จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจในหลายพื้นที่ สถาบันการเงินชั้นนำของไทยได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือโดยทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการพักชำระหนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือการปล่อยสินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

วันนี้เรารวบรวมมาตรการช่วยเหลือต่างๆ มาจาก 14 ธนาคาร ซึ่งแต่ละธนาคารได้ทยอยประกาศมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมกับความต้องลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ลูกหนี้สามารถติดต่อธนาคารเพื่อขอรับสิทธิ์ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยมีรายละเอียดของแต่ละธนาคารดังนี้ค่ะ

ใครเป็นลูกหนี้ของธนาคารไหนก็สามารถตามไปดูรายละเอียดของแต่ธนาคารได้เลย เรารวมมาให้แล้วค่ะ


ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ส่ง “โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย” จำนวน 2 มาตรการ และ “มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2568” จำนวน 5 มาตรการ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย จำนวน 2 มาตรการ ประกอบด้วย

1. สำหรับลูกค้าปัจจุบัน : ลดเงินงวดและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยพักชำระหนี้นาน 3 เดือน พร้อมลด อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี 3 เดือนแรก และเดือนที่ 4 – 12 คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2.00% ต่อปี พร้อมลดเงินงวดลง 50% ของเงินงวดที่ชำระในปัจจุบัน โดยเมื่อครบระยะเวลาให้ความช่วยเหลือ ลูกค้าสามารถกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เดิมต่อไป

2. สำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ : กู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม วงเงินกู้สูงสุดต่อราย ต่อหลักประกันไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 1 – 3 เท่ากับ 0% ต่อปี พร้อมปลอดชำระเงินงวด, อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 4 – 24 เท่ากับ 2.00% ต่อปี, อัตราดอกเบี้ยปีที่ 3 เท่ากับ MRR-3.30% ต่อปี (3.24% ต่อปี), ปีที่ 4 เท่ากับ MRR-2.40% ต่อปี (4.14% ต่อปี) และปีที่ 5 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี, ลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี และกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย เท่ากับ MRR (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ปัจจุบัน เท่ากับ 6.545% ต่อปี) ระยะเวลาการกู้ 40 ปี กู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 3,100 บาท เท่านั้น พิเศษ!ฟรีค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักประกัน (1,900 – 2,800 บาท) และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการจำนองไม่เกิน 1% ของวงเงินจำนอง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนอีกด้วย

มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2568 จำนวน 5 มาตรการ ประกอบด้วย

มาตรการที่ 1 : สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย ให้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และไม่ต้องชำระเงินงวด จากนั้นเดือนที่ 7-18 อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยให้ ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 2 : สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้ประนอมหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และผ่อนชำระเงินงวดเพียง 1,000 บาท (ตัดเงินต้นทั้งหมด) จากนั้น เดือนที่ 7-12 อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน บวกอีก 100 บาท และเมื่อผ่อนชำระครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้ลูกค้ากลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 3 : สำหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและสถานะ NPL ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ให้ผ่อนชำระ โดยใช้อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาที่คงเหลือ (พิจารณาเป็นรายกรณี)

มาตรการที่ 4 : สำหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและสถานะ NPL หากที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง และไม่สามารถซ่อมแซมได้ ให้ปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น (พิจารณาเป็นรายกรณี)

มาตรการที่ 5 : พิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fast Track) สำหรับลูกค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย ซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติ กับบริษัทประกันภัยที่ธนาคารจัดให้ พิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่ประสบภัยทุกราย อย่างเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ โดยผู้เอาประกันสามารถแจ้งความเสียหายโดยใช้ภาพถ่าย จ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 20,000 บาท และสำหรับลูกค้า ที่มีกรมธรรม์เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เพิ่มความคุ้มครองภัยธรรมชาติตามความเสียหายจริงอีกไม่เกิน 30,000 บาท ต่อปี (รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์)

นอกจากนี้ ลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ยังสามารถเข้าร่วมมาตรการสินเชื่อซ่อม – แต่ง : สำหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อต่อเติม ซ่อมแซม หรือซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย มีการทำนิติกรรมสัญญาและผ่อนชำระเงินกู้กับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี วงเงินกู้เดิมภายใต้หลักประกันสูงสุด ไม่เกิน 5 ล้านบาท ประวัติการผ่อนชำระสม่ำเสมอทุกเดือนไม่น้อยกว่า 1 ปี วงเงินให้กู้สูงสุดต่อรายต่อหลักประกัน ไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลาการกู้สูงสุดนาน 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีเพียง 1.00% ต่อปี กรณีกู้ 1 แสนบาท ผ่อนชำระเงินงวดเพียง 2,900 บาท เท่านั้น พิเศษ! ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน 1,900 บาท โดยไม่ต้องจดทะเบียนการจำนองเพิ่มที่สำนักงานที่ดิน

สำหรับลูกค้าที่ประสงค์ขอรับบริการ “โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย” และ “มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2568 ” ในมาตรการที่ 1-4 สามารถติดต่อได้ที่สาขาของ ธอส. ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ในส่วนของ “มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2568 ” มาตรการที่ 5 และผู้ที่สนใจเข้าร่วมมาตรการสินเชื่อซ่อม – แต่ง สามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ
G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000
Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์
Application : GHB ALL GEN
www.ghbank.co.th


ธนาคารกสิกรไทย

กสิกรไทยออกมาตรการพักชำระเงินต้น ผ่อนเฉพาะดอกเบี้ยนานสูงสุด 3 เดือน วงเงินสินเชื่อที่กู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้านและสถานประกอบการ และสินเชื่ออื่นๆ พร้อมแนะแนวทางการรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือดังนี้

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าบุคคล

1. สินเชื่อบ้านกสิกรไทย พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
2. สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือน ฟรีค่าประเมินหลักประกัน
3. บัตรเครดิตกสิกรไทย, สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
4. สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลา 3 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อน 3 เดือน

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ

1. วงเงินสินเชื่อเดิม พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
2. สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ใน 2 ปีแรก โดยให้พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน

สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อเพื่อเข้าร่วมมาตรการได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568

ลูกค้าบุคคลติดต่อได้ที่ K-Contact Center 02-8888888
ลูกค้าธุรกิจติดต่อที่ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าหรือ K-BIZ Contact Center 02-8888822 ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ติดต่อที่ KLeasing Call Center 02-6969999
K-Contact Center 02-8888888


ธนาคารไทยพาณิชย์

กลุ่มลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจรายย่อย* ประกอบด้วย

สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย : ลูกค้าสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบ้านคือเงิน My Home My Cash ธนาคารมอบความช่วยเหลือพักชำระเงินต้นนาน 3 เดือน

สินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน : ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน สำหรับลูกค้าปัจจุบัน

สินเชื่อ My Home My Cash : ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน สำหรับลูกค้าขอสินเชื่อใหม่ ฟรีค่าประเมินหลักประกัน บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโด

สินเชื่อรถยนต์ : ธนาคารมอบความช่วยเหลือ ได้แก่ 1) พักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน สำหรับลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ และขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 3 เดือน (รวมอายุผู้กู้ไม่เกิน 65 ปี)

สินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ : ธนาคารมอบความช่วยเหลือ พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 3 เดือน

สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการ : ดอกเบี้ยคงที่เริ่มต้น 3.5% ต่อปี นาน 24 เดือน ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี

ลูกค้าสามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ทางธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2568
SCB Customer Center โทร. 02-777-7777


LH Bank

ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์มีความห่วงใยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว จึงออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้

มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าปัจจุบันสินเชื่อบ้านใหม่ สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ และสินเชื่ออเนกประสงค์ : พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยนาน 3 เดือน

มาตรการสินเชื่ออเนกประสงค์เพื่อซ่อมแซมบ้านสำหรับลูกค้าทั่วไป : อัตราดอกเบี้ย 3.50%* (MRR – 5.080%) เป็นไปตามเงื่อนไขธนาคาร

เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามประกาศของธนาคาร สามารถตรวจสอบอัตราดอกเบี้ย ณ ปัจจุบันได้ที่เว็บไซต์ธนาคาร www.lhbank.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ LH Bank Call Center โทร. 1327
โปรโมชันตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. – 30 มิ.ย. 2568


ธนาคารออมสิน

ธนาคารสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการส่งมอบมาตรการผ่าน 2 มาตรการหลัก คือ

1. มาตรการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ลูกค้าเดิม : โดยให้พักชำระเงินต้นทั้งหมด และลดดอกเบี้ยเป็น 0% เป็นระยะเวลา 3 เดือน สำหรับลูกค้าสินเชื่อธนาคารออมสิน 3 กลุ่ม ที่เดือดร้อนทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือการดำเนินธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แก่ ลูกค้าสินเชื่อธนาคารประชาชน ลูกค้าสินเชื่อเคหะที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท และลูกค้าสินเชื่อ SME ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาท

2. มาตรการสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูสำหรับบุคคลทั่วไป : ธนาคารมอบสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ ได้แก่

2.1 สินเชื่อฉุกเฉินผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท/ราย ระยะเวลาผ่อนชำระ 24 เดือน ปลอดชำระเงินงวด 3 เดือนแรก อัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับเดือนที่ 1 – 3 และเดือนที่ 4 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย 0.60% ต่อเดือน

2.2 สินเชื่อซ่อมแซมบ้าน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท/ราย ระยะเวลาผ่อนชำระ 10 ปี สำหรับลูกค้าใหม่ ส่วนลูกค้าปัจจุบันใช้ระยะเวลาผ่อนชำระตามสัญญาเดิม ปีที่ 1 คิดอัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับ 3 เดือนแรก และเดือนที่ 4 – 12 = 2% ปีที่ 2 = 2% ปีที่ 3 = MRR-3.35% ปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR-0.75%

2.3 สินเชื่อ SME ฟื้นฟูแผ่นดินไหว วงเงินกู้ไม่เกิน 40 ล้านบาท/ราย ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 10 ปี (ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 9 เดือน) คิดอัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 – 2 = 2.99% ปีที่ 3 – 4 = MLR/MOR-0.5% และปีที่ 5 เป็นต้นไป = MLR/MOR+0.5% ทั้งนี้ สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาท ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย 3 เดือนแรก = 0% หลังจากนั้น เดือนที่ 4 – 24 = 2.99% ปีที่ 3 – 4 = MLR/MOR-0.5% และปีที่ 5 เป็นต้นไป = MLR/MOR+0.5%

โดยลูกค้าและบุคคลทั่วไปสามารถติดต่อที่สาขาธนาคารออมสิน เพื่อแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2568 และยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 กันยายน 2568
GSB Contact Center โทร. 1115
www.gsb.or.th


ธนาคาร CIMB

สำหรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อยทุกประเภท
1. ลดค่างวด ขยายระยะเวลาผ่อนชำระ
2. พักชำระค่างวดสูงสุด 6 เดือน

ลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2568
ลูกค้าสินเชื่อธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย โทร. 02 626 7070
ลูกค้าสินเชื่อบริษัท ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ โทร. 02 491 5555
ลูกค้าสินเชื่อบริษัท เวิลด์ลีส โทร. 02 096 4599
ลูกค้าสินเชื่อ SME ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย โทร. 02 638 8682 หรือ RM ที่ดูแลท่าน
ลูกค้า Corporate Banking ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย โปรดติดต่อ RM ที่ดูแลท่าน


ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

สำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อ SME รายย่อย

แนวทางที่ 1 : ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดนาน 6 เดือน
แนวทางที่ 2 : พักเงินต้น ชำระคืนแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียว สูงสุดนาน 3 เดือน

สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SME ขนาดเล็กและขนาดกลาง

แนวทางที่ 1 : ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดนาน 6 เดือน
แนวทางที่ 2 : พักเงินต้น ชำระคืนแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียว สูงสุดนาน 6 เดือน

สำหรับลูกค้าสินเชื่อกรุงศรีออโต้

ขยายเทอม ลดค่างวด ไม่เกิน 40% ของค่างวดเดิม

สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต และสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์

ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือน ด้วยการขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้)*
*หมายเหตุ : ไม่รวมลูกค้าที่ได้รับการช่วยเหลือในมาตรการอื่นสูงสุดอยู่แล้ว

การพิจารณาตามมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว การพิจารณาเป็นรายกรณีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบริษัทในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ก.ย. 68

ติดต่อแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทุกสาขา หรือโทรสอบถามได้ที่
ลูกค้าบุคคล โทร 1572
ลูกค้า SME โทร 02-296-6262, 02-626-2626
ลูกค้ากรุงศรีออโต้ โทร 02-740-7400 กด 3
ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิต กรุงศรี โทร 02-646-3555
ศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ โทร 02-345-6789
ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน โทร 02-627-8111
ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตโลตัส โทร 1712


ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย ออกมาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อประสบภัยแผ่นดินไหว ประกอบด้วย

1. มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อปัจจุบัน

1.1 สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อธุรกิจ SSME : ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบันนาน 1 ปี และ ลดดอกเบี้ยเป็น 0% ต่อปี นาน 3 เดือน และหลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมเป็นระยะเวลา ดอกเบี้ยพิเศษนาน 3 ปี)

1.2 สินเชื่อส่วนบุคคล : ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบัน นาน 1 ปี และ ลดดอกเบี้ยเป็น ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี

1.3 สินเชื่อธุรกิจ SME : ให้ความช่วยเหลือครอบคลุม ทั้งการลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่างวดการชำระหนี้ พักชำระเงินต้น ชำระเฉพาะดอกเบี้ย หรือพักชำระเงินต้น และ/หรือ พักชำระดอกเบี้ยบางส่วน ขยายระยะเวลาสัญญา/ปรับตารางผ่อนชำระหนี้ เป็นต้น โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งธนาคารจะพิจารณาให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย เพื่อลดภาระทางการเงินและสะท้อนภาวะเศรษฐกิจและรายได้ของลูกค้าที่น่าจะฟื้นตัวในอนาคต

2. มาตรการสำหรับสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการและซ่อมบ้าน

2.1 สินเชื่อบ้าน Top up สินเชื่อบ้านแลกเงิน และสินเชื่อธุรกิจ SSME (Term Loan) : ดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมเป็นระยะเวลา ดอกเบี้ยพิเศษนาน 3 ปี กรณีสินเชื่อบ้าน ฟรีค่าประเมินและค่าจดจำนอง)

2.2 สินเชื่อส่วนบุคคล (Term Loan) ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี

2.3 สินเชื่อธุรกิจ SME (Term Loan)
ระยะเวลา 7 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี นาน 2 ปี หลังจากนั้น MLR-1% ต่อปี

*สินเชื่อบ้าน Top up และ สินเชื่อบ้านแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 5.2% ต่อปี (ณ วันที่ 3 มี.ค. 68) | สมมติฐานการคำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท อายุสัญญา 20 ปี ผ่อนชำระ 8,400 บาท/เดือน | MLR = 6.825% ต่อปี (ณ วันที่ 3 มี.ค. 68)

**สินเชื่อบุคคล อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 6.595% – 24% ต่อปี (ณ วันที่ 3 มี.ค. 68) | MRR = 7.345% ต่อปี (ณ วันที่ 3 มี.ค. 68) | ยกเว้นสินเชื่ออเนกประสงค์ สำหรับข้าราชการผู้รับบำนาญ

***สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME MLR=6.825% ต่อปี (ณ วันที่ 3 มี.ค. 68) | สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME สำหรับผู้ประกอบการที่มียอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาท และวงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้านบาท สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME | สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางที่มียอดขายมากกว่า 100 ล้านบาท หรือวงเงินกู้มากกว่า 20 ล้านบาทขึ้นไป |

อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ สามารถตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ www.krungthai.com/link/specialmeasures


ธนาคาร UOB

ธนาคารยูโอบีประเทศไทย และบริษัทในเครือ ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ ระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 31 มี.ค. – 31 พ.ค. 68

ลูกค้าบุคคล

1. สินเชื่อบัตรเครดิต : ปรับลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำเป็น 5% ของยอดคงค้าง นาน 12 เดือน หรือ โปรแกรมอื่นๆ ที่ธนาคารมีตามความเหมาะสม
2. บัตรกดเงินสด :
โปรแกรมผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 19% นาน 12 เดือน
3. สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ Car2Cash, สินเชื่อส่วนบุคคล UOB Express :
พักชำระเงินต้นนาน 3 เดือน หรือ ปรับลดอัตราผ่อนชำระลง 50% นาน 3 เดือน หรือโปรแกรมอื่นๆ ที่ธนาคารมีตามความเหมาะสม

ลูกค้าธุรกิจ

สินเชื่อธุรกิจ : พักชำระเงินต้น หรือดอกเบี้ยนานสูงสุด 3 เดือน หรือขยายระยะเวลาการชำระหนี้นานสูงสุด 12 เดือน*

ช่องทางการติดต่อขอรับมาตรการช่วยเหลือธนาคารยูโอบีทุกสาขา
ศูนย์บริการลูกค้าธนาคารยูโอบี โทร. 02-285-1555 ตลอด 24 ชั่วโมง
ลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคล UOB Xpress โทร. 02-285-1555 กด 6 วันจันทร์-วันศุกร์ 8.30-20.00 น. วันเสาร์ 8.30-18.30 น.
ลูกค้าสินเชื่อ UOB SME ติดต่อ RM ที่ดูแลท่าน หรือ UOB Biz Call Centre โทร. 02-343-3555 วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 8.30-17.30 น.


ธนาคารทหารไทยธนชาต

ลูกค้าที่มีบัญชี ttb all free : รับฟรีความคุ้มครองจากอุบัติเหตุ ลูกค้าสามารถเบิกค่ารักษาจากอุบัติเหตุได้ สูงสุด 3,000 บาท/อุบัติเหตุ กรณีเสียชีวิตคุ้มครอง 20 เท่าของเงินฝาก สูงสุด 3 ล้านบาท เมื่อคงเงินฝากในบัญชี ttb all free ไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท ทุกวันตลอดทั้งเดือน และรับความคุ้มครองในเดือนถัดไปฟรี สามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ด้วยตนเองผ่านแอป ttb touch เข้าเมนูบัญชีเงินฝาก > เลือกข้อมูลบัญชี > เลือกเมนูประกันอุบัติเหตุ จาก all free > เลือกบัตร all free e-care card เพื่อดูสถานะความคุ้มครอง

ลูกค้าสินเชื่อบ้านทีทีบี และทีเอ็มบี (เดิม) : ลูกค้าสามารถรับความคุ้มครองจากภัยแผ่นดินไหวโดยอัตโนมัติภายใต้เงื่อนไขการมอบ “ประกันฟรี” โดยตรวจสอบความเสียหาย และแจ้งเคลมได้ที่ โทร 1292 บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และสำหรับลูกค้าที่มีประกันภัยทรัพย์สิน เช่น Home Guard, Home Add-on และ Happy Home สามารถแจ้งเคลมได้ที่ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) โทร 1519 กด 3 กด 2

สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน (ทุกประเภท) : ที่เกิดความเสียหายรุนแรง และมีภาระค่าใช้จ่าย สามารถขอรับความช่วยเหลือพิเศษได้ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2568 พร้อมแนบหลักฐานความเสียหาย โดยจะได้รับการพักชำระหนี้ นาน 3 เดือน หรือขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม เพื่อไปซ่อมแซมบ้าน ผ่านบัตรกดเงินสดบ้านแลกเงิน ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 2 เดือน กรณีที่ลูกค้ามีบัตรกดเงินสดบ้านแลกเงินอยู่แล้ว รับความช่วยเหลือดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 2 เดือน เช่นกัน สามารถลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือนี้ได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ แอป ttb touch ผ่าน Yindee เลือกติดต่อแชทกับทางเจ้าหน้าที่ หรือ ttb contact center 1428 หรือ สาขาทีทีบี ที่เปิดทำการ

ลูกค้าธุรกิจ และเอสเอ็มอี : ที่ได้รับผลกระทบทางธุรกิจและสถานประกอบการ สามารถตรวจเช็กความคุ้มครอง และขอวงเงินเป็นเงินทุนในการซ่อมแซมได้ โดยลูกค้าที่มีประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินประเภทสรรพภัย (Industrial All Risks) ประเภทไฟขยายภัยแผ่นดินไหว (Fire Extends Earthquake) ประเภทประกันการก่อสร้าง (Contractors’ All Risks) และประเภทประกันธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption) กับทีทีบีโบรกเกอร์ จะได้รับความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหวตามที่กรมธรรม์กำหนด หากพบว่ามีความเสียหาย สามารถแจ้งเคลมได้ที่ ทีทีบี โบรกเกอร์ โทร. 0 2783 0200, 0 2783 0300 เวลา 08:30-19:00 น.

ลูกค้าที่ไม่มีประกันภัยและต้องการเงินทุนเพื่อซ่อมแซม หรือลูกค้าที่มีประกันภัยแต่ต้องการเงินทุนซ่อมแซมเพิ่มเติม : สามารถขอสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการเพื่อ SME ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 3.5% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี และชำระดอกเบี้ยอย่างเดียวนานสูงสุด 12 เดือน (หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด)

สำหรับลูกค้าเอสเอ็มอี ลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ : สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจของท่าน เพื่อสอบถามรายละเอียดการช่วยเหลือได้

ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถตรวจสอบรายละเอียดความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ttbbank.com/th/tang-luk


ธนาคารกรุงเทพ

สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ

– ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกหนี้ เช่น ลดยอดผ่อนชำระ ขยายเวลาการชำระหนี้ปลอดการชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราว ระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน
– สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่เพิ่มเติม เพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้น ซ่อมแซมสถานประกอบกิจการ และฟื้นฟูกิจการ
– สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจ SME ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3.5% ต่อปี 2 ปีแรก หลังจากนั้นคิด MLR-1% ต่อปี

สำหรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อย

ธนาคารได้จัดเตรียมหลากหลายมาตรการเพื่อผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระดับความรุนแรงที่ได้รับ ประกอบด้วย

1. บัตรเครดิต : ปรับลดอัตราผ่อนชำระหนี้ขั้นต่ำ (Min Pay) จากอัตราปกติลง 3% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6-12 เดือน ลดดอกเบี้ยค้างชำระสูงสุดไม่เกิน 75% ไม่เกิน 3 รอบบัญชี หรือสูงสุดไม่เกิน 90 วัน พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน คิดอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปีและสามารถขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้

2. สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ : สินเชื่อเงินกู้บัวหลวงสุขใจลดอัตราดอกเบี้ยจากอัตราปกติลง 1% หรือพักชำระเงินต้นเป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน และสินเชื่อหมุนเวียนบัวหลวงอุ่นใจลดอัตราดอกเบี้ยจากอัตราปกติลง 1% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน

3. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันและสินเชื่อส่วนบุคคล :
– ลดยอดผ่อนชำระรายเดือนลงสูงสุด 40% (ชำระดอกเบี้ยทั้งจำนวนและชำระเงินต้นบางส่วน) เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 6-12 เดือน
– ผ่อนชำระตามเงื่อนไขเดิม และลดอัตราดอกเบี้ย 0.5% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน
– พักชำระเงินต้น ยังคงชำระดอกเบี้ยทั้งจำนวน เป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน
– พักชำระเงินต้น ยังคงชำระดอกเบี้ยบางส่วน ไม่ต่ำกว่า 70% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3 เดือนหรือไม่ต่ำกว่า 50% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน โดยดอกเบี้ยส่วนที่เหลือจะตั้งพักเอาไว้

สินเชื่อสำหรับลูกค้าที่จะขอกู้เพิ่มและลูกค้าใหม่

โดยสนับสนุนสินเชื่อเงินกู้บัวหลวงพูนผล (สินเชื่อมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน) ผ่อนได้นานสูงสุด 5 ปีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ MRR-2% (4.95%*) ต่อปี และฟรีค่าสำรวจและประเมินราคาหลักประกันเพื่อนำเงินไปใช้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย

สามารถเเจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ได้ที่สาขา สำนักธุรกิจ และสายบัตรเครดิต รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokbank.com
บัวหลวงโฟน โทร. 1333 หรือ 02-645-5555


TISCO

มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ลูกค้าบุคคล

สินเชื่อบ้าน / สินเชื่อทะเบียนรถ : พักชำระเงินต้น สูงสุด 3 เดือน และลดค่างวด และ/หรือขยายระยะเวลาผ่อนชำระ
สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ : พักชำระค่างวด สูงสุด 3 เดือน และลดค่างวด และ/หรือขยายระยะเวลาผ่อนชำระ

ลูกค้าธุรกิจ และ SME

ลดค่างวด และ/หรือ ขยายระยะเวลาผ่อนชำระ (ตามความสามารถในการผ่อนชำระ)

แจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิ.ย. 2568
ช่องทางลงทะเบียน
LINE: @TISCO
TISCO Contact Center: 02 633 6000 กด 1


ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

ธ.ก.ส. เร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ผ่าน 2 โครงการ ดังนี้

โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน : วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% – 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไปคิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.725%)

โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต : วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR ลบ 2 % ต่อปี วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึง 30 ก.ย. 68 ใครสนใจสามารถติดต่อ ที่ ธ.ก.ส. ใกล้บ้านท่านทุกสาขาทั่วประเทศ
Call Center โทร 02-555-0555 ตลอด 24 ชั่วโมง


ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

1. มาตรการพักชำระหนี้ลูกค้ารายเดิม ที่ได้รับผลกระทบ เช่น ที่อยู่อาศัย หรือสถานประกอบการ ได้รับความเสียหาย สามารถพักชำระเงินต้นและกำไร ทุกประเภทวงเงิน (ไม่รวม สินเชื่อหมุนเวียน)

1.1 กรณีที่อยู่อาศัยไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้เป็นการชั่วคราว ให้พิจารณาพักชำระหนี้เงินต้นและกำไรไม่เกิน 3 เดือน (ตามเงื่อนไขของธนาคาร)
1.2 กรณีที่อยู่อาศัยที่ไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้เป็นการถาวร ให้พิจารณาพักชำระหนี้เงินต้นและกำไรไม่เกิน 6 เดือน (ตามเงื่อนไขของธนาคาร)
1.3 กรณีสถานประกอบการที่ไม่สามารถดำเนินการเข้าพื้นที่ หรือไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ ให้พิจารณาพักชำระหนี้เงินต้นและกำไรไม่เกิน 6 เดือน (ตามเงื่อนไขของธนาคาร)

2. มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูลูกค้ารายเดิมและรายใหม่

2.1 ลูกค้าบุคคล ให้สินเชื่อเพื่อซ่อมแซม ฟื้นฟูที่อยู่อาศัย วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตรากำไรปีแรก 1.99% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 20 ปี (ตามเงื่อนไขของธนาคาร)
2.2 ลูกค้าธุรกิจ ให้สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการ วงเงินทุนระยะยาวสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท อัตรากำไรปีแรก 3.25% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 5 ปี (ตามเงื่อนไขของธนาคาร)

3. มาตรการสินไหมเร่งด่วน (Fast Track)

ลูกค้าที่ทำกรมกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติสามารถติดต่อแจ้งเคลมความเสียหายเพื่อรับสินไหมโดยตรงผ่าน Call Center ของบริษัทประกันภัย (ตะกาฟุล) รับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
3.1 บมจ.ทิพยประกันภัย โทร. 1736
3.2 บมจ.วิริยะประกันภัย โทร. 1557
3.3 บมจ.กรุงไทยพานิชประกันภัย โทร. 0-2624-1111 กด 2

มาตรการทั้งหมดข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของไอแบงก์ ในการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภัย ธรรมชาติ และสนับสนุนให้สามารถฟื้นตัวจากผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/finance/news-1784645

ลูกค้าสามารถยื่นคำขอเข้ามาตรการ หรือติดต่อสอบถามได้ที่ทุกสาขาของไอแบงก์
ibank Contact Center โทร. 1302
ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568


ทางทีมงาน Thinkofliving เป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันนะคะ หากใครคิดว่าคอนเทนต์ของเรามีประโยชน์ ฝากคอนเมนต์เป็นกำลังใจให้ทีมงานกันได้ที่ด้านล่างเลยน๊า แน่นอนว่าเราจะผลิตคอนเทนต์ที่ดีๆ มาฝากทุกคนกันอีกแน่นอนค่ะ