
ถ้าพูดถึงโครงการบ้านที่มีราคาคุ้มค่าพื้นที่ใช้สอย ยังไงก็ต้องมีชื่อแบรนด์ AP แน่นอน เพราะนี่คือจุดแข็งของ Developer นี้จริงๆ แต่โครงการ “CENTRO Watcharapol 2 (เซนโทร วัชรพล 2)” ยังมี Highlight อยู่ที่ทำเลด้วย เพราะแค่ขับออกจากซอยก็เลี้ยวขึ้นทางด่วน วิ่งตรงเข้าเมืองได้เลยค่ะ
แบรนด์บ้านแนวราบจาก AP ส่วนใหญ่จะโดดเด่นเรื่องความคุ้มค่าค่ะ เพราะออกแบบมีพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันภายในบ้านพอๆกับโครงการเพื่อนบ้าน แต่มีราคาที่ไม่สูง พร้อมพื้นที่ส่วนกลางมาให้ใช้งานครบ วัสดุภายในบ้านก็เป็นไปตามมาตรฐาน แถมโครงสร้างบ้านก็สามารถทุบ-ต่อเติม เผื่อขยับขยายพื้นที่ในอนาคตได้ด้วย ทำให้นี่เป็นเหตุผลที่หลายๆคนเลือกซื้อบ้านจาก AP นั่นเอง
แต่นี่ไม่ใช่จุดเด่นอย่างเดียวของแบรนด์บ้านแนวราบจาก AP นะ เพราะแต่ละโครงการก็จะมีข้อดีอื่นๆแตกต่างกันไป โดยโครงการ “CENTRO Watcharapol 2 (เซนโทร วัชรพล 2)” ก็มีจุดเด่นที่สำคัญพอๆกับราคาก็คือ ทำเลที่ตั้งโครงการนั่นเอง เพราะอยู่ใกล้ทางพิเศษฉลองรัชหรือที่คุ้นเคยกันในชื่อทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ เพียง 1.5 กิโลเมตร แบบขับออกจากซอยมาก็เลี้ยวขึ้นทางด่วนวิ่งเข้าเมืองได้เลยนะคะ จึงเหมาะกับคนที่ต้องใช้ทางด่วนในการเดินทางเป็นประจำค่ะ
งั้นเราพามาดูทำเลที่ตั้งโครงการกันหน่อย โดยโครงการนี้จะตั้งอยู่ภายในซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 32 ถึงแม้จะอยู่ห่างจากถนนสุขาภิบาล 5 ประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ก็จะได้ความสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่า รวมถึงจากซอยที่ตั้งโครงการมีเส้นทางทะลุมาออกถนนคู่ขนานกาญจนา จึงขึ้นทางด่วนวงแหวนกาญจนาฯได้ด้วยนะ
นอกจากนั้นความอุดมสมบูรณ์ก็สูง อย่างภายในซอยก็มีร้านค้า ร้านอาหารหลายแห่ง รวมถึงร้านสะดวกซื้อ 7-11 และ CJ MORE หากขยับไปเส้นสุขาภิบาล 5 ก็มีตลาดออเงิน, Big C สุขาภิบาล 5, Venice Watcharapon รวมถึง Market Place เทพรักษ์ ที่เพิ่งเปิดใหม่ (แม้แต่บ้านหรู 10-20 ล้านบาทตรงโซนจตุโชติและเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษกยังต้องมาจับจ่ายใช้สอยที่ถนนเส้นนี้เลย) หากจะไปห้างใหญ่ๆก็มีทั้ง Central รามอินทรา , Fashion Island , The Promenade , Central EastVille อยู่ในระยะ 10 กิโลเมตร จึงมาเดินเล่น ซื้อของกิน-ของใช้กันได้ง่ายๆ
ส่วนตัวบ้านที่ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านบนทำเลเดียวกัน ก็เป็นเพราะว่าได้พื้นที่ใช้สอยใหญ่ 200-303 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้น 9.99-14.99 ล้านบาท แถมยังมีแบบบ้านมากถึง 5 แบบ จึงเลือกได้ตรงตามไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน 3-4 ห้องนอน, 2-3 ที่จอดรถ, ระเบียงขนาดใหญ่, ห้องนอนชั้นล่าง หรือห้องแม่บ้าน อีกทั้งออกแบบในสไตล์ English Cottage ได้ฟีลเหมือนบ้านสไตล์อังกฤษ และเน้นบรรยากาศโปร่งโล่งด้วยการออกแบบ Common Area เป็น Open Plan ในทุกแบบบ้าน จึงได้พื้นที่ขนาดใหญ่+ใช้งานได้ต่อเนื่อง+จัดวางเฟอร์นิเจอร์ยืดหยุ่น
นอกจากนั้นยังมีโซนบ้านให้เลือก 2 โซน โดยโซนด้านหน้าจะอยู่ใกล้ทางเข้า-ออกและพื้นที่ส่วนกลาง เหมาะกับคนที่ชอบใช้งานพื้นที่ส่วนกลางบ่อยๆ ส่วนโซนบ้านด้านในจะมีแต่บ้านพักอาศัยทั้งหมดจึงสงบและเป็นส่วนตัว
ส่วนพื้นที่ส่วนกลางก็ออกแบบแบ่งเป็น 2 จุด ลูกบ้านจึงเข้าถึงและใช้งานได้ง่าย มี Clubhouse อยู่ด้านหน้าเป็นมุมต้อนรับที่สวยงาม และพื้นที่สวนสีเขียวอยู่บริเวณตรงกลาง สร้างบรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่อาศัย พร้อมฟังก์ชันครบครันทั้ง Lobby, Fitness, Yoga Room, Co – Working Space, Kid Room, สระว่ายน้ำ แบ่งสระเด็ก พร้อมโซน Jacuzzi, Playground, Kid bike Land, Pets Park, Long Bench และ Seating Area
ทำให้เราไม่แปลกใจเลยที่ทำไมหลายๆคนถึงเลือกซื้อบ้านจาก AP เพราะถือว่าได้ทั้งฟังก์ชันในบ้านและพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครันในราคาที่คุ้มค่า รวมถึงทำเลที่ใกล้ทางด่วนแบบนี้ก็ไม่ได้เจอกันได้บ่อยๆนะ
ใครกำลังหาบ้านใหม่หรือต้องการขยับขยายพื้นที่จากบ้านเดิม แล้วอยากได้ราคาคุ้มค่าและใกล้ทางด่วนก็อ่านรีวิวเจาะลึก+ชมภาพบรรยากาศจริงของโครงการ “CENTRO Watcharapol 2 (เซนโทร วัชรพล 2)” ได้ที่ด้านล่างเลยค่ะ
ข้อมูลโครงการ
รีวิว CENTRO Watcharapol 2 ( เซนโทร วัชรพล 2) ณ วันที่ 30 มกราคม 2569
| ชื่อโครงการ | CENTRO Watcharapol 2 ( เซนโทร วัชรพล 2) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) |
| SEGMENT CLASS | UPPER – HIGH CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2021 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 32 ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220 |
| ที่ดิน | 56 – 2 – 96 ไร่ |
| จำนวนยูนิต | จำนวน 207 ยูนิต |
| ประเภทบ้าน |
|
| ช่วงราคา | 9.99-15 ล้านบาท |
| ความสูงจากพื้นถึงฝ้า | 2.60 เมตร |
| ราคาที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ | 100,000 บาท |
| เริ่มก่อสร้าง | ปี 2566 |
| คาดว่าจะแล้วเสร็จ | ปี 2571 |
| เว็บไซต์โครงการ | คลิกที่นี่ |
| Call Center | 1623 |

ทำเลที่ตั้ง
พิกัด Google Maps : 13.883856 , 100.665502
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
Highlight
- ใกล้ทางพิเศษฉลองรัช 1.5 กิโลเมตร วิ่งเข้าเมืองไปยังโซนลาดพร้าว , พระราม 9 , รามอินทราได้สะดวกมาก
- ย่านชุมชนที่มีความคึกคักสูง เพราะเส้นสุขาภิบาล 5 มีร้านค้า ร้านอาหารเยอะมากๆ รวมถึงตลาดออเงิน และ Community Mall ทั้ง Big C สุขาภิบาล 5, Venice Watcharapon และ Market Place เทพรักษ์ ที่เพิ่งเปิดใหม่
- ถนนตัดใหม่ส่วนต่อขยายของถนนเทพรักษ์ เชื่อมตั้งแต่ถนนวิภาวดีรังสิต ไปจนถึงถนนนิมิตใหม่ เมื่อเสร็จและเปิดให้ใช้งานจะทำให้เดินทางได้สะดวกมากขึ้น อีกทั้งดึงดูดความเจริญ ร้านค้าต่างๆและ Community Mall มาเปิดตัวในอนาคต
แผนที่จากโครงการค่ะ
CENTRO Watcharapol 2 ( เซนโทร วัชรพล 2 ) ตั้งอยู่ตรงไหน?
ก่อนหน้านี้ทาง AP มีโครงการ CENTRO วัชรพล มาแล้วนะ โดยจะอยู่ตั้งติดถนนสุขาภิบาล 5 เลย แต่จะมีระยะห่างจากทางด่วนพอสมควรและอิงการใช้ชีวิตไปตรงโซนสายไหม
ปัจจุบันจึงมีโครงการรุ่นน้องในชื่อ CENTRO Watcharapol 2 ( เซนโทร วัชรพล 2) ที่จะตั้งอยู่ภายในซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 32 ถึงแม้จะมีระยะห่างจากถนนสุขาภิบาล 5 ประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ก็จะได้ความสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่า มีจุดเด่นของโครงการก็คือใกล้ทางพิเศษฉลองรัชหรือที่คุ้นเคยกันในชื่อทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ เพียง 1.5 กิโลเมตร ทำให้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงซอยที่ตั้งโครงการนี้ก็มีเส้นทางทะลุมาออกถนนคู่ขนานกาญจนา จึงขึ้นทางด่วนวงแหวนกาญจนาฯได้ด้วยค่ะ
ขอบอกก่อนว่าย่านนี้ถือเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยอดนิยมอีกแห่งนึงที่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ง่าย เพราะเชื่อมต่อถนนหลักหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นถนนพหลโยธิน , ถนนหทัยราษฎร์ , ถนนเทพรักษ์ , ถนนรามอินทรา อีกทั้งในอนาคตมีโครงการถนนตัดใหม่ส่วนต่อขยายของถนนเทพรักษ์ ที่หากทำเสร็จแล้วก็จะเชื่อมทำเลตั้งแต่ถนนวิภาวดีรังสิต ไปจนถึงถนนนิมิตใหม่ได้เลย (ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการเวนคืนที่ดิน)
รวมถึงใกล้ทางด่วนถึง 2 สาย ทั้งถนนกาญจนาภิเษก ใช้วิ่งออกนอกเมืองไปบางปะอิน บางนา ผ่านรามอินทรา , รามคำแหง ไปจนถึงสุวรรณภูมิได้ ส่วนทางพิเศษฉลองรัช ก็วิ่งเข้าเมืองง่าย จึงเป็นทำเลที่สะดวกสบายสำหรับคนที่เน้นใช้ทางด่วนในการเดินทางไปทำงานในเมืองเป็นประจำค่ะ
นอกจากนั้นยังมีรถสาธารณะเป็นตัวเลือกในการเดินทางเหมือนกัน อย่างรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพู วิ่งเชื่อมต่อโซนแคราย – มีนบุรีได้ โดยสถานีที่ใกล้โครงการสุดคือสถานีวัชรพล อยู่ห่างประมาณ 6 กิโลเมตร ซึ่งเราสามารถนั่งต่อไปแค่ 2-3 สถานี ก็จะถึง Interchange Station ของ BTS สายสีเขียวอ่อน สถานีวัดพระศรีมหาธาตุเลยนั่นเอง หากใครอยากเดินทางเข้าเมืองแบบไม่ต้องนั่งรถไฟฟ้าหลายต่อ ก็สามารถไปขึ้น BTS สายสีเขียวอ่อน สถานีสายหยุด ที่ห่างออกไป 7.9 กิโเลมตรได้เหมือนกัน ทำให้นั่งรถไฟฟ้าต่อเดียวก็เข้าไปยังโซนพญาไท สยาม อโศกหรือทองหล่อได้เลยนั่นเอง
ตัวโครงการจะอยู่ห่างจาก จุดขึ้นทางพิเศษฉลองรัช ด่านสุขาภิบาล 5 เพียง 1.5 กิโลเมตร หรือประมาณ 5 นาทีเอง ซึ่งถือเป็น Highlight ของโครงการนี้เลยนะคะ ทำให้เราขับออกจากซอยมา ก็สามารถเลี้ยวขึ้นทางด่วนเพื่อเข้าเมืองได้เลย จะเดินทางไปโซนลาดพร้าว , พระราม 9 , รามอินทรา ก็สะดวกมากๆค่ะ
ด้วยทำเลของโครงการที่เป็นย่านชุมชนขนาดใหญ่และมีหมู่บ้านจัดสรรอยู่หลายแห่ง จึงมีความอุดมสมบูรณ์โดยรอบโครงการที่คึกคักเลย ภายในซอยของโครงการก็มีร้านค้า, ร้านอาหาร และ Hypermarket อย่างร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่เปิด 24 ชั่วโมง และ CJ MORE ให้มาซื้อของกิน-ของใช้กันได้ง่ายๆ
หากขยับออกมาบนเส้นสุขาภิบาล 5 ก็จะมีตลาดขนาดใหญ่อย่างตลาดออเงิน และ Community Mall ให้ออกมาจับจ่ายอยู่เยอะ ไม่ว่าจะเป็น Big C สุขาภิบาล 5, Venice Watcharapon รวมถึง Market Place เทพรักษ์ ที่เป็น Community Mall แห่งใหม่บนทำเลที่บริหารโดยเซ็นทรัลพัฒนา และเพิ่งเปิดบริการเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยจะเป็น Community Mall + Urban Fresh Market ประกอบด้วยร้านค้ากว่า 360 ร้าน เช่น Starbucks, KFC, MK, Salad Factory และ Tops Supermarket เป็นต้น ทำให้เราแวะมาเดินเล่น รวมถึงซื้อของเข้าบ้านกันได้สะดวกมากๆ
แต่ถ้าใครอยากจะไปห้างใหญ่ๆ ก็อยู่ในระยะประมาณ 10 กิโลเมตร ไม่ว่าจะเป็น Central รามอินทรา , Fashion Island , The Promenade , Central EastVille ส่วนสถานศึกษาใกล้ๆโครงการก็มีทั้งโรงเรียนรัฐบาล , เอกชน และนานาชาติให้เลือก เช่น โรงเรียนสารสาสน์วิเทศ สายไหม , โรงเรียนสายอักษร , โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย 1-2 ,โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย , Siriwat Wittaya School และโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี รวมถึงโรงพยาบาลอีกหลายแห่งอย่างโรงพยาบาล CGH สายไหม , โรงพยาบาลสินแพทย์และโรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์
บ้านวัชรพล ราคาเท่าไหร่?
อย่างที่เราได้บอกไปนะคะว่าย่านนี้ถือเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยอดนิยมจึงมีโครงการหมู่บ้านจัดสรรให้เลือกเยอะมากๆ หากเปรียบเทียบกับทำเลข้างเคียงอย่างโซนจตุโชติและเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านหรูที่มีราคาเริ่มต้นประมาณ 10 ล้านบาทขึ้นไป เน้นบ้านหลังใหญ่ มีจุดเด่นที่ใช้ทางด่วนทั้ง 2 สายได้ง่าย แต่ในแง่ความอุดมสมบูรณ์ก็ยังมีไม่เยอะ จึงต้องมาพึ่งพิงเส้นสุขาภิบาล 5 เป็นหลัก
ทำให้นี่คือข้อดีของบ้านวัชรพลนั่นเอง เพราะเป็นทำเลที่มีความอุดสมบูรณ์โดยรอบที่คึกคัก ไม่ว่าจะร้านค้า ร้านอาหาร ตลาด รวมไปยัง Hypermarket และ Community Mall ที่มีอยู่หลายแห่ง รวมถึงยังใกล้ทางพิเศษฉลองรัชหรือทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ให้ใช้งานได้สบายๆไม่แตกต่างกับบ้านโซนจตุโชติและเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษกเลย รวมถึงระดับราคาของบ้านวัชรพลที่มีต่ำกว่า 10 ล้านให้เลือกหลายแห่งด้วย แต่ก็จะอยู่ภายในซอยต่างๆเหมือนโครงการ CENTRO Watcharapol 2 ( เซนโทร วัชรพล 2) ที่ถึงแม้จะอยู่ภายในซอย แต่ก็เดินทางเชื่อมต่อได้ง่าย จับจ่ายใช้ได้สอยสะดวกสบายมากๆ ที่สำคัญแค่เลี้ยวออกจากซอยมาก็ขึ้นทางด่วนได้เลย ในราคาเริ่มต้น 9.99-14.99 ล้านบาท
การเดินทางไปยังที่ตั้งโครงการ
เราได้เก็บภาพบรรยากาศระหว่างการเดินทางไปโครงการกันด้วยนะ โดยเรามาจากฝั่งถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าผ่านถนนเทพรักษ์ ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ เพื่อเข้าสู่ถนนหลักอย่างสุขาภิบาล 5 ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ซอย 32 ขับตรงมาประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะถึงทางเข้าโครงการค่ะ
จากแยกสะพานใหม่ เลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่ถนนเทพรักษ์ ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่จากพหลโยธิน
ภาพบรรยากาศระหว่างการเดินทางไปโครงการ CENTRO Watcharapol 2 ( เซนโทร วัชรพล 2)
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
สภาพแวดโดยรอบโครงการ CENTRO Watcharapol 2 ( เซนโทร วัชรพล 2 ) ส่วนใหญ่เป็นย่านชุมชน ซึ่งมีทั้งหมู่บ้านจัดสรรและบ้านพักดั้งเดิม มีวัดพรพระร่วงประสิทธิ์และโรงเรียนพรพระร่วงประสิทธิ์อยู่ใกล้ๆ เห็นรถผ่านไป-มาอยู่บ้าง แต่ไม่ได้มีความพลุกพล่านหรือเสียงดังรบกวนการพักอาศัย ทำให้ภาพรวมโดยรอบโครงการค่อนข้างสงบ
ส่วนทางทิศใต้ของโครงการติดกับคลองหนองตะแคงและบ้านดั้งเดิมที่อยู่ในย่าน ทำให้มีถนนภาระจำยอมตัดจากซอย 32 ผ่าตรงกลางโครงการ แต่มีบ้านอยู่เพียงไม่กี่หลัง เรามองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัยมากนักค่ะ
- ทิศเหนือ ติดกับ ซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 32, บ้านพักอาศัยแนวราบ
- ทิศใต้ ติดกับ คลองหนองตะแคง, บ้านพักอาศัยแนวราบ, ที่ดินเปล่า
- ทิศตะวันออก ติดกับ ที่ดินเปล่า, ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 32
- ทิศตะวันตก ติดกับ บ้านพักอาศัยแนวราบ, หมู่บ้านจัดสรร
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
- Big C สุขาภิบาล 5 ~ 1.2 กิโลเมตร
- Market Place เทพรักษ์ ~ 2.6 กิโลเมตร
- Venice Watcharapon ~ 3.4 กิโลเมตร
- Plenary Mall ~ 3.8 กิโลเมตร
- ST Market เพิ่มสิน ~ 5.3 กิโลเมตร
- ตลาดยิ่งเจริญ ~ 7.8 กิโลเมตร
- AC Market (ถนนสายไหม) ~ 8.1 กิโลเมตร
- The Promenade ~ 8.7 กิโลเมตร
- Big C สะพานใหม่ ~ 8.8 กิโลเมตร
- Central รามอินทรา ~ 9.4 กิโลเมตร
- Central EastVille ~ 12 กิโลเมตร
- Fashion Island ~ 16 กิโลเมตร
โรงพยาบาล
- โรงพยาบาล CGH สายไหม ~ 6.4 กิโลเมตร
- โรงพยาบาล CGH พหลโยธิน ~ 8.1 กิโลเมตร
- โรงพยาบาลสินแพทย์ ~ 9.9 กิโลเมตร
- โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ~ 10.6 กิโลเมตร
โรงเรียน
- โรงเรียนสารสาสน์วิเทศ สายไหม ~ 5.3 กิโลเมตร
- โรงเรียนสายอักษร ~ 6.5 กิโลเมตร
- โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย 1 – 2 ~ 6.6 กิโลเมตร
- Siriwat Wittaya School (English Program) 6.7 กิโลเมตร
- โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย ~ 6.7 กิโลเมตร
- โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี ~ 8.8 กิโลเมตร
การเดินทาง
- ทางด่วนสุขาภิบาล 5 ~ 1.5 กิโลเมตร
- ทางด่วนจตุโชติ ~ 6 กิโลเมตร
รายละเอียดโครงการ
Highlight
- พื้นที่ส่วนกลาง 2 จุด ลูกบ้านเข้าถึงและใช้งานได้สะดวก มี Clubhouse อยู่ด้านหน้าเป็นมุมต้อนรับที่สวยงาม และพื้นที่สวนสีเขียวอยู่บริเวณตรงกลาง สร้างบรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่อาศัย
- โซนบ้าน 2 โซน จึงเลือกซื้อได้ง่าย โดยโซนด้านหน้า ใกล้ทางเข้า-ออกและพื้นที่ส่วนกลาง เหมาะกับคนที่ชอบใช้งานพื้นที่ส่วนกลางบ่อยๆ ส่วนโซนด้านในจะมีแต่บ้านพักอาศัย จึงสงบและเป็นส่วนตัว
- บ้านหันหน้าทางทิศเหนือ-ใต้ ไม่โดนแดดโดยตรงและได้ลมดี
CENTRO Watcharapol 2 ( เซนโทร วัชรพล 2 ) เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 207 ยูนิต ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 56 ไร่ โดยออกแบบในสไตล์ English Cottage โดยจัดซุ้มประตูโครงการถัดเข้ามาจากถนนซอย จึงเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับโครงการได้ดี ส่วนพื้นที่ส่วนกลางแบ่งเป็น 2 จุด โดย Clubhouse อยู่บริเวณด้านหน้าโครงการติดกับซุ้มประตูทางเข้า-ออก เพื่อแยกโซนพื้นที่ส่วนกลางออกจากโซนบ้านพักอาศัย ทำให้โซนบ้านได้บรรยากาศที่สงบ สำหรับพื้นที่สวนสีเขียวจะอยู่บริเวณตรงกลาง ใกล้ๆกับ Clubhouse ทำให้ลูกบ้านสามารถเข้าถึงได้ง่าย
นอกจากนั้นยังมีถนนภาระจำยอมตัดผ่านตรงกลางโครงการ จึงทำให้โซนบ้านแบ่งออกเป็น 2 โซน โดยโซนด้านหน้าโครงการ ใกล้ทางเข้า-ออกโครงการและพื้นที่ส่วนกลางจะเป็นเฟส 1 ที่ยังเปิดขายในปัจจุบันและเริ่มมีคนเข้าอยู่อาศัยแล้ว ส่วนโซนบ้านที่อยู่ด้านในจะเป็นเฟส 2 ที่กำลังก่อสร้างและเปิดขายในอนาคตค่ะ
ซึ่งถนนภาระจำยอมนี้จะเป็นทางเข้า-ออกให้กับบ้านพักอาศัยดั้งเดิมที่อยู่ด้านในประมาณ 2 หลัง จึงไม่ได้เป็นถนนที่มีรถพลุกพล่าน ทำให้ยังได้บรรยากาศภายในโครงการที่สงบ อีกทั้งยังมีการตั้งป้อม รปภ. และรั้วโครงการแบบรั้วกั้นไม้กระดก+รั้วเหล็กรางเลื่อนควบคุมการเข้า – ออกด้วยระบบ KATSAN ตรงถนนภาระจำยอมนี้ เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยภายในโครงการ ลูกบ้านจึงอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจค่ะ งั้นเรามาดู Master Plan กันต่อเลย
- แบ่งโซนบ้าน 2 โซน แบ่งเป็นโซนด้านหน้า ใกล้ทางเข้า-ออกและพื้นที่ส่วนกลาง เหมาะกับคนที่ชอบใช้งานพื้นที่ส่วนกลางบ่อยๆ ไม่ได้ซีเรียสเรื่องคนและรถขับผ่าน ส่วนโซนด้านในโครงการจะมีเพียงบ้านพักอาศัยเท่านั้น จึงได้บรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว
- พื้นที่ส่วนกลาง 2 จุด ใช้งานได้ทั่วถึง โดย Clubhouse อยู่บริเวณด้านหน้า เป็นมุมต้อนรับที่สวยงามและแยกจากโซนบ้าน อยู่อาศัยได้เป็นส่วนตัวมากขึ้น ส่วนพื้นที่สวนสีเขียวอยู่ตรงกลางโครงการ ลูกบ้านมาใช้งานง่ายและสร้างบรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่อาศัย
- จัดโซนบ้านส่วนใหญ่เป็นซอยตัน มีข้อดีที่ได้ความเป็นส่วนตัวสูงและรถยนต์ขับผ่านหน้าบ้านไม่เยอะ
- ทิศของบ้าน ส่วนใหญ่หันขนานไปตามทิศเหนือและใต้ที่ไม่โดนแดดโดยตรง โดยบ้านที่หันไปทางทิศเหนือจะได้ร่มเงาช่วงบ่าย ส่วนบ้านที่หันไปทางทิศใต้ก็เปิดรับลมได้ดี
จากถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 32 เข้าซอยมาประมาณ 1 กิโลเมตรจะเจอกับ ป้ายชื่อโครงการ ขนาดใหญ่อยู่บริเวณด้านหน้า เพื่อดึงสายตาเข้าไปยังตัวโครงการนะคะ
ก่อนจะถึงซุ้มประตูโครงการจะมี วงเวียนต้นไม้ ให้ใช้สำหรับกลับรถเข้า-ออกโครงการได้ง่าย โดยรอบก็ตกแต่งเป็นสวนสีเขียวตลอดทาง ช่วยสร้างบรรยากาศร่มรื่นและน่าอยู่อาศัยมากขึ้น
บรรยากาศบริเวณซุ้มทางเข้าโครงการ
ซุ้มประตูทางเข้า-ออกโครงการ จะมีระยะร่นจากถนนซอยเข้ามา ทำให้รถของลูกบ้านสามารถต่อแถวเข้า-ออกโครงการและไม่ไปติดขัดการจราจรบริเวณถนนด้านหน้าโครงการ ซึ่งทางโครงการออกแบบซุ้มประตูมีขนาดใหญ่ พร้อมตัวอาคารด้านบนที่เป็น Clubhouse ช่วยบังแดด-ฝน รวมถึงเห็น Logo ของ AP ได้ชัดเจน
ส่วนประตูทางเข้า-ออกโครงการเป็นรั้วเหล็กรางเลื่อนควบคู่กับรั้วกั้นไม้กระดก แบ่งใช้งานเป็น 2 ฝั่ง โดยมีป้อม รปภ. อยู่ตรงกลาง มีระบบการเข้า-ออกแบบจดจำป้ายทะเบียนรถด้วย KATSAN ตามมาตรฐานของ AP รวมถึงมีระบบการรักษาความปลอดภัยภายในโครงการทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง, ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ รวมถึงรั้วทึบรอบโครงการสูง 2.50 เมตร
เมื่อเข้ามาด้านในโครงการ จะเห็น อาคาร Clubhouse อยู่ติดกับซุ้มประตูโครงการ ซึ่งเป็นการออกแบบตามสไตล์ของ AP นะ เพื่อแยกพื้นที่ส่วนกลางออกจากโซนบ้านพักอาศัย ทำให้โซนบ้านได้ความสงบ เป็นส่วนตัวเหมาะแก่การอยู่อาศัยนั่นเอง ส่วนถนนหลักมีความกว้าง 16 เมตร ดูกว้างขวาง ใช้งานสะดวก ขับรถสวนกันได้สบาย
ถัดจากซุ้มประตูโครงการและ Clubhouse จะเจอกับ วงเวียนต้นไม้ อีกจุดให้เราใช้กลับรถเพื่อเข้า-ออกโครงการ รวมถึงกลับรถเข้าซอยบ้านต่างๆ ด้วย ส่วนบริเวณโดยรอบก็ยังคงตกแต่งสวนสีเขียวมาหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นพุ่มไม้เล็กๆ และต้นไม้ใหญ่ ซึ่งนอกจากจะเป็นวิวสีเขียวแล้ว ยังช่วยสร้างบรรยากาศสดชื่นได้ดีเลยค่ะ
งั้นเรามาดู Clubhouse กันต่อเลยนะคะ อย่างที่เราได้บอกไปแล้วว่า Clubhouse จะอยู่ติดกับซุ้มประตูโครงการ ซึ่งมีข้อดีที่นอกจากจะเป็นมุมต้อนรับแขกที่สวยงามแล้ว ทางนิติบุคคลก็ดูแลรักษา Clubhouse ให้สวยงามได้ง่าย อีกทั้งเป็นการแยกพื้นที่ส่วนกลางที่มีความพลุกพล่านออกมาจากโซนบ้าน ทำให้ลูกบ้านสามารถพักผ่อนได้สงบและเป็นส่วนตัวนั่นเอง
ทางโครงการออกแบบ Clubhouse เป็นอาคาร 2 ชั้น ตกแต่งด้วยซุ้ม Arch ทรงสูง ได้กลิ่นอายแบบคลาสสิก รวมถึงมีการจัดพื้นที่สวนสีเขียวอยู่โดยรอบที่นอกจากจะสร้างบรรยากาศน่าใช้งานแล้ว ยังเป็นพื้นที่กั้นเพื่อช่วยเว้นระยะระหว่างสระว่ายน้ำและถนนหลัก ทำให้ลูกบ้านมาใช้งานสระว่ายน้ำได้เป็นส่วนตัวและสบายใจมากขึ้น
บรรยากาศบริเวณด้านหน้า Clubhouse
ทางขึ้น-ลงของอาคาร Clubhouse จะมีทั้งบันไดและทางลาด ถือเป็นการออกแบบตามหลัก Universal Design ที่ดี สามารถรองรับการใช้งานของคนทุกวัย เพราะเราสามารถเข็นวีลแชร์ของคุณปู่ คุณย่า หรือรถเข็นเด็กมาใช้งานส่วนกลางได้พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว นอกจากนั้นยังมีพื้นที่จอดรถสำหรับลูกบ้านหรือ Visitor ที่มาใช้งาน รวมถึงพื้นที่จอดรถสำหรับผู้พิการด้วยนะคะ
Lobby
จากบันไดด้านหน้าของ Clubhouse ก็สามารถเดินตรงเข้ามายัง Lobby ได้เลย โดยออกแบบเป็นห้องฝ้าเพดานสูง พร้อมช่องกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลังของห้อง เปิดรับแสงธรรมชาติได้เยอะมาก จึงได้บรรยากาศที่โปร่งสบาย อีกทั้งมีจัดชุดโซฟาเอาไว้ให้ใช้งานหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการรองรับแขก, พูดคุยงาน หรือนั่งเล่นพักผ่อน รวมถึงจากโถงทางเดินบนชั้น 2 ก็สามารถมองลงมาเห็น Lobby นี้ได้ด้วยนะ
ทางโครงการก็จะตกแต่งภายใน Lobby โดยเน้นโทนสีขาว เพื่อให้ได้บรรยากาศที่สบายๆ แต่ก็จะใช้โทนสีน้ำตาลและส้มแดงมาตัด เพื่อไม่ให้ดูเรียบจนเกินไป รวมถึงเสริมด้วยกระถางต้นไม้เล็กๆ เพื่อให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่เคร่งเครียดหรือเป็นทางการจนเกินไป
สระว่ายน้ำ Outdoor ด้านหน้า Clubhouse
สระว่ายน้ำ ออกแบบเป็นสระระบบเกลือแบบกลางแจ้ง เหมาะมาใช้งานในช่วงตอนเย็นหรือค่ำที่ไม่ร้อนมากนัก แต่ดีที่มีตัวอาคาร Clubhouse บังแดดและเกิดเป็นร่มเงาตรงสระว่ายน้ำด้วย ทำให้ช่วงบ่ายแก่ๆ ก็พอมาว่ายน้ำกันได้ค่ะ รวมถึงมีการออกแบบแบ่งสระเด็กมาให้ชัดเจนด้วย น้องๆ จึงมาเล่นน้ำกันได้สนุกเลย พร้อมโซน Jacuzzi ไว้ให้มานั่งแช่น้ำผ่อนคลายกันด้วยนะ
ส่วนพื้นที่อาบน้ำล้างตัวและห้องน้ำส่วนกลาง ออกแบบแยกโซนชาย – หญิงจะอยู่ด้านข้างสระว่ายน้ำนะคะ จึงมาใช้งานได้สะดวกดี สำหรับบริเวณตรงกลาง Clubhouse จะเป็นโถงบันไดที่ออกแบบมาได้ค่อนข้างกว้าง จึงเดินขึ้น – ลงได้สะดวก
โถงทางเดินชั้น 2 ออกแบบเป็นพื้นที่ Semi Outdoor แยกพื้นที่ใช้งานเป็น 2 ฝั่ง โดยฝั่งนึงจะเป็น Kid Room และ Co – Working Space ส่วนอีกฝั่งจะเป็น Fitness และ Yoga Room
Kid Room
เราพามาดู Kid Room กันเลย โดยภายในห้องจะมีตกแต่งของเล่นน้องๆ ไว้หลากหลายทั้งบ่อบอลหรือพวกตุ๊กตาต่างๆ รวมถึงมีโต๊ะ-เก้าอี้ให้เด็กๆ มานั่งเล่น-นั่งทำการบ้าน รวมถึงที่นั่งแนวยาวอยู่ด้านข้างห้องให้คุณพ่อ-คุณแม่มานั่งเฝ้าน้องๆได้อย่างใกล้ชิด
นอกจากนั้น Kid Room นี้ยังอยู่ติดกับ Co – Working Space ทำให้คุณพ่อ-คุณแม่ที่มานั่งทำงานอยู่ใน Co – Working Space ก็สามารถมองเห็นลูกๆ ที่มาเล่นรอที่ Kid Room นี้ได้ค่ะ
Kid Room จะเป็นห้องของเด็กๆมาเล่นสนุกกัน ก็ทำให้ทางโครงการตกแต่งห้องด้วยสีสันสดใสออกมาดูน่ารัก เหมาะกับการใช้งานของเด็กๆเลย เพราะการเลือกใช้สีพวกนี้ก็มีส่วนช่วยในเรื่องพัฒนาการการเรียนรู้ของน้องๆค่ะ
จากโถงทางเดินหน้าห้อง Kid Room จะมีประตูเปิดเข้ามายังบริเวณนี้ ที่จะออกแบบเป็นห้องโล่งๆ กั้นไว้อีกชั้นก่อนเข้าไปยัง Co – Working Space นะคะ ทำให้ได้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น
Co - Working Space
Co – Working Space สามารถใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนหรือพื้นที่ทำงานที่ไม่ได้ต้องการการโฟกัสมากนัก เพราะว่าอยู่ติดกับ Kid Room ที่อาจจะเกิดเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กๆ ดังลอดเข้ามานั่นเอง โดยภายในห้องจะได้ขนาดมาค่อนข้างกว้าง พร้อมจัดชุดโต๊ะมาหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชุดโซฟา, โต๊ะที่นั่งแบบบาร์, โซฟายาว และชุดโต๊ะ-เก้าอี้ พร้อมปลั๊กแยกเตรียมไว้ให้มานั่งชิลๆ ได้ตลอดทั้งวัน
เราพาเดินมาอีกฝั่งของชั้น 2 เพื่อเดินไปยัง โซน Fitness และ Yoga Room กันนะคะ โดยจะมีออกแบบประตูกั้นไว้ชั้นนึง ก่อนจะเปิดมายังบริเวณนี้ที่ออกแบบเป็นพื้นที่โล่งๆ สามารถมองลงไปด้านล่างเห็นต้นไม้สีเขียว ก็สร้างบรรยากาศสดชื่นได้ดีเลยค่ะ
Fitness
Fitness ออกแบบเป็นห้องขนาดใหญ่ พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์มาครบครันทั้ง Cardio และ Weight Training รวมถึงผนังทั้ง 2 ฝั่งจะเป็นช่องกระจกสูงถึงฝ้าแบบ Full Heigh ที่เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวด้านนอกแบบกว้างๆ เลย ทำให้เราสามารถออกกำลังกายพร้อมชมวิวไปได้เพลินๆ ค่ะ
Yoga Room
Yoga Room จะอยู่ถัดจาก Fitness เข้าไปด้านในสุด โดยออกแบบเป็นห้องขนาดใหญ่ไม่แพ้ Fitness สามารถรองรับคลาสขนาด 10 คนได้สบายๆ พร้อมหน้าต่างกระจกสูงแบบ Full Heigh ทั้ง 2 ฝั่ง เปิดรับวิวและแสงได้เยอะ
พื้นที่สวนสีเขียว
ทางโครงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางของโครงการมา 2 จุดนะคะ นอกจาก Clubhouse บริเวณด้านหน้าโครงการที่เราพาไปดูกันมาแล้ว ยังมี พื้นที่สวนสีเขียว อยู่บริเวณตรงกลางใกล้ๆ กับ Clubhouse ด้วยนะ ทำให้ลูกบ้านสามารถมาใช้งานได้ง่ายและต่อเนื่องกันดี
โดยพื้นที่สีเขียวนี้จะออกแบบเป็นสวนขนาดใหญ่ พร้อมปูสนามหญ้าและต้นไม้เล็ก-ใหญ่อยู่โดยรอบ อีกทั้งมีพวกดอกไม้ต่างๆ เพิ่มสีสันและสร้างความมีชีวิตชีวา จึงได้บรรยากาศน่าอยู่อาศัยได้ดีมากๆ
ภายในสวนนี้จะประกอบด้วย Playground เครื่องเล่นให้สำหรับเด็กๆ เล่นสไลเดอร์ ปีนป่าย นั่งชิงช้าหรือขึ้นไปด้านบนจะมีตาข่ายให่มานอนเล่นกันได้, Seating Area และ Long Bench เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนท่ามกลางสวนสีเขียว, Pets Park พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงมาวิ่งเล่น-ออกกำลังกาย รวมถึง Kid bike Land ให้เด็กๆ มาปั่นจักรยานเล่นกันภายในโครงการได้เลย
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- อาคาร Clubhouse บริเวณด้านหน้าโครงการ ประกอบไปด้วย
- Lobby
- Fitness / Yoga Room
- Co – Working Space
- Kid Room
- สระว่ายน้ำระบบเกลือ แบ่งสระเด็ก พร้อมโซน Jacuzzi
- พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด รวมประมาณ 2 ไร่ (779 ตร.วา)
- Seating Area
- Pets Park
- Long Bench
- PlayGround
- Kid bike Land
- Parking Lots
- ประตูทางเข้า-ออกโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดกและรั้วเหล็กรางเลื่อน
- ระบบในการเข้า-ออกแบบ สแกนทะเบียนรถด้วยระบบ KATSAN (มาตรฐานความปลอดภัยจาก AP)
- ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
- รั้วทึบรอบโครงการสูง 2.50 เมตร
- ถนนหลักกว้าง 16 เมตร และถนนภายในกว้าง 9 เมตร
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
- ระบบไฟฟ้า 1 เฟส (30/100)
แบบบ้าน
Highlight
- ราคาคุ้มค่าพื้นที่ใช้สอย เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านบนทำเลเดียวกัน จะได้พื้นที่ใช้สอยเยอะกว่าในราคาที่พอๆกัน แถมโครงสร้างบ้านแบบ Conventional ทุบ-ต่อเติมได้ง่าย
- ออกแบบสไตล์ English Cottage ถือเป็นดีไซน์บ้านใหม่ของแบรนด์ CENTRO ได้ฟีลเหมือนบ้านสไตล์อังกฤษ
- แบบบ้านเยอะถึง 5 แบบ เลือกได้ตรงตามไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย ทั้งบ้าน 3-4 ห้องนอน, 2-3 ที่จอดรถ, ระเบียงขนาดใหญ่, ห้องนอนชั้นล่าง หรือห้องแม่บ้าน
- Common Area ขนาดใหญ่ ออกแบบ Open Plan ใช้งานได้ต่อเนื่อง+จัดวางเฟอร์นิเจอร์ยืดหยุ่น+บรรยากาศโปร่งโล่ง
โครงการ CENTRO Watcharapol 2 ( เซนโทร วัชรพล 2) ออกแบบเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีรูปแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน จึงสามารถรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่ต้องการบ้าน 3-4 ห้องนอน, 2-3 ที่จอดรถ, ระเบียงขนาดใหญ่, ห้องนอนชั้นล่าง หรือมีห้องแม่บ้าน
Highlight ของโครงการนี้ก็คือ ราคาคุ้มค่าพื้นที่ใช้สอย เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านที่มีระดับราคาและอยู่บนทำเลเดียวกัน หากเลือกซื้อบ้านในงบราคาเท่ากัน จะได้บ้านของโครงการนี้ที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะกว่าเพื่อนบ้านนั่นเอง (โครงการเพื่อนบ้านบางแห่งราคาเท่ากัน แต่พื้นที่ใช้สอยน้อยกว่าไปเป็น 100 ตร.ม. เลยนะ) ทำให้นี่คือจุดแข็งของทาง AP และโครงการนี้นั่นเอง โดยปัจจุบันมีราคาเริ่มต้น 9.99-14.99 ล้านบาทค่ะ
นอกจากนั้นยังมี Facade หน้าตาบ้านแบรนด์ CENTRO ที่เป็นดีไซน์ใหม่ในช่วงปี 2565 และเริ่มใช้โมเดลบ้านสไตล์นี้ในโครงการนี้เป็นแห่งแรกๆ เหมือนได้พลิกโฉมเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้น่าสนใจมากขึ้น โดยออกแบบมาในสไตล์ English Cottage มี Element การออกแบบที่เห็นได้ชัดจากหลังคาทรงปั้นหยาและการตีตารางลูกฟักตรงประตู-หน้าต่างบ้าน ได้กลิ่นอายคลาสสิกแบบบ้านสไตล์อังกฤษนั่นเอง ส่วนรายละเอียดของแต่ละแบบบ้านมีดังนี้
- ALBANY (ออลบานี) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 54.18 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ - DAVY (เดวี่) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 58.89 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 230 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ - FRANCIS (ฟรานซิส) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 62.76 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 265 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ - DUNCAN (ดันเค่น) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 66.69 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 280 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ห้องรับแขก / 3 ที่จอดรถ - ANGELO (แองเจโล) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 71.76 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 303 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ห้องรับแขก / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ
โครงสร้างและวัสดุภายในบ้าน
- โครงสร้างแบบ Conventional ผนังก่ออิฐมวลเบา สามารถทุบและต่อเติมได้ง่าย
- หลังคาทรงปั้นหยา (ปูกระเบื้องซีแพคโมเนีย สีเทา)
- โครงสร้างที่จอดรถและลานซักล้างแบบ Slab on Ground วัสดุปูพื้นเป็นคอนกรีตฉาบเรียบ
- ประตูรั้วหน้าบ้าน : ประตูเหล็กรางเลื่อนทำสีดำ
- วัสดุปูพื้น
– ชั้น 1 : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 60×60 เซนติเมตร
– ชั้น 2 และห้องนอนชั้นล่าง : ลามิเนตลายไม้ หนา 8 มม.
– Terrace, ห้องครัว และห้องน้ำ : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 60×60 เซนติเมตร
– ระเบียง : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 40×40 เซนติเมตร - ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานชั้น 1 และ 2 : 2.60 เมตร
- บันได โครงสร้างเหล็ก ปิดผิวด้วยพื้นไม้ยางพารา
- ห้องครัว : ก่อเคาน์เตอร์ครัวปูน Top Counter ด้วยหินแกรนิต พร้อมติดตั้งอ่างล้างจานและพัดลมดูดอากาศ
- สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจาก COTTO พร้อมฝารองนั่งอัตโนมัติ (เฉพาะ Master Bathroom จะได้ตู้เก็บของด้านล่างอ่างล้างมือและ Rain Shower)
- เดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นในห้องน้ำของทุกห้องนอน
- ผนังภายในบ้านติด Wallpaper มาให้ทั้งหลัง
- ไฟดาวน์ไลท์
- จัดสวนรอบบ้านตามมาตรฐานโครงการ CENTRO
เทคโนโลยีและนวัตกรรมภายในบ้าน
- Digital Door Lock จำนวน 1 ตัว บริเวณประตูทางเข้ารอง รองรับได้ 4 ระบบ ได้แก่ Fingerprint, Password, Card, Key
- Junction Box รองรับการติดตั้ง EV Charger
- CCTV จำนวน 1 ตัว บริเวณพื้นที่จอดรถ
- ระบบ Home Automation ควบคุมการเปิด – ปิดไฟ
- สัญญาณกันขโมยระบบ Magnetic Sensor ทั้งหลัง
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ
เมื่อช่วงปี 2565 เราได้พาไปชมบ้านตัวอย่าง ANGELO (แองเจโล) ที่เป็นบ้านหลังใหญ่สุดกันมาแล้ว แต่วันนี้เราจะพามาอัพเดตและเจาะลึกแบบบ้าน DUNCAN (ดันเค่น) ที่มีขนาดใหญ่รองลงมาและมีจำนวนยูนิตมากที่สุดกัน
แต่แบบบ้าน DUNCAN (ดันเค่น) จะเป็นบ้านเปล่าๆ โล่งๆที่ไม่มีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านนะคะ จึงมีข้อดีที่เราจะเห็นพื้นที่ใช้งานจริงๆเลยนั่นเอง งั้นเราพาไปชมภาพบรรยากาศบ้านตัวอย่างทั้ง 2 แบบกันเลยค่ะ
แบบบ้าน ANGELO 303 ตร.ม.
รูปแบบบ้านที่เราจะพาไปชมวันนี้ เป็นแบบบ้าน ANGELO ขนาดใหญ่สุด ได้พื้นที่ใช้สอย 303 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และ 3 ที่จอดรถ มาพร้อมห้องแม่บ้านและ Family Area 2 จุด หน้าตาของตัวบ้านได้หลังคาเป็นทรงจั่ว ได้ฟีล Traditional แตกต่างกับทรงกล่อง Modern ของแบบบ้านเดิม แต่ยังคงใช้สีขาว เทา ดูอบอุ่น เรียบง่าย บรรยากาศด้านในจะเป็นยังไงบ้าง ไปชมกันค่ะ
นอกจากหน้าตาของตัวบ้านจะเปลี่ยนไปแล้ว ฟังก์ชันภายในก็ค่อนข้างแตกต่างกันทีเดียวค่ะ เริ่มจากส่วนที่จอดรถ ซึ่งเป็น 3 ช่องจอดแบบซ้อนคัน บางคนอาจจะมองว่าใช้งานลำบาก แต่การจัดที่จอดแบบนี้ทำให้ตัวบ้านได้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น เหมาะกับคนที่อยากได้พื้นที่ในบ้านเยอะๆ โดยทางเข้า – ออก จะแบ่งออกเป็น ทางเข้าหลักที่บริเวณหน้าบ้าน และประตูที่อยู่ติดกับส่วนจอดรถ มีมุมวางตู้รองเท้า หรือตู้เก็บของก่อนเข้าบ้าน เมื่อเข้ามาภายในก็ยังมีห้องเก็บของขนาดใหญ่ พร้อมหน้าบานติดตั้งมาให้ด้วย ซึ่งจุดเด่นในแบบบ้านนี้ ยังสามารถจำแนกออกมาได้เป็นข้อๆอีก คือ
- แบบบ้านหน้ากว้าง ช่วยทำให้บรรยากาศในบ้านดูโปร่งโล่ง ตัวบ้านได้ช่องแสงมาหลายตำแหน่ง ทำให้แสงจากธรรมชาติส่องเข้ามาได้อย่างทั่วถึง ส่วนพักผ่อนและ Service แยกกันเป็นสัดส่วน เดินเชื่อมต่อใช้งานง่าย
- ห้องนอนชั้นล่าง รองรับผู้สูงอายุ ชั้น 1 มีห้องอเนกประสงค์ พร้อมห้องน้ำในตัว จัดเป็นห้องนอนเพื่อรองรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอยู่ด้วยได้ เหมาะกับครอบครัวใหญ่ ที่มีสมาชิกอยู่ร่วมกันหลาย Generations
- ระเบียงชั้น 2 ขนาดใหญ่ ชั้น 2 ได้ระเบียงมา 2 จุดด้วยกัน คือบริเวณ Family Area และติดกับห้องนอนรอง เป็นระเบียงขนาดใหญ่ ได้มาพร้อมหลังคาระแนงโปร่ง จัดเป็นมุมนั่งเล่น พักผ่อน หรือพื้นที่สวนสีเขียวเพิ่มความสดชื่นบนชั้น 2 ได้เลย
หน้าบ้านได้เป็นประตูรางเลื่อนซี่เหล็กโปร่ง เลื่อนใช้งานง่าย ด้านข้างเป็นรั้วความสูงระดับเดียวกัน โดยทางโครงการจะปลูกต้นไม้มาให้ ใช้เป็นแนวบังสายตาและช่วยให้ดูร่มรื่นได้
รั้วหน้าบ้านติดตั้งกริ่งและโคมไฟมาให้
ทางเข้ามีการติดตั้งกริ่งและโคมไฟติดผนังมาให้ที่หน้าบ้าน พร้อมถังขยะสำเร็จรูป มีฝาเปิด – ปิดเรียบร้อย รอบๆบริเวณพื้นปูด้วยสนามหญ้า และมีต้นไม้พุ่มขนาดเล็กตกแต่งมาให้ด้วย
บรรยากาศบริเวณหน้าบ้าน ANGELO 303 ตร.ม.
ทางเข้าบ้านแยกเป็น 2 ฝั่ง คือทางเข้าหลักบริเวณหน้าบ้าน และทางเข้าที่อยู่ติดกับส่วนจอดรถ เป็นเหมือนประตู Service โดยโครงการได้ติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ พร้อมกล้อง CCTV 1 จุด
พื้นที่จอดรถโครงสร้างเป็น Slab on Ground แยกจากตัวบ้าน ช่วยลดปัญหาพื้นทรุดในอนาคตได้ แบ่งเป็นพื้นที่จอดรถได้ 2 คันด้านหน้า ขนาด 5.26×4.15 เมตร และส่วนที่จอดซ้อนคันได้ขนาด 2.77×5.27 เมตร
บรรยากาศบริเวณด้านหลังตัวบ้าน
ด้านหลังตัวบ้านมีห้องสำหรับวางเครื่องซักผ้าได้ จัดเป็นส่วนซักล้างที่โครงการเตรียมไว้ให้ มีบานเปิดคู่ติดตั้งมาเรียบร้อย ติดกันเป็นห้องแม่บ้าน มีทางเข้า – ออกแยกจากตัวบ้านชัดเจน ได้ขนาด 2.40×1.97 เมตร ด้านในมีห้องน้ำ พร้อมอุปกรณ์ครบชุดมาให้พร้อมใช้งานเลย
ประตูทางเข้าหลัก บริเวณหน้าตัวบ้าน
ประตูบ้านด้านหน้าเป็นบานเปิดกระจกคู่กว้าง 1.30 เมตร ติดตั้งพร้อมบาน Fix กระจก 2 ฝั่ง โดยประตูและหน้าต่างของบ้านมี Magnetic Sensor มาให้ทั้งหลัง เวลาเปิด – ปิดก็จะมีเสียงแจ้งเตือนเบาๆ เพื่อให้คนในบ้านทราบว่ามีการเข้า – ออก
เมื่อเข้ามาในตัวบ้านจะเจอกับส่วนนั่งเล่น ลักษณะเป็น Common Area ขนาดใหญ่ มองเห็นการเชื่อมต่อไปยังส่วนรับประทานอาหาร ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร วัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิกขนาด 60×60 เซนติเมตร ได้เหมือนในบ้านตัวอย่างเลย
บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่าง ส่วนนั่งเล่น
ส่วนนั่งเล่น ไม่ได้มีผนังกั้นแยกเป็นสัดส่วน ภายในบ้านตัวอย่าง สามารถวางโซฟาได้ 3 – 4 ที่นั่ง ห่างจากระยะตั้งทีวีประมาณ 4.15 เมตร วางทีวี 50″ ขึ้นไปได้สบายๆ นอกจากช่องแสงจากประตูทางเข้าบ้าน ด้านข้างยังมีหน้าต่างติดตั้งมาให้อีก 2 ตำแหน่ง ช่วยทำให้ในห้องดูโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น
ส่วนรับประทานอาหารจะอยู่ตรงกลางตัวบ้าน สามารถวางโต๊ะทานข้าวได้ 8 – 10 ที่นั่ง ด้านข้างฝั่งที่ติดกับหน้าบ้านได้หน้าต่างบานเปิดกระจก ใช้เปิดเพื่อระบายกลิ่นหรือรับลมได้ ส่วนอีกฝั่งเป็นห้องครัว ทำอาหารเสร็จก็สามารถยกมาเสิร์ฟได้เลย ไม่ต้องเดินไกล
บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่าง ส่วนรับประทานอาหาร
สำหรับใครที่ชอบความเป็นสัดส่วน ก็สามารถกั้นประตูกระจกบานเฟี้ยมหรือบานเลื่อนเพิ่มได้นะคะ ติดกับทางขึ้นบันได เพื่อการใช้สอยพื้นที่ให้คุ้มค่า โครงการเสนอไอเดียเป็นมุมสัตว์เลี้ยง หรือใครจะ Built – in เพิ่มเป็นตู้เก็บของแบบเต็มผนัง ก็ไม่ได้ทำให้ตัวบ้านดูแคบขึ้นเลย

จากประตูทางเข้าส่วนจอดรถ เมื่อเข้ามาก็จะเจอกับพื้นที่รับประทานอาหาร และประตูทางเข้าห้องครัว ด้านข้างมีห้องเก็บของขนาด 0.87×2.46 เมตร ใช้เก็บของชิ้นใหญ่ๆได้ หรือใครที่มีรองเท้าเยอะ ก็ทำเป็นห้องเก็บรองเท้าเพิ่มอีกจุดได้ค่ะ


ติดกับส่วนนั่งเล่นเป็นห้องอเนกประสงค์ ที่ได้ห้องน้ำแยกใช้งานในตัว บ้านตัวอย่างจัดมาให้เป็นห้องนอนชั้นล่าง เหมาะกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ไม่ต้องเหนื่อยเดินขึ้น – ลงบันได
บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่าง ห้องนอนชั้นล่าง
ในห้องสามารถวางเตียงขนาด 5 – 6 ฟุตได้ โดยรอบข้างยังเหลือพื้นที่ให้เดินได้อย่างสะดวก ใครอยากติดตั้งทีวีในห้อง ทางโครงการก็ได้เตรียมเดินระบบไว้รองรับให้เรียบร้อย ติดกันมีพื้นที่ให้วางโต๊ะทำงาน หรือจัดเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องน้ำพอดี ใช้งานสะดวก
บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่าง ห้องน้ำในห้องนอนชั้นล่าง
ห้องน้ำ เป็นแบบหน้ากว้างแยกพื้นที่ส่วนเปียก ส่วนแห้งมาให้ชัดเจน ด้านหลังมี Low Wall ไว้วางของใช้ส่วนตัวเล็กๆได้ ส่วนที่น่าสนใจคือโถสุขภัณฑ์ที่ได้ฝารองนั่งอัตโนมัติ ใช้ควบคุมเปิด – ปิดน้ำได้ ซึ่งได้มาในห้องน้ำทุกห้อง แต่โครงการก็ยังให้สายฉีดชำระจากยี่ห้อ COTTO มาด้วย
พื้นที่ใช้งานบริเวณส่วนยืนอาบน้ำ
ส่วนยืนอาบขนาด 0.90×1.55 เมตร พื้นจะลดระดับลงไปเล็กน้อย เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานและทำความสะอาด ป้องกันน้ำไหลย้อนออกไปสู่ภายนอกได้ ฝักบัวได้เป็นแบบ Hand Shower จากยี่ห้อ COTTO ด้านข้างมีช่องบนผนัง ไว้เก็บอุปกรณ์อาบน้ำ เอื้อมหยิบได้ง่าย
พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำแบบ Powder Room
ถัดจากห้องนอนชั้นล่าง เป็นห้องน้ำส่วนกลาง ได้มาเป็นแบบ Powder Room ไม่มีส่วนอาบน้ำมาให้ ภายในได้สุขภัณฑ์ครบชุดจากยี่ห้อ COTTO พร้อมใช้งาน
บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่าง พื้นที่ห้องครัว
ห้องครัวเป็นแบบปิด กั้นด้วยประตูทึบแยกเป็นสัดส่วน พื้นที่การใช้งานสามารถแยกเป็น 2 ฝั่งได้ โดยในบ้านมาตรฐานจะได้เคาน์เตอร์ก่อสำเร็จท็อปด้วยหินแกรนิตมาให้เหมือนในบ้านตัวอย่าง ติดตั้งพร้อมอ่างล้างจาน สามารถ Built – in หน้าบานและตู้ด้านบนเพิ่มพื้นที่เก็บของ ดีไซน์ได้ตามความชอบเลย
ด้านหลังครัวจะเป็นลานซักล้างขนาดใหญ่ ลงเข็มมาให้รองรับการต่อเติมได้ เดินออกไปด้านนอก จะเชื่อมกับห้องแม่บ้าน และพื้นที่วางเครื่องซักผ้า จัดเป็นมุม Service ให้ใช้งานสะดวก
บันไดโครงสร้างเหล็ก เชื่อมต่อพื้นที่ชั้น 2
บันไดเป็นโครงสร้างเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้ยางพารา สองข้างเป็นผนังทึบแต่ก็มีราวกันตกติดตั้งมาให้เพื่อความปลอดภัย ตัวบันไดกว้าง 1.17 เมตร ลูกตั้งสูง 19 เซนติเมตร ลูกนอนได้มากว้าง 25 เซนติเมตร พอดีกับช่วงเท้า ขึ้นมาจะเจอชานพัก มีช่องหน้าต่างที่สามารถเปิดรับแสงและลมจากด้านนอกได้ด้วย
บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่าง ส่วน Family Area
ชั้น 2 ติดกับโถงบันไดเป็น Family Area ในบ้านตัวอย่างกั้นเป็นผนังทึบมาให้ แต่ในบ้านมาตรฐานจะได้เป็นราวกันตกแบบโปร่ง โดยในส่วนนี้สามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่นได้อีก 1 จุด ขนาดกว้าง 3.69 เมตร ด้านข้างเป็นประตูบานเลื่อนกระจก เปิดออกไปใช้งานระเบียงด้านนอกได้
วัสดุพื้นชั้น 2 เป็นลามิเนต ความหนา 8 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าให้มาดีเหมาะสมกับราคาบ้าน ความสูงจากพื้นถึงฝ้าได้มา 2.6 เมตรเท่ากับชั้น 1 เลย
บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่าง ห้องนอน 1
ชั้น 2 จะประกอบด้วยห้องนอน 2 ห้อง และห้อง Masterbedroom โดยห้องแรกที่เราจะพาไปชมเป็นห้องนอนด้านหน้าตัวบ้าน ซึ่งได้ระเบียงขนาดใหญ่มาด้วย ภายในตกแต่งมาเป็นห้องนอนสำหรับเด็ก เหมาะกับครอบครัวที่มีลูกๆอยู่ด้วย
ด้านข้างฝั่งที่ติดกับหน้าต่างสามารถวางเตียงขนาด 3 – 5 ฟุตได้ อีกฝั่งจัดเป็นมุมโต๊ะเขียนหนังสือและตู้เสื้อผ้า ดูเป็นสัดส่วน ตรงกลางมีประตูที่สามารถเปิดออกไปใช้งานระเบียงได้

ระเบียงด้านนอกขนาด 3.66×3.97 เมตร มีหลังคาระแนงโปร่งติดตั้งมาให้เรียบร้อย จัดเป็นส่วนนั่งเล่น วางชุดโต๊ะเก้าอี้ 2 – 3 ที่นั่งได้เลย รอบๆยังสามารถตกแต่งด้วยไม้กระถางเล็กๆเพิ่มความสดชื่นได้ จะออกมาสูดอากาศ นั่งอ่านหนังสือ หรือจัดเป็นมุมปาร์ตี้ ก็ได้บรรยากาศผ่อนคลายไปอีกแบบนะคะ
บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่าง ห้องน้ำในห้องนอน 1
ห้องน้ำได้สุขภัณฑ์ครบชุดเหมือนในบ้านตัวอย่างจาก COTTO ส่วนยืนอาบกว้าง 0.90×1.54 เมตร สามารถติดฉากกั้นอาบน้ำเองภายหลัง ฝักบัวเป็น Hand Shower มาพร้อม Junction Box ให้ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเพิ่มได้ด้วย
บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่าง ห้องนอน 2
ห้องนอนห้องที่ 2 อยู่ติดกับส่วน Family Area เป็นตำแหน่งที่อยู่ด้านหลังตัวบ้าน มีหน้าต่างมาให้ 2 จุด ช่วยให้อากาศในห้องถ่ายเทได้ดี ภายในสามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตตรงกลางได้ ด้านข้างจัดเป็นพื้นที่แต่งตัว วางตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้สบายๆ ภายในได้ห้องน้ำในตัวเช่นเดียวกัน
ห้องสุดท้ายเป็นห้อง Masterbedroom หน้ากว้าง ได้ห้องน้ำ และ Walk – in Closet แยกใช้งานเป็นสัดส่วน ตรงกลางยังมีโถงอเนกประสงค์ จัดเป็นมุมนั่งเล่นหรือมุมทำงานอดิเรกส่วนตัวได้
บรรยากาศภายในบ้านตัวอย่าง ห้อง Masterbedroom
ภายในห้องได้หน้าต่างมาหลายจุด ฝั่งนึงแบ่งเป็นพื้นที่วางเตียงนอนได้ขนาด 5 – 6 ฟุต พร้อมพื้นที่ด้านข้างไว้วางโต๊ะหรือตู้ข้างเตียงได้ อีกฝั่งจัดเป็น Walk – in Closet สามารถ Built – in ทำเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่แบบเต็มผนังได้ทั้ง 4 ด้าน ติดกันเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำ พออาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้เลย
พื้นที่ใช้งานภายในห้อง Master Bathroom
ห้องน้ำใน Masterbedroom ได้มาขนาดค่อนข้างใหญ่ ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์ติดตั้งมาพร้อมอ่างล้างหน้าแบบ His&Her ใช้งานพร้อมกันได้ ด้านล่างมีตู้ไว้เก็บของใช้ส่วนตัวเล็กๆ ได้วัสดุและบานเปิดมาเหมือนในบ้านตัวอย่างเลย
พื้นที่ใช้งานภายในห้องน้ำ Master Bathroom
พื้นที่ใช้งานในห้องน้ำแยกเป็น 2 ฝั่ง เป็นส่วนอาบน้ำได้พื้นที่ยืนอาบขนาด 0.88×1.85 เมตร มีอ่างอาบน้ำแบบฝังติดตั้งมาให้ด้วย ฝักบัวได้เป็น Hand Shower และ Rain Shower จากยี่ห้อ COTTO
อีกฝั่งเป็นพื้นที่วางโถสุขภัณฑ์ ได้ฝารองนั่งอัตโนมัติและสายฉีดชำระติดตั้งมาให้เรียบร้อย โดยภายในห้องน้ำนี้จะได้ระบบท่อน้ำร้อน – น้ำเย็นติดตั้งมาให้ด้วยค่ะ
ระบบ Home Automation ภายในบ้าน
เทคโนโลยีภายในบ้าน ได้ Home Automation ติดตั้งมาให้ ใช้ควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยและการเปิด – ปิดไฟในบ้านได้ ส่วนสวิตช์และปลั๊กไฟใช้ของยี่ห้อ Panasonic ค่ะ
แบบบ้าน DUNCAN 280 ตร.ม.
บ้านตัวอย่างหลังต่อมาจะเป็น DUNCAN (ดันเค่น) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 66.69 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 280 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ห้องรับแขก / 3 ที่จอดรถ ที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดในโครงการมาอัพเดตกันค่ะ
สำหรับแบบบ้านหลังนี้เหมาะกับคนที่มีงบประมาณน้อยลงมาหน่อย แต่อยากได้ฟังก์ชันครบคล้าย ANGELO (แองเจโล) ที่เป็นบ้านหลังใหญ่สุดของโครงการ มีจุดแตกต่างหลักๆที่นอกจากพื้นที่ใช้สอยแล้ว ก็คือไม่มีห้องแม่บ้าน จึงเหมาะกับครอบครัวที่ไม่ได้มีแม่บ้านมาค้างประจำ แต่ยังมีห้องนอนชั้นล่างและจอดรถได้ 3 คัน พร้อม Common Area ขนาดใหญ่ ส่วน Master Bedroom จะเป็นแนวยาวตามความกว้างตัวบ้าน พร้อมระเบียงส่วนตัวขนาดใหญ่ ส่วนห้องนอนรองทั้ง 2 ห้องก็อยู่อาศัยได้สบายๆ มี Family Area ให้เรามานั่งเล่นร่วมกันในครอบครัวหรือปรับเปลี่ยนตามการใช้งานได้นั่นเอง
อย่างที่เราได้มีเกริ่นไปแล้วนะคะว่าบ้านตัวอย่างหลังนี้จะเป็นบ้านเปล่าๆโล่งๆ ซึ่งเป็นบ้านมาตรฐานที่ทางโครงการจะส่งมอบให้กับลูกบ้าน จึงไม่มีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน แต่ก็มีข้อดีที่ทำให้เราได้เห็นพื้นที่ใช้งานจริงภายในบ้านเลยนั่นเอง ดังนั้นหน้าตาและบรรยากาศทุกอย่างที่เราเห็นในบ้านหลังนี้ก็คือสิ่งที่เราจะได้เป๊ะๆเลยค่ะ งั้นไปชมภาพบรรยากาศกันต่อเลย
บริเวณด้านหน้าบ้าน
เรามาเริ่มกันที่บริเวณด้านหน้าบ้านกันเลย โดย ประตูรั้วบ้าน เลือกใช้ประตูเหล็กรางเลื่อนทำสีดำ ส่วนด้านข้างจะมีติดตั้งกริ่ง, โคมไฟติดผนังและถังขยะที่เปิดทิ้งได้จากด้านใน จึงช่วยพรางตาให้บริเวณด้านหน้าบ้านดูเรียบร้อย สะอาดตา ซึ่งจะออกแบบเหมือนกันในทุกยูนิตเลยนะคะ
พื้นที่จอดรถ
พื้นที่จอดรถ ของโครงการจะจอดได้ทั้งหมด 3 คัน ขนาดประมาณ 5.30×13.90 เมตร แบ่งจอดรถด้านหน้าได้ 2 คันและจอดซ้อนคันด้านในอีก 1 คัน ส่วนโครงสร้างที่จอดรถแบบ Slab on Ground วัสดุปูพื้นเป็นคอนกรีตฉาบเรียบที่มีการเว้นระยะจากตัวบ้าน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องรอยร้าวตรงตัวบ้านจากพื้นทรุดตัว
เรามองว่าตำแหน่งพื้นที่จอดรถด้านหน้า 2 คัน เหมาะสำหรับรถที่ใช้งานเป็นประจำ ขับไปทำงานหรือไปห้าง เดินเล่น เพื่อจับจ่ายใช้สอย แต่จะเป็นพื้นที่จอดรถกลางแจ้ง จึงแนะนำให้ติดตั้งหลังคากันสาดเพื่อบังแดด-ฝนเพิ่มด้วยนะคะ ส่วนตำแหน่งพื้นที่จอดรถซ้อนคัน 1 คันที่อยู่ด้านใน เหมาะเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ หรือจอดพวกรถคันใหญ่ๆได้นั่นเอง รวมถึงมีประตูทางเข้ารองอยู่ด้านข้าง จึงเดินเชื่อมต่อเข้าภายในบ้านได้ง่ายด้วยค่ะ
การออกแบบพื้นที่จอดรถซ้อนคันแบบนี้ ถึงแม้จะต้องเสียเวลาขยับรถไปบ้าง เวลาที่ต้องการใช้รถที่จอดด้านในสุด แต่ก็แลกมากับพื้นที่ภายในบ้านที่มีขนาดใหญ่นั่นเอง โดยเฉพาะพื้นที่ชั้น 1 ที่เป็น Common Area ไว้เราจะพาไปดูกันต่อนะคะ
บริเวณด้านข้างพื้นที่จอดรถ
ทางโครงการออกแบบประตูทางเข้ารองและห้องเก็บของอยู่บริเวณด้านข้างพื้นที่จอดรถเลย โดย ประตูทางเข้ารอง ได้ติดตั้ง Digital Door Lock จำนวน 1 ตัว รองรับได้ 4 ระบบ ได้แก่ Fingerprint, Password, Card, Key (พอเป็นบ้านมาตรฐานจึงมีการรักษาคุณภาพบ้านให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบให้กับลูกบ้าน จึงมีการห่อด้ามจับของ Digital Door Lock ด้วยค่ะ) ช่วยให้เข้า-ออกบ้านได้สะดวก เวลาจอดรถเรียบร้อยก็เข้าบ้านจากทางนี้ได้เลย ไม่ต้องเดินอ้อมไปเข้าจากทางด้านหน้าบ้านนั่นเอง
นอกจากนั้นยังมี CCTV จำนวน 1 ตัว ตรงพื้นที่จอดรถ ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัย รวมถึงมี Junction Box รองรับการติดตั้ง EV Charger และห้องเก็บของ ขนาดประมาณ 0.70×2.10 เมตร สำหรับเก็บอุปกรณ์เครื่องมือเกี่ยวกับรถยนต์และทำสวนด้วย
พื้นที่สวนรอบบ้าน
ทางโครงการได้จัด สวนรอบบ้าน มาตามมาตรฐานโครงการ CENTRO เลย ไม่ว่าจะเป็นสนามหญ้า, ไม้พุ่มและต้นไม้ใหญ่ ซึ่งเราจะได้หน้าตาและบรรยากาศเหมือนบ้านตัวอย่างหลังนี้เลยนะ ซึ่งเราสามารถจัดสวนและลงต้นไม้เพิ่มเติม เพื่อสร้างบรรยากาศสดชื่นและร่มรื่นให้ตัวบ้านได้นะคะ
ประตูทางเข้าบ้าน
โถงทางเข้าบ้าน ออกแบบมีชายคากันแดด-ฝนและมีพื้นเฉลียงด้านหน้าบ้านขนาดประมาณ 1.10×4.20 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 60×60 เซนติเมตร สามารถใช้เป็นพื้นที่ตั้งตู้รองเท้าและที่เก็บร่มได้ค่ะ
ส่วน ประตูทางเข้าบ้าน จะมีทั้งหมด 2 จุดด้วยกัน ซึ่งนอกจากจะมีประตูทางเข้ารองตรงบริเวณพื้นที่จอดรถแล้ว ยังมี ประตูทางเข้าหลักของบ้าน จะอยู่ด้านหน้าบ้านเลย ออกแบบเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พร้อมแบ่งลูกฟักตีตารางมาตามสไตล์ English Cottage
Common Area
เมื่อเข้ามาภายในบ้านจะเจอกับ Common Area ที่ออกแบบเป็น Open Plan ขนาดใหญ่ 5.80×9.95 เมตร ซึ่งข้อดีของ Open Plan ที่นอกจากจะได้พื้นที่ใหญ่แล้ว ยังได้พื้นที่ใช้งานเชื่อมต่อกันทั้งพื้นที่นั่งเล่น-พื้นที่รับประทานอาหาร รวมถึงบรรยากาศที่โปร่งโล่งเหมือนบ้านตัวอย่างนี้เลยนะคะ นอกจากนั้นเรายังจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นเลยนั่นเอง อยากจะตั้งโซฟา ทีวีหรือโต๊ะรับประทานอาหารยังไงก็ได้ตามใจชอบเลยค่ะ รวมถึงมีช่องหน้าต่างหลายจุด เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวสีเขียวด้านหน้า-ด้านข้างบ้านได้นั่นเอง
สำหรับวัสดุปูพื้นชั้น 1 เป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 60×60 เซนติเมตร ส่วนความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.60 เมตร พร้อมติดตั้งไฟ LED แบบดาวน์ไลท์และผนังภายในบ้านจะติด Wallpaper มาให้เรียบร้อย ไม่ต้องเสียเวลาไปติดเพิ่มเองค่ะ นอกจากนั้นยังมีระบบ Home Automation ควบคุมการเปิด – ปิดไฟ และสัญญาณกันขโมยระบบ Magnetic Sensor ทั้งหลัง ทำให้อยู่อาศัยได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
แต่อย่างที่เราบอกไปนะคะว่าทางโครงการจะมีการรักษาคุณภาพบ้านให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อยก่อนส่งมอบให้กับลูกบ้าน จึงทำให้มีการ Wrap พื้นบ้านไม่ให้เกิดรอยขีดข่วน อีกทั้งยังมีการ Wrap พวกบานประตู, เคาน์เตอร์ครัว รวมถึงสุขภัณฑ์ในห้องน้ำด้วยค่ะ
Common Area (ภาพนี้สร้างจาก AI)
เนื่องจากบ้านตัวอย่างหลังนี้เป็นบ้านเปล่าที่ไม่มีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์มาให้ชม เราจึงสร้างภาพบรรยากาศบริเวณ Common Area จาก Generative AI ขึ้นมา โดยอ้างอิงสไตล์การตกแต่งจากบ้านตัวอย่าง ANGELO ก่อนหน้านี้ เพื่อช่วยให้ทุกคนเห็นภาพบรรยากาศภายในบ้านได้ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงเป็นไอเดียให้นำไปปรับใช้กันได้ด้วยนะคะ
ด้วยการออกแบบตัวบ้านของโครงการในสไตล์ English Cottage จึงมีการใช้ Element ในการตกแต่งบานประตูและหน้าต่างที่มีการตีตารางลูกฟัก ที่นอกจากจะทำให้ตัวบ้านดูมีลูกเล่นและมิติแล้ว เวลาแสงแดดส่องเข้ามาภายในบ้านก็ดูสวยงามและได้บรรยากาศอบอุ่นดีเหมือนกันนะคะ
Living Area
บริเวณด้านหน้าบ้านจะเป็น พื้นที่นั่งเล่น ขนาดประมาณ 4.70×5.80 เมตร โดยเราสามารถวางโซฟายาวเป็นรูปตัว L พร้อมเก้าอี้ด้านข้างและโต๊ะกลางได้สบายๆ รวมถึงทำ Built-in ชั้นวางทีวีเต็มผนังได้เลย ทำให้เก็บของต่างๆได้เป็นระเบียบเรียบร้อยดี แต่อย่าลืมเว้นช่องหน้าต่าง เพื่อเปิดรับแสงและวิวสวนสีเขียวไว้ด้วยนะ นอกจากนั้นด้านข้างของพื้นที่นั่งเล่น บริเวณที่มีหน้าต่างบานคู่ ก็ตั้งเป็นพวกชั้นวางของโชว์ รวมถึงมุมนั่งอ่านหนังสือได้ด้วยค่ะ
พื้นที่รับประทานอาหาร
พื้นที่รับประทานอาหาร จะอยู่อีกฝั่งของบ้านถัดจากพื้นที่นั่งเล่นเลยนั่นเอง โดยจะมีขนาดประมาณ 3.60×5.80 เมตร พร้อมช่องหน้าต่างด้านหน้าและด้านข้างบ้านรวม 4 จุด ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในบ้านดูสว่างดี
เราสามารถจัดเป็นโต๊ะยาวรองรับ 8 ที่นั่งได้สบายๆเลย มีพื้นที่เดินรอบโต๊ะกว้าง นอกจากนั้นยังใช้เป็นมุม Pantry ตั้งเครื่องชงกาแฟ ไมโครเวฟหรือหม้อทอดไฟฟ้า เพื่อเตรียมอาหารง่ายๆได้สะดวกด้วยค่ะ
ห้องนอนชั้นล่าง
ทางโครงการมีออกแบบ ห้องนอนชั้นล่าง มาให้ด้วยนะ โดยจะอยู่ใกล้ๆกับพื้นที่นั่งเล่นเลย มีขนาด 3.00×4.70 เมตร ปูพื้นเป็นลามิเนตลายไม้ หนา 8 มม. ทำให้ใช้เป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุได้ แต่ด้วยบานประตูที่เป็นบานผลัก รวมถึงห้องน้ำที่มีการออกแบบลดระดับจากพื้นห้องนอน เราจึงมองว่าเหมาะเป็นห้องนอนของคุณปู่ คุณย่าที่ยังแข็งแรง เดินได้คล่อง ไม่ได้ใช้รถวีลแชร์นะคะ โดยวางเตียง 3.5-5 ฟุต พร้อมชั้นวางทีวีตรงปลายเตียงได้ มีพื้นที่รอบเตียงกว้าง เดินขึ้น-ลงเตียงได้ง่าย อีกทั้งมีพื้นที่ด้านข้างเตียงหรือพื้นที่ด้านหน้าห้องน้ำสำหรับตั้งตู้เสื้อผ้าและแต่งตัวได้ด้วยค่ะ
นอกจากนั้นเราก็สามารถใช้เป็นห้องอเนกประสงค์ ปรับเปลี่ยนตามการใช้งานได้นะคะ โดยเฉพาะครอบครัวที่ไม่ได้มีผู้สูงอายุอยู่ด้วย ก็สามารถใช้เป็นห้องทำงาน ห้องดูหนัง ห้องเล่นเกม ห้องสัตว์เลี้ยงหรือห้องออกกำลังกายได้นั่นเอง
ห้องน้ำของห้องนอนชั้นล่าง
ห้องนอนชั้นล่างจะมี ห้องน้ำในตัว ด้วยนะ ทำให้ใช้งานได้ง่ายดี มีขนาด 1.45×2.65 เมตร โดยออกแบบแบ่งโซนแห้ง-เปียกไว้เป็นสัดส่วน ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 60×60 เซนติเมตร พร้อมสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดจาก COTTO แต่ที่น่าสนใจที่นอกจากจะมีการออกแบบ Low Wall สำหรับวางของใช้และของตกแต่งในห้องน้ำแล้ว โถสุขภัณฑ์ของบ้านทุกหลังในโครงการนี้จะได้ฝารองนั่งอัตโนมัติ เพื่อใช้ควบคุมเปิด – ปิดน้ำด้วยค่ะ
ส่วนพื้นที่อาบน้ำกว้าง 0.90 เมตร พร้อมเดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาเรียบร้อย อีกทั้งมีการเจาะผนังด้านข้างเพื่อวางอุปกรณ์อาบน้ำให้เราหยิบใช้งานได้สะดวกด้วย แต่เราแนะนำให้ซื้อฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาติดตั้งเพิ่มนะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นนั่นเอง
ทางเดินเชื่อมไปยัง Powder Room, ห้องครัว และประตูทางเข้ารอง
ต่อมาเราพามาดู โซน Service ของบ้านกันต่อดีกว่า โดยทางโครงการจะออกแบบเป็นทางเดินกว้างประมาณ 1.25 เมตร เชื่อมจาก Common Area ไปยังประตูทางเข้ารอง เพื่อไปยังพื้นที่จอดรถได้ ซึ่งบริเวณด้านข้างของโถงทางเดินนี้จะเป็น Powder Room และห้องครัวที่เราจะพาไปดูกันต่อนั่นเอง
Powder Room
Powder Room เป็นห้องน้ำที่ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ เพื่อรองรับแขกและการใช้งานบริเวณชั้น 1 โดยจะติดตั้งเฉพาะอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ที่ทางโครงการเลือกใช้จาก COTTO ส่วนตัวห้องน้ำนี้จะมีขนาดห้องอยู่ที่ 1.25×2.45 เมตร ปูพื้นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 60×60 เซนติเมตร สามารถดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย พร้อมช่องหน้าต่างที่สามารถเปิดระบายอากาศและความชื้นในห้องน้ำได้
ห้องครัวแบบปิด
ห้องครัวแบบปิด จะอยู่ตรงข้ามกับ Powder Room และอยู่ใกล้ๆกับพื้นที่รับประทานอาหารนะคะ ทำให้จัดเสิร์ฟอาหารได้ง่ายดี โดยมีขนาดห้องอยู่ที่ 2.75×3.00 เมตร ปูพื้นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 60×60 เซนติเมตร พร้อมก่อเคาน์เตอร์ครัวปูน Top Counter ด้วยหินแกรนิต พร้อมติดตั้งอ่างล้างจานและพัดลมดูดอากาศมาเหมือนภาพด้านบนเลย เราจึง Built – in หน้าบานและตู้ด้านบน เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของและสามารถเก็บของได้เป็นระเบียบเรียบร้อยด้วย
ซึ่งพอออกแบบเป็นครัวปิด เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่น-ควันจากการทำอาหารจะลอยไปติดเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านเลย อีกทั้งมีพัดลมดูดอากาศคอยช่วยระบายอากศ รวมถึงเรายังติดตั้งเครื่องดูดควันเพิ่มเติมได้ด้วย แต่จริงๆแล้วเราสามารถเปิดประตูระบายอากาศไปทางลานซักล้างที่อยู่ด้านหลังบ้านได้เหมือนกันนะคะ
ลานซักล้าง
จากพื้นที่ครัวเดินออกไปยังด้านหลังบ้านจะเจอกับ ลานซักล้าง ขนาด 1.45×3.55 เมตร โดยมีโครงสร้างแบบ Slab on Ground วัสดุปูพื้นเป็นคอนกรีตฉาบเรียบ ไว้ใช้สำหรับตั้งราวตากผ้าได้สบายๆ นอกจากนั้นเราชอบที่ออกแบบมีห้องขนาดประมาณ 0.75×1.60 เมตร สำหรับตั้งเครื่องซักผ้าหรือเครื่องอบผ้าโดยเฉพาะเลย ก็ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าของเราไม่ต้องตากแดด ตากฝนจนดูเก่า
บันได
ก่อนเราจะขึ้นไปยังชั้น 2 กัน มาดู บันได กันหน่อย โดยบันไดนี้มีโครงสร้างเหล็ก ปิดผิวด้วยพื้นไม้ยางพารา มีความกว้างบันไดประมาณ 1.00 เมตร ด้านข้างมีราวกันตกเหล็กและมือจับทำสีเหมือนตัวบันได มีลูกนอนกว้างประมาณ 25 ซม. ลูกตั้งสูง 19 ซม. บริเวณชานพักบันไดสามารถตั้งกระถางต้นไม้เล็กๆเพิ่มวิวสีเขียวภายในบ้านได้ รวมถึงมีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้บริเวณโถงบันไดไม่มืดทึบ แต่ทางโครงการก็มีติดตั้งโคมไฟไว้ให้เหมือนบ้านตัวอย่างนี้เลยค่ะ
นอกจากนั้นทางโครงการได้ออกแบบ ห้องเก็บของใต้บันได มาให้ด้วยนะ มีขนาด 1.15×2.25 เมตร ส่วนความสูงประมาณ 1.50 เมตร จึงเดินย่อและก้มตัวเข้าไปในห้องนี้ได้นะคะ ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่ประมาณนึงเลย จะเก็บพวกของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆก็สบายๆค่ะ
โถงชั้น 2
เมื่อขึ้นมา ชั้น 2 จะเปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็นลามิเนตลายไม้ หนา 8 มม. ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมาะแก่การพักผ่อนมากขึ้น ส่วนความสูงของพื้นชั้น 2 ถึงฝ้าเพดานจะเท่ากับชั้น 1 อยู่ที่ 2.60 เมตรค่ะ
สำหรับการออกแบบพื้นที่ชั้น 2 ของแบบบ้านนี้มีจุดเด่นที่ Master Bedroom มีขนาดใหญ่กว้างเท่าตัวบ้าน อีกทั้งยังอยู่ฝั่งด้านหน้าบ้านจึงเปิดรับวิวได้กว้างดี และมีระเบียงส่วนตัวให้ใช้งานด้วย ส่วนห้องนอนรอง 2 ที่ถึงแม้จะมีขนาดเล็กสุด แต่ไม่มีการแชร์ผนังร่วมกับห้องนอนอื่น จึงได้ความเป็นส่วนตัวสูง สำหรับ Family Area ก็อยู่ตรงกลางชั้น 2 จึงมาใช้งานกันได้ง่ายๆ อีกทั้งจะกั้นเป็นห้องปิดก็ได้เหมือนกัน
บริเวณ โถงชั้น 2 จะมีขนาด 2.25×2.70 เมตร เป็นทางเดินเชื่อมไปยังห้องนอนทั้ง 3 ห้อง รวมถึง Family Area นั่นเอง นอกจากนั้นมีระบบ Home Automation และสัญญาณกันขโมยอยู่บริเวณนี้ด้วยค่ะ ซึ่งทางโครงการจะมีติดแผ่นฟิล์มสีฟ้า เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนให้เราลอกออกก่อนใช้งานนะคะ
Family Area (สร้างจาก Generative AI)
Family Area มีขนาด 2.50×4.60 เมตร ใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นของคนในครอบครัว ซึ่งเราสามารถ Built-in ชั้นวางทีวีแนวยาวเต็มผนังได้เลย รวมถึงเลือกใช้เป็นโซฟายาวได้เหมือนกัน โดยมีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่อยู่ด้านข้าง เปิดรับแสงและวิว ซึ่งเราได้สร้างภาพจาก Generative AI ขึ้นมา เพื่อให้เห็นภาพบรรยากาศกันนะคะ
นอกจากนั้นเราสามารถปรับเป็นพื้นที่นั่งอ่านหนังสือหรือพื้นที่ออกกำลังกายได้ค่ะ รวมถึงใครอยากจะได้พื้นที่เป็นสัดส่วนมากขึ้นก็สามารถกั้นประตูเพิ่มเพื่อทำเป็นห้องปิดได้นะ ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนั่นเอง
หากครอบครัวไหนไม่ค่อยได้ใช้พื้นที่นั่งเล่นนี้ ก็สามารถรวม Family Area เป็นส่วนหนึ่งของห้องนอนรอง 2 ได้เลยค่ะ เพราะด้วยโครงสร้างบ้านที่สามารถทุบ-ต่อเติมบ้านได้สบาย ก็ทำให้เราได้ห้องนอน 2 ที่มีขนาดใหญ่ไม่แพ้ Master Bedroom เหมือนได้ Double Master Bedroom เลยนั่นเอง นี่ก็ถือเป็นข้อดีของโครงสร้างบ้านแบบ Conventional ที่เราสามารถทุบปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในบ้านได้ยืดหยุ่นตามการใช้งาน
Master Bedroom (สร้างจาก Generative AI)
Master Bedroom จะอยู่ฝั่งด้านหน้าบ้าน เปิดรับวิวได้กว้าง อีกทั้งออกแบบเป็นห้องแนวยาวกว้างเท่าตัวบ้านเลย โดยมีขนาด 3.55×7.70 เมตร จึงสามารถแบ่งพื้นที่ภายในห้องเป็นพื้นที่เตียงนอนและพื้นที่แต่งตัวได้สบาย
พื้นที่เตียงนอน มีขนาด 3.55×5.00 เมตร สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้สบาย ตั้งเป็นชั้นวางของเล็กๆข้างเตียงได้ ส่วนบริเวณปลายเตียงก็วางชั้นวางทีวีได้เลย นอกจากนั้นด้านข้างของเตียงนอนก็มีประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ เปิดเชื่อมต่อไปยังระเบียงส่วนตัวได้ด้วย
สำหรับพื้นที่แต่งตัวจะอยู่อีกฝั่งของ Master Bedroom มีขนาด 2.55×2.60 เมตร จึงทำเป็น Walk-in Closet พร้อม Built-in ตู้เสื้อผ้าทั้ง 2 ฝั่งได้สบาย มีเว้นพื้นที่สำหรับตั้งเป็นโต๊ะแต่งหน้าได้ด้วย ส่วนด้านข้างจะเป็น Master Bathroom ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องกันดี
หากใครชอบพื้นที่แต่งตัวที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น ก็สามารถกั้นประตูคั่นระหว่างพื้นที่เตียงนอนและพื้นที่แต่งตัว-Master Bathroomได้นะคะ เพราะนอกจากจะได้พื้นที่แยกโซนชัดเจนแล้ว ยังป้องกันไม่ให้ฝุ่นจากเสื้อผ้าและความชื้นจาก Master Bathroom ไม่ให้ลอยไปยังบริเวณพื้นที่เตียงนอนนั่นเอง รวมถึงเราได้สร้างภาพการตกแต่งภายใน Master Bedroom จาก Generative AI เผื่อเป็นไอเดียในการตกแต่งให้ทุกคนด้วยค่ะ
Master Bathroom
Master Bathroom มีขนาด 1.95×2.55 เมตร ซึ่งมีการออกแบบคล้ายห้องน้ำอื่นๆเลยค่ะ โดยมีการแบ่งโซนแห้ง-เปียกไว้ชัดเจน ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 60×60 เซนติเมตร เลือกใช้สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจาก COTTO ทั้งหมด รวมถึงมีการออกแบบ Low Wall สำหรับวางอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำและโถสุขภัณฑ์พร้อมติดตั้งฝารองนั่งอัตโนมัติ ส่วนพื้นที่อาบน้ำกว้าง 0.90 เมตร พร้อมเจาะผนังด้านข้างเพื่อวางอุปกรณ์อาบน้ำและเดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้แล้ว แต่ทางโครงการไม่ได้ติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาให้นะ เราจึงสามารถหาซื้อและติดตั้งเพิ่มเองได้ค่ะ
ส่วนสิ่งที่แตกต่างระหว่าง Master Bathroom กับห้องน้ำอื่นๆก็คือมีการติดตั้งตู้เก็บของด้านล่างอ่างล้างมือ เพื่อใช้เก็บของในห้องน้ำได้เป็นระเบียบมากขึ้น รวมถึงติดตั้งฝักบัวแบบ Rain Shower มาให้ใช้งานด้วยนั่นเอง
ประตูเปิดไปยังระเบียงส่วนตัว
ต่อมาเราจะพาไปดู ระเบียงส่วนตัวของ Master Bedroom กัน โดยทางโครงการออกแบบเป็นประตูบานเลื่อน 2 ตอนขนาดใหญ่อยู่ด้านข้างของพื้นที่เตียงนอน จึงเปิด-ปิดได้ง่าย ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องดูสว่าง นอกจากนั้นหากใช้พื้นที่ระเบียงนี้เป็นมุมต้นไม้ก็ทำให้เวลาเรานอนเล่นอยู่ตรงเตียงก็มองออกไปได้วิวสวนสีเขียวนี้ค่ะ
ระเบียงส่วนตัวของ Master Bedroom
ระเบียงส่วนตัวของ Master Bedroom มีขนาด 2.20×3.60 เมตร ปูพื้นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 40×40 เซนติเมตร พร้อมติดตั้งหลังคาระแนงโปร่งและโคมไฟมาให้เหมือนบ้านตัวอย่างเลย
โดยเราสามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่นแบบ Semi Outdoor วางชุดโต๊ะเก้าอี้ 2-3 ที่นั่งได้ นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ให้เราใช้เป็นมุมปลูกต้นไม้ได้ เพื่อสร้างบรรยากาศสดชื่นได้ดี หากใครอยากได้เป็นพื้นที่ในร่มแบบ Indoor ก็สามารถต่อเติมเป็นพวกโครงสร้างเบาอย่าง Glasshouse ได้เหมือนกันนะคะ
หลังจากเราพาไปดู Master Bedroom กันแล้ว จะพามาดู ห้องนอนรองทั้ง 2 ห้อง กันต่อเลย โดยห้องนอนรอง 1 จะอยู่ทางฝั่งซ้ายของภาพ ส่วนห้องนอนรอง 2 จะอยู่ทางฝั่งขวาของภาพและอยู่ติดกับ Family Area นั่นเอง
ห้องนอนรอง 1
ห้องนอนรอง 1 มีขนาดอยู่ที่ 4.90×5.80 เมตร เหมาะวางเตียง 5-6 ฟุตพร้อมโต๊ะข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งได้สบายๆ นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ปลายเตียงตั้งชั้นวางทีวีและโซฟาได้ ส่วนบริเวณด้านข้างเตียงก็มีพื้นที่ให้ตั้งโต๊ะนั่งอ่านหนังสือริมหน้าต่างตรงหัวเตียงและโซฟาเล็กๆได้
สำหรับพื้นที่แต่งตัวจะอยู่ด้านหน้าห้องน้ำในตัว มีขนาด 1.80×2.00 เมตร สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าเต็มผนัง ส่วนบริเวณผนังที่มีช่องหน้าต่างก็ตั้งเป็นโต๊ะแต่งหน้าได้นะคะ
ห้องน้ำของห้องนอนรอง 1
ห้องน้ำของห้องนอนรอง 1 มีขนาดประมาณ 1.55×2.75 เมตรที่มีการออกแบบเหมือนห้องน้ำห้องอื่นๆนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งโซนแห้ง-เปียก, ปูพื้นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 60×60 เซนติเมตร, ออกแบบ Low Wall สำหรับวางของได้, ติดตั้งสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดจาก COTTO รวมถึงโถสุขภัณฑ์ติดตั้งฝารองนั่งอัตโนมัติมาให้เรียบร้อย
ส่วนพื้นที่อาบน้ำกว้าง 0.90 เมตร มีการออกแบบเจาะผนังด้านข้างเพื่อหยิบอุปกรณ์อาบน้ำได้ง่าย พร้อมเดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้ เราจึงซื้อเพียงเครื่องทำน้ำอุ่นและฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาติดตั้งเพิ่มเองได้เลย
ห้องนอนรอง 2
ห้องนอนรอง 2 จะได้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด เพราะไม่มีการแชร์ผนังร่วมกับห้องนอนอื่นเลย ส่วนขนาดห้องจะเล็กกว่าห้องนอนรอง 1 โดยมีขนาดห้องอยู่ที่ 4.20×4.70 เมตร แต่ก็สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องได้ไม่แตกต่างจากห้องนอนรอง 1 มากนัก สามารถวางเตียง 5 ฟุตได้สบายๆ มีพื้นที่ตั้งโต๊ะข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมช่องกระจกเปิดรับแสงธรรมชาติทั้งตรงหัวเตียงและด้านข้าง ส่วนตรงปลายเตียงก็มีพื้นที่ตั้งชั้นวางทีวีได้ สำหรับพื้นที่ด้านข้างเตียงนอนที่มีผนังแนวยาวก็ใช้เป็นพื้นที่ตั้งตู้เสื้อผ้าและโต๊ะอ่านหนังสือได้นั่นเอง
นอกจากนั้นเรามีบอกไปก่อนหน้านี้แล้วนะคะว่าตำแหน่งของห้องนอนรอง 2 จะอยู่ติดกับ Family Area เลย ทำให้เราสามารถทุบผนังห้องนอนนี้และรวมพื้นที่ของ Family Area เพื่อเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ได้ ก็เหมือนได้ Master Bedroom ถึง 2 ห้องเลยนั่นเอง
ห้องน้ำของห้องนอนรอง 2
ห้องน้ำของห้องนอนรอง 2 มีขนาดและการออกแบบคล้ายกับห้องน้ำของห้องนอนรอง 1 มีขนาดประมาณ 1.45×2.85 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 60×60 เซนติเมตร พร้อมออกแบบแบ่งโซนแห้ง-เปียกเป็นสัดส่วน มีการออกแบบ Low Wall เพื่อวางอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำได้เยอะ ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเลือกใช้จาก COTTO ทั้งหมด โดยโถสุขภัณฑ์จะติดตั้งฝารองนั่งอัตโนมัติมาให้เหมือนห้องน้ำอื่นๆ
สำหรับพื้นที่อาบน้ำก็มีความกว้าง 0.90 เมตร พร้อมเจาะผนังด้านข้างและเดินระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้เรียบร้อยแล้ว เราแนะนำให้หาซื้อฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาติดตั้งเพิ่ม เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นค่ะ
แบบแปลน
แบบบ้าน ALBANY 200 ตร.ม.
ALBANY เป็น Type ขนาดเริ่มต้นของโครงการ ได้พื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ในราคาเริ่มต้น 9.99 ล้านบาท เมื่อเทียบกับโครงการใกล้เคียงบนทำเลเดียวกัน ก็ถือว่าได้พื้นที่ใช้สอยมาเยอะ ในราคาที่คุ้มค่ากว่า โดยพื้นที่จอดรถได้มาเป็นแบบซ้อนคัน มีทางเข้า – ออกแยกมาให้ 2 จุด เวลาซื้อของเข้าบ้าน กลับมาก็สามารถหิ้วไปเก็บที่ห้องครัวได้เลย
ส่วนนั่งเล่นและรับประทนอาหาร เน้น Take View สวนด้านข้าง ดูโปร่งโล่ง ขึ้นมาที่ชั้น 2 ประกอบด้วยห้อง Masterbedroom แบบหน้ากว้าง และห้องนอนรองอีก 2 ห้อง ซึ่งได้มาพร้อมห้องน้ำแยกใช้งาน ได้ทั้งความสะดวกและเป็นส่วนตัวเลยค่ะ
แบบบ้าน DAVY 230 ตร.ม.
DAVY พื้นที่ใช้สอย 230 ตร.ม. ได้ฟังก์ชันมาเป็น 4 ห้องนอน 4 ห้องนอน และ 2 ที่จอดรถ การจัดแปลนที่ชั้น 1 จะคล้ายกับแบบ ALBANY แต่ได้ความกว้างหน้าบ้านที่มากขึ้น และมีห้องนอนชั้นล่าง จัดเป็นห้องนอนหรือห้องทำงานส่วนตัวก็ได้ ชั้น 2 ได้โถงบันไดขนาดใหญ่ เพิ่ม Family Area เข้าไป จัดเป็นมุมอเนกประสงค์ของครอบครัวได้
แบบบ้าน FRANCIS 265 ตร.ม.
FRANCIS พื้นที่ใช้สอย 265 ตร.ม. ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำและ 3 ที่จอดรถ ลักษณะเริ่มเป็นแบบบ้านหน้ากว้างชัดเจน ห้องนอนชั้นล่างได้ห้องน้ำแยกใช้งานในตัว ส่วนห้องน้ำด้านนอกได้เป็น Powder Room ใช้รับรองแขกได้สะดวก ชั้น 2 ห้อง Masterbedroom ได้ระเบียงขนาดใหญ่ด้านข้าง ออกไปใช้งานได้ หรือใครอยากได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่ม ก็สามารถต่อเติมเป็น Double Balcony ช่วยเพิ่มฟังก์ชันและลูกเล่นให้กับบ้านได้นะคะ
ราคา
CENTRO Watcharapol 2 ( เซนโทร วัชรพล 2) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 30 มกราคม 2569)
ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร
- ALBANY (ออลบานี) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 54.18 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
– ราคาเริ่มต้น 9.99 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 47,264.11 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,571.22 บาทต่อเดือน - DAVY (เดวี่) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 58.89 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 230 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
– ราคาเริ่มต้น 10.99 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 52,467.94 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,707.81 บาทต่อเดือน - FRANCIS (ฟรานซิส) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 62.76 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 265 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
– ราคาเริ่มต้น 11.99 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 57,242.09 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,820.04 บาทต่อเดือน - DUNCAN (ดันเค่น) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 66.69 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 280 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ห้องรับแขก / 3 ที่จอดรถ
– ราคาเริ่มต้น 12.99 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 62,016.25บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,934.01 บาทต่อเดือน - ANGELO (แองเจโล) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 71.76 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 303 ตร.ม.
– ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ห้องรับแขก / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ
– ราคาเริ่มต้น 14.99 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 71,564.55 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,081.04 บาทต่อเดือน
- ค่าจอง 10,000 บาท
- ค่าทำสัญญา 10,000 บาท
- ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 100,000 บาท
- ค่าส่วนกลาง 29 บาท/ตร.วา/เดือน
- Promotion : THE GOLDEN YEAR OF SPACE บ้านเดี่ยว AP ลุ้นทองทั้งเมือง รวมมูลค่ากว่า 13 ล้านบาท* สำหรับ ไตรมาส 1 จนถึง 31 มี.ค. 2569
– ลุ้น Voucher ทองคำมูลค่ารวม 2.6 ล้านบาท*– แนะนำเพื่อน ลุ้นเพิ่มอีก 400,000 บาท*
– พร้อมรับส่วนลดพิเศษ เมื่อนัดหมาย – เข้าเยี่ยมชมโครงการ
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง :
โครงการตั้งอยู่ในซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 32 บนถนนสุขาภิบาล 5 สามารถเดินทางเชื่อมต่อถนนหลักได้อีกหลายสาย แต่มีจุดเด่นที่ใกล้ทางด่วนฉลองรัช (รามอินทรา – อาจณรงค์) ประมาณ 1.5 กิโลเมตร จึงวิ่งเข้าเมืองได้ง่าย นอกจากนั้นมีเส้นทางทะลุจากซอยที่ตั้งโครงการมาออกถนนคู่ขนานกาญจนา เพื่อขึ้นทางด่วนวงแหวนกาญจนาฯได้ด้วย รวมถึงมีโครงการถนนตัดใหม่ส่วนต่อขยายในอนาคตของถนนเทพรักษ์ ซึ่งจะทำให้การเดินทางของย่านนี้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น
ส่วนความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างคึกคัก เพราะเป็นย่านชุมชนเดิมที่มีคนอาศัยอยู่เยอะ อีกทั้งมีโครงการบ้านแนวราบใหม่ๆมาเปิดหลายแห่ง ภายในซอยของโครงการก็มีร้านค้า, ร้านอาหารหลายแห่ง รวมถึงร้านสะดวกซื้อ 7-11 และ CJ MORE ส่วนเส้นสุขาภิบาล 5 ก็มีตลาดออเงิน, Big C สุขาภิบาล 5, Venice Watcharapon รวมถึง Market Place เทพรักษ์ ที่เพิ่งเปิดใหม่บนทำเล สำหรับห้างใหญ่ๆอย่าง Central รามอินทรา , Fashion Island , The Promenade , Central EastVille ก็อยู่ในระยะประมาณ 10 กิโลเมตร จึงมาเดินเล่น จับจ่ายใช้สอยได้สะดวก
ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน :
ประตูทางเข้า-ออกโครงการแบบรั้วกั้นไม้กระดกและรั้วเหล็กรางเลื่อน พร้อมระบบความปลอดภัย KATSAN ตามมาตรฐานจาก AP มีระบบเข้า-ออกโครงการด้วยการสแกนทะเบียนรถ รวมถึงติดตั้งกล้อง CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ พร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และรั้วทึบรอบโครงการสูง 2.50 เมตร ส่วนตัวบ้านจะมี Digital Door Lock ตรงประตูทางเข้ารอง, CCTV บริเวณพื้นที่จอดรถ 1 ตัว และสัญญาณกันขโมย Magnetic Sensors ทั้งหลัง
การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย :
ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางเป็น 2 จุด ทำให้ลูกบ้านเข้าถึงและใช้งานได้ง่าย มี Clubhouse อยู่ด้านหน้าเป็นมุมต้อนรับที่สวยงาม และพื้นที่สวนสีเขียวอยู่บริเวณตรงกลาง สร้างบรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่อาศัย รวมถึงมีถนนภาระจำยอมผ่ากลางโครงการแบ่งโซนบ้านเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนด้านหน้า ใกล้ทางเข้า-ออกและพื้นที่ส่วนกลาง เหมาะกับคนที่ชอบเข้า-ออกโครงการในระยะใกล้ๆหรือใช้งานส่วนกลางบ่อยๆ ส่วนโซนบ้านด้านในจะได้บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว เพราะมีแต่บ้านพักอาศัยทั้งหมดเลย โดยตัวบ้านยังหันหน้าไปทางทิศเหนือ-ใต้ที่เป็นทิศยอดนิยมในโครงการบ้านจัดสรร เพราะไม่โดนแดดโดยตรงและได้ลมดี
ตัวบ้านเป็นดีไซน์ใหม่จาก CENTRO ในช่วงปี 2565 มาในสไตล์ English Cottage ได้บรรยากาศบ้านแบบอังกฤษ มีทั้งหมด 5 แบบ จึงเลือกได้ตรงตามไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน 3-4 ห้องนอน, 2-3 ที่จอดรถ, ระเบียงขนาดใหญ่, ห้องนอนชั้นล่าง หรือห้องแม่บ้าน นอกจากนั้นยังมีราคาคุ้มค่าพื้นที่ใช้สอย ได้พื้นที่ใหญ่ 200-303 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้น 9.99-14.99 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านบนทำเลเดียวกันถือว่าได้พื้นที่ใช้สอยเยอะในราคาที่ถูกกว่า
วัสดุ :
วัสดุส่วนใหญ่เป็นไปตามมาตรฐาน แต่มีจุดเด่นหลักๆที่โครงสร้างบ้านแบบ Conventional ปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ยืดหยุ่น, ห้องครัวได้เคาน์เตอร์ก่อสำเร็จติดตั้งพร้อม Zink ใช้งานได้, ห้องน้ำได้ฝารองนั่งอัตโนมัติทุกห้อง พร้อมสุขภัณฑ์จาก COTTO, วัสดุปูพื้นชั้น 1 เป็นกระเบื้องเซรามิก ชั้น 2 เป็นลามิเนต หนา 8 มิลลิเมตร, Home Automation ที่ใช้ควบคุมการเปิด – ปิดไฟและระบบความปลอดภัยในบ้านมาด้วย
พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ :
พื้นที่สวนหย่อมภายในโครงการมีขนาดประมาณ 2 ไร่ เลือกใช้ต้นไม้เล็ก-ใหญ่และดอกไม้เพิ่มสีสันสดใสในสวนได้ดี นอกจากนั้นทางโครงการก็จัดสวนและปลูกต้นไม้ตลอดแนวถนนตั้งแต่บริเวณด้านหน้าโครงการเข้ามายังด้านใน นอกจากช่วยนำสายตาแล้ว ยังสร้างบรรยากาศสดชื่นเวลาเข้า-ออกโครงการด้วย
สาธารณูปโภค :
มีฟังก์ชันหลักให้เลือกใช้งานครบ ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส Kid Room และ Co – Working Space รูปแบบ Clubhouse ทำออกมาได้ดูสวยงาม เข้ากับสไตล์ของตัวบ้าน สวนหย่อมอยู่ตรงกลางโครงการ ใช้งานได้ต่อเนื่องจาก Clubhouse โดยภายในสวนก็มีทั้งเครื่องเล่นให้เด็กๆ พื้นที่นั่งเล่น พักผ่อนหย่อนใจ และ Pets Park สำหรับเหล่าสัตว์เลี้ยงด้วยค่ะ
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%, และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับแพคเกจ 9.99-14.99 ล้านบาท, 30 มกราคม 2569
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง | 8/10 | ใกล้ถนนสุขาภิบาล 5 ห่างจากทางด่วนเพียง 1.5 กม. ความอุดมสมบูรณ์สูง |
| ความปลอดภัย | 8/10 | ระบบ KATSAN, รั้วกั้นไม้กระดกและรางเลื่อน, รปภ. 24 ชั่วโมง, CCTV, Digital Door Lock, Magnetic Sensors ทั้งหลัง, CCTV พื้นที่จอดรถ |
| การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย | 8.25/10 | แบบบ้านดีไซน์ใหม่ English Cottage มีถึง 5 แบบบ้าน ราคาคุ้มค่าพื้นที่ใช้สอย |
| วัสดุ | 7.75/10 | มาตรฐานของระดับนี้ |
| พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ | 7.75/10 | พื้นที่สวน 2 ไร่ พร้อมจัดสวนตั้งแต่ด้านหน้ามายังถนนภายในโครงการ |
| สาธารณูปโภค | 7.75/10 | จัดฟังก์ชันส่วนกลางมาครบครัน เหมาะสมกับการใช้งาน |
| รวมคะแนน | 7.91 | จาก 10 คะแนน |
CENTRO Watcharapol 2 ( เซนโทร วัชรพล 2) ดีไหม?
โครงการ CENTRO Watcharapol 2 ( เซนโทร วัชรพล 2) เหมาะสำหรับคนที่ใช้ทางด่วนในการเดินทางเข้าเมืองเป็นประจำ ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบสูง โดยมีแบบบ้านให้เลือกได้ตรงไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยอย่างบ้าน 3-4 ห้องนอน, 2-3 ที่จอดรถ, ระเบียงขนาดใหญ่, ห้องนอนชั้นล่าง หรือห้องแม่บ้าน จึงรองรับครอบครัวใหญ่ได้สบายๆ อีกทั้งมีความคุ้มค่าในเรื่องราคา ได้พื้นที่ใช้สอยในบ้านเยอะ เมื่อเทียบกับโครงการเพื่อนบ้านที่ราคาพอๆกัน โดยมีงบประมาณของบ้านเริ่มต้นที่ 9.99-14.99 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 47,264.11 – 71,564.55 บาท
ตัวอย่างโครงการบ้านวัชรพล
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

