..สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วนะครับ สำหรับโครงการ THE BASE Srichan Khonkaen (เดอะ เบส ศรีจันทร์ – ขอนแก่น) ใครที่อยากเห็นบรรยากาศจริง วิวจริง สามารถรับชมได้แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยจุดเด่นของโครงการนี้หลักๆคือ ทำเลที่อยู่ใจกลางเมืองจริงๆ ซึ่งบริเวณนี้ถือว่าหายากและเป็น Rare Item สำหรับเมืองขอนแก่นอย่างมาก

เรียกได้ว่าตอบโจทย์คนวัยทำงาน ที่ต้องการอยู่ใกล้ความอุดมสมบูรณ์สูง ไม่ว่าจะเป็นคนในเมืองขอนแก่นเอง หรือแม้กระทั่งคนจากจังหวัดข้างเคียงที่มาทำงานที่นี่ก็ด้วย โดยความน่าสนใจหรือ Highlights ของโครงการก็จะมีดังต่อไปนี้เลยครับ

  • ทำเล : ติดถนนเส้นหลักของจังหวัด ใกล้ห้างเซ็นทรัลเพียง 120 m. และมีความอุดมสมบูรณ์สูง
  • เป็นส่วนตัว : จำนวนยูนิตน้อยเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน มีการแยกอาคารส่วนกลางออกจากโซนพักอาศัย และฟังก์ชันห้องนอนก็ถูกกั้นด้วยผนังทึบทั้งหมด
  • ขนาดห้อง : เป็นคอนโดที่มีไซส์ห้องให้เลือกตั้งแต่ 1 – 2 Bedrooms Plus ซึ่งปกติคอนโดย่านนี้ไม่ค่อยจะทำห้องไซส์ใหญ่ให้เลือกแบบนี้ ใครที่ชอบห้องกว้างๆ อยู่หลายคน หรืออยากมีห้องอเนกประสงค์ไว้ใช้งานห้ามพลาด
  • ขายแบบ Fully Furnished : ให้เฟอร์นิเจอร์มาครบ พร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ ชอบตรงที่มีการ Built-in ตู้เก็บของจุกจิกมาให้หลายจุด ทำให้เก็บของได้เยอะ และใช้พื้นที่คอนโดได้คุ้ม

ข้อมูลโครงการ

THE BASE Srichan Khonkaen (เดอะ เบส ศรีจันทร์ – ขอนแก่น) ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2569

 ชื่อโครงการ   THE BASE Srichan Khonkaen (เดอะ เบส ศรีจันทร์ – ขอนแก่น)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   ECONOMY CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่   ถนนศรีจันทร์ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
 ที่ดิน   ประมาณ 3 ไร่
 ประเภทคอนโด   Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร + Clubhouse 2 ชั้น 1 อาคาร
 จำนวนยูนิต   309 ยูนิต
 ที่จอดรถ   30%
 สถานะโครงการ   สร้างเสร็จพร้อมอยู่
 ประเภทห้องพัก
  • 1 Bedroom  พื้นที่ใช้สอย 26.5 – 31.5 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 34 – 50 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอย 59.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms Plus พื้นที่ใช้สอย 62 ตร.ม.

 ราคาเริ่มต้น  1.75 ล้านบาท
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ ประมาณ 71,500 บาท/ตร.ม.
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม)  ผ่านแล้ว
 เว็บไซต์โครงการ คลิกที่นี่
 Call Center 1685
 Line   คลิกที่นี่

 

ทำเลที่ตั้ง

Highlight :

  • เดินทางเข้า – ออกเมืองสะดวก : ไม่ว่าจะเดินทางไปแหล่งงานกลางเมือง หรือออกจากเมืองไปโซนสถานศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • ทำเลหายาก อยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น : ตรงข้ามศาลหลักเมือง ใกล้ Central ขอนแก่นแบบเดินถึงได้ในระยะประมาณ 120 m. ทั้งยังใกล้ Hugz Mall อีกด้วย
  • ใกล้โรงเรียนชื่อดัง : ผู้ปกครองสามารถไปรับ-ส่งลูกหลานที่เรียนอยู่สถานศึกษาชื่อดังหลายแห่งได้ง่ายๆ เช่น โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

พิกัด Google Maps : 16.43146855955156, 102.82772459100462
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

Image 1/4

‘จังหวัดขอนแก่น’ เป็นเมืองขนาดใหญ่ของภาคอีสาน ได้ขึ้นเชื่อว่าเป็นประตูแห่งการศึกษาและแหล่งงานของชาวอีสาน มีทั้งสถานศึกษาชื่อดังอย่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น, โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน, โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย,โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น และบริษัทใหญ่ๆที่มีการขยายสาขามาภาคอีสานก็มักจะมาลงหลักปักฐานที่ขอนแก่น

นอกจากนี้ขอนแก่นยังเป็นเมืองที่ดึงดูดผู้คนต่างถิ่นเข้ามามากมาย เพราะมีความอุดมสมบูรณ์สูงทั้งห้างสรรพสินค้า, โรงพยาบาลชั้นนำ และโรงเเรมขนาดใหญ่  อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นเหมือน Magnet ของเมืองนี้คือ มีศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ขอนแก่นและศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก สำหรับรองรับการประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ ทำให้เมืองขอนแก่นมีคนหลั่งไหลเข้ามาเป็นประจำ

“ทำไมช่วงหลังเราถึงเริ่มเห็นการพัฒนาใหม่ ๆ กระจุกตัวอยู่ในโซนศรีจันทร์มากขึ้น?”

หากมองเฉพาะปัจจุบัน ศรีจันทร์อาจเป็นเพียงหนึ่งในย่านสำคัญของขอนแก่น แต่หากมองภาพเมืองในอีก 5 – 10 ปีข้างหน้า พื้นที่นี้กำลังอยู่ตรงจุดตัดของหลายปัจจัยที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น

  • ศูนย์การค้าขนาดใหญ่
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • โรงพยาบาลหลักของเมือง
  • แกนเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์
  • แนวคิดรถไฟฟ้ารางเบา (LRT)
  • การพัฒนาเมืองรูปแบบ TOD รอบระบบขนส่งสาธารณะ

นี่คือเหตุผลที่หลายฝ่ายเริ่มจับตาว่า “ศรีจันทร์อาจเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับอานิสงส์มากที่สุด หากโครงการพัฒนาเมืองต่าง ๆ เดินหน้าได้ตามแผน” แน่นอนว่าหลายโครงการยังอยู่ในขั้นตอนการผลักดันและอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

โครงการ THE BASE ศรีจันทร์ – ขอนแก่น ตั้งอยู่ใจกลางเมือง อยู่ตรงข้ามกับศาลหลักเมืองจังหวัดขอนแก่น และติดถนนศรีจันทร์ ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนมิตรภาพและถนนกลางเมืองได้ ซึ่งถนนเหล่านี้เป็น 3 ใน 4 ของถนนหลักของเมืองขอนแก่น

  • ถนนศรีจันทร์ :  เป็นถนนสายหลักของจังหวัดขอนแก่นที่ตัดผ่านกลางเมือง เชื่อมกับถนนเส้นเลี่ยงเมืองของจังหวัดขอนแก่น ถนนสายนี้ตัดผ่านสถานที่สำคัญอย่าง Central, ศาลหลักเมือง และโรงพยาบาลต่างๆ
  • ถนนมิตรภาพ : ถนนสายหลักทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เชื่อมต่อยาวลงไปจนถึงกรุงเทพฯได้ และยังเชื่อมต่อไปยังอุดรธานีได้ง่ายด้วย โดยถนนสายนี้มีห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาเก็ตเรียงรายกันตลอดแนว ทั้ง Big C , Lotus และ Mackro รวมถึงศูนย์ค้าส่งและศูนย์ประชุมอย่าง ประตูน้ำ, อู่ฟู่ และ KICE นอกจากนี้ถนนมิตรภาพยังตัดผ่านมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ด้วย
  • ถนนกลางเมือง :  เป็นถนนสายที่ผ่านกลางเมืองโซนที่เป็นชุมชนที่มีมาอย่างยาวนาน ผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งศาลากลางจังหวัด, ถนนคนเดิน, โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน(โรงเรียนประจำจังหวัด ), แฟรี่พลาซ่า (ห้างท้องถิ่น)
  • ถนนมะลิวัลย์ : ถนนสายนี้เชื่อมต่อกับถนนมิตรภาพ เป็นถนนเส้นที่ใช้เดินทางไปมหาวิทยาลัยขอนแก่นและสนามบิน นอกจากนี้ยังใช้เดินทางไปชัยภูมิ และมหาสารคามได้ด้วย

สำหรับความอุดมสมบูรณ์ในเมืองขอนแก่นแบ่งออกเป็น 4 โซน หลักๆ

  • สีน้ำเงิน : เป็นโซนของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น คนที่อยู่ในโซนนี้จะมักเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย มีความคึกคักเพราะมีแหล่งร้านค้าร้านอาหารครบวงจร
  • สีเขียว : โซนบ้านพักอาศัยแนวราบ ไม่ว่าจะเป็นทาวน์โฮม หรือบ้านเดี่ยว รวมถึงมีร้านอาหาร ตลาดท้องถิ่น ทำให้บรรยากาศโซนนี้ค่อนข้างคึกคัก
  • สีเหลือง : เป็นโซนสถานที่ราชการ ธนาคาร และพิพิธภัณฑ์ ทำให้โซนนี้ค่อนข้างสงบ ไม่วุ่นวายมากนัก
  • สีแดง : เป็นโซนไลฟ์สไตล์ของชาวขอนแก่น มีทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านกินดื่มยามค่ำคืนหลายแห่งให้ออกมาสังสรรค์กับเพื่อนได้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งชุมชนของคนเก่าคนแก่ในเมืองที่เปิดกิจการภายในพื้นที่ โซนนี้จึงมีความคึกคักมากที่สุด

ตัวโครงการ THE BASE ศรีจันทร์ – ขอนแก่น ใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์เพียงแค่เอื้อม เพราะสามารถเดินไปช้อปปิ้งหาของกินของใช้ในห้าง Central ขอนแก่น ได้ในระยะประมาณ 120 m. หรือใครอยากขับรถไปอาจจะต้องอ้อมสักหน่อย เพราะโครงการอยู่ฝั่งตรงข้ามที่มีรั้วเหล็กและฟุตบาทกั้นอยู่ประมาณ 2.2 km. นอกจากนี้ยังใกล้ Community Mall และห้าง อื่นๆได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็น Hugz Mall,  Khon Kaen Innovation Center

หากใครที่มองหาที่อยู่อาศัย แบบไลฟ์สไตล์ที่เน้นกินเที่ยว ชอบไลฟ์สไตล์เมือง หลงใหลในบรรยากาศความคึกคักของเมือง ติดใจกับแสงสีของเมืองขอนแก่น คอนโดนี้จะตอบโจทย์ทีเดียว

เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ติดถนนสายสำคัญของเมืองขอนแก่น จึงมีรถสาธารณะผ่านหลายสายทั้งรถ 2 แถวและรถบัส จากบริเวณพื้นที่สีเหลือง ซึ่งเป็นจุดที่รถสาธารณะผ่านหน้าโครงการ เราจะเห็นว่ารถขอนแก่นซิตี้บัสทุกสายวิ่งผ่านโครงการหมด ช่วยให้การเดินทางไปโซนต่างๆของเมืองสะดวกมากขึ้น

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

บรรยากาศรอบๆโครงการ THE BASE ศรีจันทร์ – ขอนแก่น ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ 1 – 4  ชั้น , บ้านพักอาศัย 1 – 2  ชั้น และศาลหลักเมืองที่มีคนเข้ามากราบไหว้ตลอด อีกทั้งถนนศรีจันทร์เป็นถนนสายหลักที่ใช้เข้าเมือง ทำให้บริเวณนี้พลุกพล่าน คึกคักตลอดเวลา

  • ทิศเหนือ เป็นทางเข้า-ออกโครงการ ติดกับ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น และถนนศรีจันทร์
  • ทิศตะวันออก ติดกับ อาคารพาณิชย์ 1-4 ชั้น และศาลหลักเมือง
  • ทิศใต้ ติดกับ บ้านพักอาศัย 1 – 2  ชั้น และ อาคารพาณิชย์ 1-2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ บ้านพักอาศัย 1 – 2  ชั้น และ อาคารพาณิชย์ 1-2 ชั้น

ส่วนภาพนี้จะเป็นบรรยากาศบริเวณด้านหน้าโครงการ ซึ่งอยู่ติดกับถนนศรีจันทร์และอยู่ห่างจากห้อง Central ขอนแก่น ประมาณ 120 m. ใครขยันเดินหน่อยก็พอจะสามารถเดินไปได้นะครับ หรือถ้าอยากขับรถไปก็อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าอาจต้องไปกลับรถมาหน่อยประมาณ 2 km.

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • Hugz Mall ~ 350 m.
  • Khon Kaen Innovation Center ~ 600 m.
  • Fairy Plaza ~ 1.4 km.
  • Central ขอนแก่น ~ 2.2 km.
  • ตลาดต้นตาล ~ 2.7 km.
  • Homepro ขอนแก่น ~ 3.0 km.
  • Lotus’s ขอนแก่น ~ 4.0 km.
  • ประตูน้ำขอนแก่น ~ 5.7 km.
  • Makro ขอนแก่น ~ 5.9 km.
  • ตลาดอู้ฟู่ขอนแก่น ~ 6.5 km.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลขอนแก่นราม ~ 700 m.
  • โรงพยาบาลกโรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น ~ 2.0 km.
  • โรงพยาบาลขอนแก่น ~ 2.0 km.
  • โรงพยาบาลราชพฤกษ์ ~ 2.5 km.
  • โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ~ 4.8 km.

โรงเรียน

  • โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ~ 700 m.
  • โรงเรียนกัลยาณวัตร ~ 1.2 km.
  • โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย ~ 2.4 km.
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ~ 2.5 km.
  • โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศึกษาศาสตร์) ~ 3.5 km.
  • โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มอดินแดง) ~ 6.2 km.

การเดินทาง

  • สนามบินขอนแก่น~ 7.9 km.

รายละเอียดโครงการ

Highlights :

  • จำนวนยูนิตน้อย มีความเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวาย
  • ส่วนกลางให้มาขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต
  • ห้องพักด้านในได้วิวส่วนกลางสวยๆหลายจุด

THE BASE ศรีจันทร์ – ขอนแก่น เป็นคอนโดแบรนด์ The Base ตัวที่ 3 จากแสนสิริ ถัดจาก The Base Height มิตรภาพ – ขอนแก่น และ The Base Downtown เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร บนที่ดินประมาณ 3 ไร่ และมีเพื่อนบ้านน้อยที่สุดในย่านเพียง 309 ยูนิต จึงมีความเป็นส่วนตัวที่ดีเลยทีเดียว

ปัจจุบันโครงการได้สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วครับ ซึ่งตอนนี้ก็มียอดขายไปแล้วมากกว่า 65% และลูกบ้านน่าจะเริ่มทยอยเข้าอยู่กันในช่วง 1 – 2 เดือนหน้านี้แล้ว โดยคนที่ซื้อและจะมาเป็นเพื่อนบ้านส่วนใหญ่ก็เป็นคนวัยทำงานเนี่ยแหละ ที่ชื่นชอบทำเลของโครงการที่อยู่ใจกลางเมือง ใกล้เซ็นทรัล มีความเป็นส่วนตัว และส่วนกลางก็ให้มาค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวถ้าเทียบกับโครงการ Low Rise ขนาดเท่าๆกัน จะเป็นอย่างไรบ้างเราไปชมกันเลยดีกว่าครับ

 

Master Plan ของโครงการจะแบ่งออกเป็น 2 อาคาร และตรงกลางเป็นอาคาร Clubhouse แยกตัวออกมา ทำให้อาคารพักอาศัยมีความเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวาย แต่ถ้าใครที่ชอบเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานอ่านหนังสือที่ส่วนกลาง เราแนะนำให้เป็นอาคาร B เพราะจะมี Co-Working Area ขนาดใหญ่อยู่ใต้อาคารด้วย แต่ถ้าเป็นอาคาร A ที่ชั้นบนๆเราว่าวิวสระว่ายน้ำแอบสวยกว่าอาคาร B ซะอีกครับ

บริเวณด้านหน้าโครงการจะมีป้อม รปภ. อยู่ทางขวามือเพื่อดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวก เช่น โบกรถให้ลูกบ้านด้วยบางครั้ง เพราะถนนด้านหน้ามีรถเยอะค่อนข้างคึกคัก แถมยังใกล้ทางแยกอีกด้วย ดังนั้นการที่มีเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลแบบนี้ถือว่าดีเลยทีเดียว

ส่วนไม้กั้นกระดกจะอยู่ถัดเข้ามาด้านในตรงหน้าอาคาร A เพื่อให้มีระยะของรถที่จอดต่อคิวกันได้สะดวก (ไม่ต้องจอดล้ำออกไปที่ด้านนอกถนนใหญ่) ส่วนถ้าใครเป็น Visitor ก็จอดรถที่ช่องด้านหน้าก่อนผ่านไม้กั้นได้เลยครับ

ที่จอดรถของลูกบ้านจะอยู่บริเวณใต้อาคารเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเส้นทางจะต้องขับวนไปทางด้านซ้ายเป็นแบบ One Way ใต้อาคาร Clubhouse ก่อนจะวนกลับมาที่ทางออกจากช่องด้านขวาตามเข็มนาฬิกา

และนี่ก็เป็นบรรยากาศที่จอดรถครับ ถ้าใครอยู่ที่อาคาร B ก็สามารถขับตรงเข้าไปจอดด้านในต่อได้เลย หรือหากใครต้องการวนรถรับ-ส่งด้านหน้า ก็จะมีจุด Drop-Off ให้ที่ใต้อาคารแบบนี้ โดยสังเกตได้ว่าจะอยู่ระหว่างกลางของอาคารทั้ง 2 เลยครับ

จากจุด Drop-Off จะเป็นทางเดินที่เชื่อมต่อและแยกไปยังอาคาร A และ B โดยทางโครงการแจ้งเราเพิ่มเติมว่า เดี๋ยวเค้าจะทำหลังคาเพิ่มเติมความสะดวกให้ เวลาลูกบ้านใช้งานจะได้ไม่ต้องกลัวแดดกลัวฝนนั่นเองครับ ซึ่งอันนี้เราเห็นด้วยและคิดว่าดีมากๆเลย

และสำหรับพี่ๆไรเดอร์ทั้งหลาย ก็สามารถมาจอดบริเวณนี้ได้เช่นกัน เพราะจุดส่งอาหารและพัสดุจะอยู่ที่ใต้อาคาร A ทางขวามือของที่จอดรถนี้ครับ ซึ่งตรงนี้เราแนะนำโครงการเพิ่มเติมไปว่า อาจทำป้ายจุดส่งอาหารให้พี่ๆเค้าเห็นได้ชัดๆหน่อย น่าจะสังเกตได้ดีมากขึ้น

บริเวณนี้จะมี 3 ฟังก์ชันหลักๆคือ ห้องนิติบุคคล (Juristic), จุดส่งอาหาร (Delivery Station) และห้องซักผ้า (Laundry)

ส่วนทางเข้าอาคาร A จะอยู่แยกออกมาทางด้านหน้าแบบนี้ครับ ซึ่งการเข้า-ออกจะใช้ระบบ Face scan เป็นหลัก ทำให้มีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากๆ

ภายในเป็นโถง Lobby ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีพื้นที่ให้นั่งพักคอยได้ รวมถึงยังเชื่อมต่อกับโถงลิฟต์แบบนี้ด้วย ซึ่งการใช้งานลิฟต์ก็จะเป็นระบบ Face scan เช่นกัน

อีกด้านหนึ่งจะเป็นห้อง Mail Box ให้ลูกบ้านอาคาร A สามารถเข้ามาหยิบจดหมายของตัวเองได้สะดวก

แปลนชั้น 1 อาคาร A จะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 11 ยูนิต โดยเค้าจะมีประตูกั้นแยกออกจากโถงลิฟต์ออกมาเป็นส่วนตัว แต่สำหรับใครที่เลือกห้องในกรอบสีเหลืองไป ก็อาจมีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าห้องอื่นๆนิดนึงครับ เพราะเค้าจะอยู่ใกล้กับลิฟต์ค่อนข้างมาก จึงอาจมีเสียงของคนที่ขึ้น-ลงดังอยู่บ้าง ส่วนห้องอื่นๆจะได้เป็นโถงทางเดินแบบ Single Corridor ไม่ต้องหันหน้าชนกับห้องอื่น เพียงแต่อาจจะไม่ได้มีช่องแสงสว่างๆเหมือนชั้นอื่นๆครับ ซึ่งถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องที่เรากล่าวมาทั้งหมด ก็ถือว่าเป็นตำแหน่งชั้นที่สะดวกสบายมากๆเลย

แปลนชั้น 2 – 8 จะเป็นชั้นพักอาศัยแบบเต็ม Floor จุดที่น่าสนใจคือ ห้องในกรอบทั้ง 2 สีที่เราวงเอาไว้ ซึ่งจะมีความพิเศษว่าตำแหน่งอื่นๆ ดังนี้

  • กรอบสีน้ำเงิน : เป็นตำแหน่งที่ได้วิวดีที่สุดของโครงการ เพราะมองตรงออกมาเห็นสระว่ายน้ำและสวนตรงกลางได้ ซึ่งแนะนำเป็นชั้นที่ 4 – 5 ขึ้นไปวิวจะสวยกำลังพอดีครับ และจุดที่วิวปังที่สุดเรายกให้ห้องด้านปีกซ้ายของลิฟต์ เพราะเราจะมองเห็นส่วนกลางทั้งหมดเป็นตอนลึกแบบเต็มๆ แต่ก็แลกมากับราคาที่อาจจะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
  • กรอบสีเหลือง : เป็นตำแหน่งห้องที่อยู่ใกล้โถงลิฟต์ ซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวที่น้อยกว่าตำแหน่งอื่นๆนิดหน่อย แต่ก็อาจแลกมากับราคาที่คาดว่าน่าจะจับต้องได้ไม่ยากด้วยครับ เพราะปกติห้องในตำแหน่งแบบนี้เค้ามักจะทำราคาไม่แพง

ต่อไปเรามาดูทางฝั่งอาคาร B กันบ้างครับ ซึ่งด้านหน้าจะมีพื้นที่นั่งเล่นในร่ม ให้สามารถมานั่งรับลมในช่วงเย็นๆหรืออากาศดีๆได้ รวมถึงบริเวณด้านหลังยังมีเครื่องขายของอัตโนมัติให้ใช้งานด้วย

ถัดเข้ามาจะเป็น Co-Working Area ซึ่งมีขนาดใหญ่และกินพื้นที่เกือบทั้งหมดของใต้อาคาร B

ภายในมีจุดให้นั่งเล่นพักผ่อนกระจายอยู่หลายจุด ทั้งแบบโซฟา โต๊ะเก้าอี้ และโต๊ะแบบกลุ่ม ซึ่งผนังด้านข้างจะเป็นกระจกทั้งหมด ให้มองออกไปชมวิวสวนสีเขียวที่อยู่ด้านนอกได้ด้วย

เข้ามาด้านในสุดเราจะเจอห้อง Meeting Room ที่มีประตูกั้น ใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรืออยากประชุมกับเพื่อนๆ ก็สามารถมาใช้งานที่ห้องนี้ได้

สุดท้ายจะเป็นโถงลิฟต์ของอาคาร B ซึ่งจะมีประตูกระจกกั้นแยกออกมาจากส่วนกลางอีกที รวมถึงยังมี Mail Box ให้หยิบก่อนขึ้นห้องได้สะดวกแบบนี้ด้วย

แปลนชั้น 1 อาคาร B นอกจากพื้นที่ส่วนกลางแล้วเค้ายังมีที่จอดรถ และโซนพักอาศัยที่ชั้นนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะมีเพียง 4 ยูนิตเท่านั้น นับว่าเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ (นอกจากห้องในกรอบสีเหลืองแล้ว กรอบสีเขียวคือจะไม่ได้เสียความเป็นส่วนตัวจากโถงลิฟต์เลย)

ที่เราชอบมากๆอีกอย่างคือ อาคาร B จะเหมาะกับคนที่มีรถยนต์ส่วนตัวมากๆ เพราะนอกจากที่จอดรถส่วนใหญ่จะอยู่ที่ใต้อาคารนี้แล้ว ยังมีประตูเชื่อมต่อเข้าสู่ในอาคารโดยตรงด้วย ไม่ต้องเสียเวลาเดินไกลเหมือนอาคาร A นั่นเองครับ

แปลนชั้น 2 – 8 อาคาร B ก็จะเป็นชั้นพักอาศัยแบบเต็ม Floor เช่นเคย และแบ่งโซนห้องที่น่าสนใจเป็น 2 จุดเหมือนอาคารก่อนหน้านี้ แตกต่างกันแค่ ‘วิวส่วนกลาง’ ของอาคาร B จะอยู่ทางด้านข้างและมีระยะประชิดที่มากกว่าอาคาร A ซึ่งส่งผลในเรื่องความเป็นส่วนตัวและวิวที่อาจต้องก้มหรือกวาดสายตาเพื่อมองอยู่บ้างเหมือนกัน แต่อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ

พูดถึงส่วนกลางแล้วเราก็มาต่อกันเลยดีกว่า บริเวณตรงกลางชั้น 1 เค้าจะจัดเป็นสวนสีเขียวที่มีจุดนั่งเล่นพักผ่อนเล็กๆ และมีทางเดินเชื่อมต่อจากอาคาร B มายัง Clubhouse ได้แบบนี้

ทางขึ้นอาคารจะมีให้เลือก 2 ทาง ทั้งการเดินขึ้นบันไดปกติ และการขึ้นลิฟต์โดยสาร ซึ่งไม่ว่าจะเลือกใช้งานทางไหนก็จำเป็นต้องผ่านระบบ Facescan ก่อนทุกครั้ง ทำให้มีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย คนภายนอกที่ไม่ใช่ลูกบ้านไม่สามารถเข้ามาได้ครับ

ขึ้นมาด้านบนเราจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นแบบ Semi-Outdoor วันนี้เพิ่งเสร็จหมาดๆเก้าอี้อาจยังไม่ฟู คาดว่าในอนาคตเค้าน่าจะเอามาวางเพิ่มให้เต็มกว่านี้ครับ

โดยนอกจากพื้นที่ในร่มแล้ว เค้ายังมีสวนและจุดนั่งเล่นกลางแจ้งเล็กๆ แยกออกมาแบบนี้ด้วย เพื่อให้เราได้เปลี่ยนบรรยากาศและได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้นนั่นเอง

ส่วนอีกด้านจะเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง และมีพื้นที่นั่งเล่นรอบๆให้ใช้งานเช่นกัน โดยฝั่งนี้จะทำเป็นสวนและสนามหญ้าเล็กๆบนอาคารครับ

อีกด้านจะเป็นพื้นที่ใช้งานหลักอย่าง Day Bed ซึ่งมองตรงไปก็จะเป็นห้องพักอาคาร B ตรงนี้แหละที่เราบอกว่าอาจมีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าอาคาร A เล็กน้อย เพราะเค้าจะอยู่ใกล้ส่วนกลางมากกว่านั่นเอง

อีกด้านหนึ่งของสระจะมี Sunken ให้มานั่งเล่นพักผ่อนกันได้ด้วย แต่เราแนะนำให้มาใช้งานตอนเย็นๆหรือแดดร่มๆนะครับ

และนี่ก็เป็นภาพรวมของสระว่ายน้ำทั้งหมด ซึ่งเป็นวิวจากห้องอาคาร A ฝั่งปีกขวาของโถงลิฟต์ คือจะต้องมองเฉียงๆอยู่สักหน่อย แต่ก็สวยดีไม่น้อย

แต่วิวที่เราคิดว่า ‘ปังสุด’ คือตำแหน่งห้องอาคาร A จากฝั่งปีกซ้ายของโถงลิฟต์ เพราะสามารถมองเห็นส่วนกลางทั้งหมดได้แบบเต็มๆเป็นตอนลึก โดยที่ไม่ต้องหันดูแบบเฉียงๆเลยครับ รวมถึงยังมีระยะห่างมากพอที่เราจะไม่ต้องเสียความเป็นส่วนตัวมากนักอีกด้วย

อีกด้านหนึ่งของ Clubhouse จะมีห้อง Fitness และห้องน้ำให้ใช้งานด้วย โดยห้องน้ำก็จะอยู่ด้านนอกให้ทั้งสระว่ายน้ำและ Fitness สามารถมาใช้งานได้สะดวกทั้งคู่

ภายในมีฟังก์ชันให้ใช้งานครบทั้งโถสุขภัณฑ์ ห้องอาบน้ำ และตู้ล็อกเกอร์ สีสันที่เลือกใช้เรียกได้ว่าจัดจ้านโดดเด่นมากๆ เราชอบนะมันดูสดใสดี

ปิดท้ายกันที่อีกหนึ่ง Highlight ของส่วนกลางโครงการนี้คือ Fitness เพราะสิ่งที่พิเศษก็คือ ขนาดห้องและจำนวนเครื่องเล่น ที่บอกได้เลยว่าเค้าให้มาเยอะมากเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตนะ ปกติเราทำรีวิวมาคอนโดขนาด 300 ยูนิตส่วนใหญ่จะไม่ได้พื้นที่และอุปกรณ์เยอะขนาดนี้เท่าไหร่ เรียกได้ว่าทุกคนในโครงการมาเล่นส่วนกลางทุกจุดพร้อมๆกันยังไงก็พอ

ด้านขวามือมีอุปกรณ์ Weight Training ให้ใช้งานครบแบบนี้เลย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Garden ชั้น 1
  • Swimming Pool ระบบเกลือ ขนาด 25 x 5 เมตร ลึก 1.20 เมตร
  • Gym (Fitness)
  • Co-Working Area
  • Meeting Room
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 77.25 :  1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 82.5 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 72 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 30%
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Keycard / Face Scan

แบบห้อง

Highlights :

  • มีห้องไซส์ใหญ่ให้เลือก บรรยากาศกว้างขวางโปร่งโล่ง
  • ขายแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์ฯครบ พร้อมเข้าอยู่
  • ห้องนอนทุกห้องกันด้วยผนังทึบ ได้ความเป็นส่วนตัว

โครงการ THE BASE ศรีจันทร์ – ขอนแก่น มีแบบห้องให้เลือกตั้งแต่ 1 – 2 Bedrooms Plus ซึ่งเป็นโครงการแรกเลยที่แสนสิริทำห้องไซส์ใหญ่แบบนี้ในขอนแก่น จึงทำให้แตกต่างจากโครงการอื่นๆ เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศกว้างขวางอยู่สบาย อีกทั้งยังรองรับการอยู่แบบครอบครัวได้ด้วย แต่ทางแสนสิริเค้าก็แชร์มาให้ผมฟังว่า คนที่ซื้อจริงๆส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่อาศัยเพียง 1 – 2 คนเท่านั้น โดยห้องอเนกประสงค์ที่เพิ่มเข้ามาก็เพื่อเอาไว้ใช้สอยด้านอื่นๆ หรือต้องการฟังก์ชันเพิ่มขึ้นในห้องนั่นเองครับ

  • 1 Bedroom  พื้นที่ใช้สอย 26.5 – 31.5 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 34 – 50 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอย 59.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms Plus พื้นที่ใช้สอย 62 ตร.ม.

  • รูปแบบการขาย Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์หลักๆครบ : เตียง 5 ฟุต , ตู้เสื้อผ้า , ตู้เก็บรองเท้า , ชุดโต๊ะทานอาหาร ,โซฟา 2  ที่นั่ง , โต๊ะทำงาน , เก้าอี้ และชั้นวางทีวี
  • วัสดุพื้น ส่วนห้องนอน/นั่งเล่น : พื้นลามิเนตหนา 8 mm.
  • วัสดุพื้น ส่วนระเบียง : กระเบื้อง Grey ceramic tile ขนาด 30×30 cm.
  • ประตู HDF ปิดผิวด้วย PVC ลายไม้ พร้อมชุดอุปกรณ์ Digital Door Lock จาก Lockman
  • กรอบประตู-หน้าต่าง : บานเลื่อนอลูมิเนียมทำสี กระจกใสปกติ

ห้องครัว

  • วัสดุพื้นห้องครัว : กระเบื้อง ขนาด 60 × 60 cm.
  •  ท็อปเคาน์เตอร์ Solid surface Top  พร้อม Hood ของ Teka
  • หน้าบานเฟอร์นิเจอร์ เมลามีน

ห้องน้ำ

  • วัสดุพื้นห้องน้ำ : กระเบื้อง Grey ceramic tile ขนาด 30×30 cm.
  • ชุดสุขภัณฑ์ของ American Standard  , Englefield
  • ประตูห้องน้ำ HDF ปิดผิวด้วย Laminate ลายไม้
  • ฉากกั้นอาบน้ำ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่า

  • 1 Bedroom  พื้นที่ใช้สอย 26.5 – 31.5 ตร.ม.

มาเริ่มกันที่ห้องขนาดมาตรฐานรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส จุดเด่นคือ ‘ความเป็นส่วนตัว’ ของห้องนอนที่กั้นแยกจากโซน Living ด้วยผนังทึบ แถมยังมีห้องน้ำในตัวให้ใช้งานตอนกลางคืนได้สะดวกอีกด้วย เพียงแต่เวลามีแขกมาหาที่ห้องก็อาจต้องมีการเดินผ่านไปในห้องนอนบ้างครับ นอกจากนี้ยังได้ ‘ครัวปิด’ ด้านหน้าห้อง จึงพอจะทำอาหารได้จริงจังอยู่ แต่จุดที่เราชอบมากที่สุดของห้องนี้คือ ‘พื้นที่อเนกประสงค์ริมหน้าต่างในห้องนอน’ ซึ่งเราสามารถวางโต๊ะและทำเป็นมุมนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่อื่นๆได้ตามใจ

ประตูหน้าห้องติดตั้ง Digital Door Lock มาให้พร้อมใช้งาน แถมยังมีช่องตาแมวและ Stopper มาให้ด้วย ส่วนพื้นห้องก็มีขอบธรณีประตูยกสูงขึ้นมาจาก Corridor ด้านนอก ทำให้เศษฝุ่นหรือสิ่งสกปรกไม่เข้ามาในห้องของเราครับ

บริเวณด้านหน้าสุดของห้องจะเป็นครัว ซึ่งได้แสงสว่างมาจากทางระเบียงด้านใน ทำให้หน้าห้องมีความสว่างไม่อึดอัด

ชุดครัวเค้าจะ Built-in มาให้แบบนี้เลยครับ Top เคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์ที่ทนน้ำและความร้อนได้ดี อีกทั้งยังมีเตาไฟฟ้าและที่ดูดควันจาก Teke ติดตั้งมาให้ด้วย (เป็นแบบดูดออกภายนอก)

จุดเด่นของครัวจริงๆคือ ‘พื้นกระเบื้อง’ ซึ่งจะทนน้ำและสิ่งสกปรกได้ดีกว่าไม้ลามิเนตแบบในห้อง เวลาพื้นเลอะก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แถมยังเข้ากับตำแหน่งวางเครื่องซักผ้าที่อยู่ตรงนี้มากๆอีกด้วย

อีกด้านหนึ่งเค้าก็จะ Built-in ตู้มาให้แบบนี้เหมือนกันครับ โดยภายในจะเป็นที่ชั้นวางรองเท้า และช่องเก็บของทรงสูงไว้เก็บพวกร่มหรือสิ่งของยาวๆได้ และข้างๆกันก็จะเว้นไว้เป็นที่วางตู้เย็น

จริงๆเราชอบฟังก์ชันนี้มากๆ เพราะนอกจากจะทำให้เก็บของได้เยอะและเรียบร้อยแล้ว บนหลังตู้เรายังสามารถวาง/แขวนของต่างๆ ที่มักจะต้องหยิบจับก่อนออกจากห้องได้สะดวกมากๆเลย

ครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อนให้ปิดได้แบบนี้ครับ ทำให้ช่วยป้องกันกลิ่นจากการประกอบอาหารไม่ให้เข้ามารบกวนภายในห้อง นอกจากนี้การปิดประตูยังช่วยป้องกันเสียงรบกวน จากคนที่อาจเดินผ่านไป-มาหน้าห้องได้อีกด้วย

ตรงกลางห้องเป็นจุดวางโต๊ะทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง ซึ่งจะอยู่ใกล้กับครัวเพื่อสามารถหยิบมาวางได้สะดวก

ถัดมาจะเป็นโซน Livng Area ซึ่งเค้าจะให้เฟอร์นิเจอร์แบบนี้มาครบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นโซฟา โต๊ะอเนกประสงค์ และชั้นวางทีวี เหลือแค่ซื้อทีวีมาติดเองก็พร้อมอยู่ได้เลย

ติดกันคือ ‘ระเบียง’ ซึ่งเป็นช่องแสงหลักของห้อง ที่ช่วยทำให้มีบรรยากาศที่สว่างโปร่งโล่ง รวมถึงระเบียงภายนอกยังมีขนาดความกว้างมากพอ ที่จะตากผ้าหรือปลูกต้นไม้เล็กๆได้สบาย โดยเค้าจะนำ Condensing Unit แขวนไว้ด้านบนครับ เลยทำให้สามารถใช้งานพื้นที่ระเบียงได้อย่างเต็มที่และไม่มีลมร้อนเป่ารบกวน

ฟังก์ชันต่อไปจะเป็น ‘ห้องนอน’ แต่ก่อนที่จะเข้าไปก็จะมีทั้งผนังและประตูบานทึบปิดไว้แบบนี้ จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวแยกออกจากโซน Living หรือใครจะดูทีวีคนละเครื่องกับแฟนก็แบ่งกันดูคนละห้องได้สบาย

ภายในห้องนอนมีขนาดใหญ่ เดินรอบเตียงได้สะดวกเลยครับ ซึ่งทางโครงการเค้าจะให้เป็นฐานเตียง 5 ฟุตมาแล้วนะ เราเพียงแค่ซื้อฟูกและผ้าปูมาเอง แถมผนังปลายเตียงยังสามารถติดทีวีไว้ดูชิลๆได้อีกด้วย

บริเวณริมหน้าต่างเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ที่เราสามารถจัดเป็นมุมนั่งทำงานหรือปรับเป็นฟังก์ชันอื่นก็ได้ตามต้องการ โดยทางโครงการเค้าจะให้โต๊ะและเก้าอี้มาตามขนาดห้องแต่ละ Type มาแต่แรกเลยครับ ทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยไปตามหาโต๊ะเองหรือสิ่งทำให้พอดีช่อง

หนึ่งไอเดียที่เราเคยเจอและชอบมากๆคือ การทำมุมนี้ให้เป็นโซฟานั่งเล่น ที่เราสามารถนอนอ่านหนังสือและชมวิวจากหน้าต่างได้แบบชิลๆ ซึ่งก็อาจกลายเป็นมุมโปรดส่วนตัวของใครหลายๆคนอย่างแน่นอน

อีกด้านหนึ่งของห้องจะเป็นห้องน้ำและตู้เสื้อผ้า ซึ่งทางโครงการก็จะ Built-in มาให้แบบนี้เลยเช่นกัน ที่ชอบก็คือเค้าจะทำเป็นตู้สูงขึ้นไปจนถึงฝ้าเพดานเลย ทำให้เราสามารถใช้สอยพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า และเก็บของได้เยอะขึ้น แต่ถ้าใครไม่อยากให้มีฝุ่นหรือทำให้ดูเรียบร้อยขึ้น ก็สามารถหาหน้าบานมาปิดเองได้นะ

ภายในห้องน้ำมีฟังก์ชันมาตรฐาน ซึ่งเราจะได้สุขภัณฑ์จาก American Standard และ Englefield ครบชุดแบบห้องตัวอย่างเลย โดยจุดที่เราชอบที่สุดก็คงเป็น ‘กระจกเงา’ ที่สามารถเปิดออกมาใช้เก็บของด้านในได้ด้วย

ส่วนด้านในสุดจะเป็น Shower ที่เค้าจะติดฉากกั้นมาให้แบบนี้เลย ทำให้เวลาใช้งานน้ำก็จะไม่เปียกประเด็นออกมาด้านนอก รวมถึงยังติดตั้ง Hand Shower และเจาะช่องวางของขนาดใหญ่ในผนังเอาไว้ให้แล้ว แต่ถ้าใครอยากติดเครื่องทำน้ำอุ่นเพิ่มก็ทำได้ เพราะเขาจะทิ้ง Junction เอาไว้ให้พร้อมใช้งาน

  • 2 Bedrooms Plus พื้นที่ใช้สอย 62 ตร.ม.

ถือเป็นหนึ่งห้อง Highlight ของโครงการนี้เลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งเป็นห้องหน้ากว้างไซส์ใหญ่ที่สุด ปัจจุบันได้ยินมาว่าเหลือเพียงไม่กี่ยูนิตแล้ว เหมาะกับคนที่มีงบประมาณสักหน่อย และต้องการห้องกว้างๆ สามารถอยู่ร่วมกันได้อาจจะ 3 – 4 คน โดยที่ห้องนอนหลักจะอยู่แยกกันคนละฝั่ง ทำให้มีความเป็นส่วนตัวออกจากกัน แถมยังมีห้องน้ำให้ใช้งานในตัวสะดวกด้วยนะ

ซึ่งการออกแบบของห้องนี้เค้าจะให้ความสำคัญกับ Common Area ที่อยู่ตรงกลางมาก เพราะถือเป็นพื้นที่ใช้งานร่วมกันของทุกคน และเปิดพื้นที่เป็น Open Plan เพื่อความกว้างขวาง แลกมากับเราอาจไม่ได้ครัวปิดเป็นสัดส่วน รวมถึงยังมี ‘ห้องอเนกประสงค์’ ให้ใช้งานด้วยครับ สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้หลากหลายตามต้องการ เป็นห้องทำงานก็ได้ หรือห้องนอนเสริมก็ดี

เข้ามาภายในห้องเราจะเจอกับ Common Area ที่ด้านข้างของประตูจะมีตู้เก็บรองเท้า Built-in มาให้เหมือนห้องตัวอย่างก่อนหน้านี้เลยครับ

ส่วนถัดเข้ามาด้านในห้องจะเป็น Living Area ที่มีชุดโซฟากับชั้นวางทีวีมาให้ติดกับระเบียง

ส่วนระเบียงก็มีขนาดใหญ่เหมือนเดิมครับ สามารถออกไปใช้งานได้จริง แต่เราชอบตำแหน่งห้องนี้ตรงวิวภายนอก ที่มองเห็นเป็นพุ่มไม้สีเขียวสดชื่นๆพอดีเนี่ยแหละ

อีกด้านของห้องจะเป็นโซนครัวและโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง ซึ่งก็สามารถรองรับสมาชิกภายในบ้านได้พอดีๆ แต่ถ้าใครที่มีเพื่อนหรือแขกมาหาบ่อยๆ ก็อาจเสริมเป็น 6 ที่นั่งก็ได้นะ

ชุดครัวจะ Built-in มาให้เป็นรูปตัว L เหมือนห้องตัวอย่างเลยครับ และมีช่องเก็บของได้มากขึ้นตามสัดส่วนขนาดคนที่อยู่อาศัย เพียงแต่เราจะไม่ได้เป็นครัวปิดเหมือนห้องอื่นๆ ทำให้ต้องพึ่งเครื่องดูดควันและอาจเปิดประตูระเบียงช่วยระบายอากาศได้

มาดูทางด้านซ้ายของห้องก่อนครับ ซึ่งจะเป็นห้องน้ำและห้องนอนที่แยกออกไปด้วยผนังทึบเป็นส่วนตัว

ห้องน้ำจะมีฟังก์ชันที่เหมือนกับห้องตัวอย่างก่อนหน้านี้เลยครับ เพียงแต่ประตูทางเข้าจะถูกออกแบบให้เปิดได้ 2 ทาง ทั้งจาก Living ภายนอก และจากภายในห้องนอน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวและใช้งานได้สะดวกทั้ง 2 ฟังก์ชันเลย

มาต่อกันที่ห้องนอนข้างๆ มีขนาดใหญ่และใช้งานสะดวก ซึ่งโดยพื้นฐานก็จะเหมือนกับห้องนอนของห้องตัวอย่างก่อนหน้านี้เลยครับ

อย่างบริเวณริมหน้าต่างก็จะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ให้วางโต๊ะทำงานได้แบบนี้

ส่วนอีกด้านก็จะเป็นตู้เสื้อผ้าที่อยู่ติดกับห้องน้ำ ทำให้ใช้งานต่อเนื่องกันง่ายครับ

มาดูทางด้านขวาของห้องกันบ้าง ซึ่งจะประกอบด้วยห้องอเนกประสงค์และห้องนอนหลักอีกห้องหนึ่ง

เริ่มจากห้องอเนกประสงค์ที่จะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ทำให้มีความเป็นสัดส่วน แต่ก็ยังทำหน้าที่เป็นช่องแสงให้โซนครัวไม่มืดทึบจนเกินไป แต่ถ้าใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวของห้องมากขึ้น ก็อาจติดม่านเอาไว้เลื่อนปิดตอนใช้งานก็ได้ครับ

ภายในมีขนาดกำลังพอดี จริงๆก็สามารถวางเป็นเตียง 3.5 ฟุตเพื่อทำเป็นห้องนอนเสริมหรือห้องนอนลูกเล็กก็ได้นะ แต่ทางโครงการไม่ได้ให้เตียงเล็กมาเหมือนห้อง 1 Bedroom Plus อีก Type เนื่องจากมองว่าไม่ได้อยากจำกัดฟังก์ชันว่าจะต้องเป็นห้องนอนเท่านั้น เพราะห้องนอน 2 ห้องก็น่าจะเพียงพอและเหมาะสมกับการอยู่อาศัยแล้ว ดังนั้นเราจึงอาจทำเป็นห้องทำงานหรือห้องอื่นๆได้อีกเยอะตามต้องการเลยครับ

สุดท้ายคือห้องนอนหลักที่ฟังก์ชันภายในก็จะเหมือนเดิมเลย เพียงแต่จะไม่ได้มีพื้นที่อเนกประสงค์ริมหน้าต่างแล้ว เพราะเค้าเลื่อนฐานเตียงให้ไปอยู่ใกล้แบบพอดีๆ

แต่ห้องนี้เราจะได้พื้นที่โซนแต่งตัวหน้าตู้เสื้อผ้ามากว้างๆแทนครับ

แถมยังได้เป็นตู้ Built-in รูปตัว L แบบนี้ด้วย สามารถแยกกันคนละตู้กับแฟนได้เลย

ปิดท้ายด้วยห้องน้ำที่ได้สุขภัณฑ์และมีฟังก์ชันที่เหมือนกับห้องน้ำอื่นๆ จึงขออนุญาตข้ามไปไม่ต้องพูดซ้ำให้เสียเวลาจ้า

ราคา

THE BASE Srichan Khonkaen (เดอะ เบส ศรีจันทร์ – ขอนแก่น) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2569)

ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร

  • 1 Bedroom  พื้นที่ใช้สอย 26 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.75 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 6,915 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,430 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 13,000 บาท
  • 1 Bedroom  พื้นที่ใช้สอย 30 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.15 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 8,495 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,650 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 15,000 บาท
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.65 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 10,470 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,925 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 17,000 บาท
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 49 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.69 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 14,580 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,695 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 24,500 บาท
  • 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอย 59.9 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.85 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 15,212 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 3,295 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 29,950 บาท
  • 2 Bedrooms Plus พื้นที่ใช้สอย 62 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.29 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 16,950 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 3,410 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 31,000 บาท
  • รูปแบบการขาย Fully Furnished
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.50 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท็อป Solid surface Top
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ Teka
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 2 ปีแรก = 55 บาท/ตร.ม./เดือน , ปีที่ 3 = 69 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร 

เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้

  • มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
  • ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
  • มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป

หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะ

บทสรุป

ทำเล : THE BASE ศรีจันทร์ – ขอนแก่น ตั้งอยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น ติดถนนศรีจันทร์ ใกล้ห้างเซ็นทรัลขอนแก่นในระยะเดินได้เพียง 120 m. อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของร้านค้า ร้านอาหารต่างๆมากมาย เรียกได้ว่าเป็นโซนที่คึกคักที่สุดในจังหวัดเลยก็ว่าได้ โดยคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นวัยทำงานที่อาศัยอยู่ 1 – 2 คน ซึ่งมีทั้งคนคนแก่นเองอยู่แล้ว รวมถึงคนที่อาจอยู่ในจังหวัดข้างเคียงที่เข้ามาทำงานที่นี่ก็ด้วย เพราะอย่างที่รู้กันว่า ‘ขอนแก่น’ เป็นหนึ่งในจังหวัดใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน นอกจากจะมีแหล่งงานมากมายแล้ว ยังเต็มไปด้วยสถานศึกษาชั้นนำอีกเยอะเลยครับ

ราคาคอนโดส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านปลายๆ ไปจนถึง 2 – 3 ล้านบาท ซึ่งหากใครได้ลองเปรียบเทียบราคาแล้วอาจรู้สึกว่า คอนโดนี้ราคาเริ่มต้นสูงกว่าเพื่อนก็อย่าเพิ่งตกใจไปครับ นั่นเป็นเพราะขนาดห้องและพื้นที่ใช้สอยของเค้าจะค่อนข้างใหญ่กว่าเพื่อนบ้านนั่นเอง แต่ก็แลกมากับทำเลตรงนี้ที่หากยากมากๆ ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองเลยจริงๆ อีกทั้งยังมีห้องไซส์ใหญ่ให้เลือกด้วย ใครสนใจก็ลองเข้าไปเยี่ยมชมดูของจริงได้ครับ ตอนนี้สร้างเสร็จพร้อมอยู่เรียบร้อย

การเดินทางโดยใช้รถ : ถนนศรีจันทร์เป็นถนนเส้นหลักของเมืองขอนแก่น เชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญได้อีกหลายสาย เช่น ถนนมิตรภาพ , ถนนหน้าเมืองและถนนกลางเมือง ทำให้การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวสะดวกมาก โดยโครงการเตรียมที่จอดรถไว้ให้ 30% ไม่รวมจอดซ้อนคัน แต่ด้วยทำเลที่อยู่ใจกลางเมืองแบบนี้ จึงสามารถชดเชยด้วยการเดินหรือใช้มอเตอร์ไซค์ไปในจุดใกล้ๆได้ด้วยครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ถนนศรีจันทร์เป็นถนนสายหลักที่มีรถสาธารณะผ่านหน้าโครงการอยู่หลายสาย ไม่ว่าจะเป็นรถ 2 แถว และรถขอนแก่นซิตี้บัสทุกสาย หรือใครไม่อยากใช้รถสาธารณะ จะใช้บริการ Grab ก็สะดวกเช่นกัน ทำให้การเดินทางไปละแวกต่างๆในเมืองขอนแก่นสะดวกสบายมากขึ้น

วัสดุ : ขายแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์มาครบ พร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ ขาดเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชิ้นและฟูกที่นอนที่อาจต้องซื้อเพิ่มนิดหน่อยครับ โดยสเปควัสดุเราก็คิดว่าให้มาดี เหมาะสมกับการใช้งาน โดยเฉพาะพื้นในครัวที่เป็นกระเบื้อง และ Top เคาน์เตอร์ครัวที่เป็นหินสังเคราะห์ ซึ่งสามารถเช็ดทำความสะอาดง่าย อีกทั้งยังมีการทำพวกช่องเก็บของจุกจิกมาให้ด้วย อย่างตู้เก็บรองเท้า ที่เก็บของบนหลังตู้เสื้อผ้า และที่เก็บของหลังกระจก เป็นการใช้ประโยชน์ของพื้นที่เก็บของได้ดีทีเดียว

การออกแบบโครงการ : เป็นคอนโด Low Rise ที่มีเพื่อนบ้านเพียง 309 ยูนิต ถือว่ามีความเป็นส่วนตัวอยู่เหมือนกันครับ เพราะคอนโดส่วนใหญ่ในจังหวัดขอนแก่นจะมีมากกว่า 300 – 700 ยูนิตขึ้นไป ซึ่งนั่นจะค่อนข้างวุ่นวายและหนาแน่นกว่า อีกทั้งยังออกแบบให้มีอาคาร Clubhouse แยกออกมาจากอาคารพักอาศัยด้วย จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นไปอีก

โดยอาคารพักอาศัยทั้ง 2 จะโอบล้อมส่วนกลางเอาไว้ ทำให้ห้องพักที่หันหน้าเข้ามาด้านในจะได้วิวสวนและสระว่ายน้ำสวยๆครับ ซึ่งลูกค้าหลายๆคนจะค่อนข้างชอบวิวนี้เป็นพิเศษ ส่วนตัวเราชอบวิวจากอาคาร A เพราะมีระยะห่างที่ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า และเห็นส่วนกลางทั้งหมดแบบตอนลึก ส่วนอาคาร B ก็จะมีความสะดวกในการจอดรถและการใช้งานส่วนกลางมากกว่าหน่อยนึง อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบเลย แนะนำให้ลองไปชมของจริงกันดูได้เลย เพราะเค้าสร้างเสร็จแล้วครับ

การออกแบบห้องพักอาศัย : มีให้เลือกตั้งแต่ 1 – 2 Bedrooms Plus ซึ่งแบบห้องที่นับว่าเป็นจุดเด่นก็คือห้องไซส์ใหญ่และห้อง Plus เนี่ยแหละครับ เพราะปกติคอนโดที่ขอนแก่นมักจะไม่ค่อยมีห้องไซส์ใหญ่ให้เลือก จึงเหมาะกับคนที่ชอบห้องกว้างๆ อยู่สบาย และสามารถอยู่ร่วมกันหลายๆคนได้ เช่น อาจเป็นพี่น้องอยู่ร่วมกัน เพื่อนร่วมงานมาเป็นรูมเมทกัน หรือบางคนอาจวางแผนที่จะมีลูกในอนาคตก็ได้

จุดเด่นในการออกแบบฟังก์ชันห้องที่เหมือนๆกันคือ ‘ความเป็นส่วนตัว’ เพราะทุกห้องนอนจะกั้นด้วยผนังทึบแยกจาก Living แถมยังมักจะมีห้องน้ำให้ใช้งานได้สะดวกในตัวด้วย นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังได้ครัวปิด และที่เราชอบส่วนตัวคือ ‘พื้นที่อเนกประสงค์ริมหน้าต่าง’ ซึ่งเป็นจุดที่น่าใช้งานและสามารถปรับเป็นมุมส่วนตัวในแบบต่างๆของเราได้ด้วย ส่วนห้องอเนกประสงค์ก็ยังสามารถปรับเป็นห้องทำงาน ห้องนอนเสริม หรือห้องอื่นๆได้ตามต้องการเลยครับ

สาธารณูปโภค : มีฟังก์ชันพื้นฐานหลักๆให้ใช้งานครบ ไม่ว่าจะเป็น Lobby, Co-Living Space, Fitness และสระว่ายน้ำ ซึ่งแต่ละฟังก์ชันถือว่ามีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต อย่างในห้องฟิตเนสก็มีเครื่องเล่นหลายตัว หรือ Co-Living ก็มีโซฟาและโต๊ะเก้าอี้หลายจุดมาก เรียกได้ว่าลูกบ้านสามารถมาใช้งานพร้อมๆกันได้ไม่อึดอัด รวมถึงยังมีพื้นที่สีเขียวให้พักผ่อนภายในโครงการด้วย

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 71,500 บาท/ตร.ม., 27 พฤษภาคม 2569

SUPER ECONOMY CLASS

หมวดหมู่ คะแนน
หมายเหตุ
ทำเล 8/10 ติดถนนใหญ่ อยู่ใจกลางเมือง ใกล้เซ็นทรัลขอนแก่น
เดินทางด้วยรถยนต์ 8/10 ติดถนนหลัก ที่จอดรถ 30%
เดินทางด้วยรถสาธารณะ 8/10 รถสาธารณะผ่านหลายสายทั้งรถ 2 แถว และขอนแก่นซิตี้บัส
วัสดุ 8/10 Fully Furnished พื้นที่เก็บของเยอะ สเปคเหมาะสมกับการใช้งาน
การออกแบบ 8.5/10 ห้องด้านในได้วิวส่วนกลางสวยๆ ฟังก์ชันห้องเป็นส่วนตัว ห้องไซส์ใหญ่ กว้างขวางอยู่สบาย
สาธารณูปโภค 8.5/10  ฟังก์ชันหลักครบ พื้นที่ใหญ่ ให้มาเยอะเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต
รวมคะแนน 8.1 จาก 10 คะแนน

THE BASE Srichan Khonkaen (เดอะ เบส ศรีจันทร์ – ขอนแก่น) ดีไหม?

โครงการ THE BASE ศรีจันทร์ – ขอนแก่น มีจุดเด่นคือ ‘ทำเล’ ที่อยู่ติดถนนศรีจันทร์ที่เป็นเส้นหลักของจังหวัดขอนแก่น อีกทั้งยังใกล้เซ็นทรัลในระยะเดินถึงได้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นทำเลใจกลางตัวเมืองอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่แตกต่างจากคอนโดอื่นจริงๆคือ ‘ขนาดห้อง’ เพราะที่นี่จะมีห้องไซส์ใหญ่ให้เลือกด้วย เหมาะกับคนชอบห้องกว้างๆ อยู่ด้วยกันหลายคนได้ แถมยังมียูนิตน้อย และได้ส่วนกลางมาค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต ปัจจุบันสร้างเสร็จเรียบร้อยและขายเป็นแบบ Fully Furnished พร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ โดยคนที่สนใจจะต้องมีงบประมาณ 1.75 ล้านบาท หรือผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 6,915 บาท


Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่