / จำนวนยูนิตต่อชั้น 26 ยูนิต

อย่างที่เราได้บอกไปแล้วนะคะว่าพอออกแบบทั้ง 3 อาคารล้อมรอบพื้นที่ส่วนกลางตรงกลางโครงการ ทำให้ได้ห้องพักส่วนนึงของโครงการที่หันหน้าเข้ามาด้านในจะได้การันตีวิวสวยๆนั่นเอง โดยแต่ละอาคารก็จะได้วิวที่สวยงามแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการของแต่ละคนนะคะ

งั้นเรามาดูตำแหน่งที่น่าสนใจในแต่ละอาคารกันค่ะ

  • กรอบสีแดง : ห้องที่เปิดรับวิวสวนส่วนกลาง ทำให้ได้วิวสวยๆจากภายในห้องเลย
  • กรอบสีน้ำเงิน : ห้องราคาดี ติดเพื่อนบ้านด้านเดียว เป็นตำแหน่งของห้องเริ่มต้นที่มีขนาดเล็กสุดของโครงการ จึงเหมาะกับคนที่มีงบจำกัด แต่ชอบความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย
  • กรอบสีเขียว : ห้องที่ติดเพื่อนบ้านด้านเดียว ทำให้ได้ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ซึ่งมักจะเป็นห้องที่อยู่มุมอาคารหรือติดบันไดหนีไฟค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

อาคาร A

  • ชั้น 1
    – ENTRANCE
    – WALKWAY
    – SIGNAGE
    – GUARDHOUSE
    – GARBAGE
    – FEATURE WALL
    – FEATURE TREE
    – FACILITIES BUILDING
    – SPIRIT HOUSE
    – LOBBY
    – MAILBOX
    – CARD POCKET
    – GRAB STATION
  • Rooftop
    – SEATING COURT
    – PARTY SEAT & LOUNGE
    – LEISURE WALK
    – CHIT CHAT COURT

อาคาร B

  • ชั้น 1
    – ENTRANCE
    – WALKWAY
    – SIGNAGE
    – GUARDHOUSE
    – GARBAGE
    – FEATURE WALL
    – FEATURE TREE
    – FACILITIES BUILDING
    – SPIRIT HOUSE
    – LOBBY
    – MAILBOX
    – CARD POCKET
    – GRAB STATION
  • Rooftop
    – SEATING POCKET
    – JOGGING TRACK
    – SEATING AREA
    – SKY YOGA

อาคาร C (Pet-Friendly)

  • ชั้น 1
    – LOBBY
    – CAT’S CLUB
    – PARENT’S CLUB
    – DOG’S CLUB
    – MAILBOX
    – GRAB STATION
    – CART POCKET
  • Rooftop
    – LOW WALL & SIGNAGE
    – WALKWAY
    – SEATING AREA
    – PET WASTE STATION
    – PET EQUIPMENT

อาคาร D (อาคารพื้นที่ส่วนกลาง Clubhouse)

  • ชั้น 1
    – JURISTIC & CONTROL ROOM
    – PARCEL ROOM
    – PANTRY
    – CO-WORKING SPACE
    – WC
  • ชั้น 2
    – FITNESS
    – CO-PARTY SPACE
    – PRIVATE WORKSHOP
    – THEATER
    – WC
    – SEMI OUTDOOR LOUNGE
    – ENTRANCE
    – WALKWAY
    – FEATURE WALL
    – SEAT SPACE
    – DAYBED
    – LAP POOL ขนาด 5×25 เมตร
    – SHALLOW
    – JACUZZI
    – SHOWER
    – SEATWALL
  • Rooftop
    – ENTRANCE
    – BAR
    – HAMMOCK
    – SEATWALL
    – AMPHITHEATER
    – DINING SPACE
    – COUNTER
    – SEAT SPACE
    – WORKING SPACE
    – CHITCHAT SPACE

 

  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 77 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 93 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 87 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก C 91 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 267 คัน คิดเป็น 49.08% แบ่งเป็นจอดรถในช่องจอด 223 คัน, ที่จอดรถซ้อนคัน 44 คัน และที่จอดรถสำหรับผู้พิการ 7 คัน (อาคาร A 3 คัน , อาคาร B 2 คัน , อาคาร C 2 คัน)
  • Shuttle Service รถรับ-ส่งจากโครงการไปยัง BTS
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ
    – รูปแบบประตูทางเข้า-ออกโครงการ : รั้วกั้นไม้กระดก
    – ระบบในการเข้า-ออกโครงการ : Bluetooth ระยะไกล
    – ระบบในการเข้า-ออก (เดินเข้าออก ขึ้นลงอาคาร) : Face Scan
    – CCTV ส่วนกลาง
    – รูปแบบรั้วรอบโครงการ : รั้วทึบ
    – เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง

แบบห้อง

Highlight

  • ห้องหน้ากว้างทุกยูนิต มีความกว้างประมาณ 5-7 เมตร ช่วยให้ห้องดูกว้าง เปิดรับแสง+วิวได้เยอะ
  • เน้นอยู่ 1-2 คนเป็นหลัก โดยเน้นห้อง 1 Bedroom ที่มีขนาดกะทัดรัด
  • เลือกซื้อง่าย แต่ละแบบห้องมีจุดเด่นแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่, ครัวปิดติดระเบียง, แบ่งโซนพักผ่อน-Service ชัดเจน, มีห้องอเนกประสงค์ ปรับเปลี่ยนได้ หรือ ห้องนอน 2 ห้อง

โครงการ Kave Bloom Kaset ออกแบบเน้นห้องขนาดเล็กแบบอยู่ได้ 1-2 คนสบายๆ โดยจะมีให้เลือกตั้งแต่ 1 Bedroom 24 ตร.ม. ไปจนถึง 2 Bedroom 48 ตร.ม. เพื่อรองรับกับการอยู่อาศัยของน้องๆนิสิต นักศึกษา, เหล่าพนักงาน, คู่รักและกลุ่มครอบครัวเลยนั่นเอง อีกทั้งยังเป็นห้องหน้ากว้างทุกยูนิต

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 24 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Exclusive พื้นที่ใช้สอย 28 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอย 31 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 48 ตร.ม.

ทางโครงการตกแต่งห้องแบบ Fully Furnished ได้แก่ ตู้อเนกประสงค์, ชั้นวางทีวี, โซฟา, โต๊ะ-เก้าอี้, เคาน์เตอร์ครัว, ฐานเตียง 5 ฟุตพร้อมช่องเก็บของ, ตู้เสื้อผ้าและเครื่องปรับอากาศ ทำให้เราซื้อพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า ชุดเครื่องนอนและผ้าม่านเพิ่มอีกนิดหน่อยก็สามารถเข้าอยู่ได้เลย

วัสดุภายในห้อง
– พื้นห้อง : พื้นไม้ลามิเนต Hybrid Ultra หนา 8 มม.
– พื้นระเบียง : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร
– ความสูงพื้นถึงฝ้า 2.40 เมตร
– ผนังห้องฉาบเรียบทาสีขาว
– ไฟดาวน์ไลท์
– เครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก DAIKIN จำนวน 1-3 เครื่อง (จำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแต่ละแบบห้อง)
– Digital Door Lock จาก COLT รองรับ 5 ระบบ ได้แก่ Fingerprint, Password, Card, Key และ Bluetooth

วัสดุห้องครัว
– พื้นห้องครัว : พื้นไม้ลามิเนต Hybrid Ultra หนา 8 มม.
– เคาน์เตอร์ครัว พร้อม Top Counter และ Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่าง
– Backsplash : กระเบื้อง
– อ่างล้างจาน, Hob, Hood จาก MAX

วัสดุห้องน้ำ
– พื้น : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร
– อ่างล้างหน้า, ก๊อกน้ำ, โถสุขภัณฑ์, ฝักบัว, ฉากกั้นกระจกอาบน้ำ จาก BATHLINE
– เดินสายไฟสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

โดยเราจะพาไปเจาะลึกห้องตัวอย่าง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 24 ตร.ม. และ 1 Bedroom Exclusive พื้นที่ใช้สอย 28 ตร.ม. รวมถึงเก็บภาพบรรยากาศของ 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. มาให้ชมกันด้วย เพราะทั้ง 3 ห้องนี้ถือว่ามีจำนวนเยอะพอๆกันเลยค่ะ จึงมีหลายตำแหน่งให้เลือกซื้อด้วยนั่นเอง


ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 24 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราพามาดูกันจะเป็น 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 24 ตร.ม. ที่ถึงแม้จะเป็นห้องขนาดเล็กสุดของโครงการ แต่ออกแบบเป็นห้องหน้ากว้าง จึงแตกต่างกับห้องเริ่มต้นของโครงการอื่นๆที่มักจะเป็นห้องตอนลึก ทำให้มีข้อดีที่ห้องดูกว้างและเปิดรับแสง+วิวได้เยอะด้วยค่ะ นอกจากนั้นยังมีจุดเด่นที่มี “พื้นที่ Walk-in Closet” เป็นสัดส่วนด้วยนะในราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท

  • ห้องหน้ากว้าง เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวได้ดี
  • โซน Service อยู่ด้านหน้าห้อง ทำให้พื้นที่พักผ่อนอยู่ด้านใน ได้ความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว
  • ห้องครัวแบบปิด ไม่ต้องกลัวกลิ่น-ควันจากการทำอาหารลอยเข้าไปในห้อง
  • Common Area และพื้นที่นอนอยู่บริเวณเดียวกัน จึงได้พื้นที่ขนาดใหญ่
  • Walk-in Closet มีพื้นที่แต่งตัวแบ่งเป็นสัดส่วน
  • ห้องน้ำ ใกล้พื้นที่ Walk-in Closet จึงใช้งานได้ต่อเนื่อง
  • ระเบียง แขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน มีพื้นที่ด้านล่างทำเป็นมุมต้นไม้ ตั้งเครื่องซักผ้า-ราวตากผ้า

ทางโครงการจะติดตั้ง Digital Door Lock จาก COLT ตรง ประตูห้องพักอาศัย ทุกห้อง ซึ่งจะรองรับ 5 ระบบ ได้แก่ Fingerprint, Password, Card, Key และ Bluetooth ทำให้เราใช้งานได้ง่ายดีนะคะ เพราะหากลืมกุญแจหรือบัตรก็ยังสแกนลายนิ้วมือเข้าห้องได้

Image 1/6
ห้องครัวแบบปิด

ห้องครัวแบบปิด

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับ ห้องครัวแบบปิด เลยนะคะ โดยมีขนาด 1.40×2.35 เมตร ออกแบบฝั่งนึงเป็นตู้อเนกประสงค์และพื้นที่ตั้งตู้เย็น ส่วนอีกฝั่งจะเป็นเคาน์เตอร์ครัวที่ทางโครงการติดตั้งมาให้ อีกทั้งยังออกแบบกั้นห้องครัวด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ทำให้เวลาเราทำอาหารก็ไม่ต้องกลัวกลิ่นหรือควันจากการทำอาหารจะลอยไปติดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนั่นเอง

สำหรับวัสดุปูพื้นห้องครัวนี้จะเป็นพื้นไม้ลามิเนต Hybrid Ultra หนา 8 มม. ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อเปิดประตูเข้าห้องมา อีกทั้งมีคุณสมบัติกันน้ำ-ความชื้นได้ดีกว่าพื้นไม้ลามิเนตทั่วไป แต่ก็ยังไม่เทียบเท่ากระเบื้อง ทำให้ถือว่าใช้งานครัวได้ประมาณนึงเหมือนกันค่ะ

ทางโครงการจะมีติดตั้ง ชุดเคาน์เตอร์ครัว มาให้หน้าตาเหมือนห้องตัวอย่างเลยนะคะ โดยจะมี Top Counter พร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่าง อย่างตู้ด้านบนก็เก็บพวกอุปกรณ์และวัตถุดิบการทำอาหาร ส่วนตู้ด้านล่างก็เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆได้นั่นเอง อีกทั้งมีเว้นช่องสำหรับตั้งไมโครเวฟมาให้ด้วย

ส่วนพื้นที่บนเคาน์เตอร์ก็กว้าง จึงวางของและเตรียมอาหารได้ง่าย ซึ่งทางโครงการก็ได้เลือกติดตั้งอ่างล้างจาน, Hob และ Hood (ต้องคอยเปลี่ยนไส้กรองเพื่อดูดซับควันได้เต็มที่) จาก MEX นอกจากนั้นยังติด Backsplash เป็นกระเบื้องมาเรียบร้อย เราจึงเช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกจากการทำอาหารได้ง่าย

ตู้อเนกประสงค์ ที่ทางโครงการแถมมากับตัวห้อง จะมีทั้งช่องเก็บของช่องบนสุดสามารถวางพวกกุญแจ บัตรหรือของกระจุกกระจิกที่สามารถหยิบใช้งานบ่อยๆได้ง่ายดี ส่วน 2 ช่องด้านล่างจะมีหน้าบานปิด จึงใช้เป็นพื้นที่เก็บรองเท้าได้เหมือนกัน นอกจากนั้นด้านบนสุดของตู้ก็ยังวางพวกแจกันหรือของตั้งโชว์ได้ด้วยนะ

ทางโครงการได้ติดตั้ง ประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนระหว่างห้องครัวและโซนพักผ่อน เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่น-ควันจากการทำอาหารลอยเข้าไปติดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง นอกจากนั้นตำแหน่งห้องครัวที่อยู่ด้านหน้าห้องแบบนี้ก็ถือเป็น Buffer Zone ป้องกันเสียงดังจากโถงทางเดินไม่ให้รบกวนพื้นที่ภายในห้อง เราจึงได้ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ

Image 1/3
โซนพักผ่อน

โซนพักผ่อน

ถัดจากห้องครัวจะเป็น โซนพักผ่อน เป็น Open Plan เชื่อมพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่เตียงนอนอยู่บริเวณกันเลย มีขนาด 3.10×3.25 เมตร มีข้อดีที่ได้บรรยากาศภายในห้องดูโปร่งโล่ง รวมถึงจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นตามการใช้งานด้วย นอกจากนั้นด้านข้างจะเป็นหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสง+วิวได้เยอะดี

สำหรับวัสดุปูพื้นเป็นพื้นไม้ลามิเนต Hybrid Ultra หนา 8 มม. ต่อเนื่องมาจากห้องครัว ส่วนผนังห้องจะฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ และมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.40 เมตร เท่ากับคอนโดทั่วไปค่ะ

Image 1/4
ชั้นวางทีวี

ชั้นวางทีวี

อย่างที่เราได้เกริ่นไปแล้วนะคะว่าโครงการนี้จะมีรูปแบบการขายเป็น Fully Furnished ที่มีหน้าตาเฟอร์นิเจอร์เหมือนภาพด้านบนนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางทีวี มีหน้าบานปิดเรียบร้อย, โซฟา 2 ที่นั่ง และฐานเตียง 5 ฟุตที่มีช่องเก็บของด้านล่างมาให้เก็บพวกหนังสือหรือของกระจุกกระจิกได้ค่ะ

ทางโครงการติดตั้ง เครื่องปรับอากาศ แบบ Wall Type จาก DAIKIN มาให้ด้วยนะคะ ซึ่งแต่ละแบบห้องจะได้จำนวนชิ้นแตกต่างกันไป โดยห้อง 1 Bedroom จะได้ 1 เครื่องค่ะ

ถัดจากโซนพักผ่อนจะมี ช่องทางเดิน กว้างประมาณ 0.80 เมตร เพื่อเชื่อมไปยังพื้นที่ Walk-in Closet ดังนั้นใครที่อยากได้พื้นที่ภายในห้องเป็นสัดส่วน ไม่อยากให้ฝุ่นจากเสื้อผ้าหรือความชื้นจากห้องน้ำลอยเข้าไปยังโซนพักผ่อน เราก็สามารถติดตั้งบานประตูเพิ่มได้ด้วยนะ หากอยากประหยัดหน่อยก็ติดตั้งเป็นผ้าม่านกั้นแบ่งพื้นที่ได้เหมือนกันนะ ดูเก๋ๆดีด้วย

พื้นที่ Walk-in Closet มีขนาด 1.60×2.35 เมตร โดยทางโครงการจะติดตั้งตู้เสื้อผ้ามาให้เหมือนห้องตัวอย่างเลยค่ะ และมีพื้นที่ด้านข้างตู้เสื้อผ้าทำเป็นโต๊ะแต่งหน้าเหมือนที่ห้องตัวอย่างตกแต่งเป็นไอเดียได้เหมือนกัน รวมถึงเหลือพื้นที่ยืนแต่งตัวกว้างดีนะคะ จึงยืนเลือกเสื้อผ้าได้ง่ายเลย

จากพื้นที่ Walk-in Closet นี้จะเชื่อมไปยังห้องน้ำและระเบียงที่อยู่ข้างๆเลย โดยเราจะไปดูห้องน้ำกันก่อนค่ะ

Image 1/6
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

ห้องน้ำ มีขนาดประมาณ 1.40×2.55 เมตร โดยออกแบบแบ่งโซนแห้งและเปียกไว้เป็นสัดส่วน ปูพื้นและผนังห้องน้ำเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร ทางโครงการเลือกติดตั้งก๊อกน้ำ อ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์จาก BATHLINE และมีช่องเก็บของด้านล่างอ่างล้างมือ เพื่อเก็บอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำได้สะดวกด้วย พร้อมติดตั้งพัดลมดูดอากาศ เพื่อระบายอากาศและความชื้น

แต่เราชอบก็คือด้านข้างของอ่างล้างมือและพื้นที่อาบน้ำจะมีการเจาะผนังเป็นช่องวางของ เราจึงวางอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำได้เยอะดีค่ะ

สำหรับพื้นที่อาบน้ำมีขนาด 0.90×0.95 เมตร ติดตั้ง Hand Shower จาก BATHLINE พร้อมติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำเป็นประตูบานเลื่อน 3 ตอน ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่น รวมถึงยังเดินสายไฟสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้ด้วยนะคะ

ทางโครงการเลือกใช้ประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนกั้นระหว่างพื้นที่ Walk-in Closet และระเบียง จึงเปิด-ปิดประตูได้กว้างและเดินผ่านเข้า-ออกได้สะดวกดี

โดย ระเบียง มีขนาด 0.90×1.70 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร จึงดูแลทำความสะอาดได้ง่าย รวมถึงแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน จึงมีพื้นที่ด้านล่างให้ใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็นมุมต้นไม้ เพิ่มวิวสีเขียวภายในห้อง หรือตั้งเครื่องซักผ้า-ราวตากผ้า อีกทั้งยังออกแบบระแนงพรางสายตาตรงพื้นที่ Condensing Unit ทำให้ดูเรียบร้อยดีเมื่อมองจากด้านนอกอาคารด้วยนะคะ


ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Exclusive พื้นที่ใช้สอย 28 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างต่อมาจะเป็น 1 Bedroom Exclusive พื้นที่ใช้สอย 28 ตร.ม. ที่มีจุดเด่นอย่าง “ห้องครัวแบบปิดติดระเบียง” จึงเหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารเป็นประจำ นอกจากนั้นการออกแบบฟังก์ชันอื่นๆก็เป็นสัดส่วนดีเลยค่ะ

  • Common Area ขนาดใหญ่ เชื่อมพื้นที่นั่งเล่น+รับประทานอาหาร
  • ห้องครัวแบบปิด ติดระเบียง ทำอาหารได้จริงจัง
  • ห้องน้ำ ใกล้ทั้ง Common Area และห้องนอน จึงใช้งานได้ง่าย
  • ห้องนอน มีพื้นที่ภายในห้องกว้าง มีมุมโต๊ะนั่งทำงานได้
  • ระเบียง มีพื้นที่ด้านล่างใช้งานได้ทั้งมุมต้นไม้และตั้งเครื่องซักผ้า

Image 1/3
Common Area

Common Area

ประตูห้องพักอาศัย ทุกยูนิตจะติดตั้ง Digital Door Lock จาก COLT รองรับ 5 ระบบ ได้แก่ Fingerprint, Password, Card, Key และ Bluetooth เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและใช้งานได้สะดวก

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับ Common Area ออกแบบเป็น Open Plan เชื่อมพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหารเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ 3.00×3.40 เมตร ทำให้ได้บรรยากาศภายในห้องที่โปร่งสบาย ใช้งานได้ต่อเนื่องและสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นตามการใช้งาน หรือเราจะตกแต่งเหมือนห้องตัวอย่างก็ได้เหมือนกันนะคะ

สำหรับวัสดุปูพื้นเลือกใช้เป็นพื้นไม้ลามิเนต Hybrid Ultra หนา 8 มม. ทำให้ได้บรรยากาศภายในห้องที่อบอุ่น เหมาะแก่การพักผ่อน อีกทั้งยังทนทานต่อรอยขีดข่วนและความชื้นได้ดี ส่วนผนังห้องจะฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ และมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.40 เมตร เท่ากับคอนโดทั่วไป พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ แบบ Wall Type จาก DAIKIN มาให้ด้วยนะคะ โดยจำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแต่ละแบบห้อง

Image 1/3
พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น มีขนาดประมาณ 1.50×3.00 เมตร โดยทางโครงการจะมีชั้นวางทีวีและโซฟามาให้เหมือนภาพด้านบนนะคะ โดยมีระยะดูทีวีจะอยู่ที่ 2.70 เมตร สามารถวางทีวีขนาด 50 นิ้วขึ้นไปได้เลยและมีพื้นที่เดินผ่านไป-มาก็กว้าง รวมถึงเราสามารถหาโต๊ะกลางเล็กๆมาตั้งเพิ่มได้ด้วย สำหรับวางพวกรีโมททีวี หนังสือหรือพวกขนมต่างๆ

สำหรับ พื้นที่รับประทานอาหาร จะอยู่ถัดจากพื้นที่นั่งเล่น ทำให้เวลาเรานั่งรับประทานอาหารอยู่ก็สามารถดูข่าวหรือซีรีส์ไปพร้อมๆกันได้เลยนั่นเอง

Image 1/2
พื้นที่รับประทานอาหาร

พื้นที่รับประทานอาหาร

พื้นที่รับประทานอาหาร มีขนาดประมาณ 1.50×3.00 เมตร ที่ทางโครงการได้ให้โต๊ะ-เก้าอี้ 2 ตัวมาเหมือนภาพด้านบนเลยนะคะ นอกจากนั้นยังอยู่ถัดจากห้องครัวด้วย ก็ทำให้สามารถจัดเสิร์ฟอาหารได้สะดวกดี

ทางโครงการจะติดตั้ง ตู้อเนกประสงค์ มาให้ด้วยเหมือนกัน เราจึงเก็บพวกของกระจุกกระจิกหรือพวกรองเท้าได้เป็นระเบียบเรียบร้อยดี

จริงๆการตกแต่งด้วยแจกันดอกไม้หรือการเลือกใช้สีสันสดใสต่างๆก็ช่วยสร้างบรรยากาศความมีชีวิตชีวาและน่าอยู่อาศัยภายในห้องได้ดีเลยนะคะ ถือเป็นไอเดียให้เราไปปรับใช้กันได้

ห้องครัวแบบปิด จะอยู่ถัดจาก Common Area เลยค่ะ โดยจะติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนกั้นแบ่งโซนไว้ แต่ยังดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องได้

Image 1/6
Kave Bloom Kaset-02-26_ThinkofLiving

Kave Bloom Kaset-02-26_ThinkofLiving

ห้องครัวแบบปิด มีขนาด 1.50×2.15 เมตร ที่ทางโครงการได้ติดตั้งชุดเคาน์เตอร์ครัวมาให้เรียบร้อยและมีหน้าตาเหมือนห้องตัวอย่างเลย โดยมี Top Counter, Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่าง พร้อมอ่างล้างจาน, Hob และ Hood จาก MEX รวมถึงยังติดตั้ง Backsplash เป็นกระเบื้องมาให้เราเช็ดคราบสกปรกต่างๆได้ง่าย

ถึงแม้เครื่องดูดควันจะไม่ได้เป็นแบบระบบต่อท่อดูดควันไปสู่ภายนอก แต่ด้วยจุดเด่นของห้องนี้ที่ออกแบบห้องครัวแบบปิดติดระเบียง จึงเปิดระบายอากาศไปทางระเบียงได้เลยนั่นเอง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่น-ควันจะลอยเข้าไปภายในห้องค่ะ

สำหรับวัสดุปูพื้นจะเลือกเป็นพื้นไม้ลามิเนต Hybrid Ultra หนา 8 มม. เหมือนกับห้องตัวอย่างก่อนหน้านี้เลย จึงมีคุณสมบัติกันน้ำ-ความชื้นได้ดีกว่าพื้นไม้ลามิเนตทั่วไปและได้ความต่อเนื่องมาจาก Common Area ด้วย

ระเบียง มีขนาด 0.90×1.55 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร  โดยจะอยู่ถัดจากห้องครัวที่เราพาไปดูเมื่อกี้ ซึ่งจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน รวมถึงยังคงแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน เพื่อให้เราใช้ประโยชน์จากพื้นที่ระเบียงได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นปลูกต้นไม้ต่างๆ หรือตั้งเครื่องซักผ้า-ราวตากผ้า

ต่อมาเราพามาดูอีกฝั่งของห้องกันต่อ โดยจะเป็น ห้องน้ำและห้องนอน นั่นเอง แต่เราจะพาไปดูห้องน้ำกันก่อนค่ะ

Image 1/5
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

ห้องน้ำ มีขนาดประมาณ 1.50×2.45 เมตร ที่ออกแบบเหมือนกับห้องน้ำก่อนหน้านี้เลย ทั้งการแบ่งโซนแห้งและเปียกชัดเจน ปูพื้นและผนังห้องน้ำเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร ที่ดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย อีกทั้งติดตั้งสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดจาก BATHLINE ส่วนอ่างล้างมือก็มีช่องด้านล่างสำหรับเก็บอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำได้สะดวก รวมถึงยังคงเจาะผนังด้านข้าง จึงวางของได้เยอะดี

สำหรับพื้นที่อาบน้ำกว้างประมาณ 0.95×1.00 เมตร พร้อมติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำและเดินสายไฟสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้เรียบร้อย นอกจากนั้นยังติดตั้งพัดลมดูดอากาศ เพื่อระบายอากาศและความชื้นมาด้วยนะคะ

สำหรับตำแหน่งห้องน้ำจะอยู่ติดกับ Common Area และใกล้กับห้องนอน จึงทำให้เราสามารถใช้งานได้ง่ายนะคะ ไม่ว่าจะนั่งเล่นอยู่ตรง Coomon Area หรือเดินมาเข้าห้องน้ำในตอนกลางคืน

Image 1/6
ห้องนอน

ห้องนอน

ทางโครงการจะออกแบบ ห้องนอน ที่เป็นผนังทึบทั้งหมด จึงสามารถพักผ่อนได้เป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ยังเปิดรับแสงธรรมชาติและวิวด้านนอกจากหน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่ข้างๆได้ค่ะ

โดยภายในห้องจะมีขนาดใหญ่ประมาณ 2.65×3.00 เมตร ซึ่งมีพื้นที่ด้านข้างทำเป็นมุมโต๊ะแต่งหน้าหรือโต๊ะทำงานเหมือนห้องตัวอย่างได้เลย โดยทางโครงการจะมีฐานเตียงนอน 5 ฟุตที่มีช่องเก็บของกระจุกกระจิกอยู่ด้านล่างมาให้ ส่วนบริเวณปลายเตียงก็จะ Buil-in ตู้เสื้อผ้ามาเรียบร้อย เราจึงซื้อพวกชุดเครื่องนอนเพิ่มเติมก็ย้ายเข้าอยู่ได้เลยนะคะ


ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.

เราได้เก็บภาพบรรยากาศของห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. มาให้ชมกันด้วยนะคะ ซึ่งแน่นอนว่าจะมีจุดเด่นที่มี “ห้องอเนกประสงค์” เพิ่มขึ้นมา ถึงแม้จะขนาดไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ก็สามารถวาง Sofa Bed หรือทำเป็นมุมโต๊ะทำงานได้ นอกจากนั้นแบบห้องนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในอาคาร C ที่เป็นอาคาร Pet-Friendly ทำให้เหมาะปรับเป็นห้องสัตว์เลี้ยงด้วย

  • Common Area ขนาดใหญ่ เชื่อมพื้นที่นั่งเล่น+รับประทานอาหาร+พื้นที่ครัว
  • ห้องน้ำ แบ่งเป็นสัดส่วน ใช้งานสะดวก
  • ห้องนอน มีพื้นที่รอบเตียงกว้าง อยู่สบาย
  • ห้องอเนกประสงค์ ปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน, ห้องทำงาน, ห้องเล่นเกม, ห้องสัตว์เลี้ยง
  • ระเบียง ใช้งานพื้นที่ด้านล่างได้ เพราะแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน

Image 1/9
Common Area

Common Area

ภาพบรรยากาศห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.

แบบแปลน

Image 1/18
1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 24 ตร.ม.

1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 24 ตร.ม.

Image 1/17
1 Bedroom Exclusive พื้นที่ใช้สอย 28 ตร.ม.

1 Bedroom Exclusive พื้นที่ใช้สอย 28 ตร.ม.

Image 1/9
1 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอย 31 ตร.ม.

1 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอย 31 ตร.ม.

Image 1/18
1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.

1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.

Image 1/4
2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 48 ตร.ม.

2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 48 ตร.ม.

 

ราคา

Kave Bloom Kaset (เคฟ บลูม เกษตร) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 9 กันยายน 2569)

ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 24 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 9,500.56 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,368 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 12,000 บาท
  • รูปแบบการขาย Fully Furnished ได้แก่ ตู้อเนกประสงค์, ชั้นวางทีวี, โซฟา, โต๊ะ-เก้าอี้, เคาน์เตอร์ครัว, ฐานเตียง 5 ฟุตพร้อมช่องเก็บของ, ตู้เสื้อผ้าและเครื่องปรับอากาศ
  • ค่าจอง 5,000-10,000 บาท
  • ทำสัญญา 15,000-20,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม. (จ่ายครั้งเดียว)
  • ค่าส่วนกลาง 57 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร 

เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ

  • มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
  • ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
  • มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป

หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ

บทสรุป

ทำเล :

โครงการ Kave Bloom Kaset ตั้งอยู่ภายในซอยพหลโยธิน 34 แยก 11-10 ถือเป็นคอนโดที่ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวอ่อน จึงน่าสนใจสำหรับเหล่านิสิตนักศึกษา, อาจารย์, บุคลากรในมหาวิทยาลัย, กลุ่มพนักงาน First Jobber และนักลงทุนด้วย

ความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินถือว่าคึกคักมากๆ เพราะมีร้านค้า-ร้านอาหารหลากหลาย รวมถึง 7-11, Lotus’s go fresh และ Mini BigC ส่วนห้างใหญ่ๆก็มี Major Cineplex รัชโยธิน, Union Mall, Lotus’s ลาดพร้าว และ Central ลาดพร้าว สำหรับโรงเรียน โรงพยาบาล หรือตลาดก็มีครบครัน

การเดินทางโดยใช้รถ :

ตัวโครงการอยู่ห่างจากถนนประเสริฐมนูกิจประมาณ 550 เมตร หรือถนนพหลโยธินประมาณ 1.6 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปยังถนนลาดพร้าว – วังหิน , ถนนโชคชัย 4 , ถนนวิภาวดีรังสิต และถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา) ได้ง่าย นอกจากนั้นยังมีทางด่วน 2 สายทั้งทางยกระดับอุตราภิมุขและทางพิเศษฉลองรัชให้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก สำหรับพื้นที่จอดรถของโครงการจะมีประมาณ 267 คัน คิดเป็น 49.08% รวมซ้อนคัน ซึ่งถือว่าให้มาพอๆกับโครงการเพื่อนบ้าน

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :

อยู่ไม่ไกลจาก BTS เสนานิคม โดยมีระยะห่างประมาณ 1.6 กิโลเมตร เมื่อลงจากสถานีก็จะเจอซุ้มวินมอเตอร์ไซค์ให้ใช้เดินทางไปยังโครงการได้ง่ายๆเลย แต่สำหรับเวลาที่เราจะเดินทางจากโครงการไปขึ้น BTS หรือไปที่อื่นๆ ก็จะต้องเดินจากโครงการมายังต้นซอยที่ห่างประมาณ 400 เมตร เพื่อเรียกวินมอเตอร์ไซค์และรถ Taxi ที่ขับผ่านไป-มา ทำให้การเรียกรถผ่าน Application จึงสะดวกมากกว่าค่ะ

แต่ทางโครงการก็ได้เตรียม Shuttle Service รถรับ-ส่งจากโครงการไปยัง BTS ด้วยเหมือนกันนะ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ลูกบ้านมากขึ้น

วัสดุ :

รูปแบบการขายแบบ Fully Furnished ที่เราซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและชุดเครื่องนอนเพิ่มเติมนิดหน่อยก็ย้ายเข้าอยู่หรือปล่อยเช่าได้เลยค่ะ ส่วนวัสดุก็ได้ตามมาตรฐานระดับราคา พื้นห้องเป็นพื้นไม้ลามิเนต Hybrid Ultra หนา 8 มม. / ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟดาวน์ไลท์ / Top เคาน์เตอร์ครัว พร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่าง, Backsplash เป็นกระเบื้อง รวมถึงติดตั้งอ่างล้างจาน, Hob และ Hood จาก MEX / สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจาก BATHLINE / เครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก DAIKIN จำนวน 1-3 เครื่อง (จำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแต่ละแบบห้อง)

การออกแบบ :

ออกแบบคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร วางโอบล้อมพื้นที่ส่วนกลางบริเวณตรงกลางโครงการ ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมในคอนโด Low Rise เพราะเป็นการการันตีว่าห้องพักส่วนนึงของโครงการจะได้วิวสวยๆภายในโครงการนั่นเอง นอกจากนั้นเลือกใช้โทนสีสดใส เพื่อสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาสมกับชื่อโครงการที่มีคำว่า Bloom แต่ก็ยังคงมีความเป็น Timeless จึงไม่ได้ดูหวานเกินไป

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณตรงกลางโครงการ แต่ก็มีกระจายฟังก์ชันส่วนกลางที่ไม่ได้มีเสียงดังรบกวนอยู่ภายใน 3 อาคารพักอาศัยเหมือนกัน ทำให้พักผ่อนได้เป็นส่วนตัว แต่ยังคงใช้งานส่วนกลางได้ง่าย โดยอาคาร A และ B จะอยู่ด้านหน้าโครงการ จึงเข้า-ออกสะดวก แต่อาคาร C เป็นอาคาร Pet-Friendly เลี้ยงสัตว์ได้ จะตั้งอยู่ด้านในสุด จะได้ไม่รบกวนลูกบ้านอื่นๆ

แบบห้องของโครงการจะเป็นห้องหน้ากว้างทั้งหมดเลย มีให้เลือกหลักๆอยู่ 5 แบบ แต่จะเน้นเป็นห้องเล็ก อยู่ 1-2 คน รวมถึง Layout แต่ละแบบห้องก็มีจุดเด่นแตกต่างกัน จึงเลือกซื้อง่าย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่, ครัวปิดติดระเบียง, แบ่งโซนพักผ่อน-Service ชัดเจน, มีห้องอเนกประสงค์ ปรับเปลี่ยนได้ หรือ ห้องนอน 2 ห้อง พร้อมตกแต่งแบบ Fully Furnished ได้ของมาค่อนข้างครบค่ะ

สาธารณูปโภค :

ขึ้นชื่อว่าแบรนด์ Kave ยังไง Highlight ก็คือพื้นที่ส่วนกลางที่หลากหลายนี่แหละ โดยรวมแล้วจะมีพื้นที่นั่งเล่น นั่งทำงานอยู่เยอะมากๆทั้งแบบ Indoor / Semi Outdoor / Outdoor จึงเลือกใช้งานได้ตามความต้องการ แต่ที่เราชอบก็คือ LAP POOL ที่ยาวถึง 25 เมตร จึงว่ายน้ำได้จริงจัง อีกทั้งยังมี CO-PARTY SPACE, PRIVATE WORKSHOP, THEATER รองรับน้องๆนิสิต นักศึกษาด้วย นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ส่วนกลางสัตว์เลี้ยงมาให้ด้วย เช่น CAT’S CLUB, DOG’S CLUB, PET WASTE STATION และ PET EQUIPMENT เป็นต้น

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 89,000 บาท/ตร.ม., 9 กันยายน 2569

MAIN CLASS

หมวดหมู่ คะแนน
หมายเหตุ
ทำเล 8/10  คอนโดใกล้ ม.เกษตรฯ ไม่ไกลจาก BTS ความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินสูง
เดินทางด้วยรถยนต์ 8/10 ใกล้ถนนประเสริฐมนูกิจ 550 เมตร มีซอยลัดเลาะเชื่อมถนนได้หลายสาย
เดินทางด้วยรถสาธารณะ 7.75/10  ใกล้ BTS เสนานิคม 1.6 กม. แต่มีซุ้มวินมอเตอร์ไซค์ให้เรียกได้ง่าย
วัสดุ 8/10 Fully Furnished ให้วัสดุมาเหมาะสมกับราคา
การออกแบบ 8.25/10 ออกแบบอาคารโอบล้อมส่วนกลาง เน้นห้องเล็ก แต่ได้หน้ากว้างทุกยูนิต
สาธารณูปโภค 8.5/10  ส่วนกลางหลากหลาย มีทั้ง Clubhouse และกระจายใน 3 อาคาร พร้อมส่วนกลางของสัตว์เลี้ยงด้วย
รวมคะแนน 8.03 จาก 10 คะแนน

Kave Bloom Kaset (เคฟ บลูม เกษตร) ดีไหม?

โครงการ Kave Bloom Kaset เหมาะสำหรับผู้ปกครองของน้องๆนิสิตนักศึกษา,บุคลากรในมหาลัย พนักงานออฟฟิศ, กลุ่มนักลงทุน รวมถึง Pet Lover ที่กำลังมองหาคอนโดใกล้มหาลัยเกษตรศาสตร์และรถไฟฟ้า BTS อีกทั้งยังเป็นคอนโดสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ที่หาได้ยากบนทำเลนี้

โดยสามารถเดินทางไปเรียนหรือทำงานได้ง่าย มีความอุดมสมบูรณ์สูงในระยะเดิน อีกทั้งยังชอบพื้นที่ส่วนกลางหลากหลาย ชอบห้องแบบหน้ากว้างและรองรับได้ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย พร้อมตกแต่งแบบ Fully Furnished พร้อมย้ายเข้าอยู่ได้เลย ในราคาที่จับต้องได้ง่าย มีงบประมาณเริ่มต้นที่ 1.99 ล้านบาทหรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 9,500.56 บาท

ตัวอย่างโครงการคอนโดใกล้ ม.เกษตรศาสตร์

Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่