..ถ้าพูดถึงบ้านหรูระดับคฤหาสน์ของ SC Asset ชื่อแบรนด์ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด (GRAND BANGKOK BOULEVARD) คงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเอกลักษณ์ของบ้านหลังใหญ่ โถงทางเข้าที่โอ่อ่า และงานสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองสำคัญและสถาปัตยกรรมระดับโลก จนทำให้บ้านแต่ละโครงการมีบุคลิกที่แตกต่างกัน ไม่ใช่เพียงบ้านหรูที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว

วันนี้ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด (GRAND BANGKOK BOULEVARD) กำลังก้าวไปอีกขั้นผ่านการเปิดตัวแบบบ้านซีรีส์ใหม่ RELIÉE (เร-ลี-เย่) ที่สะท้อนแนวคิดผ่านงานสถาปัตยกรรม Modern French ที่นำความสง่างามแบบฝรั่งเศสมาตีความใหม่ให้ร่วมสมัย ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการจัดสรรพื้นที่ให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตของครอบครัว โดยปัจจุบันเปิดตัวแล้ว 2 ทำเลแรกคือ

โดยจะเปิดตัวแบบบ้านซีรีส์ใหม่ RELIÉE (เร-ลี-เย่) ในเฟสที่ 2 ต่อจากแบบบ้านเฟสแรกที่เดิมเป็นสไตล์ Modern Classic ซึ่งก็เพิ่งจะจัดงาน Open House เปิดให้ชมบ้านตัวอย่างของจริงและจองรอบแรกกันไปเมื่อวันที่ 10-11 ตุลาคม ที่ผ่านมานี้เองครับ โดยวันนี้ Think of Living จะพาทุกคนไปเจาะลึกการออกแบบของบ้านซีรีส์ใหม่ว่าจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง

 

Live and Learn Home บ้านที่สร้างและพัฒนาจากชีวิตจริงของลูกค้า

เริ่มต้นด้วยแนวคิดของ SC Asset ในครั้งนี้คือ Live and Learn Home ที่นำประสบการณ์และเสียงสะท้อนจากลูกบ้านมาศึกษา เพื่อนำสิ่งที่เรียนรู้กลับมาพัฒนา Space Design หรือการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยมากขึ้น โดยข้อมูลอินไซต์จากลูกบ้านกว่า 38,000 ครอบครัว

สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มฟังก์ชันใหม่เข้าไปในบ้าน แต่เป็นการตั้งคำถามกับการออกแบบแบบเดิมว่า พื้นที่แต่ละส่วนถูกใช้งานอย่างไร สมาชิกในบ้านต้องการอะไร และจะจัดสรรพื้นที่อย่างไรให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องแลกกับความเป็นส่วนตัวของตัวเอง

นี่คือหัวใจของ Live and Learn Home — การเรียนรู้จากชีวิตที่เกิดขึ้นจริง แล้วนำกลับมาพัฒนาบ้านให้เหมาะกับชีวิตที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพราะบ้านที่ดีไม่ควรตอบโจทย์แค่วันที่ตัดสินใจซื้อ แต่ควรรองรับชีวิตของผู้อยู่อาศัยในวันข้างหน้าได้ด้วย โดยยังคงยึด 4 แนวคิดหลักในการพัฒนาคือ

  • Equality : ออกแบบการจัดสรรพื้นที่ให้สมาชิกทุก Generation ใช้งานได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนตัว พื้นที่สำหรับผู้สูงอายุ หรือพื้นที่สำหรับสมาชิกครอบครัวรุ่นใหม่ เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
  • Function : พัฒนาทุกพื้นที่ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงมากขึ้น ไม่ใช่เพียงสวยงาม แต่ต้องใช้งานได้สะดวก เชื่อมต่อกันอย่างลงตัว และรองรับกิจกรรมที่หลากหลายของครอบครัว
  • Space : พัฒนาสัดส่วนและความลึกของตัวบ้านให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยโดยไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่ดิน ทำให้เกิดพื้นที่ใหม่ ๆ สำหรับการใช้ชีวิต พร้อมความรู้สึกโปร่งและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
  • Lifestyle : เพิ่มและปรับพื้นที่ให้รองรับ Lifestyle ของผู้อยู่อาศัยระดับ Luxury ตั้งแต่การพักผ่อน การทำงาน การรับรองแขก ไปจนถึงงานอดิเรกและกิจกรรมส่วนตัว เพื่อให้บ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนและรูปแบบการใช้ชีวิตของเจ้าของบ้าน

เทียบแบบบ้านเดิมและแบบบ้านใหม่ของ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด

สถาปัตยกรรมภายนอกมีสไตล์ที่แตกต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด RELIÉE SERIES (เร-ลี-เย่) ที่เป็นแบบบ้านซีรีส์ใหม่จะมีสถาปัตยกรรมตรงซุ้มทางเข้าบ้านแบบ Double Volume ขนาดใหญ่และโดดเด่นเป็นพิเศษมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังมีความสมมาตร (Symmetry) มีความคลาสสิก (Classic) และความ Timeless Design ที่สวยงามอยู่ด้วย

โดยเราได้นำแบบบ้าน Type ใหญ่สุดมาเทียบกันให้ดู หากดูเผินๆพื้นที่ใช้สอยของแบบบ้านซีรีส์ใหม่อาจดูน้อยกว่า แต่จำนวนฟังก์ชันพื้นฐานอย่าง ห้องนอน ห้องน้ำ ที่จอดรถ และห้องแม่บ้าน ยังคงได้เท่าเดิม เพิ่มเติมคือฟังก์ชันอื่นๆที่ใส่เพิ่มเข้ามาอีกเพียบไม่ว่าจะเป็น Pantry, Laundry, Shoes Room, Stroage, Private Lift, Double Volume, Hall Of Frame และ Safe Room

ซึ่งฟังก์ชันดังกล่าวล้วนเป็นสิ่งที่ SC Asset ได้นำมาปรับพัฒนาตามเสียงสะท้อนและความต้องการของลูกบ้านกว่า 38,000 ครอบครัว อันนี้เราเฉลยให้ก่อนเลยว่าสาเหตุที่พื้นที่ใช้สอยภายในลดลง เป็นเพราะเค้าได้เพิ่มพื้นที่ Double Volume มาให้ถึง 2 จุด ทำให้บรรยากาศภายในดูโปร่งโล่งมากขึ้น และยังเชื่อมต่อการใช้ชีวิตของบ้านชั้นบน-ชั้นล่างได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ชูจุดเด่นเรื่อง WELLNESS RESIDENCES ที่ไม่ใช่แค่เพียงฟังก์ชันและดีไซน์พื้นฐานสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ SC Asset ยังใส่ใจถึงพวกห้องเก็บของหรือ Stroage ต่างๆภายในบ้านที่ต้องเพียงพอ เพื่อรองรับทุกความต้องการในการอยู่อาศัยร่วมกันของทุก Generation ให้ดีมากขึ้นอีกด้วย

 

RELIÉE SERIES มีบ้านให้เลือกกี่แบบ?

แบบบ้าน RELIÉE SERIES ทั้ง 4 Type แบ่งเป็นไซส์ S, M, L และ XL โดยถ้าเป็นทำเลของ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์ ที่เรามารีวิวกันในวันนี้จะมีให้เลือกครบทั้ง 4 Type เลยครับ

  • Aurelia พื้นที่ใช้สอย 772 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 5 ที่จอดรถ 2 ห้องแม่บ้าน (พิเศษกว่า Type อื่นๆตรงที่มี Private Swimming Pool กลางบ้าน และมีพื้นที่สำหรับติดตั้งลิฟต์ในอนาคตเตรียมไว้ให้ด้วย)
  • Sylvie พื้นที่ใช้สอย 667 ตร.ม. ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 5 ที่จอดรถ 2 ห้องแม่บ้าน
  • Ondine พื้นที่ใช้สอย 576 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน
  • Zephyrine พื้นที่ใช้สอย 479 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน

แต่ถ้าเป็นโครงการในทำเล แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา – เกษตรนวมินทร์ จะไม่มีบ้านไซส์ S ให้เลือกครับ (มีแค่ 3 Type) นอกนั้นก็จะมีเหมือนกันเลย

 

จุดเด่นของแบบบ้าน RELIÉE SERIES

  1. สถาปัตยกรรมบริเวณซุ้มทางเข้าแบบ Double Volume และการปรับสเปควัสดุใหม่ครั้งแรก
  2. พื้นที่ Grand Double Volume Hall สูงกว่า 7.4 m. จำนวน 2 จุดภายในบ้าน
  3. Private Swimming Pool บริเวณกลางบ้าน
  4. เพิ่มพื้นที่ Stroage และ Shoes Room ให้เพียงพอต่อความต้องการ
  5. The RELIÉE Gallery Bridge สะพานทางเดินบนชั้น 2
  6. Penthouse Master Suite และ Verdent Sanctuary พื้นที่สีเขียวในห้องน้ำ Master Bedroom
  7. Private Family Area ที่สามารถเป็น Secondary Pantry บนชั้น 2 ได้
  8. ปรับขนาดห้อง Bedroom 3 และ 4 ให้มีขนาดพื้นที่เท่ากันแบบพอดีๆ (สำหรับคนมีลูก 2 คน)
  9. Double Master Bedroom และการขยายพื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่นในอนาคต

ซึ่งทั้งหมดนี้เราจะค่อยๆเล่าและพาไปชมของจริงกันทีละจุด จะเป็นอย่างไรบ้างเราไปชมกันครับ

 

1. สถาปัตยกรรมบริเวณซุ้มทางเข้าแบบ Double Volume และการปรับสเปควัสดุใหม่ครั้งแรก

Facade นับว่าเป็นจุดเด่นแรกที่เรามองเห็นของบ้านหลังนี้ โดดเด่นด้วยแผงอะลูมิเนียมฉลุลาย พร้อมสัญลักษณ์ Initial GBB (GRAND BANGKOK BOULEVARD) ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่ SC Asset มีการใช้โลโก้แบรนด์ตัวเองมาใส่ใน Facade ของบ้านแบบนี้

อีกทั้งสีน้ำตาลที่เราเห็นก็เป็นการใช้ ‘สีพ่น Metallic’ คือ สีที่มีส่วนผสมของอนุภาคโลหะขนาดเล็กผสมอยู่ในเนื้อสี โดยเมื่อพ่นลงบนพื้นผิวใดๆ อนุภาคโลหะจะสะท้อนแสงในมุมที่แตกต่างกัน ทำให้สีดูมีความแวววาว และมีมิติความลึก ไม่แบนราบเหมือนสีทั่วไป ซึ่งนิยมใช้พ่นรถยนต์/มอเตอร์ไซค์/ประตูรั้วเหล็กเพื่อให้ดูหรูหราและมีประกาย

โดยนี่ก็ถือเป็นโปรเจคแรกและบ้านหลังแรกเลยครับที่ SC นำสีพ่นชนิดนี้มาใช้ ซึ่งบอกเลยว่าท้าทายมากๆ เพราะการพ่นสีชนิดนี้ลงบนพื้นผิวของปูนจะแตกต่างจากพ่นใส่เหล็ก/พลาสติก ตรงที่ความเรียบของพื้นผิวที่มีความสม่ำเสมอไม่เท่ากัน รวมถึงยังมีความชื้นที่เป็นอุปสรรคด้วย ดังนั้นหากใครได้ไปเห็นของจริงและพบว่าสีของ Facade เรียบสวยและดูดี ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับความใส่ใจในรายละเอียดของทีม SC และฝีมือทีมช่างมากๆครับ

 

อีกหนึ่งวัสดุที่มีการเปลี่ยนแปลงคือ ‘ประตูทางเข้า’ ที่จากเดิมมักจะใช้เป็นประตูบานไม้สักก็เปลี่ยนมาเป็นบานประตู Honeycomb Aluminium ซึ่งมีน้ำหนักเบา ทนทาน และยังสวยงามเหมือนเดิม มองเผินๆแล้วก็เหมือนไม้จริงมากๆ โดยนี่ก็เป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ SC ต้องการปรับใหม่ เพื่อแก้ปัญหาที่ประตูไม้จริงในหลายๆด้าน และจะมีข้อดีกว่าดังนี้

  • ไม่บวม และไม่หดตัว : ประตูไม้จริงมักเจอปัญหาขยายหรือหดตัวตามสภาพอากาศและความชื้น ทำให้ประตูฝืด ปิดไม่สนิท แต่โครงสร้างอลูมิเนียมสามารถคงรูปได้ดี ไม่เสียทรง
  • ไม่กลัวน้ำและความชื้น : ไม่ดูดซับน้ำ สามารถใช้เป็นประตูห้องน้ำ หรือประตูที่โดนฝนสาดภายนอกบ้านได้ดีเยี่ยม ต่างจากไม้จริงที่โดนน้ำบ่อยๆ แล้วมักจะพองหรือขึ้นรา
  • ปลวกและแมลงไม่กวนใจ : หมดปัญหาเรื่องปลวก มอด หรือแมลงเจาะชอนไช ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของประตูไม้จริง
  • น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง : โครงสร้างรังผึ้ง (Honeycomb) ช่วยกระจายแรง ทำให้บานประตูมีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อแรงกระแทก แต่มีน้ำหนักเบากว่าไม้จริงมาก ช่วยถนอมบานพับในระยะยาว และทำให้เปิด-ปิดง่าย
  • ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องทำสีบ่อย : ประตูไม้จริงต้องขัดและทาสีใหม่ หรือทาน้ำยากันปลวก/กันน้ำเป็นประจำ แต่อลูมิเนียมเพียงแค่เช็ดทำความสะอาดก็เหมือนใหม่ สีไม่ซีดจางง่าย

2. พื้นที่ Grand Double Volume Hall สูงกว่า 7.4 m.

เป็นพื้นที่ต้อนรับส่วนแรกของบ้านที่ความสูงของฝ้าเพานทำให้มีความรู้สึกโออ่า สว่าง และโปร่งโล่ง โดยแบบบ้านซีรีส์ใหม่ RELIÉE (เร-ลี-เย่) ได้ปรับพัฒนามาจากแบบบ้านเดิมหลักๆ 3 ส่วนใหญ่ๆ

  1. ปรับตำแหน่งบันได : จากเดิมที่บันไดของแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด มักจะตั้งอยู่กลางบ้าน ได้ถูกขยับให้ไปอยู่ชิดริมผนังแทน จึงทำให้บริเวณกลางบ้านมีพื้นที่ Space กว้างมากขึ้น และใต้บันไดยังสามารถใช้ประโยชน์กลายเป็นห้องเก็บของได้อีกด้วย
  2. เพิ่มความสูงของ Double Volume : จากเดิมที่แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด มักจะทำฝ้าเพดานสูงประมาณ 6 – 7 m. ก็ได้เพิ่มความสูงขึ้นอีกกลายเป็น 7.4 m. ทำให้มีความโอ่อ่าและโปร่งโล่งมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงยังสามารถแขวน Chandeliers ขนาดใหญ่สวยๆได้มากขึ้นด้วย
  3. เพิ่มจำนวน Double Volume : เป็นครั้งแรกที่แบบบ้านของแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด จะมี Double Volume 2 จุดภายในบ้าน ซึ่งนอกจากจะเพิ่มความโปร่งโล่งแล้ว ยังเพิ่มปฏิสัมพันธ์และการเชื่อมต่อกันของคนภายในบ้านได้ดีมากขึ้นอีกด้วย

สำหรับพื้นที่ Double Volume อีกจุดหนึ่งก็จะอยู่ใกล้ๆกันในทางฝั่งหลังบ้าน

 

ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นโซน Dinning Area สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่มากกว่า 10 ที่นั่งได้สบายๆ ทำให้รองรับครอบครัวขนาดใหญ่หรือแขกหลายๆคนได้ โดยฝ้าเพดานบริเวณนี้ก็จะสูง 7.4 m. เหมือนฝั่งหน้าบ้านเลยครับ และสามารถมองเชื่อมต่อไปถึงพื้นที่บนชั้น 2 ได้เลย

 

3. Private Swimming Pool บริเวณกลางบ้าน

สระว่ายน้ำของแบบบ้านไซส์ใหญ่สุด (XL) ถูกปรับตำแหน่งจากเดิมที่มักจะอยู่ข้างบ้านปกติ ก็กลายมาเป็นพื้นที่เว้ายื่นเข้ามาภายในบ้าน กลายเป็นเหมือนลักษณะคล้าย Court รูปตัว C ที่มีฟังก์ชันอื่นๆของบ้านโอบล้อมเอาไว้ ทำให้ทั้งบริเวณโถงกลางบ้าน พื้นที่รับแขก และห้องนอนชั้นล่าง สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำได้ทั้งหมด รวมถึงยังช่วยเพิ่มช่องแสงทำให้ภายในบ้านสว่างโปร่งโล่งมากขึ้นอีกด้วย

 

นอกจากนี้ยังเป็นสระแบบ Semi-Outdoor สามารถว่ายน้ำในร่มได้ตลอดทั้งวัน แถมยังมีความเป็นส่วนตัวจากเพื่อนบ้านข้างๆด้วย เหมาะสำหรับการจัด Pool Party ริมสระน้ำในครอบครัว หรือออกมานั่งพักผ่อนชิลๆ และมองดูบรรยากาศของผิวน้ำเพลินๆก็ได้ ส่วนถ้าใครต้องการว่ายออกกำลังกายก็สามารถติดตั้ง Pool Jet สำหรับว่ายทวนกระแสน้ำได้อีกด้วยครับ

 

และนี่เป็นบรรยากาศของโซนห้องนั่งเล่น/รับแขกฝั่งหน้าบ้าน มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถวางโซฟาตัวยาวๆ และนั่งชมวิวสวนหรือสระว่ายน้ำภายนอกได้แบบนี้เลยครับ

 

ส่วนภาพนี้จะเป็นห้องนอนชั้นล่างฝั่งหลังบ้าน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่อยู่ติดทั้งสระว่ายน้ำและสวนหลังบ้านครับ โดยเราสามารถทำเป็นห้องอเนกประสงค์ต่างๆได้ เช่น ห้องทำงาน ห้องดูหนัง หรือห้องออกกำลังกาย รวมถึงยังสามารถทำเป็นห้องนอนแขกและห้องผู้สูงอายุได้อีกด้วย บอกเลยว่าบรรยากาศดีและพิเศษสุดๆครับ

 

โดยห้องนอนชั้นล่างนี้จะมีห้องน้ำให้ใช้งานในตัวด้วย ซึ่งเป็นห้องที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุมาให้ตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็นพื้นเรียบไม่มีจุดต่างระดับ ภายในกว้างขวางสามารถเข็นวีลแชร์เข้ามาได้สบาย รวมถึงยังมีราวจับเพื่อความปลอดภัยด้วย

 

4. เพิ่มพื้นที่ Stroage และ Shoes Room ให้เพียงพอต่อความต้องการ

หนึ่งในปัญหาคลาสสิกของคนอยู่บ้านคือ ‘พื้นที่เก็บของไม่พอ’ และยิ่งเป็นบ้านหลังใหญ่มากขึ้นเท่าไหร่ ก็ต้องการพื้นที่เก็บของมากขึ้นเท่านั้น SC Asset จึงได้ออกแบบพื้นที่ห้องเก็บของมาให้ใช้อย่างจุใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นห้องเก็บรองเท้า ห้องใต้บันได ห้องเก็บของบนชั้น 2 และพิเศษสำหรับบ้านไซส์ XL ถ้าใครไม่ได้ติดตั้ง Private Lift ภายในบ้าน พื้นที่บริเวณนั้นก็จะสามารถใช้เป็นห้องเก็บของเพิ่มได้ด้วยครับ

 

สำหรับห้องเก็บรองเท้า (Shoes Room) จะอยู่ตรงประตูทางเข้าที่จอดรถ และอยู่ติดกับห้องเก็บของใต้บันได ทำให้สามารถใช้งาน (ถอด/ใส่/เก็บรองเท้า) ได้สะดวกเลยครับ

 

โดยพื้นที่ภายในก็มีขนาดใหญ่ สามารถเก็บรองเท้าได้หลายสิบคู่เลยครับ ถูกใจคุณผู้หญิงหลายๆคนที่น่าจะมีรองเท้าหลายๆคู่ เพราะคนเราไม่ได้มีรองเท้าแค่คู่เดียว ไหนจะรองเท้าทำงาน รองเท้ากีฬา รองเท้าแตะ รองเท้าส้นสูง และอื่นๆ

รวมถึงบ้านหลังนี้ยังอาจมีสมาชิกอยู่ร่วมกันหลายคนด้วย ดังนั้นเราจึงมองว่าฟังก์ชันนี้จึงค่อนข้างสำคัญ และทำให้เราไม่ต้องสูญเสียพื้นที่ฟังก์ชันอื่นหรือห้องอื่นๆ ในการแบ่งมาเก็บของพวกนี้อีกด้วย

 

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ ‘ห้องเก็บของบนชั้น 2’ ซึ่งจะอยู่บริเวณโถงทางเดินหน้าห้องนอนรองของลูกๆ

 

ภายในมีขนาดใหญ่พอสมควร ไอเดียของห้องนี้คือเอาไว้เก็บพวกกระเป๋าเดินทาง หรือของใช้อื่นๆ เช่น อุปกรณ์ทำความสะอาดชั้นบน หรือเครื่องนอนต่างๆที่นานๆทีถึงจะหยิบมาใช้ ซึ่งปกติของเหล่านี้ก็มักจะต้องเก็บอยู่ตามตู้เสื้อผ้าในห้องนอน ทำให้สูญเสียพื้นที่เก็บเสื้อผ้าและยังดูไม่เรียบร้อยสวยงามด้วย แต่เมื่อมีห้องนี้ในบ้านก็จะทำให้การเก็บของเป็นเรื่องง่ายและเป็นสัดส่วนมากขึ้น รวมถึงยังไม่ต้องเหนื่อยแบกของขึ้น-ลงบ้านให้เหนื่อยอีกด้วยครับ

Image 1/5

สำหรับบรรยากาศส่วนอื่นๆ เช่น Pantry, ครัว, โซนแม่บ้าน และ Laundry สามารถคลิกชมบรรยากาศใน Gallery ได้เลยครับ โดยในส่วนของครัวและ Pantry ทางโครงการก็ได้เพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กว้างขวางขึ้น ทำให้ใช้งานสะดวกและเก็บของในครัวได้เยอะขึ้นด้วย

 

ขึ้นมาบนชั้น 2 จะเห็นว่าแปลนบ้านจะแบ่งโซนการอยู่อาศัยออกเป็น 2 ฝั่งชัดเจน โดยเค้าค่อนข้างให้น้ำหนักและความสำคัญกับพื้นที่ Grand Master Bedroom หลักทางซ้ายมือเป็นพิเศษ ซึ่งนอกจากจะมีขนาดใหญ่กว่าห้องอื่นๆ 2 – 3 เท่าแล้ว ยังอยู่แยกออกไปเป็นส่วนตัวเพียงห้องเดียวอีกด้วย

ส่วนพื้นที่ใช้งานอื่นๆและห้องของลูกๆ ก็จะอยู่แยกออกมาทางฝั่งขวาของบ้าน โดยยังคงมีความน่าสนใจของขนาดห้อง ตำแหน่ง และความยืดหยุ่นของฟังก์ชัน ที่เดี๋ยวเราจะค่อยๆพาไปชมกันทีละส่วนนะครับ

 

5. The RELIÉE Gallery Bridge สะพานทางเดินบนชั้น 2

หนึ่งใน Highlight หลักที่มีครั้งแรกในแบบบ้านของแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด นั่นคือ สะพานทางเดินบนชั้น 2 (หรือชื่อที่โครงการเรียกคือ The RELIÉE Gallery Bridge) ซึ่งเกิดจากการที่บ้านซีรีส์ใหม่ RELIÉE (เร-ลี-เย่) ได้มี Double Volume 2 จุดในตอนแรก ทำให้พื้นที่ใช้สอยบนชั้น 2 ถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งอย่างที่เห็น ผลคือทำให้บรรยากาศกลางบ้านมีความสว่างโปร่งโล่งอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถมองเชื่อมต่อลงไปชั้นล่างได้อีกด้วย ทำให้คนที่อาศัยหรือใช้ชีวิตอยู่ทั้ง 2 ชั้นสามารถมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันได้มากขึ้นด้วย

 

ส่วนภาพนี้ก็เป็นมุมมองจากบันไดฝั่งหน้าบ้านครับ ซึ่งเราสามารถมองเห็นแขกที่มาเยี่ยมหาได้จากด้านบน โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปชั้นล่างเลยด้วยซ้ำ

 

6. Penthouse Master Suite และ Verdent Sanctuary พื้นที่สีเขียวในห้องน้ำ Master Bedroom

และนี่คือ Penthouse Master Suite ซึ่งขนาดพื้นที่ใช้สอยก็ใหญ่สมกับที่จะเรียกว่าเป็น Penthouse จริงๆครับ เพราะกินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของชั้น 2 เลยทีเดียว ภายในสามารถแบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็นหลายๆโซน อย่างในภาพเซ็ตแรกนี้ก็จะเป็น Living Area และโซนเตียงนอน จะอยู่ทางฝั่งบริเวณหน้าของบ้าน

 

ตรงกลางเป็น Walk-in Closet ขนาดใหญ่มาก ซึ่งเราสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้รอบห้องเลย รับรองว่าเพียงพอทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายอย่างแน่นอน อีกทั้งบริเวณตรงกลางยังกว้างมากพอที่จะเพิ่ม Island Table สำหรับเก็บเครื่องประดับหรือไว้แต่งหน้าได้ด้วย

 

ด้านในสุดจะเชื่อมต่อกับห้องน้ำขนาดใหญ่ ที่นอกจากจะว้าวกับขนาดของห้องที่กว้างขวางแบบสุดๆแล้ว ยังมีจุดเด่นตรง Verdent Sanctuary หรือพื้นที่สีเขียวที่อยู่ตรงระเบียงภายนอก

  • ระเบียงภายนอกของจริงจะเป็นผนังทึบปกติ ที่ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวไม่ให้ใครมองเข้ามาภายในได้ ในขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ตรงช่องด้านบน เพื่อให้ลมและแสงสว่างส่องผ่านเข้ามาได้ ทำให้ห้องน้ำสว่างและสามารถระบายอากาศได้ดีโดยไม่เสียความเป็นส่วนตัว
  • ทางโครงการออกแบบพื้นที่ภายในกระจกเป็นสไตล์ Glasshouse แบบไม่มีเหลี่ยมมุมยื่นออกไปภายนอก ทำให้เปิดรับแสงและชมวิวสวนแนวตั้งที่เราปลูกไว้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งก็แนะนำให้ตกแต่งหรือจัดสวนเพื่อเพิ่มบรรยากาศ และทำให้ห้องน้ำดูสวยงามแบบบ้านตัวอย่างนี้คือดี Vibe ดีมากๆครับ

7. Private Family Area ที่สามารถเป็น Secondary Pantry บนชั้น 2 ได้

ฟังก์ชันที่น่าสนใจต่อมาคือ Family Area ที่อยู่บนชั้น 2 ถือเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถจัดรูปแบบได้หลากหลายตาม Lifestyle ของแต่ละครอบครัวได้ โดยจุดแรกที่อยากให้สังเกตคือ ผนังด้านขวามือที่ของจริงจะเป็นพื้นที่รองรับการติดตั้ง Private Lift ภายในบ้านได้ในอนาคต (มีการทำฐานรากรองรับน้ำหนักและงานระบบเอาไว้เรียบร้อยแล้ว)

ซึ่งเราได้จำลองภาพ AI มาให้ดูว่าหากติดตั้งลิฟต์แล้วจะเป็นประมาณนี้ ซึ่งการใช้งานขึ้น-ลงบ้านก็จะสะดวกมากขึ้นเยอะเลย โดยเฉพาะครอบครัวที่อาจมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วยก็สามารถใช้ลิฟต์ขึ้นมานั่งเล่นกับลูกๆหลานๆด้านบนได้ หรือถ้าใครที่ไม่ได้ติดลิฟต์ก็จะปรับเป็นห้องเก็บของ เพิ่มพื้นที่เก็บในบ้านได้อย่างจุใจมากขึ้นไปอีกครับ

 

นอกจากนี้บริเวณนี้ยังสามารถปรับเป็น Secondary Pantry ได้อีกด้วย เพราะทางโครงการจะเดินพวกท่องานระบบต่างๆ เช่น ท่อน้ำ ท่อไฟ เอาไว้ให้ในผนังด้านขวามือนี้ ให้เราสามารถ Built-in เป็น Pantry ครัวเล็กๆ สำหรับอุ่นอาหารเบาๆทานเล่นที่ชั้น 2 ได้ รวมถึงสมมุติว่าเวลาที่ชั้นล่างมีแขกอยู่ เราก็จะมีพื้นที่ Private สำหรับครอบครัวไว้รองรับทั้งการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตได้ครบที่ชั้นบนได้เลยนั่นเองครับ

 

8. ปรับขนาดห้อง Bedroom 3 และ 4 ให้มีขนาดพื้นที่เท่ากันแบบพอดีๆ

สำหรับใครที่มีลูก 2 คนน่าจะเคยเจอปัญหาที่ลูกๆถามว่า ..ทำไมอีกคนถึงได้ห้องนอนใหญ่กว่า? ซึ่งดูเหมือนจะเป็นปัญหาเล็กๆแต่จริง SC Asset จึงได้ออกแบบห้องนอนเล็กสำหรับลูกๆภายในบ้าน ให้มีขนาดและฟังก์ชันที่เท่ากันแบบเป๊ะๆ พี่น้องจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันหรือแย่งห้องนอนกันอีกต่อไป โดยขนาดของห้องก็กว้างขวางอยู่ได้ตั้งแต่เด็ก-โตสบายๆ แถมยังมีฟังก์ชันเป็นสัดส่วนทั้ง Walk-in Closet และมีห้องน้ำส่วนตัวด้วย เรียกได้ว่าแฮปปี้กันทุกฝ่ายแน่นอนครับ

Image 1/6

โดยนี่ก็เป็นภาพบรรยากาศของห้องนอนทั้ง 2 สามารถคลิกชมใน Gallery กันได้เลยครับ

 

9. Double Master Bedroom และการขยายพื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่นในอนาคต

อีกหนึ่งในเอกลักษณ์ของบ้านแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด คือการที่เค้ามักจะใช้โครงสร้างบ้านแบบ Conventional หรือก่ออิฐฉาบปูน จึงทำให้ฟังก์ชันที่ความยืดหยุ่นและสามารถทุบเชื่อมต่อกันได้ง่าย ปรับได้ตาม Lifestyle ของแต่ละครอบครัว เรายกตัวอย่างบริเวณห้อง Master Bedroom ที่อยู่หน้าบ้านนี้ หากใครต้องการห้องที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นหรือไม่ได้ต้องการมีพื้นที่ Family Area ก็สามารถทุบผนังตรงกลางออก เพื่อเชื่อมต่อและขยายพื้นที่ห้องนอนให้ใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมได้ กลายเป็น Penthouse Master Bedroom ห้องที่ 2 ของบ้านที่มีระเบียงส่วนตัวได้เลยครับ

Image 1/4

และนี่ก็คือภาพบรรยากาศภายในของ Master Bedroom สามารถคลิกชมใน Gallery ได้เลย

Image 1/12

ส่วนกลาง (Facilities) :

สำหรับบ้านตัวอย่างของซีรีส์ใหม่ RELIÉE (เร-ลี-เย่) ที่เราพามาชมกันในวันนี้ก็คือจะอยู่ภายในโครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์ (Grand Bangkok Boulevard Chaengwatthana-Ratchaphruek) ซึ่งนอกจากตัวบ้านจะมีความสวยงามแล้ว ‘ส่วนกลาง’ ก็เรียกได้ว่าสวยงามและน่าใช้งานไม่แพ้กันครับ

โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมของอาคาร Clubhouse เราชอบมากเป็นพิเศษ ซึ่งเค้าได้แรงบันดาลใจมาจาก “พระราชวังซิเบเลส” (Palacio de Cibeles) ในกรุงมาดริด ประเทศสเปน มีความสวยงามและดูโอ่อ่ามากๆครับ ภายในยังมีฟังก์ชันให้ใช้งานครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Private Lounge, Co-Working Space, Meeting Room, Gym, Kids Room, Playground, Swimming Pool, Jacuzzi รวมถึงยังมีพื้นที่สวนอีกประมาณ 1 ไร่ และมีเพื่อนบ้านรวมเพียง 64 ครอบครัว ถือว่ามีความเป็นส่วนตัวมากๆครับ

 

ทำเลที่ตั้งโครงการ

แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่ติดถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาเข้า ที่สามารถตรงยาวข้ามแม่น้ำเพื่อเชื่อมต่อมายังโซนแจ้งวัฒนะได้เลย ส่วนความอุดมสมบูรณ์ก็จะอิงทั้งคอมมูนิตี้มอลล์/ห้างสรรพสินค้าบนถนนราชพฤกษ์ หรือจะข้ามฝั่งมาเดินช้อปปิ้งที่ Central แจ้งวัฒนะ ก็ได้เหมือนกัน เรียกได้ว่าบ้านเดี่ยวระดับ Luxury ในโซนราชพฤกษ์และราชพฤกษ์ตัดใหม่ ถือว่ากำลังมาแรงมากๆครับ ซึ่งโครงการของ SC Asset ก็คือว่าเป็นทำเลที่ใกล้เมืองและเดินทางสะดวกไม่น้อย (แผนที่ Google Map : คลิกที่นี่)

 

บทสรุป :

“..การพัฒนาแบบบ้านครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขยับจากการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับความโอ่อ่าของคฤหาสน์ มาสู่การใส่ใจรายละเอียดของการใช้ชีวิตภายในบ้านมากขึ้น”

สิ่งที่น่าสนใจใน RELIÉE SERIES ของ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด คือการนำแนวคิดจากการเรียนรู้ชีวิตจริงของผู้อยู่อาศัยมาต่อยอดเป็นรายละเอียดที่อาจมองไม่เห็นจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางพื้นที่ใหม่ การเพิ่มพื้นที่เก็บของ หรือการออกแบบให้สมาชิกแต่ละคนมีพื้นที่ส่วนตัว โดยยังคงรักษาความสง่างามของสถาปัตยกรรมตามแบบฉบับของ GRAND BANGKOK BOULEVARD เอาไว้ได้เป็นอย่างดี

เพราะท้ายที่สุดแล้ว บ้านหรูที่ดีไม่ได้วัดกันแค่ความยิ่งใหญ่ของพื้นที่ แต่ต้องทำให้ชีวิตในทุก ๆ วันดีขึ้น และทำให้ทุกตารางเมตรตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริงด้วย

ส่วนดีไซน์สถาปัตยกรรม Modern French และการปรับโฉม Facade ในรูปแบบใหม่นั้น คงขึ้นอยู่กับรสนิยมและความชอบส่วนบุคคล แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือความกล้าที่จะทดลองแนวทางการออกแบบใหม่ ๆ ทั้งในแง่ของรูปแบบสถาปัตยกรรมและการเลือกใช้วัสดุ เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับบ้านซีรีส์ RELIÉE โดยเฉพาะ

สำหรับใครที่อยากสัมผัสดีไซน์และฟังก์ชันของบ้านจริง ปัจจุบัน RELIÉE SERIES เปิดให้เข้าชมแล้วที่ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์ และ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา-เกษตรนวมินทร์ ซึ่งเป็นสองโครงการแรกที่นำแบบบ้านซีรีส์นี้มาใช้ โดยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 30–80 ล้านบาท ใครสนใจก็สามารถนัดหมายเข้าเยี่ยมชมบ้านตัวอย่าง เพื่อดูว่ารายละเอียดการออกแบบเหล่านี้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวตัวเองได้มากน้อยแค่ไหนครับ  ^^