ใครๆก็บอกว่า “คนหันมาเช่ามากกว่าซื้อ” แล้วทำไมยอดโอนซื้อบ้าน-คอนโดกรุงเทพฯกลับพุ่งสูงถึง 40.3% วันนี้เราจะมาเจาะลึก+สรุปภาพรวมตลาดบ้าน-คอนโดกรุงเทพฯ Q2/2569 กันค่ะ
ช่วงที่ผ่านมาเราอาจจะได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “คนหันมาเช่ามากกว่าซื้อบ้าน-คอนโด” เพราะไม่ต้องมีภาระหนี้สินระยะยาว แถมยังมีความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตมากกว่า
แต่ถ้าเรามองภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ช่วง Q2/2569 จะเห็นภาพที่ขัดกับคำว่า “เช่ามากกว่าซื้อ” เลยค่ะ เพราะมียอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯรวม 24,506 หน่วย เพิ่มขึ้นถึง 40.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/2568 มี 17,467 หน่วย) โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ถึง 16,115 หน่วย เพิ่มขึ้น 57.4% (YoY)
แน่นอนว่าตัวเลขการโอนที่พุ่งสูงขึ้นในไตรมาสนี้ ส่วนนึงมาจากการเร่งโอนก่อนมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิ.ย. 2569 ซึ่งเป็นมาตรการที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้สูงถึง 200,000 บาท ทำให้หลายๆคนที่กำลังลังเลก็สามารถตัดสินใจซื้อบ้าน-คอนโดกันได้ง่ายขึ้นนั่นเอง (แต่สุดท้ายทางภาครัฐก็ได้ประกาศขยายมาตรการต่อออกไปอีก 1 ปีนะคะ)
ถึงแม้การเร่งโอนจะเป็น 1 ในปัจจัยที่ทำให้ยอดโอน Q2/2569 เพิ่มขึ้น แต่ก็ทำให้เราเห็นว่ายังคงมีกำลังซื้อในตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเมื่อมีมาตรการต่างๆเข้ามาช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและทำให้การซื้อบ้าน-คอนโดเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ดังนั้นกระแสคนหันมาเช่าจะมีให้เห็นมากขึ้นก็จริง แต่ในอีกด้านนึงก็ยังมีคนที่พร้อมซื้อบ้าน-คอนโดอยู่เหมือนกันค่ะ
แล้วภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ Q2/2569 เป็นอย่างไร? Supply บ้าน-คอนโดมีมากน้อยแค่ไหน? โครงการเปิดใหม่มีอะไรบ้าง? ตลาดมือสองเป็นอย่างไร? กำลังซื้อของชาวต่างชาติกลับมาหรือยัง? และ Developer กำลังเปิดโครงการแบบไหนใน Q3/2569 เราจะพามาเจาะลึกข้อมูลแบบละเอียดกันแบบครบทุกมุมเลยค่ะ
ซึ่งเนื้อหาสำหรับบทความจะแบ่งเป็น ดังนี้
- PART 1 : ตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ-ปริมณฑล (Q2/2569)
- PART 2 : ตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ (Q2/2569)
- PART 3 : การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ (Q2/2569)
- PART 4 : โครงการเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ Q3 /2569
หากใครอยากเห็นภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2569 มากขึ้น ก็สามารถอ่านสรุปตลาดที่อยู่อาศัย ทั่วประเทศ ครึ่งแรกปี 2569 ที่ Link นี้ได้นะคะ งั้นเราพาไปเริ่มเจาะลึกตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ ช่วง Q2/2569 กันเลยค่ะ
PART 1
ตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ-ปริมณฑล (Q2/2569)
ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ-ปริมณฑล (Q2/2569)
ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ-ปริมณฑล (Q2/2569)
เรามาเริ่มกันที่ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ-ปริมณฑลกันก่อนเลยนะคะ เพื่อให้เห็นภาพรวมมากยิ่งขึ้น โดย “ภาพรวมของที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย กรุงเทพฯ-ปริมณฑล (Q2/2569)” เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จะพบว่า
- หน่วยทั้งหมด (Total Supply)
– จำนวน 214,083 หน่วย ลดลง 9.6% (Q2/2568 มีจำนวน 236,766 หน่วย)
– มูลค่า 1,356,788 ล้านบาท ลดลง 9.6% (Q2/2568 มีจำนวน 1,500,700 ล้านบาท) - หน่วยเปิดตัวใหม่ (New Supply)
– จำนวน 4,798 หน่วย ลดลง 15.6% (Q2/2568 มีจำนวน 5,683 หน่วย)
– มูลค่า 32,477 ล้านบาท ลดลง 51.9% (Q2/2568 มีจำนวน 67,573 ล้านบาท) - หน่วยขายได้ใหม่ (New Sales)
– จำนวน 11,669 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.6% (Q2/2568 มีจำนวน 11,373 หน่วย)
– มูลค่า 72,816 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% (Q2/2568 มีมูลค่า 67,034 ล้านบาท) - หน่วยสร้างเสร็จเหลือขาย (Remaining Supply)
– จำนวน 202,414 หน่วย ลดลง 10.2% (Q2/2568 มีจำนวน 225,393 หน่วย)
– มูลค่า 1,283,972 ล้านบาท ลดลง 10.4% (Q2/2568 มีมูลค่า 1,433,666 ล้านบาท)
เราจะเห็นตัวเลขจำนวนและมูลค่าของหน่วยทั้งหมด (Total Supply), หน่วยเปิดตัวใหม่ (New Supply) และหน่วยสร้างเสร็จเหลือขาย (Remaining Supply) ที่ลดลง ประกอบกับหน่วยขายได้ใหม่ (New Sales) ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ-ปริมณฑลใน Q2/2569 สามารถระบายสต็อกคงค้างออกไปได้ทั้งในโครงการบ้านแนวราบและอาคารชุด แถมยังขายได้เยอะกว่าช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนด้วยนะ ถือว่าทิศทางตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑลมีแนวโน้มที่ดีขึ้นนั่นเอง
ส่วนอัตราดูดซับ (Absorption Rate) ต่อเดือนอยู่ที่ 1.8% เพิ่มขึ้นจาก Q2/2568 (อัตราดูดซับต่อเดือนอยู่ที่ 1.6 %) ทำให้มีจำนวนเดือนที่คาดว่าจะขายหมดเร็วขึ้นนิดนึงจาก 59 เดือน (4 ปี 11 เดือน) เป็น 52 เดือน (4 ปี 4 เดือน) แต่ที่น่าสนใจอีกจุดก็คือราคาเปิดขายใหม่ (New Supply) ของที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ-ปริมณฑลใน Q2/2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 6.8 ล้านบาท ถือว่าลดลงเยอะมากจากเมื่อ Q2/2568 มีราคาเปิดขายใหม่เฉลี่ยอยู่ที่ 11.9 ล้านบาท บ่งบอกว่าทาง Developer ต่างๆที่เคยเน้นตลาด Luxury ก็หันมาเปิดขายโครงการบ้าน-คอนโดที่มีราคาไม่สูงมากนัก สอดคล้องกับเศรษฐกิจของไทยที่ยังคงชะลอตัวนั่นเอง ก็ถือเป็นประโยชน์ต่อคนที่กำลังมองหาบ้าน-คอนโดในราคาจับต้องได้ แต่อยากได้เป็นโครงการเปิดใหม่หรือมือหนึ่งค่ะ
PART 2
ตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ (Q2/2569)
หลังจากเราได้พาไปดูภาพใหญ่ของตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ-ปริมณฑล (Q2/2569) กันแล้ว เราจะมาเจาะลึกกันที่ “กรุงเทพฯ” ซึ่งถือเป็นตลาดที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ทั้งในด้านจำนวนและมูลค่านะคะ โดยจะแบ่งหัวข้อหลักๆได้ดังนี้
- ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ (Q2/2569)
– ที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย กรุงเทพฯ (Q2/2569)
– โครงการบ้าน-คอนโดเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ (Q2/2569)
– Supply ที่อยู่อาศัยมือสองในกรุงเทพฯ (Q2/2569) - ภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ (Q2/2569)
– การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย (มือหนึ่ง – บ้านมือสอง) กรุงเทพฯ (Q2/2569)
– ตลาดชาวต่างชาติ กรุงเทพฯ (Q2/2569)
ที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย กรุงเทพฯ (Q2/2569)
ภาพรวมของที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย กรุงเทพฯ (Q2/2569)
สำหรับ “ภาพรวมของที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขาย กรุงเทพฯ (Q2/2569)” เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จะพบว่า
- หน่วยทั้งหมด (Total Supply)
– จำนวน 88,528 หน่วย ลดลง 6.0% (Q2/2568 มีจำนวน 94,227 หน่วย)
– มูลค่า 692,411ล้านบาท ลดลง 8.2% (Q2/2568 มีจำนวน 754,150 ล้านบาท) - หน่วยเปิดตัวใหม่ (New Supply)
– จำนวน 3,255 หน่วย เพิ่มขึ้น 77.2% (Q2/2568 มีจำนวน 1,837 หน่วย)
– มูลค่า 23,818 ล้านบาท ลดลง 35.2% (Q2/2568 มีจำนวน 36,754 ล้านบาท) - หน่วยขายได้ใหม่ (New Sales)
– จำนวน 5,816 หน่วย เพิ่มขึ้น 3.8% (Q2/2568 มีจำนวน 5,601 หน่วย)
– มูลค่า 47,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.4% (Q2/2568 มีมูลค่า 38,920 ล้านบาท) - หน่วยสร้างเสร็จเหลือขาย (Remaining Supply)
– จำนวน 82,712 หน่วย ลดลง 6.7% (Q2/2568 มีจำนวน 88,626 หน่วย)
– มูลค่า 645,179 ล้านบาท ลดลง 9.8% (Q2/2568 มีมูลค่า 715,230 ล้านบาท)
ถึงแม้หน่วยเปิดตัวใหม่ (New Supply) เพิ่มขึ้นสูงถึง 77.2% เมื่อเทียบกับ Q2/2568 แต่ก็มีหน่วยขายได้ใหม่ (New Sales) ที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะตลาดคอนโด ส่งผลให้หน่วยทั้งหมด (Total Supply) และหน่วยสร้างเสร็จเหลือขาย (Remaining Supply) จึงลดลง สอดคล้องกับภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ-ปริมณฑล (Q2/2569) ที่เราพาไปดูกันมาเมื่อกี้นะคะ
รวมถึงหากแยกตามกลุ่มประเภทที่อยู่อาศัยและระดับราคาที่มีหน่วยสร้างเสร็จเหลือขาย (Remaining Supply) มากที่สุด ก็จะพบเป็นกลุ่มทาวน์โฮม 3-5 ล้านบาท / บ้านแฝด 5-7.5 ล้านบาท / บ้านเดี่ยว 10-20 ล้านบาท / อาคารชุด 2-3 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวม Segment ที่อยู่อาศัยที่มีมากที่สุดก็จะอยู่ในระดับราคา 2-3 ล้านบาท คิดสัดส่วนเป็น 28.9% เลยนะ ดังนั้นเราอาจจะเห็นทาง Developer ออกโปรโมชันต่างๆ เพื่อแข่งขันในตลาดและระบายโครงการใน Segment เหล่านี้ แต่ก็ทำให้พวกเราเองก็จะมีตัวเลือกโครงการที่หลากหลายและได้ราคาดีด้วยนั่นเอง
นอกจากนั้นราคาเปิดขายใหม่ (New Supply) ของบ้าน-คอนโดในกรุงเทพฯ Q2/2568 เฉลี่ยอยู่ที่ 20 ล้านบาท แต่ใน Q2/2569 มีราคาเปิดขายใหม่เฉลี่ยอยู่ที่ 7.3 ล้านบาท เรียกว่ามีราคาเปิดใหม่ถูกกว่าครึ่งนึง โดยเฉพาะคอนโดที่มีราคาเปิดขายใหม่เฉลี่ยจาก 22.2 ล้านบาทเป็น 6.1 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าทาง Developer หันมาโฟกัสกลุ่ม Real Demand ด้วยตลาดบ้าน-คอนโดในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น
โครงการบ้าน-คอนโดเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ (Q2/2569)
ภาพรวมโครงการบ้าน-คอนโดเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ (Q2/2569)
“โครงการบ้าน-คอนโดเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ (Q2/2569)” มีทั้งหมด 18 โครงการ แบ่งเป็นบ้านแนวราบ 14 โครงการ รวม 1,052 หน่วย กระจายอยู่ใน 8 โซน โดยมีหน่วยขายได้ใหม่ (New Sales) 250 หน่วย จึงมีอัตราการขายหน่วยขายได้ใหม่ (New Sales) อยู่ที่ 24% สำหรับคอนโดจะมี 4 โครงการ รวม 2,203 หน่วย ซึ่งจะอยู่ในโซนสุขุมวิท 3 โครงการและโซนห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดงอีก 1 โครงการ มีหน่วยขายได้ใหม่ (New Sales) 773 หน่วย คิดเป็น 35%
ดังนั้นถึงแม้จำนวนโครงการคอนโดเปิดใหม่ใน Q2/2569 จะน้อยกว่าโครงการบ้านแนวราบ แต่คอนโดจะมีอัตราการขายที่สูงกว่าบ้านแนวราบนะคะ บ่งบอกว่าตลาดคอนโดยังไปได้ดีเลยค่ะ แต่น่าสนใจที่โครงการบ้านแนวราบในโซนบึงกุ่ม-คันนายาว-สะพานสูงและโซนคลองสามวา-มีนบุรี-ลาดกระบัง กลับขายได้ดีมากๆ เพราะมีอัตราการขายหน่วยขายได้ใหม่ (New Sales) อยู่สูงถึง 60-62%
ภาพรวมบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ของกรุงเทพฯใน Q2/2569
“ภาพรวมบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ของกรุงเทพฯใน Q2/2569” เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จะเห็นว่าภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่จะเป็น แถบสีเหลือง มีอัตราดูดซับ (Absorption Rate) ต่อเดือนอยู่ที่ 2.2% มีจำนวนเดือนที่คาดว่าจะขายหมดอยู่ที่ 42 เดือน (3 ปี 6 เดือน) ส่วน แถบสีส้ม / แถบสีแดง ก็มีให้เห็นอยู่บ้างเหมือนกัน โดยโซนหนองจอกจะมีอัตราดูดซับต่ำสุดอยู่ที่ 1.1% ทำให้มีระยะเวลาในการขายมากสุดอยู่ที่ 88 เดือนหรือ 7 ปี 4 เดือน
“ภาพรวมอาคารชุดเปิดขายใหม่ของกรุงเทพฯใน Q2/2569” เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) พบว่าทำเลส่วนใหญ่จะเป็น แถบสีแดง หมายถึง Supply คอนโดล้นตลาด มีสต็อกคงค้างอยู่เยอะมาก จึงมีอัตราดูดซับ (Absorption Rate) ต่อเดือนน้อยกว่า 3% ส่วนโซนที่เรามองว่าน่าสนใจก็คือโซนสุขุมวิท : แถบสีเขียว มีอัตราดูดซับ (Absorption Rate) ต่อเดือนอยู่ที่ 5.2% ทำให้ขายหมดได้ใน 16 เดือนหรือ 1 ปี 4 เดือนเท่านั้น โดยมีหน่วยขายได้ใหม่ (New Sales) ที่เพิ่มถึง 138.6% (YoY) ถึงแม้จะมีจำนวนหน่วยสร้างเสร็จเหลือขาย (Remaining Supply) ในโซนนี้เพิ่มขึ้นด้วยก็ตาม รวมถึงโซนหนองจอก : แถบสีเหลือง อัตราดูดซับอยู่ที่ 3.1% จำนวนเดือนที่คาดว่าจะขายหมดเท่ากับ 29 เดือน (2 ปี 5 เดือน) เพราะโซนนี้ถือเป็นทำเลบ้านแนวราบ ทำให้ไม่ค่อยมีคอนโดมากนัก อย่างหน่วยขายได้ใหม่ (New Sales) จะเพิ่มขึ้น 500% (YoY) ดูเหมือนจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเยอะมาก แต่จริงๆแล้วมีหน่วยขายได้ใหม่จาก 1 หน่วยเป็น 6 หน่วยใน Q2/2569
ดังนั้นภาพรวมของบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่จะมีความน่าสนใจและทิศทางที่ดีกว่าคอนโดมิเนียม ทำให้คนที่กำลังมองหาคอนโดอยู่ในช่วงนี้ก็อาจจะเห็น Developer จัดโปรโมชันต่างๆเพื่อระบายสต็อกที่อยู่อาศัยคงค้างออกไปก่อนและมีเงินมาหมุนเวียนธุรกิจมากขึ้น รวมถึงเราก็มีโอกาสในการต่อรองราคาคอนโดได้เหมือนกันนั่นเอง
Supply ที่อยู่อาศัยมือสองในกรุงเทพฯ (Q2/2569)
ต่อมาเราจะมาดู “ภาพรวม Supply ที่อยู่อาศัยมือสองในกรุงเทพฯ (Q2/2569)” กันบ้าง โดยจะแบ่งแยกตามประเภทที่อยู่อาศัยและระดับราคา พบว่า Supply ที่อยู่อาศัยมือสองส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดที่มีสัดส่วนเป็น 60% จาก Supply ทั้งหมด ถือว่าเพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) เลยนะ โดยคอนโดมือสองราคา 7.5 ล้านบาทขึ้นไป จะมีให้เลือกซื้อเยอะมากสุด รองลงมาจะเป็นทาวน์โฮมมือสองที่คิดเป็น 22% และบ้านเดี่ยว 16% ค่ะ
สำหรับ Supply ที่อยู่อาศัยมือสองที่มีราคา 7.5 ล้านบาทขึ้นไป จะมีมากถึง 50.3% หรือพูดง่ายๆก็คือ บ้าน-คอนโดมือสอง ราคา 7.5 ล้านบาทขึ้นไปจะมีจำนวนมากกว่าครึ่งนึงจาก Supply ทั้งหมด ดังนั้นบ้าน-คอนโดมือสองจึงไม่ใช่ตลาดที่มีแต่ของถูก ราคาจับต้องง่ายเท่านั้น อาจจะมีบ้าน-คอนโดที่ราคาสูงขึ้นมาหน่อย พอๆกับมือหนึ่ง แต่ได้ความคุ้มค่าในเรื่องทำเลที่ดีกว่าหรือห้องขนาดใหญ่กว่านั่นเอง
PART 3
ภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย กรุงเทพฯ (Q2/2569)
หลังจากเราพาไปดูภาพรวมตลาด Supply กันมาแล้ว เรามาดู “ภาพรวมของการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย” เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) กันบ้าง
การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย (มือหนึ่ง – บ้านมือสอง) กรุงเทพฯ (Q2/2569)
การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย (มือหนึ่ง – บ้านมือสอง) กรุงเทพฯ (Q2/2569)
- จำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ 24,506 หน่วย เพิ่มขึ้น 40.3% (Q2/2568 มีจำนวน 17,467 หน่วย)
– บ้านแนวราบ : จำนวน 8,391 หน่วย เพิ่มขึ้น 16.1%
– อาคารชุด : จำนวน 16,115 หน่วย เพิ่มขึ้น 57.4% - มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ 86,076 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.1% (Q2/2568 มีมูลค่า 69,936 ล้านบาท)
– บ้านแนวราบ : จำนวน 40,567 หน่วย ลดลง 0.5%
– อาคารชุด : จำนวน 45,509 หน่วย เพิ่มขึ้น 56.1%
ต้องบอกก่อนว่าที่ตัวเลขของการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยสูงนั้นเกิดจากการเร่งโอนให้ทันภายในครึ่งแรกปี 2569 เพราะมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอยู่ที่ 0.01% สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยไม่เกิน 7 ล้านบาทที่กำลังจะสิ้นสุดภายใน 30 มิ.ย. 2569 และยังไม่มีความแน่นอนว่าจะมีการต่ออายุมั้ย แต่สุดท้ายในวันที่ 30 มิ.ย. 2569 ก็มีการประกาศขยายมาตรการออกไปอีก 1 ปี เรียกว่าประกาศกันวันสุดท้ายที่มาตรการเดิมจะหมดอายุเลยค่ะ จึงเป็นสาเหตุที่เราเห็นตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย Q2/2569 พุ่งสูง (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง Timeline มาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองได้ที่ Link นี้)
ดังนั้น ภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ของคอนโดมิเนียม เมื่อเทียบกับ Q2/2569 จะเพิ่มขึ้นในทุกระดับราคาไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือมือสองเลยค่ะ บ่งบอกว่าทุกคนยังคงมองหาคอนโดกันไม่ว่าจะเป็น Segment ที่จับต้องได้ง่าย มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาคอยช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย หรือคอนโดที่มีราคามากกว่า 7 ล้านบาทขึ้นไปนั่นเอง
สำหรับ ภาพรวมบ้านแนวราบ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จะเห็นว่าตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง 21.7% จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั้งบ้านมือหนึ่ง-มือสองที่ระดับราคาต่ำกว่า 7.5 ล้านบาท เนื่องจากเป็น Segement ที่อยู่ในมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอยู่ที่ 0.01% และมาตรการผ่อนเกณฑ์ LTV ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้นั่นเอง แต่บ้านมือหนึ่ง-มือสองที่มีราคา 7.5 ล้านบาทขึ้นไปจะมีตัวเลขที่ติดลบค่ะ ยิ่งชี้ชัดว่ามาตรการเหล่านี้ถือเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ช่วยให้ทุกคนเลือกซื้อบ้าน-คอนโดได้ง่ายขึ้นจริงๆนะคะ
ตลาดชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ (Q2/2569)
ต่อมาจะเป็น “ภาพรวมตลาดชาวต่างชาติในกรุงเทพฯ (Q2/2569)” เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จะเห็นว่ากำลังซื้อของชาวต่างชาติเริ่มกลับมาแล้วทั้งในด้านจำนวนและมูลค่าค่ะ
การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติ กรุงเทพฯ (Q2/2569)
การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติ กรุงเทพฯ (Q2/2569)
- จำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ 1,449 หน่วย เพิ่มขึ้น 3.3% (Q2/2568 มีจำนวน 1,403 หน่วย)
- มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ 8,179 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.9% (Q2/2568 มีมูลค่า 6,395 ล้านบาท)
- สัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในกรุงเทพฯ ระหว่างคนไทยต่อชาวต่างชาติ
– จำนวนการโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 91 : 9
– มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 82 : 18
ด้วยผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ประกอบกับความเข้มงวดของรัฐบาลเรื่องการถือครองทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติ (นอมินี / Nominee) จึงส่งผลต่อภาพรวมกำลังซื้อของชาวต่างชาติที่ลดลงทั้งในด้านจำนวนและมูลค่าใน Q1/2569 แต่สถานการณ์ในปัจจุบันไม่ได้มีความรุนแรงเท่ากับก่อนหน้านี้ กำลังซื้อของชาวต่างชาติจึงเริ่มทยอยกลับมา ทำให้มีตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติ กรุงเทพฯ (Q2/2569) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในแง่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด สะท้อนว่าชาวต่างชาติในกรุงเทพฯยังเลือกซื้อคอนโดระดับ Luxury หรือห้องขนาดใหญ่ราคาสูงกันเยอะเลยค่ะ
Top 10 สัญชาติแรกที่มีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากสุดในกรุงเทพฯ (Q2/2569)
Top 10 สัญชาติแรกที่มีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากสุดในกรุงเทพฯ (Q2/2569)
กลุ่มสัญชาติที่มีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุดในกรุงเทพฯ ระหว่าง Q2/2568 และ Q2/2569 จะเป็นกลุ่มสัญชาติเดิมๆที่มีการสลับอันดับกันบ้าง
สำหรับภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ส่วนใหญ่จะเพิ่มขึ้นจาก Q2/2568 อย่างจีนที่เป็นอันดับ 1 เพิ่มขึ้น 19.9% ( YoY) หรือไต้หวันที่อยู่อันดับ 3 ก็เพิ่มขึ้น 18.7% ( YoY) น่าสนใจที่ สิงคโปร์ มีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นมากถึง 78.3% ( YoY) เลยค่ะ แต่ก็มีบางกลุ่มสัญชาติที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงอย่าง พม่า ที่อยู่อันดับ 2 มีตัวเลขที่ลดลงมากสุด อยู่ที่ 30.9% นั่นเอง
แต่กลุ่มสัญชาติที่เรามองว่าน่าจับตามองเพราะนอกจากจะมีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังซื้อห้องชุดราคาสูง ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา ที่ซื้อห้องราคาเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 12.6 ล้านบาท และ สหราชอาณาจักร ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 12.2 ล้านบาท แถมยังเลือกซื้อห้องชุดขนาดใหญ่ มีพื้นที่เฉลี่ยต่อหน่วยอยู่ที่ 88.4 ตร.ม. (รองจากอินเดีย พื้นที่เฉลี่ย 101.6 ตร.ม.)
5 โซนคอนโดที่ชาวต่างชาติเลือกซื้อใน Q2/2569
5 โซนคอนโดที่ชาวต่างชาติเลือกซื้อใน Q2/2569
จากจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติ กรุงเทพฯ (Q2/2569) ทั้งหมด 1,449 หน่วย จะกระจายอยู่ทั้งหมด 5 โซน ดังนี้
- สุขุมวิท
- ห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง
- พระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ
- ธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัด
- ลาดพร้าว-วังทองหลาง-บางกะปิ
กลุ่มสัญชาติที่มีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากที่สุด 3 อันดับแรกใน 5 โซนคอนโดขายดี ส่วนใหญ่จะเป็นสัญชาติจีน / พม่า / ไต้หวัน สอดคล้องกับ Top 3 สัญชาติแรกที่มีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากสุดในกรุงเทพฯ (Q2/2569) ตามที่เราได้ไปดูกันเมื่อกี้ ยกเว้นโซนธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัด ที่มีกลุ่มสหรัฐอเมริกาแซงหน้ามาอยู่อันดับ 2
นอกจากนั้นยังน่าสนใจที่โซนธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัดจะมีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดที่เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มสัญชาติ เมื่อเทียบกับ Q2/2568 โดยเฉพาะ 2 อันดับแรกอย่างจีนที่มีจำนวนเพิ่มมากถึง 1,416.7% และสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้น 1,200%
PART 4
โครงการเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ Q3 /2569
ทาง REIC ได้มี “ภาพรวมเบื้องต้นของโครงการเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ (Q3/2569)” มาให้ด้วยค่ะ โดยโครงการบ้าน-คอนโดเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ (Q2/2569) รวม 63 โครงการ
โครงการบ้านแนวราบเปิดใหม่ จะมีทั้งหมด 19 โครงการ รวม 1,3434 หน่วย มีราคาเริ่มต้น 2.10-519 ล้านบาท ถือว่าพัฒนาโครงการมาได้ครอบคลุมทุก Segement เลย
โดยโซนหนองจอกมีจำนวนมากสุดอยู่ที่ 606 หน่วย คิดเป็น 45.1% ของ Supply บ้านแนวราบเปิดใหม่ทั้งหมดใน Q3/2569 อีกทั้งมีบ้านราคาจับต้องได้ง่ายสุดเริ่มต้น 2.10 ล้านบาท สำหรับโซนตลิ่งชัน-ทวีวัฒนาจะมีจำนวนโครงการเปิดใหม่มากสุดอยู่ที่ 4 โครงการด้วยกัน รวมถึงมีโครงการบ้านเปิดใหม่ที่มีราคาสูงสุดใน Q3 /2569 จะมีราคาอยู่ที่ 519 ล้านบาทตั้งอยู่ในโซนราษฎร์บูรณะ-บางขุนเทียน-ทุ่งครุ-บางบอน-จอมทองด้วยค่ะ
สำหรับ โครงการคอนโดเปิดใหม่ จะมี 44 โครงการ รวม 23,736 หน่วย ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 890,000 บาทไปจนถึง 259 ล้านบาท ซึ่งโซนพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศจะมีจำนวนหน่วยมากสุดอยู่ที่ 5,283 หน่วย คิดเป็น 22.3% แต่ที่เราว่าน่าสนใจก็คือโซนห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดงที่มีโครงการเปิดใหม่มากถึง 8 โครงการ รวมถึงโซนบึงกุ่ม-คันนายาว-สะพานสูงมีโครงการคอนโดราคาเริ่มต้น 890,000 บาทให้เลือกซื้อ ส่วนคอนโดโซนปทุมวันจะมีราคาเริ่มต้นสูงสุดอยู่ที่ 11 ล้านบาทไปจนถึง 259 ล้านบาทนั่นเอง
Source of Information :
- ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ : Real Estate Information Center >> คลิกที่นี่
