
สร้างเสร็จพร้อมอยู่ ใหม่ล่าสุดบนทำเลราชเทวี! วันนี้พามาชมรีวิวตึกเสร็จ SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) จาก Sansiri มาพร้อมรูปแบบห้องฝ้าเพดานสูง 4.50 เมตร บนทำเลใจกลางเมือง ใกล้ BTS ราชเทวีเพียง 140 เมตรเท่านั้น ในราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท ส่วน Highlights ของโครงการจะมีอะไรบ้างไปชมกันครับ
- ทำเล : ตั้งอยู่ติดถนนพญาไท ใกล้สยาม ความอุดมสมบูรณ์สูง เดินไป BTS ราชเทวี 140 เมตร และ BTS พญาไท 250 เมตร เท่านั้น ซึ่ง BTS พญาไทจะเป็นสถานี interchange กับ ARL ไปสนามบินสุวรรณภูมิได้ด้วย รายล้อมด้วยอาคารสำนักงานต่าง ๆ เช่น Spring Tower และ The Unicorn
- แบบห้อง : ห้องที่นี่กว่า 90% จะเป็น ห้อง Loft ฝ้าเพดานสูง 4.5 เมตร พร้อมหน้าต่างกระจก Insulated Glass สูงโปร่งแบบ Full-Height โปร่ง กันความร้อนและเสียงรบกวนได้ดี ชั้นลอยกั้นห้องด้วยกระจกมาเรียบร้อย เป็นสัดส่วน ความน่าสนใจคือห้อง 2 Bedroom Loft จะได้ห้องน้ำที่ชั้นลอยใช้งานได้สะดวก
- ส่วนกลาง : ออกแบบโดยใช้คอนเซปต์ “Museum of art , Gallery of Life” มีการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ และผลงานศิลปะ การตกแต่งหลายชิ้นจาก Designer ชื่อดังระดับโลก โดยเฉพาะในส่วน Lobby พร้อม Concierge Service มีพนักงานที่คอยอำนวยความสะดวกต่อลูกบ้าน ทั้งบริการซักรีด, เรียกทำความสะอาดห้อง, นำพัสดุมาส่งที่ Private Mailbox ส่วนตัวที่มีแยกทุกชั้นพักอาศัย, จองงานจัดเลี้ยงต่าง ๆ ในฟังก์ชันส่วนกลางเป็นต้น
ข้อมูลโครงการ
SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) ณ วันที่ 28 กันยายน 2569
| ชื่อโครงการ | SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) |
| SEGMENT CLASS | HIGH CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 |
| ที่ดิน | ประมาณ 2 ไร่ |
| ประเภทคอนโด | High Rise 31 ชั้น, ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น |
| จำนวนยูนิต | 377 ยูนิต |
| ยูนิตต่อชั้นสูงสุด | 17 ยูนิต |
| ที่จอดรถ | 222 คัน คิดเป็น 58% แบ่งเป็นที่จอดแบบ Automatic Parking 216 คัน และที่จอดแบบปกติ 6 คัน |
| เริ่มก่อสร้าง | ปี 2566 |
| คาดว่าจะแล้วเสร็จ | สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ปี 2569 |
| ประเภทห้องพัก | Loft – 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่โฉนด 28.50 – 28.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 40.75 – 41.25 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท – 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่โฉนด 34.25 – 35.50 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 49.00 – 50.50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 10.50 ล้านบาท – 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 – 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 – 75.75 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 15.40 ล้านบาท Simplex – 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 31.25 – 57.25 ตร.ม. – 2 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 60.00 ตร.ม. – 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 70.25 – 89.50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 23.99 ล้านบาท – 3 Bedroom 3 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 97.00 – 117.25 ตร.ม. |
| ฝ้าเพดานสูง | 2.7 เมตร ในแบบห้องปกติ (Simplex) / 4.5 เมตร ในแบบห้องฝ้าเพดานสูง (Loft) |
| ราคาเริ่มต้น | 8.99 ล้านบาท |
| ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ | ประมาณ 245,000 บาท/ตร.ม. |
| ค่าส่วนกลาง | ปีที่ 1 : 72 บาท/ตร.ม./เดือน ปีที่ 2 : 78 บาท/ตร.ม./เดือน ปีที่ 3 เป็นต้นไป : 84 บาท/ตร.ม./เดือน |
| EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) | ผ่านแล้ว |
| เว็บไซต์โครงการ | คลิกที่นี่ |
| Call Center | 1685 |
ทำเลที่ตั้ง
Highlight
- ใกล้ BTS 2 สถานี : เดินไป BTS ราชเทวี 140 เมตร และ BTS พญาไท 250 เมตร เท่านั้น ซึ่ง BTS พญาไทจะเป็นสถานี interchange กับ ARL ไปสนามบินสุวรรณภูมิได้ด้วย
- ติดถนนพญาไท : ฝั่งขาออกมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รายล้อมด้วยอาคาร Office และสถานศึกษาชื่อดังหลายแห่ง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
- ใกล้สยาม : ถือเป็นทำเลที่พักอาศัยแห่งนึงของกรุงเทพมหานคร ที่ใกล้สยามมากที่สุด ห่างจากแยกปทุมวันเพียง 900 เมตรเท่านั้น
พิกัด Google Maps : 13.754229 , 100.532180
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) ตั้งอยู่ตรงไหน?
SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) ตั้งอยู่ติดถนนพญาไทขาออก ระหว่าง BTS ราชเทวี กับ BTS พญาไท ใกล้กับแยกราชเทวีซึ่งถือเป็นทำเลใจกลางเมือง เป็นโซนที่อยู่อาศัยที่ใกล้สยามมากที่สุดแห่งนึงเลยก็ว่าได้ ใกล้สถาบันศึกษา และโรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่งเลย รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกในระยะเดิน มีตัวเลือกให้ใช้งานหลากหลาย
คอนโดโซนราชเทวีราคาเท่าไหร่?
สำหรับภาพรวมของคอนโดใหม่ในย่านราชเทวี ส่วนใหญ่ที่เปิดขาย จะอิงอยู่บนถนนเพชรบุรีกันหมดเลย ในขณะที่ SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) ตั้งอยู่ติดกับถนนพญาไท ซึ่งทำให้จุดเด่นของที่นี่ คือการเดินไปใช้รถไฟฟ้า BTS ได้ใกล้มาก และยังสามารถไปได้ถึง 2 สถานี คือ BTS ราชเทวี 140 เมตร และ BTS พญาไท 250 เมตร ซึ่งพญาไทเองก็เป็น Interchange กับ ARL ที่เป็นอีกตัวเลือกถ้าเวลาเราจะไปสนามบินสุวรรณภูมิก็สะดวกแบบเดินไปได้ โดยราคาเริ่มต้นส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 8 – 10 ล้านสำหรับ 1 Bedroom ซึ่งถือว่ามีราคาค่อนข้างสูงตามศักยภาพทำเล แต่ถ้าใครที่มีงบประมาณต่ำลงมาหน่อย ประมาณ 5 – 8 ล้าน อาจจะลองหาเป็นคอนโดมือ 2 ในโซนพญาไท – ราชเทวีดูได้ครับ ซึ่งราคาคอนโดมือ 2 ก็จะผันแปรไปตามทำเลและการบำรุงรักษาของโครงการ ภาพรวมราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรจะต่ำกว่าคอนโดใหม่มือ 1 ทำให้เราได้ห้องที่ใหญ่กว่า แต่เรื่องของส่วนกลางอาจจะสู้คอนโดใหม่ไม่ได้ครับ
การเดินทางโดยใช้รถ ถือว่าสะดวกสบาย เพราะติดถนนใหญ่อย่างถนนพญาไท โดยอยู่ฝั่งมุ่งหน้าไปแยกพญาไท ทำให้เดินทางมุ่งตรงไปฝั่งอนุสาวรีย์ชัยฯ พญาไท อารีย์ ได้ง่ายตรงยาวๆเลย หรือจะวิ่งไปฝั่งสามย่าน สีลม ไปถนนพระราม 4 ก็ได้ นอกจากนี้ยังตัดผ่านถนนสำคัญอีกหลายสาย เช่น ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 1 (เชื่อมต่อกับสุขุมวิท) ซึ่งหากจะขับไปสยาม สามารถกลับรถได้ที่แยกพญาไท แต่หากมาจากประตูน้ำ(ถนนเพชรบุรี) จะไปยังโครงการ สามารถไปกลับรถได้ที่ใต้สะพานหัวช้างครับ ซึ่งอาจจะต้องเผื่อเวลาในการเดินทางหน่อย เพราะอย่างที่รู้กันว่าย่านนี้การจราจรหนาแน่นใช้ได้เลยครับ
ส่วนทางด่วนที่ใกล้กับตัวโครงการจะมีให้ใช้งานได้ 3 จุด ได้แก่ ทางด่วนศรีรัช ด่านอุรุพงษ์ ใช้เดินทางไปโซนจตุจักร แจ้งวัฒนะ หรือ ไปทางสาทร – พระราม 3 – ดาวคะนอง ได้สะดวกในระยะประมาณ 2.5 กิโลเมตร
ทางด่วนศรีรัช ด่านพหลโยธิน ใช้เดินทางไปโซนจตุจักร – แจ้งวัฒนะ โดยทางขึ้นอยู่ห่างจากโครงการ 1.6 กิโลเมตร หรือใครจะไปทางพระราม 9 ก็เลยไปกลับรถนิดนึง ทางขึ้นอยู่ห่างจากโครงการในระยะประมาณ 2.2 กิโลเมตรครับ
ทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านเพชรบุรี ใช้ไปฝั่ง บางนา – พระราม 3 หรือไปทางจตุจักร – พระราม 9 – ศรีนครินทร์ ได้ในระยะประมาณ 3.1 กิโลเมตร
ซึ่งถ้าเราดูภาพรวมทั้ง 3 จุดขึ้นทางด่วนจะเห็นได้ว่าสามารถไปโซนต่าง ๆ ได้คล้าย ๆ กัน เนื่องจากเป็นโซนที่อยู่ใกล้ทางแยกต่างระดับพระราม 6 และมักกะสันของทางด่วน ทำให้ไม่ว่าเราจะขึ้นบริเวณไหน ก็สามารถไปถึงกันได้หมด ถือว่าสะดวกเลยทีเดียว มีตัวเลือกในการขึ้นทางด่วนหลายจุด เผื่อวันไหนการจราจรหนาแน่น สามารถไปขึ้นที่ด่านอื่น ๆ ได้
การเดินทางโดยรถไฟฟ้า โครงการตั้งอยู่ระหว่าง BTS ราชเทวี กับ BTS พญาไท ซึ่งถือเป็นจุดที่เราได้เปรียบเรื่องตำแหน่งที่ตั้งมากกว่าโครงการในทำเลนี้เลยครับ โดยโครงการใกล้ BTS ราชเทวี ประมาณ 140 เมตร เท่านั้น แต่ต้องเดินข้ามถนนใหญ่ ซึ่งต้องใช้เวลาเพื่อเดินหรือยืนรอรถสักหน่อย หากใครที่กังวล ไม่อยากข้ามถนนตรงแยกเพชรบุรี สามารถเดินเลี้ยวซ้ายไป BTS พญาไท ห่างออกไป 250 เมตร โดยไม่ต้องข้ามถนน แถมยังเป็นสถานี Interchange กับ Airport Rail Link พญาไท ถือว่าเป็นระยะที่เดินไปได้สบายทั้ง 2 สถานีเลย
ส่วนในอนาคตจะมีทางขึ้นรถไฟฟ้าสายสีส้มอยู่บริเวณด้านหน้าอาคาร Spring Tower อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 40 เมตรเท่านั้น เราสามารถใช้ทางเข้า-ออก ของสายสีส้ม สถานีราชเทวี เพื่อเดินลอดถนนไปใช้งาน BTS ราชเทวีได้ หรือใช้งานรถไฟฟ้าสายสีส้มไปทางบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี ได้ครับ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างครับ ดังนั้นในอนาคต “ราชเทวี ถือเป็นอีก 1 Interchange สำคัญใจกลางเมือง” ครับ
บทความรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน – ศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี) อัปเดตปี 2026 แจกพิกัดบ้าน-คอนโดตามแนวรถไฟฟ้า >> คลิกที่นี่
ความอุดมสมบูรณ์ ของย่านราชเทวีถือว่าครบครันเลย มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ Hostel ดีๆ อยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีแหล่ง Hang out ในเวลาค่ำคืน อย่าง CoCo Walk ที่เต็มไปด้วยบาร์จำนวนมาก นอกจากนั้นอีกจุดเด่นของย่านราชเทวีคือ ใกล้สยามเพียง 1 สถานีเท่านั้น แต่ใครที่ชอบเดินหน่อยก็สามารถเดินได้ครับ บางทีเร็วกว่ารถติดบนถนนอีกนะครับ
คอนโดใกล้สยาม และพญาไท ถือเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของย่านราชเทวีก็ว่าได้ สำหรับ ‘สยาม’ ถือเป็นย่านที่มีความอุดมสมบูรณ์ และความคึกคักสูงสุด ใจกลางเมือง เต็มไปด้วยศูนย์การค้า เรียงกันมาตั้งแต่ Central World จนมาถึง MBK รวมกันตลอดถนนพระราม 1 ก็มีถึง 5 ศูนย์การค้า นอกจากนั้นยังมี Lifestyle Mall ที่รวมร้านอาหาร หรือจะเป็นร้าน Stand Alone อีกมากมายโดยรอบ อีกทั้งเป็นแหล่งสถานศึกษาใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และโรงเรียนสาธิตจุฬา
ส่วน ‘พญาไท’ จะเป็นย่านที่เต็มไปด้วยโรงเรียนกวดวิชา อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม เรียงรายกันไปตลอดทั้งแนว รวมถึงเป็นจุด Interchange กับ Airport Link ทำให้มีคนในย่านนี้ค่อนข้างเยอะ ความอุดมสมบูรณ์สูง นอกจากนั้นก็ไม่ไกลจากประตูน้ำ ซึ่งเป็นอีกซนที่คึกคักตลอด เป็นแหล่ง shopping ที่มีห้างขายส่งเสื้อผ้าดังอย่าง Platinum, Paladium และแหล่งซื้อขายอุปกรณ์ IT อย่าง ห้างพันธุ์ทิพย์อีกด้วย
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) ตั้งอยู่ติดถนนพญาไทใกล้แยกราชเทวี ที่อยู่ในผังเมืองเขตสีแดง ซึ่งเป็นโซนพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นสูงมาก และการที่เป็นทำเลใจกลางเมืองชั้นใน แน่นอนว่าสภาพแวดล้อมรอบโครงการ ก็จะมีตึกสูงอยู่เหมือนกัน ซึ่งตึกสูงเหล่านี้มันก็คือสิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่ใกล้ๆด้วย โดยสรุปแต่ละทิศได้ดังนี้
- ทิศเหนือ วิวหันไปทางแยกพญาไท มองออกไปจะเห็นคอนโดสูง 31 ชั้น ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร
- ทิศใต้ ใกล้กับอาคารสำนักงาน Spring tower สูง 27 ชั้น ห่างไปประมาณ 13.2 เมตร ตัวอาคารของโครงการฝั่งนี้คาดว่าน่าจะโดนบังไปประมาณ 70-80% โดยส่วนของห้องพักที่อยู่พ้นจากความสูงของตึก spring tower น่าจะเป็นช่วงชั้น 27 – 28 เป็นต้นไป
- ทิศตะวันออก วิวทิศนี้จะเป็นฝั่งที่อยู่ติดกับถนนพญาไท ซึ่งถ้าใครอยู่ชั้นล่าง ๆ หน่อยก็จะเห็นแนวรถไฟฟ้า BTS วิ่งผ่าน และอาจมีเสียงจราจรรบกวนนิดหน่อยเวลาออกไปโซนระเบียง ส่วนฝั่งตรงข้ามถนนพญาไทห่างออกไปประมาณ 100 เมตร จะมีคอนโดสูง 41 ชั้น สูงพอ ๆ กับโครงการ SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี)
- ทิศตะวันตก จะเป็นทิศที่ได้วิวเปิดโล่งที่สุด ใกล้ๆโครงการส่วนใหญ่จะเป็นอาคารแนวราบที่อยู่ในซอย แต่ถ้าขยับออกไปอีกหน่อยจะเห็นคอนโด High rise ที่อยู่ห่างไปประมาณ 250 เมตร ระยะไกลจะเห็นเป็นวิวเมืองโซนดุสิต – พระนคร มองเห็นเส้นขอบฟ้าได้ไกล ๆ ครับ
บรรยากาศหน้าโครงการ ถนนพญาไทฝั่งมุ่งหน้า BTS พญาไท
บรรยากาศหน้าโครงการ ถนนพญาไทฝั่งมุ่งหน้าแยก ราชเทวี และ BTS ราชเทวี
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่าง ๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
- Siam Discovery ~ 1.8 km.
- Siam Center ~ 1.8 km.
- MBK ~ 2 km.
- Bangkok Art and Culture Centre ~ 2 km.
- Siam Paragon ~ 2.2 km.
- Central World ~ 2.6 km.
- Gaysorn Village ~ 2.7 km.
โรงพยาบาล
- Phyathai 1 Hospital ~ 1.5 km.
- Phyathai 2 Hospital ~ 2 km.
- Police General Hospital ~ 2.6 km.
โรงเรียน
- Triam Udom Suksa School ~ 2.7 km.
- Chulalongkorn University ~ 3.6 km.
การเดินทาง
- MRT ราชเทวี (สายสีส้ม) ~ 40 m.
- BTS ราชเทวี ~ 140 m.
- BTS พญาไท ~ 250 m.
- ARL พญาไท ~ 250 m.
- ทางด่วนศรีรัช ~ 1.6 km.
- ทางด่วนเฉลิมมหานคร ~ 3.1 km.
สถานที่อื่น ๆ
- Jim Thompson Museum ~ 2.5 km.
- สนามศุภชลาศัย ~ 2.6 km.
รายละเอียดโครงการ
Highlight
- “Museum of art , Gallery of Life” : มีการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ และผลงานศิลปะ การตกแต่งหลายชิ้นจาก Designer ชื่อดังระดับโลก
- Concierge Service : มีพนักงานที่คอยอำนวยความสะดวกต่อลูกบ้าน ทั้งบริการซักรีด, เรียกทำความสะอาดห้อง, นำพัสดุมาส่งที่ Private Mailbox ส่วนตัวที่มีแยกทุกชั้นพักอาศัย, จองงานจัดเลี้ยงต่าง ๆ ในฟังก์ชันส่วนกลางเป็นต้น
- ใช้หินอ่อนในการตกแต่ง : ภายในโครงการมีการใช้หินอ่อนที่มี Pattern ลวดลายและสีสันสวยงามมาตกแต่งทั้งบริเวณผนังและพื้นส่วนกลางต่าง ๆ ทำให้ดูโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) เป็นคอนโดแบรนด์ใหม่จากแสนสิริ ที่แค่ชื่อแบรนด์ก็มีความน่าสนใจไม่น้อยโดย SHUSH ถ้าออกเสียงจะเป็น “ชูช์ ” ที่บ่งบอกถึงความเงียบ สื่อถึงความ “Quiet Luxury” หรูหราแบบไม่ตะโกน โดย SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) อยู่ในทำเลใจกลางเมือง ย่านราชเทวี สะดวกสบายใกล้สยาม มาในรูปแบบคอนโด High Rise สูง 31 ชั้น มีจำนวนยูนิต 377 ยูนิต บนที่ดินเกือบ 2 ไร่ พร้อมที่จอดรถส่วนใหญ่เป็น Automatic parking สามารถจอดได้ 58% ห้องพักอาศัยเน้นเป็นห้องฝ้าเพดานสูง (Loft) 4.5 เมตร ประมาณ 90% และห้องปกติ (Simplex) ประมาณ 10% สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ สามารถเข้ามาชมวิวจริง ส่วนกลางจริง และห้องจริงกันได้เลยครับ
การจัดฟังก์ชันส่วนกลางภายในโครงการสรุปได้ดังนี้
- ชั้น 1 : THE GALLERIA LOBBY / GRAB AND GO / PUBLIC W.C. / GROUND GARDEN & OUTDOOR RECREATION AREA
- ชั้น 2 : LAUNDRY
- ชั้น 3 : THE REFLECTION AMPHITHEATER
- ชั้น 24 : THE RELAXING LOUNGE / THE SOCIAL LOUNGE / THE STUDY LOUNGE / THE EXECUTIVE ROOM 1 AND 2 / THE ENTERTAINMENT ROOM / POCKET GARDEN
- ชั้น 25 : THE LUMINA POOL & SKY GARDEN / THE ACTIVE CLUB / PUBLIC W.C. / INFRARED SAUNA
- ชั้น 32 และ ดาดฟ้า : POCKET GARDEN & SANSIRI BACKYARD
เรามาเริ่มดูจาก Master Plan ของตัวโครงการกันก่อนเลยครับ
Master Plan
Master Plan : ทางเข้าออกโครงการแยกเป็นทางคนเดิน และทางรถชัดเจน ได้ความปลอดภัยดี จัดการได้ง่าย สำหรับคนใช้รถส่วนตัวเมื่อเลี้ยวเข้ามาแล้วจะเจอกับป้อม รปภ. ด้านซ้ายมือก่อน ทางเดินรถภายในโครงการส่วนใหญ่เป็น Two Way ไม่ได้วนรอบอาคาร โดยที่จอดรถส่วนใหญ่เป็นแบบ Auto parking มีทั้งหมด 222 คัน หรือประมาณ 58% ซึ่งถือว่าโอเคสำหรับโครงการที่เดินไปรถไฟฟ้าได้สบาย สำหรับช่อง Lift รถยนต์จะมีทั้งหมด 3 จุดคือ 2 จุดด้านล่าง และ 1 จุดด้านบนซึ่งเป็นระบบ Turn table ซึ่งรองรับรถไซส์ใหญ่อย่าง Toyota Alphard และ Toyota Vellfire ได้เลย ส่วนระบบ EV CHARGER ก็มีทั้งแบบ AC / DC ดังนี้
- DC Fast charge อยู่ที่ชั้น 1 จำนวน 2 Slot ชาร์จไฟได้สูง 120 kW
- AC หรือกระแสสลับ 7kW อยู่ใน Auto parking โดยใช้ Power Plug เสียบชาร์จกับฐาน Plate ที่จอดรถได้เลย (หากคันไหนชาร์จเต็มแล้ว จะสลับคันตามคิวมาชาร์จต่อได้เลยอัตโนมัติ)
ภายในอาคาร : ส่วนแรกเมื่อเข้ามาเราจะเจอกับ THE GALLERIA LOBBY เป็นพื้นที่ต้อนรับขนาดใหญ่ ซึ่งใช้เป็น Waiting area สำหรับคนที่นั่งรอ Auto parking ด้วยเช่นกัน โดยเขาจะมีหน้าจอแสดงสถานะรถให้เราดูอยู่ภายในอาคารเลยด้วย นอกจากนั้นอีกจุดที่น่าสนใจคือฟังก์ชัน GRAB AND GO ที่เขาจะออกแบบเป็นตู้เก็บอุณหภูมิไว้ให้ เวลาสั่งอาหารมาก็จะสดใหม่ไม่ต้องกลัวอาหารจะเย็นชืด สำหรับโถงลิฟต์ จะแยกไปอยู่โซนด้านในเป็นสัดส่วนเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านได้ดี ส่วนชั้น 2 จะเป็นห้องบริการซักผ้า และออฟฟิศนิติบุคคล
พื้นที่สีเขียวกระจายหลายจุด : เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจคือที่นี่มี พื้นที่สีเขียวกระจายอยู่หลายจุด ตั้งแต่ชั้น 1 ที่จะเป็นสวนด้านหน้าโครงการ คอยต้อนรับลูกบ้านหรือผู้แขกผู้มาเยือน แถมยังทำหน้าที่เป็น Buffer ที่ลดทอนเสียง กับฝุ่นควันจากรถบนถนนพญาไทหน้าโครงการอีกด้วย หรืออย่างที่ชั้น 3 จะมีสวนที่ภายในมีที่นั่งให้ลูกบ้านมานั่งผ่อนคลาย จะเห็นวิวพื้นที่สีเขียวชั้น 1 ต่อเนื่องกัน นอกจากนี้ สวนจะถูกกระจายไว้ที่ชั้นต่างๆ ในชั้นบนๆที่ออกไปชมวิวชั้นสูงได้ ซึ่งถ้านับทั้งหมดแล้วจะมีถึง 8 ชั้นด้วยกันเลย ก็จะทำให้ลูกบ้านมีตัวเลือกในการออกไปใช้ได้หลายจุดเลยนะ
เริ่มกันที่ด้านหน้าโครงการ จะเห็นได้ว่าเขาออกแบบ ให้รั้ว ดูโค้งเว้า นุ่มนวล พร้อมมีการใช้รั้วต้นไม้ และลงไม้ยืนต้นในหลายส่วน เป็นการสร้างบรรยากาศสีเขียวร่มรื่นให้กับโครงการ เวลามองมาจากด้านนอกก็จะสวยงาม ร่มรื่น สร้างมูลค่าให้กับโครงการได้มากยิ่งขึ้น
ทางเดินเข้าโครงการ
บริเวณทางคนเดินเข้าโครงการจะใช้ดีไซน์ที่ต่อเนื่องมาจากรั้วของโครงการ ทำทางเดินโค้งไปมา เพื่อหลบสายตาและเพิ่มความเป็นส่วนตัว คนภายนอกไม่สามารถมองตรงเข้ามาภายในโครงการได้
GROUND GARDEN & OUTDOOR RECREATION AREA เป็นสวนด้านหน้าโครงการที่มีการออกแบบ Landscape โดยใช้เส้นสาย Freeform โค้งเว้าสวยงาม ซึ่งลูกบ้านที่เดินเข้าออกโครงการจะผ่านบริเวณนี้ช่วยสร้างความสดชื่นผ่อนคลายได้ดีเลย โดยต้นไม้ประธานกลางสวนจะเป็นต้นพูนทรัพย์ สื่อถึงการเพิ่มพูนของทรัพย์สินเงินทอง โชคลาภ และความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์
บริเวณสวนหน้าโครงการ
ภายในสวนมีการออกแบบเป็นพื้นที่นั่งเล่นตามจุดต่าง ๆ ออกมานั่งพักผ่อนหย่อนใจกันได้ด้วยครับ
บรรยากาศบริเวณทางรถเข้าด้านหน้าโครงการ
ด้านซ้ายจะมีป้อมรปภ.คอยรักษาความปลอดภัย
ถัดเข้ามาจะเป็นทางรถวิ่งวนไปที่จอดรถ Automatic Parking ด้านหลังอาคาร
ด้านขวาจะมีทางเลี้ยวเข้าสู่โซน Drop-off สำหรับวนรับ-ส่ง เวลาเลี้ยวต้องระวังรถที่จะออกจาก Auto Parking ซักนิดนึงนะครับ
บริเวณ Drop-Off เป็นแบบในร่มเดินเชื่อมต่อเข้า Lobby ได้ครับ
ส่วนลูกบ้านที่ต้องการนำรถขึ้นจอด เมื่อวนมาด้านหลังเราจะเจอกับทางเข้า 2 ช่อง และ มีอีก 1 ช่องอยู่เลยไปอีกหน่อยนะครับ
เมื่อนำรถเข้าจอดเสร็จ เราต้องออกมาแตะบัตรเพื่อนำรถขึ้นไปเก็บครับ ส่วนเวลาต้องการนำรถออกมาขับตัวแตะบัตรจะอยู่บริเวณ Lobby ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาไปชมกันต่อครับ
ถัดเข้ามา จะเป็น THE GALLERIA LOBBY ไว้เป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน หรือรับรองแขกของลูกบ้าน ซึ่งการออกแบบโครงการจะใช้ คอนเซปต์ “Museum of art , Gallery of Life” มีการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ และการตกแต่งหลายอย่างจาก Designer ชื่อดังระดับโลก
และเสริมความหรูหราด้วยการใส่ chandelier ขนาดใหญ่ที่ทำมาจากแก้ว สีใส สีอำพัน ส่วนพื้นมีการทำ Pattern ด้วยหินอ่อน Green Verde ที่มีลวดลายสวยงามโทนสีเขียว ตัดกับสีขาว-เทา เพิ่มความสนุกยิ่งขึ้น
โดยบริเวณนี้จะมีเคาน์เตอร์ Concierge Service คอยบริการอยู่ด้วยทุกวันตั้งแต่ 8.00-20.00 น.
Concierge Service ถือเป็นอีกหนึ่งบริการจากโครงการที่น่าสนใจ โดยโครงการจะมีพนักงานที่คอยอำนวยความสะดวกต่อลูกบ้าน ทั้งบริการซักรีด , เรียกทำความสะอาดห้อง , นำพัสดุมาส่งที่ Mailbox ส่วนตัวที่มีแยกทุกชั้นพักอาศัย , จองงานจัดเลี้ยงต่าง ๆ ในฟังก์ชันส่วนกลางเป็นต้น
รายละเอียดเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่ง
สำหรับเฟอร์นิเจอร์ และการตกแต่งที่ใช้จาก Designer ชื่อดังจะมีทั้งโซฟา, อาร์มแชร์, งานศิลปะนูนต่ำ Large Panel ที่มาตกแต่งผนัง, Sculpture ขนาดใหญ่สูง 3 เมตร ให้มาสอดคล้องกับ Lobby ที่ฝ้าเพดานสูงโปร่งถึง 6.7 เมตร ซึ่งแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ความสวยงามที่แตกต่างกันไป แต่เมื่อมาประกอบกันอยู่ในห้องนี้ก็ดูลงตัว สวยงามเลยครับ เราสามารถมานั่งเล่นภายใน Lobby พร้อมชมพื้นที่สวนด้านหน้าหรือชมงานศิลป์และรายละเอียดของงานตกแต่งเพลิน ๆ ได้ บางอันมีเพียงชิ้นเดียวในโลกด้วยนะครับ
ส่วนใครที่ต้องการนำรถลงจากที่จอดเพื่อขับออกไปข้างนอก เราสามารถแตะบัตรบริเวณนี้และนั่งรอรถได้ เมื่อระบบเตรียมรถพร้อมแล้ว เราก็สามารถเดินออกไปขึ้นรถได้ครับ
ห้องน้ำ
ถัดเข้ามาด้านในชั้น 1 จะมีห้องน้ำมาให้แบบแยกชายหญิง ซึ่งจะรองรับวีลแชร์ทั้งคู่เลยด้วยครับ ทำให้ภายในค่อนข้างกว้าง
ถัดเข้ามาอีกหน่อยจะเป็นโถงลิฟต์ โครงการให้ลิฟต์โดยสารมา 3 ตัว แบรนด์ schindler
ถ้าเราเดินเลยโถงลิฟต์ออกมาอีกฝั่งหนึ่งเราจะเจอกับ Delivery Room
ภายในจะมีตู้เก็บอุณหภูมิทั้งแบบร้อนและเย็นมาให้ ทำให้อาหารที่เราสั่งมายังสดใหม่พร้อมทาน หรือเครื่องดื่มที่เราสั่งมาก็จะยังเย็นอยู่ ลดการละลายได้ครับ
ฝั่งตรงข้ามจะเป็น Automatic Parking อีก 1 ช่องซึ่งรองรับ EV CHARGER จำนวน 20 ช่อง อยู่ใน Auto parking โดยใช้ Power Plug เสียบชาร์จกับฐาน Plate ที่จอดรถได้เลย (หากคันไหนชาร์จเต็มแล้ว จะสลับคันตามคิวมาชาร์จต่อได้เลยอัตโนมัติ)
ชั้น 3 : เป็นชั้นพักอาศัยชั้นแรก ที่จะมีพื้นที่ส่วนกลางอย่าง THE REFLECTION AMPHITHEATER ออกแบบเป็นที่นั่งแนวยาวลด Step พร้อมสวนเล็กๆให้ลูกบ้านมานั่งผ่อนคลายกันได้
THE REFLECTION AMPHITHEATER ออกแบบเป็นที่นั่งพักผ่อน พร้อมสวนเล็กๆให้ลูกบ้านมานั่งผ่อนคลาย ซึ่งตรงนี้จะเห็นพื้นที่สีเขียวที่ชั้น 1 ต่อเนื่องกันด้วย ความน่าสนใจด้านบนฝ้าเพดานมีการ Cladding ด้วยวัสดุที่สะท้อนมุมมองได้ เหมือนกับเราจะเห็นมุมมองจากสวนจากชั้นนี้ และสวนด้านล่างเพิ่มขึ้นได้ด้วย
ชั้น 24 : ส่วนกลางชั้นนี้เน้นเป็น พื้นที่รองรับการทำงานและการพักผ่อน มีทั้ง THE STUDY LOUNGE และ THE SOCIAL LOUNGE พื้นที่นั่งทำงานร่วมกัน นอกจากนั้นยังมีห้องประชุม THE EXECUTIVE ROOM 1 AND 2 ที่สามารถเปิดรวมพื้นที่ร่วมกันได้ รองรับการจัดประชุมกลุ่มใหญ่ ได้เลย สำหรับพื้นที่พักผ่อนก็จะมี THE RELAXING LOUNGE และมีห้อง THE ENTERTAINMENT ROOM ที่ภายในสามารถมานั่งดูหนัง หรือสังสรรค์กันได้ โดนห้องนี้ ออกแบบมาให้เก็บเสียงได้ด้วย ไม่ต้องกลัวจะรบกวนยังลูกบ้านคนอื่นๆเลยครับ
ขึ้นมาที่ชั้น 24 เดี๋ยวเราพาชมพื้นที่ส่วนกลางหลักของโครงการกันต่อครับ
ออกมาจากลิฟต์เลี้ยวซ้ายมาเราจะเจอกับ Executive Room
ภายในมีโต๊ะรองรับได้ 6 ที่นั่ง สำหรับมานั่งทำงานแบบเป็นส่วนตัว หรือนั่งประชุม นั่งทำงานเป็นกลุ่มได้ มีหน้าจอทีวีมาให้เรียบร้อย
EXECUTIVE ROOM
ระหว่างห้อง Executive Room 1 และ 2 จะกั้นด้วยประตูบานเฟี้ยม สามารถเปิดออกเป็นพื้นที่เดียวกันได้
EXECUTIVE ROOM 2
ส่วนห้อง Executive Room 2 เราก็สามารถใช้งานได้คล้าย ๆ กัน รองรับได้ 6 คน พร้อมหน้าจอทีวีมาให้เช่นกันครับ
โดยวิวจากห้อง Executive Room ทั้ง 2 ห้องจะเป็นวิวฝั่งทิศเหนือทำให้เย็นตลอดทั้งวันเลยครับ
ถัดมาเราจะเจอกับส่วนกลางอีก 3 ฟังก์ชัน ประกอบด้วย Study Lounge, Relaxing Lounge และ Social Lounge
Study Lounge เป็นห้องที่สามารถนั่งทำงาน หรือนั่งพักผ่อนชิล ๆได้ ภายในจะเตรียมไว้ทั้งโต๊ะทำงานแบบกลุ่มและชุดโซฟาขนาดใหญ่
ด้านข้างมีการกั้นแยกเป็นห้องทำงานส่วนตัวเล็กไว้ 3 ห้อง จะประชุมออนไลน์ หรือทำงานที่ต้อง Focus หน่อยก็ได้ความเป็นส่วนตัวเลยครับ
โดย Highlight จะอยู่ที่ห้องขวาสุด เราสามารถนั่งทำงานแบบเป็นส่วนตัวพร้อมชมวิวภายนอกได้ด้วยครับ
บริเวณกลางห้องวางชุดโซฟาขนาดใหญ่มาให้ มานั่งเล่นเปลี่ยนบรรยากาศได้
บริเวณใกล้ช่องแสงมีโต๊ะทำงานมาให้ รองรับได้ 8 ที่นั่ง
วิวจาก Study Lounge ถ้าเรามองไปทางทิศเหนือ เราสามารถมองเห็นอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ด้วยครับ
ถัดมาจะเป็น Relaxing Lounge เป็นห้องรับรองขนาดใหญ่ ภายในตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ที่สำคัญห้องนี้จะอยู่ติดกับสวน ทำให้ได้ บรรยากาศที่ร่มรื่นผ่อนคลาย มองออกไปเห็นวิวมุมสูงไปด้วยพร้อมกัน
บรรยากาศภายใน THE RELAXING LOUNGE
โดยพื้นของห้องนี้จะปูด้วย BVLGARI BLACK MARBLE จาก ITALY เป็นหินที่มีโทนสีดำสลับขาว ได้ความเป็นเอกลักษณ์
ภายในห้องนี้จะมีโคมไฟที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Balloon มีชื่อว่า Mesh Wireless – Luceplan
ฝั่งด้านหน้าอาคารจะมี Pocket Garden เป็นสวนหย่อมรับวิวมุมสูงที่ให้เราออกมา สูดอากาศนั่งชมวิวชิลๆกันได้
ฝั่งตรงข้ามจะเป็นที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์มาให้
จากบริเวณนี้ถ้าเรามองไปทางทิศใต้ เราจะเห็นเส้นนำสายตาเป็นถนนพญาไทไปจนถึงแยกสามย่านเลยครับ รวมถึงเห็นรถไฟฟ้า BTS และตึกมหานครด้วยครับ เป็นวิวที่ผมชอบมาก ๆ เลยครับ ส่วนอาคารทางด้านขวาของภาพ เป็นคอนโด Pyne by Sansiri ซึ่งถือเป็นคอนโดแรกของแสนสิริบนทำเลราชเทวี ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเลยครับ
ห้องถัดมาจะเป็น Social Lounge เป็นห้องรับรองที่มีความ Private ขึ้นมาอีกหน่อยมีการกั้นผนังแยกโซนจากส่วนอื่นเล็กน้อย เป็นห้องมุมอาคารพอดี จึงเทควิวได้กว้าง ภายในมีการจัดเป็นที่นั่งไว้หลายรูปแบบ จะมานั่งเล่นพักผ่อนหรือมานั่งพูดคุยธุระต่าง ๆ ก็เหมาะเลยครับ
THE SOCIAL LOUNGE
บรรยากาศภายใน Social Lounge
ใครที่อยากนั่งเล่นแอร์เย็น ๆ พร้อมชมวิวฝั่งทิศใต้ มานั่งชมที่ห้องนี้แทนได้ครับ
จากจุดนี้ถ้าเราก้มมอง เราจะเห็นแยกราชเทวี ที่ปัจจุบันมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มอยู่ จากโครงการเดินข้ามแยกไปนิดเดียวก็ถึงบันไดขึ้น BTS ราชเทวีแล้วครับ
PREP ROOM
ภายใน Social Lounge จะมี Prep Room เป็นห้องที่ภายในมี Pantry สำหรับเตรียมอาหารและเครื่องดื่มเล็ก ๆ น้อย ๆ เผื่อเวลาเรามาจัด Party ที่ห้องนี้ได้ครับ
ถัดจาก Social Lounge หรือถ้าตอนเราออกจากลิฟต์แล้วเลี้ยวขวามา เราจะเจอกับห้องน้ำแยกชายหญิงและห้อง Theater Room ครับ
ห้องน้ำชาย
ภายในห้องน้ำออกแบบมารองรับวีลแชร์ทั้งชายและหญิง การตกแต่งภายในคล้าย ๆ กันครับ มีสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือมาให้ครบพร้อมใช้งาน
ห้องถัดมาจะเป็น Theater Room ขนาดใหญ่ ซึ่งถ้าเทียบกับลูกบ้านเพียง 377 ยูนิต ถือว่าใหญ่มาก ๆ เลยครับ
โดยที่โครงการ SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) ถือเป็นคอนโดแรกในไทยที่ได้มาตรฐานระบบเสียงจาก Dolby Atmos ทำให้เวลาเรามาดูหนังหรือเล่นเกมที่ห้องนี้ ระบบเสียงจะสมจริงและชัดเจนสุด ๆ เลยครับ
ภายในห้องจะจัดเป็นที่นั่งมาให้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ เผื่อมีการจัดกิจกรรม ฉายหนังต่าง ๆ สามารถรองรับลูกบ้านได้ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ หรือพาเพื่อนมาดูหนังด้วยกันได้ครับ โดยโครงการแจ้งว่าจะอัปเกรดทีวีเพิ่มให้เป็น 115 นิ้ว พร้อมมีเครื่อง PS5 และ Nintendo มาให้ด้วยครับ
ชั้น 25 : เป็นชั้นส่วนกลางที่รองรับการออกกำลังกายไว้ เต็ม Floor เลย ทั้งสระว่ายน้ำ THE LUMINA POOL ห้องออกกำลังกาย THE ACTIVE CLUB ขนาดใหญ่ ห้องน้ำแยกชายหญิงที่ภายในมี INFRARED SAUNA ซึ่งจะเป็นระบบที่มีความชื้นในอากาศน้อยกว่าดีต่อร่างกายมากกว่าระบบทั่วไป รวมถึงมีสวน ให้ออกไปสูดอากาศกันได้ด้วยเช่นกัน
THE LUMINA POOL สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 4.5×25 เมตร ใช้ว่ายออกกำลังกายได้จริงจังโดยสระจะมีทั้งส่วนที่เป็น Outdoor เปิดโล่งและก็โซน Semi Outdoor แบบกึ่งกลางแจ้งที่สามารถใช้งานช่วงเวลากลางวันหรือไม่โดนฝนได้ นอกจากนั้นยังมีการดีไซน์ผนังและฝ้าเพดานที่โดดเด่นมากทั้งรูปทรง และ Lighting เส้นสายดูหรูหราสวยงาม โดยผนังด้านขวาที่เราเห็นจะเป็นหิน Moleanos Limestone จาก โปรตุเกส ซึ่งเคยใช้ที่ 98 Wireless คอนโดที่ราคาสูงที่สุดของแสนสิริด้วยครับ
นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ สระที่นี่ใช้เป็นระบบโอโซน ที่สามารถบำบัดน้ำ กำจัดเชื้อโรคได้เร็ว การระคายเคืองเวลาว่ายน้ำน้อยกว่าพวกคลอรีนหรือระบบเกลือ แถมระบบน้ำดีของที่นี่ใช้ระบบ HYDRO SMART /Water system ทั้งในห้องพัก และส่วนกลาง เพื่อลดการเกิดตะกอน หรือตะกรันซึ่งจะเป็นคราบขาวติดอุปกรณ์ในห้องน้ำ ทำให้เพิ่มอายุการใช้งานของเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องน้ำ
บริเวณริมสระจะมีพื้นที่นั่งเป็น Sunken Seat ให้มานั่งเล่นรับลม ตากอากาศได้
ใกล้ ๆ กันจะมีพื้นที่นั่งเล่นอีกจุดนึง พร้อมตกแต่งด้วยต้นไม้ เพิ่มความร่มรื่น
มีสนามหญ้าเล็ก ๆ พร้อมชุดเก้าอี้ มานั่งเล่นชมวิวเพลิน ๆ ได้ครับ
แปลนชั้น 32
ชั้น 32 และ ดาดฟ้า : POCKET GARDEN & SANSIRI BACKYARD เป็น 2 ชั้นบนสุดของอาคารนี้ ที่จะเป็นส่วน Service ต่าง ๆ ของอาคาร และพื้นที่สวน ซึ่งจากแปลนจะเห็นได้ว่ามีการออกแบบด้วยเส้นสายโค้งเว้า เหมือนกันกับสวนอื่น ๆ ดูเป็นเรื่องราวเดียวกันดี ในช่วงแดดร่ม ๆ ตอนเช้า หรือช่วงเย็นพระอาทิตย์ใกล้ตก มานั่งเล่น ชมวิวเมืองสวย ๆ กันได้ครับ
ชั้นพักอาศัย
SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) ห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 3 เป็นต้นไป รูปแบบห้องที่นี่กว่า 90% จะเป็น ห้อง loft ฝ้าเพดานสูง 4.5 เมตร ที่ชั้น 3-22 ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10% จะเป็นห้อง simplex ที่ฝ้าเพดาน สูง 2.7 เมตร ที่ชั้น 23-24 และ 26-31 ซึ่งจะได้วิวที่สูงกว่า
การวางผัง จัดให้โถงลิฟต์อยู่ตรงกลางอาคาร ที่ออกแบบมาให้มีทางเข้าออก 2 ทาง ทำให้ไม่มีห้องไหนที่เดินไกลจนเกินไป โถงทางเดิน single corridor คือไม่มีห้องฝั่งตรงข้าม เปิดประตูมาไม่ต้องเจอกับเพื่อนบ้าน ได้ความเป็นส่วนตัว แต่ก็แลกมากับทางเดินจะไม่มีหน้าต่างเปิดรับแสงหรือระบายอากาศ ต้องอาศัยการเปิดไฟอย่างเดียว และทุกชั้นจะมี Private Mailbox เป็นของตัวเอง สะดวกตอนรับจดหมาย ไม่ต้องลงไปชั้น 1 และเป็น mail box ไซส์ใหญ่พอให้แขวนเสื้อผ้า หรือ พัสดุไซส์กลางได้
สำหรับการจัดห้องพักอาศัยโซน Loft มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
- สีเขียว : 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่โฉนด 28.50 – 28.75 ตร.ม. เป็นห้องไซส์เริ่มต้นของโครงการ ที่จะเทควิว ทิศใต้ทั้งหมด ซึ่งวิวทิศนี้จะใกล้กับอาคาร Spring tower 13.2 เมตร ทั้งหมด ดังนั้นห้องทิศนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้เน้นวิวมากครับ โดยตำแหน่ง 02 เป็นตำแหน่งที่จะโดน Spring Tower บังน้อยที่สุดครับ
- สีฟ้า : 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่โฉนด 34.25 – 35.50 ตร.ม. เป็นห้องที่ ฟังก์ชัน คล้ายกันกับแบบเริ่มต้น แต่ห้องจะมีขนาดใหญ่กว่า อยู่สบาย ห้องนี้มีให้เลือกทั้งทิศ ตะวันตกและทิศเหนือ ซึ่งเป็นทิศที่ค่อนข้างโล่ง ไม่มีอาคารในระยะประชิดครับ
- สีเหลือง : 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 – 46.75 ตร.ม.ห้องไซส์ใหญ่ที่ส่วนใหญ่จะเป็นห้องมุมที่ได้กระจกเข้ามุม เทควิวได้กว้าง มีให้เลือกทั้งฝั่งทิศตะวันตกที่ได้วิวค่อนข้างโล่ง และฝั่งทิศตะวันออกซึ่งติดกับถนนพญาไท ตรงข้ามเป็นคอนโดสูงห่างออกไปประมาณ 100 เมตร ไม่ได้ประชิดมากนัก แต่ชั้นล่างๆ อาจจะใกล้กับแนวรถไฟฟ้าสักหน่อยครับ
แปลนห้องพักอาศัย Simplex
ส่วนห้องพักอาศัยที่เป็นแบบ Simplex โครงการจะวางไว้ชั้นบนๆ ตั้งแต่ชั้น 23 เป็นต้นไป ที่น่าสนใจคือ ชั้น 24 ที่จะมีแค่ 3 ห้อง และสามารถเชื่อมโยงกับส่วนกลางที่เป็นห้องนั่งเล่นพักผ่อนที่ชั้นนี้ได้ใกล้ๆเลย ส่วนห้องไซส์ใหญ่สุดอย่างห้อง 3 bedroom (สีครีม) จะมีเพียงแค่ 3 ห้องในโครงการ ที่จะรวมอยู่ที่ชั้น 31 ชั้นเดียวเลยครับ
บริเวณโถงลิฟต์ชั้นต่าง ๆ จะมีการประดับด้วยงานศิลปะต่าง ๆ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละชั้น
Private Mailbox
Private Mailbox ซึ่งจะมีมาให้ทุกชั้น โดยแต่ละชั้นจะแยกมาให้ 2 ชุด สำหรับห้องฝั่งซ้ายและขวาของลิฟต์ ทำให้ไม่ต้องเดินไกลครับ โดยเวลาเราจะรับของจาก Mailbox จะใช้ระบบสแกนใบหน้าครับ ไม่ต้องพกกุญแจแบบปกติครับ
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- ชั้น 1 : THE GALLERIA LOBBY / GRAB AND GO (พร้อมตู้เก็บความร้อนและความเย็น) / PUBLIC W.C. / GROUND GARDEN & OUTDOOR RECREATION AREA / CONCIERGE
- ชั้น 2 : LAUNDRY / JURISTIC
- ชั้น 3 : THE REFLECTION AMPHITHEATER
- ชั้น 24 : THE RELAXING LOUNGE / THE SOCIAL LOUNGE / THE STUDY LOUNGE / THE EXECUTIVE ROOM 1 AND 2 / THE ENTERTAINMENT ROOM (คอนโดที่แรกในประเทศที่ได้ Certificate จาก Dolby Atmos) / POCKET GARDEN
- ชั้น 25 : THE LUMINA POOL & SKY GARDEN / THE ACTIVE CLUB / PUBLIC W.C. / INFRARED SAUNA (ใช้แสงสีแดงช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย)
- ชั้น 32 และ ดาดฟ้า : POCKET GARDEN & SANSIRI BACKYARD
- สวนหย่อมที่ชั้น 1, 3, 23, 24, 25 , 30, 32 และ ดาดฟ้า
- สระว่ายน้ำระบบ โอโซน ขนาด 4.5×25 เมตร พร้อมหิน Moleanos Limestone จาก โปรตุเกส ซึ่งเคยใช้ที่ 98 Wireless
- Wifi Internet ทุกพื้นที่ส่วนกลางในอาคาร
- Fitness เครื่องเล่นแบรนด์ Technogym พร้อมเครื่อง Kinesis Personal technogym – Antonio Citterio และ Plurima wall
- ห้องโยคะ พร้อมราวจับและกระจกเงารองรับสำหรับการเต้นบัลเล่ต์และเต้น Cover
- ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว แบรนด์ schindler
- อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 125.6 : 1
- Service Lift 1 ตัว
- ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ CCTV
- Concierge Service ทุกวันตั้งแต่ 8.00-20.00 น. : บริการซักรีด / บริการทำความสะอาดห้องพัก / นำพัสดุมาส่งที่ Mailbox ส่วนตัวที่มีแยกทุกชั้นพักอาศัย / จองห้องส่วนกลาง รวมถึงประสานงานและติดต่อบริการอื่น ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกบ้าน เป็นต้น
- ที่จอดรถประมาณ 222 คันคิดเป็น 58% แบ่งเป็นที่จอดแบบปกติ 6 คัน และ Auto Parking ระบบ Robot จำนวน 216 คัน (รองรับรถ Sedan / SUV / Supercar บางรุ่น / รถ Toyota Alphard และ Toyota Vellfire)
- EV CHARGER จำนวน 20 ช่อง อยู่ใน Auto parking โดยใช้ Power Plug เสียบชาร์จกับฐาน Plate ที่จอดรถได้เลย
- ตู้ Fast Charge on ground ระบบ DC 120KW
- ระบบน้ำดี + HYDRO SMART / Water system ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งในห้องพัก ส่วนกลาง และสระว่ายน้ำ เพื่อลดการเกิดตะกอน หรือตะกรันซึ่งจะเป็นคราบขาวติดอุปกรณ์ในห้องน้ำ ทำให้เพิ่มอายุการใช้งานของเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องน้ำ
แบบห้อง
Highlight
- ห้อง Loft เพดานสูง 4.5 เมตร : ที่นี่เป็นห้องสไตล์ Loft ถึง 90% ได้ความโปร่ง โล่ง เวลาพักอาศัยภายในห้อง
- วัสดุภายในห้อง : เลือกใช้วัสดุที่ดีเลย ตั้งแต่กระจกแบบ Insulated + Low-E กระจก 3 ชั้น, พื้น Engineering Wood, ชุดบิ้วอินต่าง ๆ ภายในห้อง รวมถึงชุดครัวจาก Küppersbusch
- ห้องน้ำบนพื้นที่ชั้นลอย : ห้องแบบ 2 Bedroom Loft ของโครงการจะมีห้องน้ำชั้นบนแบบจริงจัง ใช้งานได้สะดวก ซึ่งห้องแบบ Loft ส่วนใหญ่จะยังไม่มีห้องน้ำที่ชั้นลอยครับ
SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) เป็นคอนโดที่ห้องพักอาศัยส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นห้องฝ้าเพดานสูง 4.5 เมตร ดูโปร่งโล่ง นอกจากนั้นอีกหนึ่งข้อดีสำหรับห้องฝ้าเพดานสูง คือเวลาจ่ายค่าส่วนกลาง จ่ายเฉพาะพื้นที่ชั้นล่างตามโฉนดเท่านั้นด้วย
โดยห้องฝ้าเพดานสูง (LOFT) จะอยู่ตั้งแต่ชั้น 3-22 ในราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท ส่วนห้องแบบปกติ (Simplex) จะเริ่มที่ชั้น 23 เป็นต้นไป ซึ่งจะได้วิวที่สูงกว่า ส่วนรูปแบบห้องก็มีตั้งแต่ 1-3 Bedroom เหมาะสำหรับอยู่กัน 1-2 คนได้สบาย ๆ หรืออยู่กันเป็นครอบครัวเริ่มต้นก็ได้เช่นกัน
Loft : ชั้น 3-22
– 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่โฉนด 28.50 – 28.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 40.75 – 41.25 ตร.ม.
– 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่โฉนด 34.25 – 35.50 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 49.00 – 50.50 ตร.ม.
– 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 – 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 – 75.75 ตร.ม.
Simplex : ชั้น 23-24 และ 26-31
– 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 31.25 – 57.25 ตร.ม.
– 2 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 60.00 ตร.ม.
– 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 70.25 – 89.50 ตร.ม.
– 3 Bedroom 3 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 97.00 – 117.25 ตร.ม.
วัสดุภายในห้อง
รูปแบบการขายของที่นี่เป็นแบบ Fully Fitted ที่ได้ชุดครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ตู้เก็บรองเท้า ตู้เสื้อผ้า ชั้นเก็บของใต้บันได และแอร์ฝังฝ้า ค่อนข้างครบเลย ส่วนวัสดุต่างๆ ภายในห้องสรุปได้ดังนี้
- Digital Door Lock 5 ระบบ จาก Philips
- ระยะฝ้าเพดาน 4.5 ม.ในแบบห้องฝ้าเพดานสูง (Loft) โดยชั้นลอยฝ้าสูง 2.25 ม. ส่วนห้องนอนชั้นล่างฝ้าสูง 2.20 ม. / แบบห้องปกติ (Simplex) ระยะฝ้าเพดาน 2.7 ม. (ความสูงในส่วนครัว 2.5 ม.)
- พื้นห้อง Engineering Wood 14 mm. หน้ากว้าง 5 นิ้ว
- พื้นครัว – กระเบื้องพอร์ซเลน
- พื้นระเบียง – กระเบื้องเซรามิก
- ฉาบเรียบทาสี
- แอร์ฝังฝ้าแบรนด์ Samsung
– ห้อง Loft > Living : 4 way cassette WindFree / Bedroom : 1 way cassette WindFree
– ห้อง Simplex > Living : Conceal type + Ionizer / Bedroom : 1 way cassette - ชุดครัว Top & Backsplash กระเบื้องลายหินอ่อนแผ่นใหญ่ / หน้าบานลามิเนตผิวซาติน (เคาน์เตอร์ล่าง) และกระจกลอน Ribbed Glass (ชั้นเก็บของด้านบน) มาพร้อมกับไฟตกแต่ง led strip light และราวแขวนสแตนเลสพร้อมตะแกรง รวมถึงถังขยะติดตั้งในตัว
- เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ดูดควัน Sink+Tap และไมโครเวฟ Built-in จาก Küppersbusch
- ตู้เก็บรองเท้า Built-in ด้านใน Fitting SB
- ตู้เสื้อผ้า Built-in ด้านในมีตู้เซฟ (ให้เฉพาะ Master Bedroom ที่ชั้นลอยของห้อง Loft )
- ห้องเก็บของใต้บันไดพร้อมเฟอร์นิเจอร์สำหรับเป็นชั้นเก็บของไว้ให้
- ห้องน้ำสุขภัณฑ์ TOTO Washlet และ KOHLER
- ปลั๊กและสวิตช์ ART DNA
- วงกบกรอบบานอะลูมิเนียม จาก Reynaers Aluminium แบรนด์ชั้นนำจากประเทศเบลเยียม พร้อมกระจก Insulated + Low-E กระจก 3 ชั้น แบบมี Gap อากาศตรงกลาง มีคุณสมบัติกันความร้อนจากรังสี UV กันเสียง กันละอองน้ำได้ดี
- บานอลูมิเนียมออกระเบียงจากแบรนด์ Reynaers Aluminium แบรนด์ชั้นนำจากประเทศเบลเยียม
**รายละเอียดของวัสดุต่าง ๆ เช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ
ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom 1 Bathroom Type B (Loft) พื้นที่โฉนด 34.25 – 35.50 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 49.00 – 50.50 ตร.ม.
1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่โฉนด 34.25 – 35.50 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 49.00 – 50.50 ตร.ม. เป็นห้องขนาดเริ่มต้นที่จัดฟังก์ชันมาได้ลงตัวสามารถอยู่อาศัย 1 – 2 คนได้สบายๆ สำหรับห้อง Type นี้มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 10.50 ล้านบาท มีจุดเด่นต่าง ๆ ดังนี้
- ห้องหน้ากว้าง Lay-out ห้องเป็นทรงจัตุรัส ทำให้บรรยากาศในห้องดูโปร่ง เทควิวได้กว้าง
- ครัวแบบปิด ทำอาหารได้โดยที่กลิ่นไม่ไปรบกวนส่วนอื่น ๆ ได้เคาน์เตอร์ครัวฝั่งหนึ่ง และได้ตู้เก็บรองเท้า และเก็บของอีกฝั่งหนึ่งมาด้วยครบเลย
- ห้องนั่งเล่น ฝ้าเพดานสูง 4.5 เมตร ได้ความโปร่ง โล่ง พร้อมช่องแสงเต็มความสูง รับแสงธรรมชาติได้ทั่วถึง
- ชั้นลอย กั้นเป็นห้องนอนชัดเจน ได้ความเป็นส่วนตัว กั้นด้วยประตูทึบ มีหน้าต่างบานใหญ่ทำให้ดูโปร่งไม่อึดอัด
เริ่มกันที่ประตูทางเข้าห้องกันก่อนเลย ห้องมาตรฐานจะได้เป็นประตูบานทึบขนาด 2.1×0.9 ม. พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock 5 ระบบ จาก Philips หน้าตาแบบนี้เลย
เข้าห้องมาจะเจอกับห้องครัวก่อนเลยครับ พื้นปูด้วยกระเบื้องพอร์ซเลนขนาด 60×60 ซม. เหมาะกับห้องครัวดูแลทำความสะอาดได้ง่าย เคาน์เตอร์ครัวอยู่ด้านซ้ายมือ เคาน์เตอร์ครัวกว้าง 1.8 เมตร ได้ทั้งตู้ด้านบน และล่าง แบบในรูปเลย
ชุดครัว
โดย Top และ Backsplash ครัวเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนแผ่นใหญ่สวยงาม ทนความชื้นได้ดี ทำความสะอาดได้ง่าย ส่วนพื้นก็ใช้เป็นกระเบื้องพอร์ซเลน เคาน์เตอร์ครัวด้านล่าง มีพื้นที่เก็บของและลิ้นชักต่าง ๆ โดยใต้อ่างจะมีส่วนถังขยะติดกับฝาบาน เปิดหน้าบานออกก็มีการเลื่อนตัวถังขยะออกมาด้วย ง่ายต่อการใช้งาน พร้อม Built-in ไมโครเวฟมาให้ด้วย ช่วยประหยัดพื้นที่บนเคาน์เตอร์ไปได้เยอะ โดยชุดครัว ไมโครเวฟ อ่างล้างจาน เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน จะเป็นแบรนด์ Küppersbusch ทั้งหมด
ตู้รองเท้า
ส่วนขวามือเป็นตู้เก็บรองเท้า โดยระยะหน้าเคาน์เตอร์ ถึงตู้เก็บของประมาณ 1.6 เมตร สามารถเก็บรองเท้าได้เยอะทีเดียว เราสามารถหมุนออกเพื่อเก็บรองเท้าได้ทั้ง 2 ฝั่ง ด้านข้างเก็บของได้เพิ่มเติม ด้านบนตู้เย็นมีตู้ลอยสำหรับเก็บของมาให้ด้วย
โดยครัวเป็นแบบปิดกั้นแยกเป็นสัดส่วน ด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 4 ตอน เปิดตรงกลาง สามารถทำอาหารได้โดยไม่มีกลิ่นไปรบกวนในส่วนอื่น ๆ อีกทั้งยังทำให้ได้แสงธรรมชาติเยอะ และดูโปร่งโล่งมากขึ้นอีกด้วย
ด้านบนเป็นตู้เก็บของมีหลายช่อง แบ่งเก็บของได้ค่อนข้างหลากหลาย หน้าบานปิดทั้งหมดดูเรียบร้อยดี โดยวัสดุหน้าบานเป็นกระจกลอนสวยงาม ดูโปร่ง
ถัดมากันที่ส่วนห้องนั่งเล่นกันบ้าง ส่วนนี้ฝ้าเพดานสูง 4.5 เมตร ดูโอ่โถง อีกทั้งยังติดโคมระย้าสวย ๆ เพิ่มความน่าสนใจให้กับห้องของเราได้ด้วย เครื่องปรับอากาศได้เป็น Cassette Type แบบ WindFree 4 ทิศทาง แบรนด์ Samsung มีคุณสมบัติกรอง PM 1.0 กำจัดไวรัสแบคทีเรีย ลดสารก่อภูมิแพ้ได้ในตัว และคอนโทรลผ่าน Application ได้
พูดถึงหน้าต่างกันสักหน่อย โดยหน้าต่างทั้งของในห้อง และในโครงการใช้เป็นวงกบกรอบบานอะลูมิเนียม จาก Reynaers Aluminium แบรนด์ชั้นนำจากประเทศเบลเยียม พร้อมกระจก Insulated + Low-E กระจก 3 ชั้น แบบมี Gap อากาศตรงกลาง มีคุณสมบัติกันความร้อนจากรังสี UV กันเสียง กันละอองน้ำได้ดี Reflect ความร้อนได้ถึง 67 % เลยครับ
พื้นที่ตรงนี้มีขนาดหน้ากว้าง 4.7 เมตร ลึก 3 เมตร สามารถจัดเป็นโซฟานั่งเล่น +โต๊ะทานอาหาร + โต๊ะทำงานริมหน้าต่างได้ในตัว เหลือทางเดินโดยรอบสบาย ๆ มาพร้อมช่องแสงบานใหญ่แบบเต็มความกว้างสูงพื้นถึงฝ้าแบบไม่มีขอบปูนเลย ทำให้ได้ความโปร่งมาก ๆ พื้นเป็น Engineer Wood ซึ่งถือว่าให้มาดี มีความทนทานสูง เกิดรอยขีดข่วนได้ยาก ผนังห้องมาตรฐานจะฉาบเรียบทาสีขาวครับ
ในห้องตัวอย่างพื้นที่ส่วนแรกจัดวางเป็นโซฟา 2-3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง แบบมีทางเดินเหลือด้านหน้ากว้างเลย โดยระยะโซฟาตรงนี้จะสามารถติดตั้งทีวีขนาด 52-60 นิ้วได้
พื้นที่ริมหน้าต่าง กว้างประมาณ 2.25 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร จัดวางโต๊ะทำงานจริงจังได้เลย รองรับการ Work From Home หรือนิสิตนักศึกษาสำหรับนั่งอ่านหนังสือ ทำการบ้านได้จริงจัง ได้บรรยากาศดีเลยครับ
ถัดจากโซฟานั่งเล่นจะเป็นตำแหน่งวางโต๊ะทานอาหาร ใช้เป็นโต๊ะวงรี 2 ที่นั่ง ดูสวยงามแปลกตา ใช้เป็นไอเดียในการตกแต่งห้องได้ครับ
ระเบียงขนาดประมาณ 1.8×0.95 เมตร ออกมายืนชมวิว หรือสูดอากาศด้านนอกกันได้ สามารถวางราวตากผ้าเล็ก ๆ พื้นกระเบื้องกระเบื้องเซรามิกขนาด 60×60 ซม. ทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมราวกันตกกระจก สวยงาม ไม่บดบังวิว
ด้านซ้ายมีระแนงบังสายตา พร้อมตัวล็อก
บริเวณระเบียง
ด้านในระแนงบังสายตาที่เปิดปิดได้ มีขนาด 1.2×0.95 เมตร วางเครื่องซักผ้า อบผ้าได้สบาย ส่วนด้านบนแขวน CDU ทำให้ตัวอาคารดูเรียบร้อยเมื่อมองจากภายนอกด้วยครับ
นอกจากนี้โครงการยังใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างน้ำที่มักจะหยดจาก CDU ลงมาเลอะเครื่องซักผ้า โครงการนี้จึงทำถาดรองน้ำแอร์พร้อมต่อท่อระบายน้ำแอร์ลงสู่ท่อด้านล่างมาให้เรียบร้อยครับ
วิวฝั่งทิศเหนือ ชั้น 15
ห้องตัวอย่างอยู่ที่ชั้น 15 ฝั่งทิศเหนือ จะได้เป็นวิวหันไปทางแยกพญาไท ทางซ้ายจะเห็นวิวเมืองโล่ง ๆ ฝั่งดุสิตครับ
บริเวณชั้น 1 จะมีห้องน้ำมาให้ อยู่ใกล้ ๆ กับพื้นที่วางโต๊ะทานข้าว
ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน การจัดวางฟังก์ชันเป็นแนวยาวเรียงลำดับการใช้งาน อ่างล้างมือ, โถสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำพร้อมฉากกั้นกระจก
ส่วนสุขภัณฑ์ได้เป็น TOTO Washlet พร้อมรีโมตด้านข้าง
อ่างล้างหน้าเป็นแบบฝังในเคาน์เตอร์ ด้านล่างออกแบบเป็นลิ้นชักเก็บของที่มีช่องมาให้ด้วย เก็บของได้เยอะ ดูเรียบร้อย
บริเวณอ่างล้างหน้า
ความน่าสนใจคือห้องนี้ออกแบบเป็น Mirror on Mirror เป็นกระจกเต็มผนังชุดหนึ่ง เพื่อให้ห้องดูกว้าง และมี Smart Mirror อีกชุดที่เปิดให้แสงสว่าง และกดไล่ฝ้าได้ในตัว พร้อมช่องเสียบปลั๊กด้านข้างครบ สะดวกเวลาแต่งหน้า ทำผมครับ
ด้านในสุดเป็นห้องอาบน้ำขนาด 1×1.4 เมตร อาบน้ำหมุนตัวสบาย
โดยอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องน้ำจะใช้เป็นสีดำ ตัดกับพื้น และผนังที่ใช้โทนสีสว่างดูสวยงาม ที่อาบน้ำได้แบบ Rain Shower และ Hand shower พร้อมติดตั้ง ฉากกระจกกั้นอาบน้ำมาให้เรียบร้อย ด้านข้างกรุผนังสำหรับวางของมาให้ เรียบร้อย ภายในห้องน้ำเป็นระบบน้ำร้อน-เย็นทั้งบริเวณอาบน้ำและอ่างล้างมือ โดยโครงการติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนมาให้อยู่ใต้อ่างล้างมือครับ
บันไดมีการออกแบบพื้นที่ใต้บันไดเป็นพื้นที่เก็บของที่มีบานทึบปิดดูเรียบร้อย ด้านใน Built-in เป็นชั้นวางของมาให้ด้วยแบบนี้เลย พร้อมทั้งมีช่องที่ติดตั้งราวแขวนเสื้อผ้ามาให้ด้วย ถือเป็นการใช้พื้นที่บันไดได้อย่างคุ้มค่าเลยครับ
บันไดภายในห้องมีความกว้าง 1 เมตร โดยแต่ละขั้นค่อนข้างลึก เดินได้ไม่ยาก ในห้องมาตรฐานบันไดจะปิดผิวด้วย Engineering Wood สีเดียวกับพื้น ส่วนราวกันตกใช้เป็นกระจกดูโปร่ง แบบนี้เลย
เมื่อขึ้นมาแล้วส่วนแรกจะเป็นโถงเล็ก ๆ หน้าห้องนอน ขนาด 1×1.3 เมตร สามารถจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆ พร้อมเก้าอี้สตูลแบบในห้องตัวนี้ได้เลยครับ
ห้องนอนกั้นด้วยประตูบานทึบ แยกเป็นสัดส่วนชัดเจน
ภายในห้องนอนมีขนาด 3.9×2.6 เมตร ความสูงพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.25 เมตร สามารถวางเตียง 6 ฟุต พร้อมโต๊ะข้างเตียงได้สบาย ๆ แอร์ที่ได้ในชั้นลอย เป็นแอร์ Cassette Type แบบ WindFree 1 way จาก Samsung ตามมาตรฐาน
พื้นที่ชั้นลอยกั้นด้วยกระจกบานใหญ่ ได้ความเป็นสัดส่วน ประหยัดแอร์ได้ด้วยครับ มีช่องหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ 2 จุด เปิดระบายอากาศได้
ตู้เสื้อผ้า โครงการบิ้วอินมาให้ 4 หน้าบาน ได้หน้าตาแบบนี้เลย หน้าบานเป็นกระจกเงาช่วยสะท้อนให้ห้องดูกว้าง ภายในเก็บเสื้อผ้าได้เยอะเลยครับ
ภายในตู้เสื้อผ้า
ด้านล่างมีลิ้นชักเก็บของ และราวแขวนกางเกง รวมถึงมีตู้เซฟไซส์ประมาณ A4 ใส่พวกเครื่องประดับ นาฬิกาไว้เก็บของมีค่าต่าง ๆ ให้มาเป็นเฉพาะ Master Bedroom ที่ชั้นลอยของห้อง Loft เท่านั้นนะครับ
จากห้องนอนเราสามารถมองลองมาเห็นภาพรวมของ Living Area ชั้นล่างได้ครับ
2 Bedroom 2 Bathroom Type D (Loft) พื้นที่โฉนด 46.50 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยประมาณ 75.75 ตร.ม.
2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 46.50 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 75.75 ตร.ม. เป็นห้อง Loft ไซส์ใหญ่จัดฟังก์ชันได้ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคาเริ่มต้น 19.80 ล้านบาท จุดที่น่าสนใจของห้องนี้จะมีอะไรบ้าง สรุปได้ดังนี้
- Living Area ขนาดใหญ่ ฝ้าเพดานสูง 4.5 เมตร วางโต๊ะทานข้าวขนาดใหญ่ได้สบาย ๆ พื้นที่นั่งเล่น
- ครัวเปิด อยู่บริเวณเดียวกับห้องนั่งเล่น ห้องดูโปร่ง เหมาะสำหรับครอบครัวที่ไม่ได้ทำอาหารเป็นประจำ ใช้อุ่น หรือทำอาหารเบา ๆ เป็นหลัก
- 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ สะดวกในช่วงเวลาเร่งด่วน มีห้องน้ำให้ใช้เพียงพอ
- ห้องนอนชั้นล่าง กั้นด้วยบานเลื่อน ได้ความโปร่ง โล่ง เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น
- Master Bedroom ชั้นลอยมี Walk-in Closet พร้อมห้องน้ำด้านบน ใช้งานได้สะดวกสามารถอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยได้ ห้องนอนกั้นด้วยประตูบานทึบ ได้ความเป็นสัดส่วน ช่องแสงขนาดใหญ่
เข้ามาภายในห้องเราจะเจอกับชุดครัวบิ้วอินก่อน ซึ่งเราจะได้หน้าตาแบบนี้เลยครับ
ตู้รองเท้า
มีตู้รองเท้า หน้าบานเป็นกระจกเงา ช่วยทำให้ห้องดูโปร่ง เก็บรองเท้าได้หลายคู่เลยครับ
ชุดครัว Top และ Backsplash ครัวเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนแผ่นใหญ่สวยงาม ทนความชื้นได้ดี ทำความสะอาดได้ง่าย
เคาน์เตอร์ครัวด้านล่าง มีพื้นที่เก็บของและลิ้นชักต่าง ๆ โดยใต้อ่างจะมีส่วนถังขยะติดกับฝาบาน เปิดหน้าบานออกก็มีการเลื่อนตัวถังขยะออกมาด้วย ง่ายต่อการใช้งาน
ชุดครัว
โครงการให้มาพร้อม Built-in ไมโครเวฟมาให้ด้วย ช่วยประหยัดพื้นที่บนเคาน์เตอร์ไปได้เยอะ โดยชุดครัว ไมโครเวฟ อ่างล้างจาน เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน จะเป็นแบรนด์ Küppersbusch ทั้งหมด
ชุดครัว ตู้ลอย
ด้านบนเป็นตู้เก็บของมีหลายช่อง แบ่งเก็บของได้ค่อนข้างหลากหลาย หน้าบานปิดทั้งหมดดูเรียบร้อยดี โดยวัสดุหน้าบานเป็นกระจกลอนสวยงาม ดูโปร่ง ตามมาตรฐานโครงการ
มีตู้ลอยเก็บของบนตู้เย็นมาให้อีกหนึ่งจุด
ถัดจากโซนเคาน์เตอร์ครัวมาจะเป็นพื้นที่ Living Area ขนาดใหญ่
สามารถวางโต๊ะทานข้าวขนาด 6 ที่นั่งได้แบบสบาย ๆ
ใกล้ ๆ พื้นที่วางโต๊ะทานข้าว จะมีประตูเข้าห้องน้ำ บันไดขึ้นชั้น 2 และประตูห้องเก็บของใต้บันได
ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน การจัดวางฟังก์ชันเป็นแนวยาวเรียงลำดับการใช้งาน อ่างล้างมือ, โถสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำพร้อมฉากกั้นกระจก
อ่างล้างหน้าเป็นแบบฝังในเคาน์เตอร์ ด้านล่างออกแบบเป็นลิ้นชักเก็บของที่มีช่องมาให้ด้วย เก็บของได้เยอะ ดูเรียบร้อย
กระจกเงา
ได้กระจกแบบ Mirror on Mirror เป็นกระจกเต็มผนังชุดหนึ่ง มี Smart Mirror อีกชุดที่เปิดให้แสงสว่าง และกดไล่ฝ้าได้ในตัว พร้อมช่องเสียบปลั๊กด้านข้างครบ สะดวกเวลาแต่งหน้า ทำผมครับ
ใกล้ ๆ กันมีโถสุขภัณฑ์มาให้
มาพร้อมฉษกกระจกกั้นอาบน้ำและราวแขวนผ้าเช็ดตัว
ด้านในสุดเป็นห้องอาบน้ำขนาด 1×1.4 เมตร อาบน้ำหมุนตัวสบาย
อุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องน้ำจะใช้เป็นสีดำ ตัดกับพื้น และผนังที่ใช้โทนสีสว่างดูสวยงาม ที่อาบน้ำได้แบบ Rain Shower และ Hand shower พร้อมติดตั้ง ฉากกระจกกั้นอาบน้ำมาให้เรียบร้อย ด้านข้างกรุผนังสำหรับวางของมาให้ เรียบร้อย ภายในห้องน้ำเป็นระบบน้ำร้อน-เย็นทั้งบริเวณอาบน้ำและอ่างล้างมือ โดยโครงการติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนมาให้อยู่ใต้อ่างล้างมือมาให้ครบตามมาตรฐานเลยครับ
ถัดจากโซนวางโต๊ะทานข้าวมา จะเป็นพื้นที่วางโซฟา
พื้นที่วางโซฟามีขนาดประมาณ 2.3 x 2.8 เมตร สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางได้แบบพอดี ๆ ติดทีวีไว้ทีผนังได้
แอร์บริเวณห้องนั่งเล่นจะได้เป็นแอร์แบบ 4 way cassette Type WindFree แบรนด์ Samsung ตามมาตรฐาน
ระเบียง
ระเบียงขนาดประมาณ 1.05×1.5 เมตร ออกมายืนชมวิว หรือสูดอากาศด้านนอกกันได้ สามารถวางราวตากผ้าเล็ก ๆ พื้นกระเบื้องกระเบื้องเซรามิกขนาด 60×60 ซม. ทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมราวกันตกกระจก ด้านข้างมีระแนงบังสายตาที่เปิดปิดได้ วางเครื่องซักผ้าได้ ส่วนด้านบนแขวน CDU ทำให้ตัวอาคารดูเรียบร้อยเมื่อมองจากภายนอกด้วยครับ
วิวของห้องนี้จะเป็นวิวทิศตะวันออกฝั่งหน้าโครงการ ความสูงอยู่ที่ชั้น 15 จะได้เป็นวิวเมืองฝั่งเพชรบุรี – ประตูน้ำ
ถ้าเราก้มลงมอง เราจะเห็นพื้นที่สวนด้านหน้าโครงการด้วยครับ
ใกล้ ๆ พื้นที่นั่งเล่น จะมีห้องเก็บของและห้องนอนชั้น 1
ห้องเก็บของ
บรรยากาศภายในห้องเก็บของใต้บันได พื้นปูด้วยกระเบื้องขนาด 30×30 ซม. มาให้
ห้องนอนชั้น 1
ห้องนอนชั้น 1 จะกั้นสัดส่วนด้วยบานเลื่อนแบบเข้ามุม ทำให้บรรยากาศดูโปร่ง สามารถเปิดออกเพื่อเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นได้ ภายในมีขนาด 4.1 x 2.6 เมตร วางเตียงขนาด 5 – 6 ฟุตพร้อมตู้เสื้อผ้าได้ หรือใครจะปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานก็ลงตัวครับ
พาชมชั้น 1 กันครบแล้ว เดี๋ยวเราขึ้นบันไดไปชมชั้น 2 กันต่อนะครับ
ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นโซนของ Master Bedroom ด้านซ้ายจะมีห้องน้ำและ Walk-in Closet
ภายในห้องน้ำให้สุขภัณฑ์มาครบตามมาตรฐาน
อ่างล้างมือ
มีอ่างล้างมือพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง ติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนมาให้อยู่ใต้อ่างล้างมือครับ
กระจกเป็นแบบ Mirror on Mirror พร้อมช่องเสียบปลั๊กด้านข้างครบ สะดวกเวลาแต่งหน้า ทำผมครับ
โถสุขภัณฑ์ของ Master Bedroom จะได้เป็น TOTO Washlet ด้วยครับ
มีฉากกระจกกั้นอาบน้ำพร้อมราวแขวนผ้ามาให้
พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 1.46 x 0.95 เมตร ยืนอาบได้แบบพอดี ๆ
มาพร้อมฝักบัวและ Rain Shower สีดำด้าน ตัดกับผนังสีอ่อน ดูสวยงามครับ
ออกมาจากห้องน้ำจะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ ซึ่งโครงการบิ้วอินมาให้เราแบบนี้เลยครับ สามารถแบ่งเก็บเสื้อผ้าสำหรับ 2 คนได้สบาย ๆ เลย
ตู้เสื้อผ้า
ภายในมีลิ้นชักต่าง ๆ มาให้เก็บของได้ รวมถึงมีตู้เซฟมาให้ด้วย
โต๊ะเครื่องแป้ง
มีโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมลิ้นชักมาให้ สำหรับนั่งแต่งหน้า ทำผม
โดยบริเวณ Walk-in Closet โครงการจะติดแอร์ 1 way Cassette Type WindFree มาให้ด้วย
จากบริเวณ Walk-in Closet จะกั้นด้วยกระจกเต็มความสูง สามารถมองลงไปด้านลงบริเวณห้องนั่งเล่นได้ ทำให้ห้องดูโปร่ง
ถัดมาจะเป็นห้องนอน Master Bedroom อยู่ทางด้านขวาหลังจากเราขึ้นบันไดมา กั้นด้วยประตูบานทึบได้ความเป็นส่วนตัว
ภายในมีขนาดประมาณ 2.63 x 4.1 เมตร สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้แบบสบาย ๆ เลยครับ มีพื้นที่เดินปลายเตียง
ภายในห้องนอนจะเป็นผนังกระจก มีบานกระทุ้งเปิดออกไปบริเวณห้องนั่งเล่นได้
เราสามารถวางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง ติดโคมไฟตกแต่ง เพิ่มความสวยงามได้
โครงการให้กระจกเข้ามุมมา ทำให้เปิดรับวิวได้กว้าง สามารถนอนชมวิวยามค่ำคืนได้
ภายใน Master Bedroom โครงการจะติดแอร์ 1 Way Cassette Type WindFree มาให้ตามมาตรฐาน
ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom 1 Bathroom Type A (Loft) พื้นที่โฉนด 28.50 – 28.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 40.75 – 41.25 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท
1 Bedroom Loft พื้นที่โฉนด 28.50 – 28.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 40.75 – 41.25 ตร.ม.
ห้องตัวอย่าง 2 Bedroom 2 Bathroom Type C (Loft) พื้นที่โฉนด 41.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 15.40 ล้านบาท
2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เราได้รีวิวแบบเจาะลึกห้อง Type นี้ที่สำนักงานขาย ใครที่อยากอ่านแบบวิเคราะห์เจาะลึกสามารถอ่านด้านล่างต่อได้เลยครับ
2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 ตร.ม. เป็นห้อง Loft ไซส์ใหญ่ที่มีราคาเริ่มต้น 14 ล้านบาท ฟังก์ชันจัดให้มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ใช้งานได้สะดวก เหมาะสำหรับอยู่อาศัย 2-3 คน หรืออยู่กันเป็นพ่อแม่ลูกได้สบาย ส่วนจุดที่น่าสนใจของห้องนี้จะมีอะไรบ้าง สรุปได้ดังนี้
- ห้องมุมหน้ากว้าง ส่วนพักผ่อนหลักๆ อย่างห้องนั่งเล่น ห้องนอนติดกับหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ได้แสงธรรมชาติ เทควิวได้กว้าง อีกทั้งได้ความเป็นส่วนตัวดี เพราะเป็นห้องมุมติดเพื่อนบ้านฝั่งเดียว
- ห้องนั่งเล่น ฝ้าเพดานสูง 4.5 เมตร ดูโอ่โถง พร้อมหน้าต่างกระจกสูง รับแสงธรรมชาติได้ทั่วห้อง
- ครัวเปิด อยู่บริเวณเดียวกับห้องนั่งเล่น ข้อดีคือทำให้ห้องดุโปร่ง แต่จะเหมาะสำหรับครอบครัวที่ไม่ได้ทำอาหารเป็นประจำ ใช้อุ่น หรือทำอาหารเบาๆเป็นหลัก
- Bay window จัดวางโต๊ะทำงานริมหน้าต่างได้จริงจัง รองรับการทำงานที่บ้านได้สะดวก
- 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ สะดวกในช่วงเวลาเร่งด่วน มีห้องน้ำให้ใช้เพียงพอ
- ห้องน้ำชั้นล่างแบบ Double access คือมี 2 ประตูเข้าได้ทั้งจากส่วนห้องนั่งเล่น และจากห้องนอนชั้นล่างเลย เข้าถึงได้สะดวกทั้งสองส่วน
- ชั้นลอย กั้นเป็นห้องนอนใหญ่ และห้องน้ำ ใช้งานได้สะดวกสามารถอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยได้ใกล้ๆ ใช้งานได้สะดวก
โถงหน้าห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
เมื่อเข้าห้องมาส่วนแรกเราจะเจอกับโถงทางเดินแจกตรงไปยังห้องนั่งเล่น โดยซ้ายมือส่วนแรกเข้าจะทำเป็นตู้รองเท้าซ่อนในผนังไว้ให้ ถัดไปจะเป็นโถงบันไดขึ้นไปชั้นลอย ซึ่งการจัดตำแหน่งบันไดไว้ตรงนี้ทำให้ใช้งานได้สะดวกดี เวลารีบๆแต่งตัวเสร็จ ก็หยิบรองเท้าออกจากห้องได้ง่ายดีไม่ต้องเดินไกล
ตู้เก็บรองเท้าในห้องนี้ได้แบบซ่อนในผนัง ชั้นวางรองเท้าด้านในหมุนได้ วางรองเท้าได้ 2 ฝั่งแบบเดียวกับห้องก่อนหน้าเลย ส่วนหน้าบานก็เป็นกระจก ยืนส่องเช็กความเรียบร้อยก่อนออกจากบ้านได้สะดวก
เข้ามาส่วนนั่งเล่น ออกแบบเป็นห้องฝ้าเพดานสูง 4.5 เมตร สามารถติดโคมระย้าสวยๆบ่งบอกตัวตนของเจ้าของห้องเพิ่มเติมได้เลย มาพร้อมหน้าต่างกระจกสูงบานใหญ่ ได้ทั้งแสงธรรมชาติ และวิวเลยครับ
ห้องนั่งเล่น ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
ห้องนี้มีขนาดประมาณ 3×4.3 เมตร ในห้องตัวอย่างจัดเป็นโซฟาขนาดใหญ่ พร้อม Armchair และโต๊ะกลาง ที่รองรับได้ 5-6 คนเลย ตรงนี้เราสามารถจัดเป็นโซฟาไซส์ 3 ที่นั่ง แล้ววางโต๊ะทานอาหาร 4 ที่นั่งด้านหลังโซฟาได้ด้วยเช่นกัน แต่ต้องวางชิดกันสักหน่อย
ห้องนั่งเล่น ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
มองกลับมาในห้องด้านบนจะเห็นได้ว่าเขาใช้ผนังกระจกกั้นชั้นลอยทั้งหมดเลย ทำให้ห้องดูโปร่งไม่อึดอัด และยังช่วงให้แสงส่องไปยังส่วนต่างๆได้เยอะดีเลยครับ
ห้องนั่งเล่น ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
ผนังฝั่งนี้เขาจะเว้นผนังเข้าไปประมาณ 30 ซม. เพื่อให้ Built in เป็นชั้นวางทีวี และชั้นเก็บของในผนังเพิ่มเติมได้ หรือเราจะทำเป็นผนังซ่อนที่สามารถเลื่อนเปิด ปิดเหมือนในห้องตัวอย่างก็ดูเรียบร้อยดีครับ
เคาน์เตอร์ครัว ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
ครัวที่ได้ในห้องนี้จะเป็นครัวแบบเปิด อยู่บริเวณเดียวกับห้องนั่งเล่น ข้อดีคือทำให้ห้องดุโปร่ง แต่จะเหมาะสำหรับครอบครัวที่ไม่ได้ทำอาหารเป็นประจำ ใช้อุ่น หรือทำอาหารเบาๆเป็นหลัก โดยเคาน์เตอร์ครัวมีขนาดกว้าง 1.7 เมตร ค่อนข้างกว้างเลย โดยเราได้ทั้งตู้ด้านบน และล่าง ส่วนวัสดุต่างๆ เหมือนกันกับห้องก่อนหน้าครับ
เคาน์เตอร์ครัว ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
เคาน์เตอร์ครัวด้านบนมีพื้นที่เตรียมอาหารได้เยอะ ส่วนวัสดุ และอุปกรณ์ครัวต่างๆ เหมือนกันกับห้องก่อนหน้าเลยครับ
ระเบียง ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
ระเบียงห้องนี้มีขนาด 1.95×1 เมตร ตากผ้าได้เยอะ ด้านข้างเป็นระแนงบังสายตาที่เปิดปิดได้เช่นเดียวกัน ด้านในมีขนาด 1×1.2 เมตร วางเครื่องซักผ้า อบผ้าได้สบาย ส่วนด้านบนจะแขวน Condensing units ดูเรียบร้อยเป็นสัดส่วนเลยครับ
ถัดเข้ามาโซนด้านใน จะเป็นห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งกั้นแยกจากส่วนห้องนั่งเล่นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ให้ห้องตัวอย่างจัดเป็นห้องทานอาหารให้ดูเป็นตัวอย่างดูเชื่อมโยงกับพื้นที่นั่งเล่นได้ดีเลย แต่หากจะจัดเป็นห้องนอนแนะนำให้ติดม่านบังสายตา เหลือ Sticker ขุ่นด้านในเพิ่ม เพื่อความเป็นส่วนตัวครับ
Bay window ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
บริเวณหน้าห้องนอนตรงนี้จะมีพื้นที่ Bay window เล็กๆที่วางชั้นเก็บของโชว์ของโปร่งเพิ่มเติมได้ หรือจะวางเป็นโต๊ะทำงานได้เช่นกัน โดยพื้นที่ตรงนี้มีขนาดกว้าง 1.2 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร พอดีครับ
ห้องนอนชั้นล่าง ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
ห้องนอนชั้นล่างมีขนาด 3.6×2.5 เมตร ในห้องตัวอย่างทำเป็นห้องทานอาหารรองรับได้ 4 ที่นั่งวางกลางห้องได้สบาย ตรงนี้จะเปลี่ยนเป็นโต๊ะ 6 ที่นั่งก็ยังได้ แต่สำหรับใครจะจัดเป็นห้องนอน ห้องนี้ก็สามารถวางเตียง 5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าได้สบายครับ
ห้องนอนชั้นล่าง ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
ภายในห้องจะได้บานกระจก 2 ด้าน ทั้งจากห้องนั่งเล่น และจากผนังภายนอก ทำให้เปิดรับลม ระบายอากาศได้ดี แถมยังทำให้ห้องดูโปร่งเลย
โถงหน้าห้องน้ำ ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
บริเวณหน้าห้องน้ำจะเป็นโถงเล็กๆ หลบมุม เป็นประตูห้องน้ำฝั่งขวา และตรงกลางเป็นพื้นที่เก็บของใต้บันได พื้นที่เยอะทีเดียวเก็บของได้เยอะ เก็บพวกกระเป๋าเดินทางได้เลยครับ
ห้องน้ำ ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
ห้องน้ำชั้นล่างนี้จะเป็นแบบ Double access คือมี 2 ประตูเข้าได้ทั้งจากส่วนห้องนั่งเล่น และจากห้องนอนชั้นล่างเลย เข้าถึงได้สะดวกทั้งสองส่วนเลยครับ ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียก ส่วนแห้งชัดเจน การจัดวางฟังก์ชันเป็นแนวยาวเรียงลำดับการใช้งาน
ห้องน้ำ ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
สำหรับวัสดุต่างๆเหมือนกันกับห้องก่อนหน้าเลย เพียงแต่โถสุขภัณฑ์ จะเป็นแบบธรรมดา มีเพียงห้องน้ำชั้นลอยที่จะได้ TOTO Washlet ครับ
ห้องน้ำ ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 1.15×1.35 เมตร ยืนอาบน้ำหมุนตัวได้สบาย Fitting ต่างๆ ใช้เป็นสีดำทั้งหมดเช่นกัน ที่อาบน้ำได้แบบ Rain Shower และ Hand shower พร้อมติดตั้ง ฉากกระจกกั้นอาบน้ำมาให้เรียบร้อย แนะนำให้ติดตั้งชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำเพิ่มเติมเพื่อความสะดวกยิ่งขึ้นครับ
บริเวณโถงบันได ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
บันไดภายในห้องนี้จะได้เป็นแบบโถงบันไดชัดเจน ขนาบด้วยผนังสองฝั่ง โดยบันไดมีขนาดกว้าง 1 เมตร ตรงยาวเดินได้สะดวก วัสดุปิดผิวเป็นแบบนี้เลยครับ เข้ากับสีพื้นทีเดียว พร้อมติดตั้งราวกันตกมาให้ด้วยครบเลย
ด้านบนโถงบันได ดีไซน์เป็นช่องแสงกระจกบาน Fixed ใหญ่ ทำให้ยังคงได้แสงธรรมชาติดี ไม่ต้องเปิดไปเวลาใช้งานตอนกลางวันครับ
เมื่อขึ้นมาแล้วเจอกับโถงเล็กๆก่อน ซึ่งจะแจกตรงไปยังห้องนอนใหญ่ ส่วนซ้ายมือเป็นห้องน้ำ ซึ่งอยู่ข้างประตูห้องนอนพอดีใช้งานได้ต่อเนื่องกันเลยครับ
โถงหน้าห้องน้ำชั้นลอย
บริเวณโถง ตรงข้ามกับประตูห้องน้ำบริเวณนี้จะเหลือที่ว่าง ให้สามารถจัดเป็นโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆ พร้อมเก้าอี้สตูลได้เลย โดยตรงนี้จะมีพื้นที่กว้างประมาณ 1 เมตร ลึก 30 ซม. แนะนำให้ Built in เป็นแบบโปร่งๆเหมือนในห้องตัวอย่างเพื่อจะได้ดูไม่อึดอัดครับ
ห้องน้ำชั้นลอย ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
สิ่งที่น่าสนใจคือชั้นลอยของห้อง Type นี้มีห้องน้ำด้วย เป็นห้องน้ำแบบมีทั้งส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำมาด้วย โดยห้องน้ำเป็นแบบสำเร็จรูป แต่จะมีการลดระดับพื้นให้ต่ำกว่าพื้นห้องนอนเล็กน้อย เหมาะสมต่อการใช้งาน ป้องกันน้ำไหลมายังส่วนอื่นได้ดี แถมการใช้เป็นห้องน้ำสำเร็จยังช่วยลดปัญหาการรั่วซึมได้ดีเลยด้วย สำหรับการจัดฟังก์ชันในห้องน้ำเหมือนกันกับห้องก่อนเลย เพียงแต่จะได้โถสุขภัณฑ์แบบ TOTO Washlet พร้อมรีโมตควบคุมใช้งานได้สะดวกกว่าครับ
ห้องนอนใหญ่ บนชั้นลอย ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
ห้องนอนใหญ่มีขนาด 3.7×3.6 เมตร ภายในห้องสามารถวางเตียง 5-6 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า และที่นั่งพักผ่อนปลายเตียงได้สบาย ภายในห้องได้ช่องกระจกหลายด้านดูโปร่ง ทั้งจากด้านข้างที่ปิดรับลมด้านนอกได้เลย และที่ปลายเตียงสามารถเปิดเพื่อ Flow ลมไปยังส่วนนั่งเล่นได้ด้วย
ข้างเตียง บริเวณใกล้กับประตูทางเข้าห้อง จัดวางเป็นตู้เสื้อผ้าไว้ให้ซึ่งใช้งานร่วมกับห้องน้ำหน้าห้องได้สะดวกดีเลย โดยตู้เสื้อผ้าในห้องมาตรฐานเราจะได้แบบเดียวกับห้องก่อนหน้า เป็นตู้ที่มีบานเปิด 4 ตอน หน้าบานเป็นกระจกภายในตู้มีลิ้นชัก ราวแขวนกางเกง ช่องเก็บกระเป๋าเดิน และตู้เซฟด้วยในตัวเช่นกันครับ
ห้องนอนใหญ่ บนชั้นลอย ภายในห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 - 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 - 75.75 ตร.ม.
ในห้องตัวอย่างวางเป็นเตียง 5 ฟุต จะมีทางเดินเหลือด้านข้างประมาณ 0.65 เมตร ส่วนปลายเตียงจะเหลือ 1.7 เมตร ซึ่งค่อนข้างกว้างเลยครับ
พื้นที่ปลายเตียง เราสามารถเปลี่ยนเป็นวางโต๊ะทำงานโปร่งๆ เพิ่มเติม ได้เลย หรือใครชอบนอนดูทีวี จะวางเป็นชั้นวางทีวีเพิ่มเติมก็ยังได้ แนะนำให้เลือกเป็นแบบโปร่งๆเช่นกัน เพื่อที่จะยังคงได้ความโล่งจากหน้าต่างกระจกอย่างเต็มที่ ส่วนการเลือกใช้ทีวี ด้วยระยะตรงนี้สามารถติดตั้งขนาด 55-60 นิ้วได้ครับ
แบบแปลน
ห้องฝ้าเพดานสูง (Loft)
1 Bedroom Loft พื้นที่โฉนด 28.50 – 28.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 40.75 – 41.25 ตร.ม.
– 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่โฉนด 28.50 – 28.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 40.75 – 41.25 ตร.ม.
– 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่โฉนด 34.25 – 35.50 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 49.00 – 50.50 ตร.ม.
– 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 – 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 – 75.75 ตร.ม.
Simplex
ห้องแบบปกติ (Simplex)
แบบแปลนห้องแบบปกติ (Simplex)
– 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 31.25 – 57.25 ตร.ม.
– 2 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 60.00 ตร.ม.
– 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 70.25 – 89.50 ตร.ม.
– 3 Bedroom 3 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 97.00 – 117.25 ตร.ม.
ราคา
SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 28 กันยายน 2569)
ห้องรูปแบบ Loft
- 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่โฉนด 28.50 – 28.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 40.75 – 41.25 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 42,900 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,052 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 22,800 บาท - 1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่โฉนด 34.25 – 35.50 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 49.00 – 50.50 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 10.50 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 50,100 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,466 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 27,400 บาท - 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่โฉนด 41.75 – 46.75 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 62.75 – 75.75 ตร.ม.
ราคาเริ่มต้น 15.40 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 73,500 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 3,006 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 33,400 บาท
ห้องรูปแบบ Simplex
- 2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 70.25 – 89.5 ตร.ม.ราคาเริ่มต้น 23.99 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 114,500 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 5,058 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 56,200 บาท
- จอง + ทำสัญญา เริ่มต้น 150,000 บาท (จอง 50,000 บาท + ทำสัญญา 100,000 บาท)
- รูปแบบการขาย Fully Fitted พร้อมครัว ตู้เสื้อผ้า และตู้รองเท้า
- ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.7 เมตร ในแบบห้องปกติ (Simplex) / 4.5 เมตร ในแบบห้องฝ้าเพดานสูง (Loft)
- Kitchen & Sink / ท็อปกระเบื้องลายหินอ่อนแผ่นใหญ่
- Hob & Hood และเตาอบของยี่ห้อ Küppersbusch
- ค่ากองทุน 800 บาท/ตร.ม.
- ค่าส่วนกลาง ปีที่ 1 : 72 บาท/ตร.ม./เดือน
ปีที่ 2 : 78 บาท/ตร.ม./เดือน
ปีที่ 3 เป็นต้นไป : 84 บาท/ตร.ม./เดือน
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่าง ๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ครับ
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะครับ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเล : SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) ตั้งอยู่บนถนนพญาไทที่เป็นทำเลใจกลางเมืองใกล้กับสยาม ที่มีความหลากหลายสูงมาก ทั้งชุมชนเดิม สถานศึกษา โรงพยาบาล สถานที่ทำงาน และโรงแรมอยู่ในละแวกนี้ จึงเป็นทำเลที่มีความสะดวกสบายทั้งเรื่องการเดินทาง และการหาอาหารการกิน
การเดินทางโดยใช้รถ : ตั้งอยู่ติดถนนพญาไทฝั่งมุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ฯ ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่สามารถวิ่งไปได้ทั้งสามย่าน สีลม ไปถนนพระราม 4 ได้ และไปยังโซนอารีย์ สะพานควาย ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังตัดผ่านถนนสำคัญอีกหลายสาย เช่น ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 1 (เชื่อมต่อกับสุขุมวิท) และตั้งอยู่ไม่ไกลจากทางด่วนศรีรัช และทางพิเศษเฉลิมมหานคร จึงมีตัวเลือกไปได้หลายเส้นทางครับ ที่จอดรถให้มา 58% เพียงพอสำหรับทำเลกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า ได้ช่อง EV Charger มาค่อนข้างเยอะ
การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ถือเป็นจุดโดดเด่นหนึ่งของโครงการก็ว่าได้ เพราะใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สองสถานีแบบเดินไปได้สะดวกสบาย คือ BTS ราชเทวี และ BTS พญาไท นอกจากนั้นตรงสถานีพญาไทยังเป็นจุด interchange หรือเปลี่ยนสายไปยัง Airport Rail Link วิ่งเข้าสนามบินสุวรรณภูมิได้ง่าย นอกจากนี้อนาคตบนถนนเพชรบุรีก็จะมี MRT ตัดผ่าน มีสถานีราชเทวีอยู่ไม่ไกล จะเรียกว่าใกล้กับรถไฟฟ้าหลายสายก็ไม่ผิดครับ ส่วนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆก็สะดวกสบาย อย่าง รถประจำทาง วินมอเตอร์ไซค์ หรือจะเรียก Taxi ก็ง่าย และมีท่าเรือ(อยู่ตรงสะพานหัวช้าง) รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีส้มในอนาคต เผื่อใครอยากไปโซนพระนคร เที่ยวพระบรมมหาราชวังก็ไปได้เลยครับ
วัสดุ : รูปแบบการขาย Fully Fitted พร้อมครัว ตู้เสื้อผ้าและตู้รองเท้า ที่มีการออกแบบให้เหมาะสมต่อการใช้งาน อย่างชั้นวางรองเท้าภายในจะหมุนได้ และเก็บรองเท้าได้สองฝั่งเก็บได้เยอะ ส่วนตู้เสื้อผ้าก็จะมีเซฟด้านในมาให้เลย
สำหรับวัสดุในห้องก็ ถือว่าให้มาดีสมราคา ทั้งพื้น Engineering Wood ส่วนพื้นครัว ห้องน้ำ เป็นกระเบื้องพอร์ซเลน / ประตู หน้าต่างวงกบกรอบบานอะลูมิเนียม จาก Reynaers Aluminium แบรนด์ชั้นนำจากประเทศเบลเยียม พร้อมกระจก Insulated + Low-E กระจก 3 ชั้น กันความร้อนได้ดี / ชุดครัว Top & Backsplash กระเบื้องลายหินอ่อนแผ่นใหญ่ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ดูดควัน และไมโครเวฟ Built-in จาก Smeg และอ่างล้างจาน Franke / ห้องน้ำสุขภัณฑ์ TOTO Washlet และ KOHLER พร้อม smart mirror เปิดไฟ และไล่ฝ้าได้ในตัว / รวมถึงติดตั้งแอร์ฝังฝ้า Samsung ให้เป็นมาตรฐานด้วยครับ
การออกแบบ : รูปแบบห้องที่นี่กว่า 90% จะเป็น ห้อง Loft ฝ้าเพดานสูง 4.5 เมตร ที่ชั้น 3 – 22 ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10% จะเป็นห้อง simplex ที่ฝ้าเพดาน สูง 2.7 เมตร ที่ชั้น 23 เป็นต้นไป ซึ่งได้วิวที่สูงกว่า ส่วนรูปแบบห้องก็มีตั้งแต่ 1-3 Bedroom เหมาะสำหรับอยู่กัน 1-2 คนได้สบายๆ หรืออยู่กันเป็นครอบครัวเริ่มต้นก็ได้เช่นกันครับ
ห้องพักที่นี่การจัดฟังก์ชันลงตัว มีให้เลือกทั้งแบบครัวปิด และเปิด สามารถเลือกได้ตามไลฟ์สไตล์เลย สำหรับห้อง Loft มีจุดที่น่าสนใจคือ ในห้องจะได้หน้าต่างกระจกสูงถึงฝ้า ได้แสงธรรมชาติทั่วถึง ชั้นลอยมีการกั้นห้องด้วยกระจกมาให้เรียบร้อย ได้ความเป็นส่วนตัวและไม่เปลืองแอร์ โดยห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom ไซส์ใหญ่จะได้ห้องน้ำที่ชั้นลอยมาด้วยใช้งานได้สะดวกสบายเลยครับ
สาธารณูปโภค : มีให้ใช้งานครบครัน เพียงพอกับจำนวนยูนิตภายในโครงการ เริ่มกันที่ชั้น 1 ส่วนต้อนรับขนาดใหญ่ที่มีการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ และการตกแต่งหลายอย่างจาก Designer ชื่อดังระดับโลก และเสริมความหรูหราด้วยการใส่ chandelier ขนาดใหญ่ และพื้นมีการทำ Pattern ด้วยหินอ่อน Green Verde ที่มีลวดลายสวยงามเพิ่มความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น
และไฮไลต์คือส่วนกลางชั้น 24-25 ที่รวมส่วนกลางหลักๆ เอาไว้ทั้งหมด ข้อดีคือแม้เราจะไม่ได้อยู่ห้องชั้นบนๆ แต่เราก็ยังสามารถเห็นวิวมุมสูงของโครงการได้ จากพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งนอกจากส่วนกลางหลักๆอย่างสระว่ายน้ำ และฟิตเนส ขนาดใหญ่แล้วยังมี พื้นที่รองรับการทำงาน ประชุม พักผ่อนสังสรรค์ ต่างๆครบ
และที่สำคัญคือมี Concierge service คอยบริการอยู่ด้วยที่ Lobby ทุกวันตั้งแต่ 8.00-20.00 น. ทั้งบริการซักรีด , เรียกทำความสะอาดห้อง , นำพัสดุมาส่งที่ Mailbox ส่วนตัวที่มีแยกทุกชั้นพักอาศัย , จองงานจัดเลี้ยงต่างๆ ในฟังก์ชันส่วนกลาง เป็นต้น
ส่วนอีกประเด็นที่น่าสนใจคือที่นี่มีพื้นที่สีเขียวกระจายอยู่หลายจุด ตั้งแต่ชั้น 1 ที่จะเป็นสวนต้อนรับ ที่พอจะนั่งเล่นพักผ่อน และเป็น Buffer ที่ลดทอนเสียง กับฝุ่นควันจากถนนได้ นอกจากนี้สวนจะถูกกระจายไว้ที่ชั้นต่างๆ อีกหลายชั้น ซึ่งในชั้นบนๆที่ออกไปชมวิวชั้นสูงได้ด้วย ทำให้ลูกบ้านมีตัวเลือกในการออกไปใช้ได้หลายจุดเลยนะ
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 245,000 บาท/ตร.ม., 28 กันยายน 2569
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเล | 8.75/10 | ใกล้สยาม ความอุดมสมบูรณ์สูง |
| เดินทางด้วยรถยนต์ | 8.5/10 | ติดถนนพญาไท ใกล้แยกราชเทวี ฝั่งมุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ฯ |
| เดินทางด้วยรถสาธารณะ | 8.5/10 | ใกล้ BTS ราชเทวี 140 ม. และ BTS พญาไท 250 ม. ไป ARL ง่าย |
| วัสดุ | 8/10 | Fully Fitted ได้เฟอร์บางส่วน วัสดุอื่นๆให้มาดี |
| การออกแบบ | 8.5/10 | ฟังก์ชันลงตัวเป็นสัดส่วน ห้องโปร่ง อยู่สบาย |
| สาธารณูปโภค | 9/10 | ส่วนกลางครบครันสวยงาม พร้อมมี Concierge Service |
| รวมคะแนน | 8.56 | จาก 10 คะแนน |
SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) ดีไหม?
SHUSH Ratchathewi (ชูช์ ราชเทวี) เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดใจกลางเมือง อาจเป็นผู้ประกอบการหรือพนักงานออฟฟิศ คุณหมอ ผู้ปกครองที่มีลูกเรียนอยู่แถวนี้ ที่มองหาคอนโดใกล้แหล่งงาน หรือ สถานศึกษาในโซน สยาม ราชเทวี ชอบรูปแบบห้องฝ้าเพดานสูง อยู่สบายทั้ง 2 ชั้น หรือห้องปกติ Simplex อยู่กัน 1-2 คนได้สบายๆ ไปจนถึงอยู่กันเป็นครอบครัวเริ่มต้น ชอบส่วนกลางที่เน้นรายละเอียด วัสดุตกแต่งดูเรียบหรู มีงบประมาณในช่วง 8-15 ล้านบาท ขึ้นไป
ตัวอย่างโครงการคอนโดในโซนราชเทวี – พญาไท
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่











